เนื้อหาทั้งหมดของ ‘ภาพกิจกรรมของวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151218   วันอาทิตย์ที่  10  มีนาคม  ค.ศ.2019

Saturday, March 9th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

“จงระลึกถึงวันในอดีต วันที่ท่านสู้ทนความทุกข์ทรมานมากมายหลังจากที่ได้รับความสว่าง บางครั้งท่านก็ถูกประจานให้อับอาย และถูกข่มเหงอย่างเปิดเผย บางครั้งท่านก็ร่วมทุกข์กับผู้ที่รับชะตากรรมเดียวกัน” (ฮบ10:32-33) พ่อคิดว่าเรื่องที่บทจดหมายถึงชาวฮีบรูกล่าวถึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ในบทจดหมาย ถึงชาวฮีบรูเตือนใจเราว่าจงระลึกถึงวันในอดีต…… หลังจากที่ได้รับความสว่างแล้ว เพราะโดยธรรมชาติของเรามนุษย์ยามที่เราได้รับความทุกข์ในชีวิตเราจะโอดครวญ ขอความช่วยเหลือ เมื่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆผ่านพ้นไปแล้ว เข้าสู่สภาวะปกติชีวิตสุขสบายขึ้น เราก็จะเริ่มลืมเลือนความทุกข์ยากลำบากที่เราต้องทนทรมานมา ลืมความช่วยเหลือต่างๆ ลืมแม้กระทั่งการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่เคยร่วมกันมา และจะเริ่มปล่อยตัวตามธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น ในบทจดหมายถึงชาวฮีบรู เตือนเราให้คิดถึงความขื่นขมความมืดมนความน่าทุเรศอันเกิดจากบาปเพื่อเราจะได้ระลึกความดีงามความเมตตาความรักของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น เป็นคนรู้คุณพระเจ้ารู้จักขอบพระคุณพระองค์อยู่เสมอ ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นนี้ เขาจะดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบเพื่อชีวิตของเขาจะได้ไม่เข้าไปอยู่ในวังวนของบาปและความเลวร้ายแบบเดิมๆอีก

ผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรูพยายามเตือนความทรงจำชาวฮีบรูถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาเคยทาสของชาวอียิปต์พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานถูกข่มเหง เวลานั้นพวกเขาร้องเรียกหาพระเจ้าด้วยความเชื่อความศรัทธา จนในที่สุดพระเจ้าทรงเมตตา ส่งโมเสสและอาโรนมาช่วยพวกเขาให้พ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายนั้น เราจะสังเกตได้ว่าในช่วงแรกๆก่อนจะออกจากประเทศอียิปต์พวกเขาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระเจ้าสั่งผ่านทางโมเสสให้พวกเขาทำอะไรเขาก็ทำ แต่หลังจากที่พวกเขาออกจากประเทศอียิปต์พ้นจากการเป็นทาสได้ไม่นาน พวกเขาก็ลืมความทุกข์ระทมที่เคยได้รับจนหมดสิ้น และเริ่มหันไปเล่นงานโมเสสและต่อว่าพระเจ้าไม่ใช่ครั้งเดียวแต่บ่อยครั้งมากๆ เพราะใจดื้อกระด้างแบบนี้ทำให้พวกเขาต้องเดินทางในทะเลทรายถึง 40 ปีกว่าจะเข้าถึงดินแดนพระสัญญา

พี่น้องชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ามาถึงปีที่ 50 วัดพระ ชนนีของพระเป็นเจ้ามาถึงปีที่ 25 จนต้องมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่พอสมควร พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาล บรรพบุรุษของเราได้สละหยาดเหงื่อแรงกายไว้ที่นี่มากมาย วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้านับว่าโชคดีมากๆที่ไม่มีปัญหามากมายอะไรนัก แต่ก็เคยพบชะตากรรมอันเลวร้ายมาบ้างเหมือนกัน หลายคนเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมฟันฝ่าอุปสรรค์ด้วยกันมา เรายังจำเรื่องราวต่างๆเหล่านั้นได้หรือเปล่าหรือว่าลืมมันไปหมดแล้ว ชาวฮีบรูหลังจากพ้นจากเป็นทาสของชาวอียิปต์ไม่นาน ยังไม่ทันเป็นชาติเลยเพราะยังไม่ได้รับพระบัญญัติ 10 ประการที่ถือว่าเป็นกฎหมาย ยังเดินทางไม่ถึงฝั่งฝันอันเป็นดินแดนแห่งพระสัญญา พวกเขาก็ละทิ้งพระเจ้า ไปทำวัวโลหะขึ้นมากราบไหวเป็นพระเจ้าเสียแล้ว  เขาไปเล่นงานโมเสสหลายต่อหลายครั้งจนโมเสสผู้นำของพวกเขาแทบทนไม่ไหว พี่น้องเราลืมประวัติศาสตร์เรื่องราวในอดีต เรื่องราวความทุกข์ระทมที่เคยได้รับไปแล้วหรือยัง ถ้าไม่ระลึกถึงหรือลืมไปแล้วใจของเราจะเป็นกบฎเหมือนกับพวกชาวฮีบรู พ่อจึงเขียนบทความนี้ เตือนความทรงจำของพวกเราเหมือนกับผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรู เราอย่าลืมความชอกช้ำความทุกข์ระทมอันเกิดจากบาปหลังจากที่เราไปแก้บาปและได้รับการอภัย เราอย่าลืมความทุกข์ระทมที่เคยร่วมเผชิญกันมาไม่เช่นนั้นใจของเราอาจคิดกบฎขึ้นมาได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การประจญในชีวิตมนุษย์

เมื่อคิดถึงการประจญที่ พระเยซูคริสตเจ้าประสบในถิ่นทุรกันดาร ทำให้คิดถึงตอนเป็นเด็กๆเมื่อเริ่มเรียนคำสอน ครูคำสอนเคยเล่านิทานธรรมให้ฟังว่า วันหนึ่งผีปีศาจมันออกมาท่องเที่ยวบนโลกมนุษย์ พอพวกมันเห็นเสาไฟฟ้าซึ่งเป็นรูปตัวทีใหญ่ภาษาอังกฤษ ลักษณะคล้ายไม้กางเขนพวกมันโกรธกันใหญ่ และพวกมันได้ใช้อำนาจที่พวกมันมีทำลายเสาไฟฟ้าไปมากมาย ครูคำสอนท่านนั้นถามว่ารู้ไหมว่าทำไมผีปีศาจจึงไม่ชอบเสาไฟฟ้า ตอนนั้นพวกเรายังเป็นเด็กเกินกว่าจะเข้าได้ ครูคำสอนจึงเฉลยว่า ก็เพราะ มันเคยพ่ายแพ้พระเป็นเจ้าอย่างราบคาบด้วยไม้กากบาทแบบนี้มา แล้ว  เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผีปีศาจจึงอาจหาญมาประจญพระเยซูคริสตเจ้า เพราะว่าพวกมันรู้ว่าพระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และกำลังมาช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของมัน มันจึงมาหยั่งเชิงพระองค์ในฐานะเป็นมนุษย์ว่า มันพอจะมีทางเอาชนะบ้างหรือไม่ ถ้าได้มันจะพยายามทำทุกวิธีการที่จะเอาชนะ ไม่ว่าใครหรืออะไรก็ตามที่อยู่ฝ่ายพระเป็นเจ้าหรือเป็นของพระองค์

สิ่งที่เล่ามาข้างต้นทำให้เราต้องคิดถึงสิ่งดีๆทั้งหลาย ชุมชนวัดหรือวัดไหนที่มีสัตบุรุษดีๆมีน้ำใจ รักกันช่วยเหลือกัน ช่วยเหลือพระศาสนจักร ครอบครัวไหนที่ศรัทธารักใคร่ปรองดองมีความสุข คนดีมีน้ำใจทั้งหลาย ฯลฯ ทุกเรื่อง ทุกสิ่ง ทุกที่ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงและเข้มแข็ง ยิ่งดีมีพลังมากเท่าไรต้องระวังให้จงหนัก เพราะผีปีศาจมันไม่ชอบ  มันจะค่อยๆแทรกซึมเข้ามาในใจของคนบางคนที่อ่อนแอที่สุด และทำให้คนๆนั้นตกเป็นเครื่องมือของมันโดยไม่รู้ตัว ในการทำลายความรักความปรองดอง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นพลังยิ่งใหญ่ของการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระองค์ “ถ้าอาณาจักรหนึ่งแตกแยก อาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้” (มก.3:24) ถ้าภาพของพระอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดีปรากฏขึ้นเมื่อไร ก็แสดงว่าพวกมันพ่ายแพ้พระเป็นเจ้าแล้ว

“จงสั่งให้หินก้อนนี้กลายเป็นขนมปังเถิด………ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน……..ถ้าท่านนมัสการข้าพเจ้า….จงกระโจนลงไปเบื้องล่างเถิด… พระเจ้าจะทรงสั่งทูตสวรรค์ให้พิทักษ์รักษาท่าน” (ลก.4:2-10) จากเล่ห์กลที่ปีศาจใช้ทำให้เราทราบว่า มันจะใช้ทุกเรื่องในชีวิตผจญเรา ไม่ว่าจะเป็นรัก โลภ โกรธ หลง แม้กระทั่งความดีมีน้ำใจของเรา ถ้าเราไม่ระวังตัวและย่อมให้มันแทรกแซงเข้ามาในชีวิตของเรา อาทิ ลูกของฉันใครอย่าแตะ พ่อแม่ของฉันก็เหมือนกัน โดยที่มันจะใช้ความรักที่เรามีต่อคนในครอบครัวนี่แหละ บดบังความถูกต้องไว้ จนวันหนึ่งเราจะทำการอะไรสักอย่างโดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี สามีภรรยารักกันอยู่ดีๆแต่ด้วยความดีมีน้ำใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มันจะใส่ความหวาดระแวงเข้ามา ทำไมต้องไปช่วยคนนั้น คนนี้ มีอะไรกันหรือเปล่าฯลฯ เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้ว เราต้องดำเนินชีวิตทุกย่างก้าวด้วยสติและใจที่หนักแน่นมั่นคง วอนขอพลังความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้าเสมอ มีพระวาจาของพระเจ้าเป็นดั่งประทีปนำทางเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อเราจะสามารถชนะการผจญเช่นเดียวกับพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน 

                                                          คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ประกาศ

  1. ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาค ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา  45 น. ส่วนกิจศรัทธาอื่นของดไป ให้พี่น้องทำส่วนตัวในเทศกาลมหาพรต
  2. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปไว้ที่บ้าน เพื่อออมเงินที่ได้จากการทำพลีกรรมจำศีลอดอาหารการเสียสละเรื่องอื่นๆ และเงินที่พี่น้องปรารถนาที่จะช่วยผู้ด้อยโอกาส แล้วนำมาคืนที่วัดหลังจากจบเทศกาลมหาพรต
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่ม วันที่ 21 มี.ค จนถึงประมาณ 25 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  1. การซ่อมแซมวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจกันในด้านต่างๆจนสำเร็จ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่าน ถ้าผู้ใดต้องการช่วยค่าซ่อมแซมวัดครั้งนี้มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

      ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                        นาย จุฑา ธรรมจินดา

บุตร               นาย จิตตวัฒน์ และ นาง โกสุม ธรรมจินดา

กับ                        มารีอา ณัฎฐ์ชพิทย์ สุรนันทชัย

บุตรี             ยอแซฟ บุญช่วย และ นาง ศรีจันทร์ สุรนันทชัย

ประกอบพิธีวันเสาร์ที่ 16  มี.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

//////////////////////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 51205 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 9th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            แรงบันดาลจากพระวาจาของพระเจ้าในบูชาขอบพระคุณประจำ วันธรรมดา ก่อนที่จะสิ้นปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้ พระศาสนจักรนำเอาพระวาจาของพระเจ้า จากหนังสือวิวรณ์และพระวรสารนักบุญลูกามาเล่าให้ฟังเพื่อเตือนใจเราทุกๆคน หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของลูกแกะของพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ กำหนดเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว พระยุติธรรมพระเจ้าที่จะปรากฏมา และการล่มสลายของบรรดามหาอำนาจและความยิ่งใหญ่ทางโลก พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความพินาศของนครเยรูซาเล็มซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวยิว เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นพิภพ การเบียดเบียนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนของพระเยซูคริสตเจ้า และในที่สุดความชั่วร้ายความอธรรมทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้ พระสิริรุ่งโรจน์พระยุติธรรมของพระเจ้าก็จะปรากฏมา

พี่น้องพระศาสนจักรจัดพิธีกรรมเช่นนี้ มิได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้เรากลัว แต่มีความประสงค์ให้เราย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อเราจะได้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตมากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตเวลานี้อยู่ที่ไหน อาณาจักรมหาอำนาจอันเกรียงไกรเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองที่เป็นความภูมิใจของผู้คนในสมัยนั้นไปไหนเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอนิจจัง มันจะต้องเป็นเช่นนี้ตามกาลเวลา มีเวลารุ่งเรืองก็มีเวลาดับสูญไป แต่ใยมนุษย์ไม่สำนึกหลายคนยังหลงอยู่ในอำนาจวาสนาของตนเอง บางคนยังหลงระเริงอยู่กับความสนุกสนานทางโลก ยอมให้กิเลสตัญหา ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันชักนำไปจนจะถึงปลายทางชีวิตอยู่แล้ว พระเยซูคริสตเจ้าเตือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนสมัยของโนอาห์ และสมัยของโลท คนมัวแต่กินดื่มสนุกสนานจนความพินาศมาถึงแล้วตั้งตัวไม่ทัน ที่จริงสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงก็เหมือนชีวิตของหลายๆคนที่กำลังดำเนินอยู่เวลานี้ บางคนพบกับคำว่าสายไปเสียเกินไป สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำ สิ่งต้องเตรียมยังไม่ได้เตรียม หรือบางคนก็ทำอะไรดูขำๆ เพราะสิ่งที่ต้องทำมาตั้งนานแล้วไม่ทำ แต่ทำเวลานี้ที่ทำไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกหลายๆคนอาจจะกำลังนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ทำงานกันจนแทบจะล้มประดาตาย แต่ในที่สุดเงินทองที่หามาได้ก็ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อนิจจาคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นก็จะเป็นเช่นนี้

            เราอย่าปล่อยให้ชีวิตของเราโลดแล่นอยู่ในวังวนของอวิชา ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบสำนึกรู้อยู่เสมอ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่เครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ อ่านให้ออก และเข้าใจความหมายแห่งความเป็นจริงของโลกที่อยู่ตรงหน้าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของเทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรม ก็จะช่วยเราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทุกๆวัน มีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับวันเวลาซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นจะเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเรา เพราะเราจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดกำลังความสามารถแล้ว และทำตามที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยบอกกับเราล่วงหน้าว่า “ท่านทั้งหลายจงยืนตรงเงยหน้าขึ้นเพราะความชื่นชมยินดีมาถึงท่านทั้งหลายแล้ว”

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป้นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม    เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…..ให้ตรง….หุบเขา…. ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บซ้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้าง โดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ (ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลง การเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยียวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อมรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้.

 พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ 

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสตมาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงานอาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภา อภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (วันปัสกา)

Saturday, April 11th, 2015

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (วันปัสกา)

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (เสาร์ ศักดิ์สิทธิ์)

Saturday, April 11th, 2015

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (เสาร์ ศักดิ์สิทธิ์)

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (พฤหัส ศักดิ์สิทธิ์)

Saturday, April 11th, 2015

ประมวลภาพ สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ 2015 (พฤหัส ศักดิ์สิทธิ์)

ประมวลภาพวันอาทิตย์ใบลานวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า (รังสิต) ปี 2015

Thursday, April 2nd, 2015

ประมวลภาพวันอาทิตย์ใบลานวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต บรรยากาศโดยรวมเป็นอย่างไรบ้างเชิญชมได้จากใน gallery ด้านล่างนี้นะครับ