ฉบับที่ 946 วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2555 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

การอดเนื้อ พระศาสนจักรกำหนดว่า “คริสตชนที่อายุ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อทุกวันศุกร์” คำถามที่สำคัญและสร้างความสงสัยไม่เข้าใจสำหรับบรรดาคริสตชนก็คือ “ทำไมต้องอดเนื้อ” สาเหตุที่พระบัญญัติของพระศาสนจักรกำหนดเช่นนั้นเพราะว่า พระศาสนจักรเจริญเติบโตและมีศูนย์กลางในทวีปยุโรป ชาวยุโรปเขารับประทานเนื้อเป็นอาหารหลัก และเนื้อมีราคาแพงชาวยุโรปจึงถือว่าการอดเนื้อเป็นการทำพลีกรรมใช้โทษบาป บรรดามิสชันนารีที่เข้ามาประกาศข่าวดีในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคแรกล้วนเป็นชาวยุโรปทั้งสิ้น พวกท่านจึงแปลพระบัญญัติของพระศาสนจักร แบบตรงไปตรงมาว่า “จงอดอาหาร และอดเนื้อ ในวันที่กำหนด”

การอดเนื้อเป็นการทำพลีกรรมใช้โทษบาป ฝึกฝนตนให้รู้จักบังคบตนเองปราบพยศชั่ว เพื่อถวายคารวกิจแด่พระเจ้าอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจิตตารมณ์ของการอดเนื้อคือการหักใจตนเอง ไม่ให้ปล่อยตัวตามสบายทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เพื่อตอบสนองความต้องการฝ่ายเนื้อหนัง ด้วยเหตุนี้การอดเนื้อจึงต้องทำตามจิตตารมณ์ไม่ใช่ตามตัวอักษร ที่มีระบุไว้ในพระบัญญัติของพระศาสนจักร ถ้าเราต้องการทำให้การอดเนื้อในวันกำหนดมีประโยชน์ ในการทำพลีกรรมใช้โทษบาปและพัฒนาด้านจิตวิญญาณ เราจะต้องเข้าใจจิตตารมณ์การอดเนื้ออย่างถูกต้อง และปฏิบัติตามจิตตารมณ์นั้น คริสตชนจะต้องพยายามทำความเข้าใจกับทุกๆเรื่องที่ปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นการปฏิบัติกิจศรัทธาและการปฏิบัติสิ่งต่างๆในการดำเนินคริสตชน อาจจะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร อาทิ การอดเนื้อ สำหรับบางคนเป็นการทำพลีกรรมเพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่สำหรับบางคนเขาไม่ชอบทานเนื้ออยู่แล้วจะเป็นการทำพลีกรรมได้อย่างไร หรือบางคนอดเนื้อแต่ไปทานอาหารทะเลแพงๆจะเป็นการทำพลีกรรมใช้โทษบาปตรงไหน (อาจจะใช้โทษบาปตรงที่ว่าต้องจ่ายเงินมากขึ้น ฮา !)ด้วยเหตุนี้ก่อนที่เราจะอดเนื้อเราจะต้องถามตนเองก่อนว่า “การอดเนื้อสำหรับเราเป็นการหักห้ามใจตนเอง เป็นการทำพลีกรรมหรือไม่” ถ้าสำหรับเรามันไม่ใช่ก็ให้ทำอย่างอื่นทดแทน อาทิ อดเหล้า อดบุหรี่ งดอาหารราคาแพงๆ กุ้งมังกร งดเล่นเกม งดในสิ่งที่เราชอบจนติดเป็นกิจวัตรขาดไม่ได้ ฯลฯ เมื่อทำอย่างอื่นทดแทนแล้วก็ถือว่าเราได้ปฏิบัติ สิ่งที่พระศาสนจักรสั่งให้เราทำในวันศุกร์ไปแล้วนั่นก็คือการทำพลีกรรม เราจึงไม่ต้องไปสารภาพบาปว่า “ไม่ได้อดเนื้อในวันศุกร์” ตรงกันข้ามใครก็ตามที่วันศุกร์ไม่ได้ทานเนื้อ แต่ก็ดำเนินชีวิตแบบเดิมๆปล่อยตัวตามสบายอยากทำอะไรก็ทำ ไม่ได้หักห้ามใจตนเอง หรือบังตนเองแต่อย่างใด ต้องไปสารภาพบาปว่า “ไม่ได้ทำพลีกรรมในวันศุกร์”ที่พ่อเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเพราะเราอยู่ในเทศกาลมหาพรต ทุกๆปีจะมีคนมาถามเรื่องอดอาหารและอดเนื้อเสมอ แถมด้วยการบ่นว่าทำไมพระศาสนจักรไม่อธิบายให้ชัดเจนและเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร พ่อก็ต้องตอบและอธิบายทุกปีว่า “พระศาสนจักรพิมพ์ไว้ในปฏิทินคาทอลิกอย่างละเอียดทุกปี” อีกทั้งยังอธิบายไว้ด้วยว่า “พิธีอะไรทำได้และไม่ได้ในวันไหนช่วงไหนบ้าง” แต่พวกเราไม่ยอมอ่าน เพราะฉะนั้นพ่อจึงคิดว่า “คริสตชนจะต้องพยายามที่จะแสวงหาความเข้าเกี่ยวกับสิ่งที่ปฏิบัติกันอยู่มากกว่านี้” ไม่เข้าใจต้องถามต้องอ่านหาความรู้เพื่อการปฏิบัติของเราจะได้บังเกิดผลที่ดี

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเจ้าคือองค์แห่งความหวัง

เทศกาลมหาพรตเป็นเทศกาลแห่งความหวัง เพราะเรากำลังเตรียมการสมโภชความหวังอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นจริง โดยอาศัยการทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า หลังจากมนุษย์ตกในบาปพระเจ้าไม่ได้ทรงทอดทิ้งมนุษย์ แต่พระองค์ทรงทำพันธสัญญากับมนุษยชาติว่า วันหนึ่งพระองค์จะทรงกอบกู้มนุษยชาติให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของบาปและความตาย พันธสัญญานั้นเริ่มต้นและค่อยๆชัดเจนมากขึ้นจนมาถึงความสมบูรณ์ในองค์พระเยซูคริสตเจ้า เราคริสตชนมีความเชื่อมั่นในสิ่งกล่าวถึงนี้หรือไม่ หรืออาจจะตั้งคำถามอีกนัยหนึ่งว่า “พระเจ้ายังเป็นองค์แห่งความหวังของเราหรือไม่”

บาปที่มนุษย์กระทำลงไปเป็นมูลเหตุที่สำคัญ ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับความมืดมนของชีวิต ความยากลำบาก ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความผิดหวัง ความไม่สำเร็จนาๆชนิด และความตาย สิ่งต่างๆที่กล่าวถึงนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์เราจนดูเหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว หลายๆครั้งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราลังเลใจสงสัยในความเชื่อ ขาดความหวังในพระเจ้า เป็นเรื่องที่ง่ายที่คนๆหนึ่งจะมีความเชื่อ ความหวังในพระเจ้า ในยามที่เขาสุขสบาย สุขภาพดี เวลาขอแล้วก็ได้สมความปรารถนา แต่เป็นการยากที่เราจะเชื่อมั่นในพระเจ้า ในยามที่เราผิดหวัง ขอแล้วก็ไม่ได้ตามที่ขอ วันที่เราไปโรงพยาบาลแล้วแพทย์วินิจฉัยว่าเราเป็นมะเร็ง จะมีสักกี่คนที่จะมีความเชื่อ ความหวังในพระเจ้า เช่นเดียวกับอับราฮัมที่ยอมนำอิสอัคลูกแห่งพระสัญญาคนเดียวไปถวายเป็นเครื่องบูชาตามคำสั่งของพระเจ้า “จงพาลูกของเจ้า คืออิสอัค ลูกคนเดียวของเจ้าที่เจ้ารัก ไปถวายเป็นเครื่องบูชาบนภูเข้าที่เราจะชี้บอกเจ้า”(ปฐก.22:2)

พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบถึงความอ่อนแอตามประสามนุษย์เป็นอย่างดี ทรงทราบว่าหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับบรรดาศิษย์ สภาพความเชื่อความหวังของอัครสาวกและสาวกของพระองค์จะเป็นอย่างไร พระองค์จึงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นซึ่งเป็นแกนนำของบรรดาศิษย์ขึ้นไปบนภูเขา และทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ต่อหน้าพวกเขา “พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายขงพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา……”(มก.9:2) หลังจากเหตุการณ์นี้แล้วพระองค์ได้กล่าวถึงพระทรมาน สิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์อีก “พระองค์ตรัสสั่งพวกเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย”(มก.9:9) ที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงกำชับว่า “จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจาดบรรดาผู้ตาย” เพราะว่าประสบการณ์การได้สัมผัสความรุ่งโรจน์หรือความสุขในสวรรค์ของอัครสาวก 3 ท่านจะสามารถช่วยให้ความเชื่อความหวังของบรรดาศิษย์พลิกฟื้นกลับคืนมา ด้วยเหตุนี้เราคริสตชนจึงจำเป็นต้องมีประสบการณ์ความเชื่อ โดยอาศัยการสวดภาวนา พระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะได้สามารถแสดงความเชื่อในยามทุกข์ยากลำบากเช่นเดียวกับนักบุญเปาโลว่า “การทดลองทั้งหมดนี้ เราชนะได้ง่ายอาศัยพระผู้ทรงรักเรา….ไม่มีสรรพสิ่งใดๆจะพรากเราได้จากความรักของพระเจ้า ซึ่งปรากฏในพระคริสตเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา”(รม.8:37,39)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. โครงการคลินิกครอบครัวสุขสันต์ วันเสาร์ที่ 24 มี.ค. 2012 ที่วัดพระแม่มหาการุณย์ ลงทะเบียนเวลา 9.00 น.- 9.30 น. จบเวลา 15.00 น. ขอเชิญพี่น้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ผู้ใดต้องการไปร่วมลงชื่อและความต้องการไปกับรถได้ที่หน้าวัด
  2. ประชุมสภาภิบาลเพื่อเตรียมสมโภชปัสกา วันอาทิตย์ที่ 11 มี.ค. 2012 ขอเชิญสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุม หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  3. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  4. ประกาศแต่งงานระหว่าง คริสโตเฟอร์ วัชระ ทิพารมย์ บุตรของ นาย คำนึง ทิพารมย์ และ เทเรซา รวีวรรณ รุ่งเรืองกนกกุล กับ นางสาว ทิวารัตน์ ศิริปรุ บุตรีของ นาย สมพงษ์ ศิริปรุ และ นาง แดง ศิริปรุ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 04-03-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.