ฉบับที่ 13009 วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2013 อาทิตย์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

ใกล้ๆวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรามีมหาวิทยาลัยอยู่หลายแห่ง และมีโรงเรียนอยู่มากมาย ในมหาวิทยาลัยและบรรดาโรงเรียนเหล่านี้ บางแห่งมาเชิญพ่อไปสอนจริยธรรมในโรงเรียน แต่ส่วนใหญ่อาจารย์ที่สอนจริยธรรมและศาสนาเปรียบเทียบก็มักจะมอบงานให้นักเรียน หรือนักศึกษาออกมาสัมภาษณ์บรรดาผู้นำศาสนาในประเด็นต่างๆทางจริยธรรม และคำสอนของศาสนา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้สำหรับพ่อแล้วพ่อไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนัก เพราะประเทศของเราได้รับบทเรียนมาหลายครั้งแล้วว่า จริยธรรมคุณธรรมต่างๆมีความสำคัญในการสร้างคนให้เป็นคนที่บริบูรณ์ สามารถทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม สังคมวันนี้ต้องการคนดีมีคุณธรรมมากกว่าคนเก่ง เพราะคนเก่งแต่ขาดคุณธรรมความดีเป็นตัวกำกับให้ดำเนินชีวิตอยู่ในร่องในรอย ก็มักจะเป็นผู้ทำลายสร้างความเสียหาย หาผลประโยชน์มากกว่าช่วยพัฒนาสังคม ทำให้คนอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ด้วยเหตุนี้นักการศึกษาจึงพยายามจัดให้มีการสอนหรืออบรมจริยธรรมและศาสนาในโรงเรียน

มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งมาถามพ่อว่า “ท่านบาทหลวงเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมไหม” พ่อตอบนักศึกษากลุ่มนั้นไปว่าศาสนาคริสต์ไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด จึงมีความคิดเรื่องกฎแห่งกรรมต่างจากศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเชื่อว่าใครทำอะไรไว้ตายไปแล้วต้องไปชดใช้กรรม กรรมตามไปถึงชาติหน้าเมื่อเกิดใหม่ก็อาจจะเกิดเป็นอะไรก็ไม่รู้ แล้วจะต้องชดใช้กรรมกันไป ศาสนาคริสต์ไม่ได้เชื่ออย่างนี้แต่เราเชื่อว่ากรรมคือผลของการกระทำ ในโลกนี้เราทำดีหรือชั่วก็จะส่งผลถึงชีวิตหลังความตาย ใครทำความดีก็จะมีความสุขกับพระเจ้าในสวรรค์นิรันดร ใครทำความชั่วก็จะได้รับความทุกข์นิรันดร ส่วนคนที่กลางๆดีบ้างมีความผิดพลาดบ้างก็ต้องชำระวิญญาณให้บริสุทธิ์เสียก่อนจึงเข้าสวรรค์ได้ เพราะเราเชื่อมั่นในความรัก ความเมตตา และพระยุติธรรมของพระเจ้าการเชื่อเรื่องกรรมหมายถึงผลของการกระทำ ไม่ต้องรอให้เสียชีวิตเสียก่อนผลของการกระทำนั้นจึงปรากฏผล แต่ผลมันเกิดตั้งแต่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว “ทำดีก็ดีเลย ทำชั่วก็ชั่วเลย” ไม่ต้องรอให้ถึงหลังความตาย เมื่อนำเสนอความคิดเช่นนี้หลายๆคนอาจจะคัดค้านว่า “เห็นคนชั่วเขาก็มีความสุขกันดี แต่คนดีกลับลำบาก” เพราะเราพิจารณาและตัดสินได้แต่ภายนอกแต่ส่วนลึกในใจไม่มีใครหยั่งรู้ บางคนภายนอกดูดีมีความสุขมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงแม้แต่เพื่อนฝูงก็ไว้ใจไม่ได้ “ไม่มีเพื่อนแท้ ไม่มีศัตรูถาวร” ไปไหนมาไหนต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ บางคนมีเงินทองมากมายแต่มีในชื่อของตนเองไม่ได้ ต้องไปใช้ชื่อคนอื่นและคนอื่นจะไว้ใจได้แค่ไหนก็ไม่รู้ คิดเพียงแค่นี้เราพอจะอนุมานได้แล้วว่าเขามีความสุขหรือไม่มี หรือบางคนชอบเอาชนะ เมื่อชนะแล้วได้อะไรถ้ามีความทุกข์ ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจมโนธรรมมันเฆี่ยนตีเขาไปเรื่อยๆจนกว่าจะสำนึกผิดกลับใจ บางคนชอบเก็บความอาฆาตแค้นไว้ในใจพระคัมภีร์กล่าวไว้ชัด “ใครก็ตามที่คิดแก้แค้นตั้งแต่อยู่ในมุ้งพระเจ้าจะสาปแช่ง” ความจริงพระเจ้าไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดสาปแช่งมนุษย์หรอก แต่ความคิดร้ายๆนั้นแหละจะทำร้ายคนๆนั้นเอง เขาจะเป็นทุกข์ใจนอนไม่หลับ ฯลฯ ในที่สุดจะเกิดภาวะที่เรียกว่า Psychosomatic จิตส่งผลถึงกายและป่วยในที่สุด พ่อจึงกล่าวว่า “ทำดีก็ดีเลย ทำชั่วก็ชั่วเลย” ครับ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเจ้าของเราทรงพระเมตตาและให้โอกาสเสมอ

เมื่อมีภัยพิบัติต่างๆ เหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้นในโลกในสังคมของเรา อาทิ น้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว พายุใหญ่เข้าถล่มเมืองนั้นเมืองนี้ อุกกาบาตตกในประเทศรัสเซีย สึนามิ ฯลฯ เราลองถามตนเองหรือลองฟังการบอกเล่าจากคนอื่นก็ได้ เราจะพบว่ามีคนจำนวนมากมุ่งความคิดมุ่งประเด็นไปที่ “พระเจ้าลงโทษเพราะมนุษย์ทำบาปทำผิดอะไรสักอย่าง” “หรือความชั่วร้ายบาปของมนุษย์” คำถามที่เกิดขึ้นมักจะออกมาในทำนองที่ว่า เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร ใครทำอะไรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าไม่พอพระทัยหรือเปล่า ประเด็นคำถามที่นักบุญลูกากล่าวถึงในพระวรสารเป็นคำถามในทำนองนี้ คำตอบของพระเยซูคริสตเจ้าจึงเป็นการแก้ความเข้าใจผิดของมนุษย์ที่ว่า ภัยพิบัติและความทุกข์ยากลำบากต่างๆมีต้นเหตุจากบาป “คนบางคนเข้ามาทูลพระเยซูเจ้าถึงเรื่องชาวกาลิลี ซึ่งถูกปีลาตสั่งประหารชีวิตในขณะถวายเครื่องบูชา”(ลก.13:1)

คำถามที่พระเยซูคริสตเจ้าถามประชาชนแฝงไปด้วยนัยสำคัญให้เราต้องไตร่ตรองชีวิตของเรามากๆ “ท่านคิดว่าชาวกาลิลีเหล่านี้เป็นคนบาปมากกว่าชาวกาลิลีทุกคนหรือ”(ลก.13:2) คนที่หอสิโออัมพังทับตายก็เช่นกัน พระองค์ถามคำถามเดียวกัน และพระองค์ทรงย้ำว่า “ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะต้องพินาศไปเช่นเดียวกัน”(ลก.13:5) ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้เพื่อต้องการจะเตือนเราว่า “บาปไม่ใช่เหตุผลโดยตรงของเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น” ที่เหตุการณ์การร้ายๆเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ขาดความรัก ความเมตตา และความรับผิดชอบ ไม่ได้ปฏิบัติตามพระประสงค์และกฎเกณฑ์ที่พระเจ้าวางไว้ ยอมให้กิเลสตัณหาครอบงำใจจนในที่สุดมนุษย์จะทำร้ายกัดกินกันเอง และทำลายทุกสิ่ง อีกนัยหนึ่งจากเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น พระองค์ต้องการให้เราได้ไตร่ตรองถึงความเป็นอนิจจังของโลกและสรรพสิ่งในโลก ด้วยเหตุนี้แทนที่พระองค์จะตอบคำถามว่าทำไม หรือเพราะอะไร พระองค์กลับเชิญชวนให้ทุกคนกลับใจใช้โทษบาป ที่เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นกับชนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นคนบาปมากกว่าเรา แต่เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นจากธรรมชาติความเป็นอนิจจังของโลกและสรรพสิ่งอยู่แล้ว มีเกิดก็มีตาย มีความเจริญก็มีวันเสื่อมสลาย มีหนุ่มสาวและมีความชราภาพฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกระบวนการนี้หลังจากมนุษย์ตกในบาปแล้ว เนื่องจากโลกเป็นอนิจจังอย่างนี้พระเยซูเจ้าจึงเตือนให้เราดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบ เพราะทุกคนเป็นคนบาปต้องการการกลับใจใช้โทษบาปทั้งสิ้น

หลังจากเล่าเรื่องเหตุการณ์ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งกาลเวลาชวนให้กลับใจใช้โทษบาปแล้ว นักบุญลูกาได้เล่าเรื่องต้นมะเดื่อเทศไร้ผล ท่านเน้นเรื่องความเพียรทนของพระเจ้าที่มีต่อความบาปผิดของเรามนุษย์ และท่านยังระบุเวลา 3 ปี ซึ่งตรงกับระยะเวลา 3 ปีที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงออกมาเทศน์สอนจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระเจ้าเสด็จมาตักเตือนเทศน์สอนมนุษย์ด้วยพระองค์เอง ประทานเครื่องหมายแห่งกาลเวลา สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปโทษของมนุษยชาติ อีกทั้งยังให้เวลาให้โอกาสมนุษย์มากมาย เพื่อให้มนุษย์กลับใจได้รับความรอดพ้น แต่ยังมีมนุษย์จำนวนมากมายไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เราจึงเห็นได้ว่ามนุษย์สมควรพินาศแต่พระเจ้ายังให้โอกาสและเพียรทนต่อเราอยู่เสมอ พระวาจาของพระเจ้าจึงเตือนใจเราให้ใช้เวลาและโอกาสที่พระองค์ประทานให้ ในการกลับใจใช้โทษบาปเพื่อเราจะได้รับความรอดพ้น

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจะเปิดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ประมาณวันจันทร์ที่ 25 มีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ลงชื่อผู้ที่จะมาเรียน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับ-ส่งได้ที่หน้าวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. ทุกๆวันอาทิตย์ทางวัดมีสอนคำสอนผู้ใหญ่ เวลา 10.30 น. ขอเชิญผู้ที่สนใจเป็นคาทอลิก และผู้ที่ต้องการมาทบทวนคำสอน มาเรียนคำสอนได้
  4. อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ประกาศรณรงค์ให้คริสตชน ทุกวัด ทุกครอบครัว ทุกคน สวดภาวนาเพื่อพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 16 เพื่อแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อพระองค์ และสวดภาวนาสำหรับการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่นี้
  5. พี่น้องหลังมิสซาวันอาทิตย์ทุกวันอาทิตย์ มีอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันที่ศาลาเรือนไทย ขอเชิญพี่น้องทุกท่านที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. ขอบคุณบราเดอร์ ชนภัทร ศุขะเนตร ที่มาช่วยงานอภิบาลตลอดทั้งปีในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขอพระเจ้าอวยพรและตอบแทนน้ำใจดีของบราเดอร์ด้วย

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 03-03-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.