ฉบับที่ 945 วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

นักปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “การมีเทคโนโลยีใหม่ๆทำให้ชีวิตสบายขึ้น แต่คุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ ตนตรี บทกวี ศิลปะ วัฒนธรรม และศาสนาทำให้มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไป” มนุษย์ในโลกปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาก้าวไกล จนหลายๆครั้งเราหลงลืมคุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่เคยสร้างความดีงามให้กับชีวิตของเรา หนังสือที่เราต้องใช้ความเพียรพยายามไปค้นคว้าตามห้องสมุด หาซื้อตามร้านหนังสือ พจนานุกรมที่เราต้องจดจำตัวอักษรสะกดคำนั้นจนแม่นยำ หรืออ่านซ้ำหลายๆครั้งจึงสามารถเปิดหาความหมายของคำนั้นได้อย่างถูกต้อง งานมือซึ่งเป็นแบบฝึกหัดความเพียรอดทน งานฝีมือซึ่งเป็นหัตถกรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ถูกมองข้ามทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่สร้างคน เพราะมนุษย์ทุกวันนี้รักความสะดวกสบายมากกว่าสิ่งที่ให้คุณค่าแก่ชีวิต

จากวาทะของนักปราชญ์ที่กล่าวข้างต้น ทำให้เราต้องย้อนกลับทบทวนชีวิตของเรา การดูแลอบรมลูกหลานของเรามากทีเดียว เพราะหลายต่อหลายครั้งเรายึดความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง เรามองมนุษย์เพียงด้านเดียว ทั้งๆที่มนุษย์ประกอบไปด้วยร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ จึงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ขาดไปจากชีวิตของมนุษย์ เพราะมนุษย์ไม่ได้หล่อเลี้ยงชีวิตครบทุกด้าน นี่เป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ในยุคปัจจุบันซึ่งเป็นคำตอบที่ชัดเจนถึงปัญหาต่างๆ ทำไมมนุษย์จึงโหดร้ายเช่นนี้ ความอ่อนโยน ความรัก ความเมตตาของมนุษย์หายไปไหน ทำไมมนุษย์จึงกล้าค้ามนุษย์ด้วยกัน กล้าผลิตและค้ายาเสพติดที่เป็นตัวการใหญ่ในการทำลายมนุษย์ด้วยกันเอง พวกเขาไม่คิดถึงลูกหลานของพวกเขาบ้างหรือ จะคิดได้อย่างเล่าในเมื่อเงินทอง ความมั่งคั่ง ความหรูหราฟุ้งเฟ้อ ความสะดวกสบาย มันบดบังตาบัดบังใจจนไม่สามารถเห็นแสงแห่งธรรมเสียแล้ว

พี่น้องครับเราใกล้ปิดเทอมใหญ่ภาคฤดูร้อนเข้ามาทุกที พ่อได้พยายามขอสามเณรใหญ่และมาสเตอร์เณรเล็ก ให้มาช่วยสอนคำสอนที่วัดของเรา ถ้าได้ก็เป็นบุญของวัดของเรา ถ้าไม่ได้พ่อคิดว่าพ่อจะขอความช่วยเหลือจากสัตบุรุษที่เคยเป็นครูคำสอน และพ่อจะสอนเอง เพราะพ่อถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แต่พี่น้องจะคิดว่าสำคัญหรือเปล่าพ่อไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผู้ปกครองหลายๆท่านบอกว่าช่วงนั้นลูกๆไม่ว่าง ต้องเรียนพิเศษ ต้องเรียนเปียโน ต้องไปเข้า English camp ที่ประเทศโน้นประเทศนี้ ฯลฯ คิดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้พ่อคิดถึงประโยคหนึ่งที่จำไม่ได้แล้วว่าไปพบที่ไหน เขาเขียนไว้ทำนองว่า “ด้านความรู้ต้องเล่าเรียนเพียรขยัน แต่สวรรค์ดีกว่าเราอย่าลืม” ปีที่ผ่านๆมาพ่อดีใจที่พวกเราให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนคำสอนของลูกหลานกันดีมาก ขอให้รักษาความคิดดีๆนี้ไว้ และหวังว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างนี้อยู่เสมอ เพื่อลูกหลานของเราจะได้เติบโตขึ้นเป็นคริสตังที่ดี จะเป็นคลื่นลูกใหม่เป็นกำลังที่สำคัญของพระศาสนจักรต่อไป

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนปีนี้อาจจะต้องจัดอย่างเข้มข้นหน่อยนะครับ วันหยุดอาจจะน้อยลง การเรียนต้องมากขึ้น เพราะเรามีเวลาน้อยมากในการสอนคำสอน เนื่องจากนักเรียนปิดเทอมช้า และสามเณรก็เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ล้านมาจากผลกระทบของมหาอุทกภัยที่ผ่านมาทั้งสิ้น พี่น้องจะเห็นว่าที่วัดยังไม่ค่อยได้ทำอะไรใหม่มากนัก เพราะพ่อไม่แน่ใจว่าน้องน้ำจะมาเยี่ยมอีกหรือเปล่า ขอให้พี่น้องช่วยกันสวดภาวนาเป็นพิเศษสำหรับเรื่องนี้ด้วยนะครับ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การประจญในชีวิต

หลังจากพระเยซูคริสตเจ้าทรงรับพิธีล้างที่แม่น้ำจอร์แดน นักบุญมาระโกเล่าว่า “พระจิตเจ้าทรงดลให้พระองค์เสด็จเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นสี่สิบวัน ทรงถูกซาตานประจญ”(มก.1:12-13) พระจิตเจ้าทรงนำพระองค์ไปให้ถูกประจญ แสดงว่าการประจญของพระเยซูคริสตเจ้านั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับพระองค์ เนื่องจากการประจญนี้เกิดขึ้นหลังจากพระองค์ได้รับการยืนยันจากสวรรค์ว่า พระองค์เป็นบุตรสุดที่รักของพระบิดา “ท่านเป็นบุตรที่รักของเราเป็นที่โปรดปรานของเรา”(มก.1:11) การประจญนี้จึงเป็นการประจญในฐานะบุตรของพระเจ้า แล้วพระองค์ได้ชัยชนะ แสดงว่าพระเจ้าทรงมีชัยชนะเหนือความชั่วร้ายซาตานแล้ว

การถูกประจญ มีความหมายหลายอย่าง การชักชวนให้หลงไป การล่อลวง การยั่วยวนให้ทำผิด ทำบาป ทำผิดศีลธรรมทางเพศ และในพระวรสารยังให้ความหมายที่เคร่งเครียดหรือหนักกว่านี้ด้วย นั่นก็คือประจญเรื่อง “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” ในพระเจ้า พระเยซุคริสตเจ้าถูกประจญจากซาตานในถิ่นทุรกันดาร ให้ข้อคิดกับเราหลายประการ ขนาดพระบุตรของพระเจ้าเองยังถูกประจญ แล้วเราเป็นใครกัน จึงทำให้เราต้องระวังตัวอยู่เสมอเพราะการประจญมีโอกาสเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกขณะจิต เป็นต้นในยามที่เราไม่บังตนเองหรือปล่อยตัวตามสบาย พระศาสนจักรสอนเราคริสตชนเสมอให้พยายามเจริญชีวิตอย่างรอบคอบ พิจารณาไตร่ตรอง และบังคับตนเอง

พระวรสารนักบุญมัทธิวได้เล่ารายละเอียดของการถูกประจญของพระเยซูคริสตเจ้าไว้ว่า พระองค์ทรงถูกประจญเรื่องอะไรบ้าง (มธ.4:2-10) แต่นักบุญมาระโกไม่ได้เล่าถึงแม้ท่านไม่ได้เล่า เราก็พอจะอนุมานได้โดยประสบการณ์ของเราว่า เวลาเราอยู่เงียบเราจะคิดหรือไตร่ตรองเรื่องอะไรบ้าง เรื่องที่เราคิดอาจจะเป็นเรื่องชีวิตของเรา หน้าที่การงาน ครอบครัวฯลฯ การประจญที่พระเยซูคริสตเจ้าได้ประสบน่าจะเป็นการประจญในฐานะบุตรที่พระเจ้าทรงโปรดปราน ทำไมบุตรที่พระบิดาทรงโปรดปรานต้องมีชีวิตที่ลำบากอย่างนี้ และพระองค์จะน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาหรือไม่ คริสตชนเมื่อรับศีลล้างบาปแล้วเราได้รับสิทธิการเป็นบุตรของพระเจ้าคืนมา เราอยู่ในฐานะบุตรของพระเจ้า กี่ครั้งมาแล้วเมื่อประสบกับความทุกข์ลำบากเราตั้งคำถามกับพระเจ้า เราสงสัยว่าทำไมพระองค์ปล่อยให้เราเป็นอย่างนี้ ทำไมพระองค์ทอดทิ้งเรา ไม่ช่วยเหลือเรา การประจญที่พระวรสารให้ความสำคัญคือ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” ในพระเจ้า จึงถูกนำขึ้นมาไตร่ตรองในภาวะเช่นนี้ว่า “เราจะเชื่อมั่นไว้วางใจในพระเจ้าหรือไม่” นี่แหละเป็นการประจญที่พระเยซูคริสตเจ้าปรารถนาให้เราต่อสู้และเอาชนะทุกวัน โดยสวดภาวนาว่า “โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ”

พระวรสารฉบับอื่นระบุชัดว่าพระเยซูคริสตเจ้าชนะการประจญ โดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้พระศาสนจักรจึงเตือนเราเมื่อเริ่มต้นเทศกาลมหาพรตว่า “จงกลับใจและเชื่อข่าวดีเถิด”(มก.1:15) เทศกาลมหาพรตจึงเป็นเทศกาลที่เราต้องฝึกฝนตนมากๆ ในการบังคับตนเอง จำศีลอดอาหาร สวดภาวนา และทำกิจเมตตา เพื่อใช้โทษบาปชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ทำให้เราเหมาะสมเป็นที่ประทับของพระเจ้า และเราจะมีพลังสามารถเอาชนะการประจญในชีวิตของเรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันเสาร์ที่ 3 มี.ค. 2012 เป็นวันผู้สูงอายูของวัดเรา ชมรมผู้สูงอายุจัดให้มีการเข้าเงียบรำพึง แบ่งปันพระวาจา และมิสซาร่วมกันขอเชิญผู้สูงอายุ และพี่น้องที่ต้องการเข้าเงียบมาร่วมเข้าเงียบในวันดังกล่าวนี้ด้วย ลงทะเบียนเวลา 8.00-9.00 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 2012 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำเด็กมาล้างบาปขอให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  5. ประกาศแต่งงานระหว่าง คริสโตเฟอร์ วัชระ ทิพารมย์ บุตรของ นาย คำนึง ทิพารมย์ และ เทเรซา รวีวรรณ รุ่งเรืองกนกกุล กับ นางสาว ทิวารัตน์ ศิริปรุ บุตรีของ นาย สมพงษ์ ศิริปรุ และ นาง แดง ศิริปรุ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 26-02-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.