เนื้อหาทั้งหมดของ ‘Uncategorized’

สารวัด ฉบับที่ 151238 วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, July 30th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 10:38-42

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธารับเสด็จพระองค์ที่บ้าน นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้า คอยฟังพระวาจาของพระองค์ มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้ จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง” แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้”

ข้อคิด

พระวรสารวันนี้ มารธายุ่งอยู่กับการเตรียมต้อนรับพระเยซูเจ้า เปิดบ้าน เตรียมอาหาร ยุ่งอยู่กับการเตรียมสิ่งของภายนอก แต่จิตใจและหัวใจปิดจนลืมพระเยซูเจ้า ผู้เสด็จมาในบ้านของมารธาเอง การรับใช้เพื่อนพี่น้องเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าให้ดีกว่านั้น คือ การรับใช้นั้นเป็นผลมาจากความรักที่มีต่อพระเยซูเจ้า หากการรับใช้ไม่ได้มาจากความรักต่อพระเยซูเจ้า เราทุกคนคงเป็นเหมือนมารธา ได้แต่บ่น บ่นและบ่น “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง”

ผืนดิน

พระเจ้าผู้เดินอยู่บนผืนแผ่นดิน

มิใช่ตำนานเล่าขานของอดีต

แต่….เรื่องจริงที่จับต้องได้ของปัจจุบัน

….พระเยซูเดินเท้าไปเยี่ยมเพื่อนสนิทสองพี่น้อง

คนพี่….มารธา ยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้

คนน้อง….มารีย์ นั่งอยู่แทบพระบาทฟังพระองค์

มารธาเต็มด้วยการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า

มารีย์เต็มด้วยพระวาจาของพระเจ้า

ความต่างได้ก่อตัวขึ้น

….และได้กลับกลายเป็นความขัดแย้งที่จำต้องตัดสินใจเลือก

มารีย์ที่นั่งแทบพระบาทดูต่ำต้อย ไร้ค่า และเสียเวลา

เธอกำลังลืมม่านประเพณีที่เก็บสตรีไว้หลังบ้านเมื่อแขกมาเยือน

เธอกำลังเดินสวนทางวัฒนธรรมที่ปิดกั้นสตรีจากการเรียนรู้

มารีย์นั่งอยู่อย่างยากลำบาก

….บาดเจ็บด้วยเสียงบ่นและดวงตาตำหนิ

ในความยากจนและเจ็บปวด

พระเยซูทรงยื่นพระหัตถ์ออกปกป้องและเยียวยา

สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว

มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้

ทรงประกาศลำดับคุณค่าและความสำคัญใหม่

….แม้สวนทางกับประเพณีและวัฒนธรรม

ผืนดินดีที่ต้อนรับเมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เป็นผืนดินที่รับฟังพระวาจา….เก็บรักษาไว้

และก่อให้เกิดผลด้วยความพากเพียร

เป็นผืนดินนี้ของมารีย์ที่พระเจ้าหวงแหนและเห็นคุณค่า*

 

ประกาศประชาสัมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้ว

  1.  เชิญผู้อาวุโส ร่วมแสวงบุญในระดับสังฆมณฑล  วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2019  ท่านใดสนใจ ติดต่อคุณภัทรกาญจน์ (คุณแขก) หรือ คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)
  2. เชิญเยาวชนที่สนใจ เข้าร่วมการอบรม ผู้นำเยาวชน (ส่งเสริมทักษะในการเป็นผู้นำ) ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กรกฏาคม ถึงวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 ณ The Bloom by TV Pool (เขาใหญ่) อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียดติดต่อประธานเยาวชน คุณสุภัสสรา ณ ลำปาง
  3. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี” วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด
  4. ขณะนี้ทางวัดกำลังดำเนินการติดตั้งเครื่อง PROJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา พี่น้องท่านใดจะร่วมเป็นสปอนเซอร์ค่าใช้จ่าย ติดต่อคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาล ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและพร้อมเพรียงในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

(มติที่ประชุมคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้มอบให้คุณปรีชาและคุณวุฒิชัย ดำเนินการ หากพี่น้องมีข้อคิดหรือข้อเสนอแนะ ติดต่อทั้งสองท่านได้เลยครับ)

  1. มีพี่น้องบางท่าน ขอให้ทางวัดช่วยซ่อมแซมถนนหน้าทางเข้าวัดของเรา เพราะเป็นหลุมเป็นบ่ออันเนื่องมาจากฝนตกในฤดูฝนนี้ มติที่ประชุมสภาภิบาล รับทราบให้มีการซ่อมแซมและจะดำเนินการต่อไป อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่านร่วม (ภาวะจำยอม) ขอให้พี่น้องอดทนในความยากลำบาก และอลุ่มอล่วยกันและกันนะครับ
  2. ที่ประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้พูดคุยกันถึงความก้าว หน้าของโลก Social Media ในปัจจุบัน เราสามารถรับรู้ข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทางวัดจึงคิดจะเปิด Line กลุ่มของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของเรา และเชิญชวนให้สัตบุรุษทุกท่านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสื่อสารและรับทราบข่าวสารต่างๆของวัดและของพระศาสนจักร จึงขอถามความคิดเห็นของพี่น้องทุกท่านด้วยครับ (อย่างไรก็ดี คงต้องมีกฎกติกาและระเบียบของการเข้าร่วมกลุ่ม Line ของวัดด้วย ซึ่งจะได้ดำเนินการวางกฎ-กติการะเบียบต่อไป) หากพี่น้องมีข้อ คิดเห็น+เสนอแนะ ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า นะครับ
  3. คณะกรรมการส่งเสริมชีวิตครอบครัว เขต 2 จัดสัมนาการแต่งงานกับพี่น้องต่างความเชื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2019 ที่วัดอัครเทวดามีคาแอลสะพานใหม่ เวลา 08.00-15.00 น. ผู้สนใจเชิญลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  4. เชิญคู่แต่งงานที่ครบรอบแต่งงาน 25 ปี และ 50 ปี พอดีในปี 2019 นี้ เข้าร่วมพิธีรื้อฟื้นการแต่งงาน ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2020 คู่แต่งงานที่ครบ 25 ปีและ 50 ปี ที่สนใจเชิญลงชื่อเพื่อขอรับใบพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาได้ภายในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2019 ลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  5. 9. ตามที่ได้เคยมีมติจัดฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต วันที่ 11 สิงหาคม 2019 (วันตรงคือวันที่ 15 สิงหาคม ด้วย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1969 คุณพ่อแปร์เรย์ได้ถวายมิสซาที่วัดหลังเก่า เป็นครั้งแรก ถึงปีนี้ครบ 50 ปีพอดี) คณะกรรมการสภาภิบาลได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันอีกครั้ง มีเหตุผลหลายๆ ประการ จึงมีมติให้เลื่อนไปจัดฉลองในวันฉลองวัดประจำปี 1 มกราคม

อนึ่ง        เพื่อเป็นการระลึกถึงวันครบรอบ 50 ปี มติที่ประชุมเสนอให้จัดเป็นการภายใน ในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พร้อมกับการสมโภชพระแม่เจ้ารับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ให้มีการแห่ถวายเกียรติแด่พระแม่ ประกาศให้พี่น้องสัตบุรุษวัดรังสิต มาร่วมกันเทิดเกียรติพระแม่อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังมิสซาจัดให้มีอาหารเบาๆ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและสังสรรค์กันในระหว่างพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จีงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบโดยทั่วกันด้วยครับ

คณะกรรมการสภาฯ ตกลงให้มีการจัดทำเสื้อที่ระลึก จัดจำหน่ายให้สัตบุรุษเพื่อเป็นการะลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดรังสิตของพวกเรา และเพื่อร่วมรณรงค์ในการกำจัดถุงพลาสติก ขยะที่ทำลายโลกของเรา จะจัดทำถุงผ้าเพื่อแจกและมอบให้กับผู้ที่ทำบุญให้กับวัดในโอกาสระลึก 50 ปี ของชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าวรังสิตด้วย กำลังดำเนินการออกแบบ เลือกสี และจัดทำตัวอย่างมาให้พี่น้องได้เห็นและสั่งจองในเร็ววันนี้ด้วย

ประกาศประชาสัมพันธ์ อาทิตย์ที่  21 กรกฎาคม 2019

  1. 1. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด
  2. 2. มีพี่น้องบางท่าน ขอให้ทางวัดช่วยซ่อมแซมถนนหน้าทางเข้าวัดของเรา เพราะเป็นหลุมเป็นบ่ออันเนื่องมาจากฝนตกในฤดูฝนนี้ มติที่ประชุมสภาภิบาล รับทราบให้มีการซ่อมแซมและจะดำเนินการต่อไป อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่านร่วม (ภาวะจำยอม) ขอให้พี่น้องอดทนในความยากลำบาก และอลุ่มอล่วยกันและกันนะครับ
  3. 3. ที่ประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้พูดคุยกันถึงความก้าวหน้าของโลก Social Media ในปัจจุบัน เราสามารถรับรู้ข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทางวัดจึงคิดจะเปิด Line กลุ่มของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของเรา และเชิญชวนให้สัตบุรุษทุกท่านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสื่อสารและรับทราบข่าวสารต่างๆของวัดและของพระศาสนจักร จึงขอถามความคิดเห็นของพี่น้องทุกท่านด้วยครับ (อย่างไรก็ดี คงต้องมีกฎกติกาและระเบียบของการเข้าร่วมกลุ่ม Line ของวัดด้วย ซึ่งจะได้ดำเนินการวางกฎ-กติการะเบียบต่อไป) หากพี่น้องมีข้อคิดเห็น+เสนอแนะ ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า นะครับ
  4. 4. คณะกรรมการส่งเสริมชีวิตครอบครัว เขต 2 จัดสัมนาการแต่งงานกับพี่น้องต่างความเชื่อ วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2019 ที่วัดอัครเทวดามีคาแอลสะพานใหม่ เวลา 08.00-15.00 น. ผู้สนใจเชิญลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  5. 5. เชิญคู่แต่งงานที่ครบรอบแต่งงาน 25 ปี และ 50 ปี พอดีในปี 2019 นี้ เข้าร่วมพิธีรื้อฟื้นการแต่งงาน ในวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2020 คู่แต่งงานที่ครบ 25 ปีและ 50 ปี ที่สนใจเชิญลงชื่อเพื่อขอรับใบพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาได้ภายในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2019 ลงชื่อได้ที่คุณธีรศักดิ์และคุณพิชพิชาญ (คุณตั้ม)
  6. 6. ตามที่ได้เคยมีมติจัดฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต วันที่ 11 สิงหาคม 2019 (วันตรงคือวันที่ 15 สิงหาคม ด้วยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1969 คุณพ่อแปร์เรย์ได้ถวายมิสซาที่วัดหลังเก่าเป็นครั้งแรก ถึงปีนี้ครบ 50 ปีพอดี) คณะกรรมการสภาภิบาลได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันอีกครั้ง มีเหตุผลหลายๆ ประการ จึงมีมติให้เลื่อนไปจัดฉลองในวันฉลองวัดประจำปี 1 มกราคม

อนึ่ง      เพื่อเป็นการระลึกถึงวันครบรอบ 50 ปี มติที่ประชุมเสนอให้จัดเป็นการภายใน ในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พร้อมกับการสมโภชพระแม่เจ้ารับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ให้มีการแห่ถวายเกียรติแด่พระแม่ ประกาศให้พี่น้องสัตบุรุษวัดรังสิต มาร่วมกันเทิดเกียรติพระแม่อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังมิสซาจัดให้มีอาหารเบาๆ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและสังสรรค์กันในระหว่างพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จีงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบโดยทั่วกันด้วยครับ

คณะกรรมการสภาภิบาลตกลงให้มีการจัดทำเสื้อที่ระลึกจัดจำหน่ายให้สัตบุรุษเพื่อเป็นการระลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดรังสิตของพวกเรา และเพื่อร่วมรณรงค์ในการกำจัดถุงพลาสติก ขยะที่ทำลายโลกของเรา จะจัดทำถุงผ้า เพื่อแจกและมอบให้กับผู้ที่ทำบุญให้กับวัดในโอกาส ระลึกถึง 50 ปีของชุมชนวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิตด้วย กำลังดำเนินการออกแบบ เลือกสี และจัดทำตัวอย่างมาให้พี่น้องได้เห็นและสั่งจองในเร็ววันนี่ด้วย

  1. อาทิตย์นี้ เราคงได้ทดลองใช้เครื่อง PORJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา เพื่อความสะดวกและความพร้อมเพรียง ในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นอย่างไร…..??? พี่น้องก็แสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ ผ่านทาง LINE ที่ทางวัดกำลังดำเนินการให้พี่น้องได้เข้าถึงได้เลย อนึ่ง ขณะนี้มีพี่น้องหลายท่านได้กรุณามอบปัจจัยในการดำเนินการติดตั้ง PROJECTOR ส่วนหนี่งแล้ว งบประมาณที่ใช้ประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท พี่น้องท่านใดปรารถนาจะช่วยบริจาคเพิ่มเติม ก็ยินดีนะครับ.

    คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151222 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Tuesday, April 16th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจยอมรับและรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ คนที่ฉลาดจริงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างเปิดใจรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และเท่าทันสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  ในค่ายคำสอนครั้งนี้เราได้บราเดอร์จากคณะธรรมฑูตไทย 2 ท่าน และเณรพื้นเมืองจากวัดของเราเอง 1 ท่าน พ่อต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่าเห็นวิธีการทำงาน วิธีการสอนคำสอนของบราเดอร์แล้ว ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจและขัดหูขัดตาพอสมควร แต่เนื่องจากว่าพ่อเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เข้าใจพ่อก็ถาม อยากรู้พ่อก็ไปดูไปศึกษา ในที่สุดการกระทำเช่นนี้ทำให้พ่อสามารถเข้าใจและผสมผสานวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่เข้าด้วยกันได้หรือจูนกันติด พี่น้องเชื่อไหมว่าพ่อเคยได้ยินว่าคุณพ่อที่มีวัยวุฒิมากๆบางท่านเคยส่งเณรและเยาวชนที่มาช่วยงานกลับบ้านมาแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่พ่อเขียนเล่ามาข้างต้นนี่แหละ

พี่น้อง พ่อเชื่อว่าในครอบครัวของพี่น้องหลายๆครอบครัว น่าจะมีปัญหาทำนองนี้อยู่บ้างเหมือนกันช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อลองนั่งคิดดูแบบง่ายๆไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ สิ่งที่พ่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากเตี่ยแม่และผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ถ้าคำนวณจากอายุเตี่ยของพ่อถ้าเวลานี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องมีอายุ 90 กว่าเกือบ 100 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสอนอบรมพ่อมาก็น่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้กันเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว ถ้าเตี่ยกับแม่พ่อรับองค์ความรู้มาจากปู่ยาตายาย องค์ความรู้นั้นก็น่าจะห่างจากเตี่ยแม่ของพ่อ 50 – 60 ปีเช่นเดียวกัน ถ้าเตี่ยแม่พ่อไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านหรือองค์ความ รู้ของการอบรมเลย แสดงว่าองค์ความรู้ที่เขานำมาใช้สั่งสอนอบรมพ่อ เป็นองค์ความรู้ของเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดยประมาณ ถ้าเราเป็นคนใจแคบไม่รับรู้และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา เราจะเป็นคนหลงยุคนะครับ สิ่งที่เราคิดว่าดีมากๆในสมัยของเรา ปัจจุบันอาจจะล้าสมัยไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันเขาไม่ใช้กันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคนเขาบ้าของใหม่ แต่เป็นเพราะว่ามีนักคิดเขาเอาของเก่าที่เราเคยมี ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลดความเสี่ยงความเสียหาย ทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น จนเป็นของที่คนในยุคปัจจุบันนำเอามาใช้กัน ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับเปิดใจมอง เราจะพบว่าหลายๆอย่างมาจากหลักการเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดจุดอ่อนความเสี่ยงของเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับของใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้การทำงานสะดวกราดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีใจกว้างที่จะรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่เช่นนี้ พ่อคิดว่าเราจะสามารถพบจุดเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างระหว่างวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่ได้นะครับ

ที่พ่อเขียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทันสมัยและของใหม่ๆ ดีหมดทุกอย่าง หรือของเดิมๆวิธีการเดิมๆที่เราเคยใช้กันไม่ดีไปเสียหมดทุกอย่างทุกเรื่องก็ไม่ใช่ พ่อคิดว่าเราควรใช้ทุกอย่างให้เหมาะสมกับสถาน การณ์มากกว่า ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตามยุคตามสมัย และผู้ใหญ่จะต้องเป็นความรอบคอบให้กับผู้น้อย เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า ก็น่าจะคิดและมองอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากกว่า ผู้น้อยก็อย่ามองข้ามคำเตือนสอนของผู้ใหญ่ เพราะผมหงอกที่เราเห็นบนศรีษะของท่านเป็นปรีชาญาณที่มองข้ามไม่ได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์

มนุษย์มักจะเอามาตรการที่ตนเองชอบนำมาใช้ตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดของตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นมาตรการตัดสินลงโทษหญิงคนบาป พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านความผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบากและที่สำคัญ พระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ

กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับ เพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหน ทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย เขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสินลงโทษ จนพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปยังความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง  “พวกเขามีบาปหรือเปล่า”  “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่ใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งมีบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความผิดพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงความอ่อนแอความผิดพลาดของตนเอง

เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลายให้แตกดับ ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บุตรของพระจ้าโดยคืนภาพลักษณ์ของพระเจ้าให้ด้วยความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย ทำให้เราเข้าใจสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตากรุณาของพระองค์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตร การของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ใบลานมาถึงที่วัด ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ และขอให้นำมาคืนที่วัดก่อนวันแห่ใบลาน เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 เวลา 9.00 น.
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

ตารางเวลาในตรีวารปัสกา

** วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.  เวลา 19.00 น.

** วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

** วันเสาร์ที่ 20 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

7. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151212 วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม ค.ศ.2019

Monday, January 28th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

       รำพึงจากพระวาจาประจำวัน ทั้งๆที่มีพระสัญญาว่าจะให้เข้าไปในที่พักผ่อนกับพระองค์ แต่เราก็ต้องกลัวว่า อาจมีบางคนที่ไปไม่ถึง ความจริงเราได้รับข่าวดีเช่นเดียวกับเขาเหล่านั้น แต่พระวาจาที่ได้ยินนั้นไม่มีประโยชน์ต่อเขา เพราะเขาไม่มีความเชื่อเหมือนกับผู้ที่ฟัง (ฮบ.4:1-2) เพราะฉะนั้นหลายๆคนที่คิดว่าสวรรค์เป็นของตายอยู่แล้ว เนื่องจากเราได้รับศีลล้างบาปเราเป็นลูกของพระเจ้า ก็อาจพลาดท่าไม่ได้เข้าสวรรค์ที่พักผ่อนที่แท้จริงได้เหมือนกัน เพราะว่าเขาไม่มีความเชื่อ ด้วยเหตุนี้ ข่าวดีพระวาจาของพระเจ้า ที่มาจากแหล่งต่างๆที่พระเจ้าทรงสอนเตือนจึงไม่มีประโยชน์สำหรับเขา การไม่มีความเชื่อและไม่ปฏิบัติตามพระวาจาของพระเจ้า เกิดมาจากคนๆหนึ่งที่ไม่ใส่ใจในเรื่องของพระเจ้า พวกเขาถูกกระแสของโลก ลาภ ยศ สรรเสริญพัดพาไปไกลเกินกว่าจะมาสนใจในเรื่องของพระเจ้า เรื่องของพระเจ้าจึงเป็นเรื่องไกลตัวและเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับคนเหล่านี้

       พระคัมภีร์บทจดหมายถึงชาวฮีบรู ยังได้อ้างหนังสือปฐมกาลอย่างจงใจด้วยว่า พระเจ้าทรงพักผ่อนจากการงานทุกอย่างในวันที่เจ็ด” (ฮบ.4:4) การอ้างอย่างจงใจเช่นนี้ทำให้เราคริสตชนต้องคิดถึงวันอาทิตย์วันพระเจ้า และการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณของเราว่า เราให้คุณค่าความสำคัญกับวันศักดิ์สิทธิ์นี้มากน้อยแค่ไหน เพราะกิจการที่เราแสดงออกมาภายนอกนั้น เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชื่อที่อยู่ภายในอย่างชัด เจนที่สุด หลายๆคนขาดการมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณในวันอาทิตย์โดยมีเหตุผลที่ไม่สมควรเลยๆจริง อาทิ เพราะฉันเหนื่อยจากการทำงานมา 5-6 วันแล้ว อีกหลายๆคนก็ไม่มาเลยหรือมาปีละครั้งหรือ 2 ครั้ง และสิ่งที่คนเหล่านี้อ้างถึงคือพวกเขาไม่มีเวลาต้องทำมาหากิน การไม่ใส่ใจในเรื่องของพระเจ้าเช่นนี้มีความหมายเดียวกับสิ่งที่พ่อกล่าวมาข้างต้น คือพวกเขาไม่มีความเชื่อพระวาจาของพระเจ้าที่ประกาศมาจากแหล่งต่างๆ ซึ่งอาจมาจากพระคัมภีร์โดยตรง อาจมาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม หรือการเตือนสอนของพ่อแม่และคนอื่นๆ จึงไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเขา เพราะพวกเขาไม่เปิดใจรับฟัง บุคคลเหล่านี้จึงมีโอกาสที่จะไม่ได้เข้าไปพักผ่อนในพระอาณาจักรสวรรค์เช่นเดียวกัน

ในช่วงเวลานี้ พ่อเริ่มประชาสัมพันธ์เรื่องค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนแล้ว ในปัจจุบันการที่เราจะได้สามเณรใหญ่มาช่วยสอนคำสอนภาคฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะจำนวนเณรน้อยลงไปอย่างน่าใจหาย แต่ปีนี้วัดของเรายังโชคดีพระชนนีของพระเป็นเจ้าช่วยเรา เราจึงได้สามเณรใหญ่คณะธรรมทูตมาช่วยสอนคำสอน 2 ท่าน แต่อย่างไรก็ตามพ่อ ก็คงจะได้ยินคำเดิมๆประโยคเดิมๆที่ได้ฟังมายังเกือบทุกปี  พ่อจะทำอย่างไรลูกของฉันหลานของฉันยังไม่ได้รับศีลมหาสนิท….. ศีลกำลังเลย แต่ไม่มีเวลามาเรียนคำสอน เพราะต้องไปเรียนดนตรี เรียนว่ายน้ำ ไปเข้าค่ายภาษาอังกฤษ ต้องไปเรียนปรับฐาน ฯลฯ พ่อก็คิดแบบเดิมๆเหมือนกัน แปลกนะ ที่เราบอกว่าเราเชื่อ เราวางใจ เรารักพระจ้า และเรามีเวลาเรียนทุกสิ่งทุกอย่างแต่เราไม่มีเวลาเรียนรู้เรื่องของพระเจ้า ซึ่งเป็นวิธี การที่จะเอาตัวรอดไปสวรรค์ พ่อจึงปรารถนาที่จะเตือนใจผู้ปกครองทั้งหลาย ด้วยคติพจน์ที่พ่อเคยพบในโรงเรียนเครือเซนต์คาเบรียลที่พ่อจำมาแบบระท่อนกระแท่น อันวิชาความรู้ต้องเล่าเรียนเพียรขยัน แต่สวรรค์ดีกว่าเราอย่าลืม

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

ข่าวดีสำหรับคนยากจน

ถ้าเราอ่านพระวรสารของนักบุญลูกา ด้วยการพินิจพิจารณาไตร่ ตรองอย่างลึกซึ้ง เราจะพบว่างานเขียนของท่านเน้นถึงพระเมตตาของพระเจ้า ความรักความเอาใจใส่ของพระเจ้าต่อคนยากจน บุคคลชายขอบของสังคม และบุคคลที่สังคมประณามดูถูกเหยียดหยาม ท่านจึงจงใจเริ่มต้นพระวรสารของท่านด้วยความสุภาพว่า “ท่านเธโอฟีลัสที่เคารพรักยิ่ง คนจำนวนมากได้เรียบเรียงเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา…..ได้ถ่ายทอดเหตุการณ์เหล่านี้ให้เรารู้แล้ว” (ลก.1:1-4) ที่บอกว่าท่านจงใจเริ่มอย่างนี้เพราะ “เธโอฟีลัส” เป็นคำที่มาจากภาษากรีกซึ่งแปลว่า “ผู้ที่รักพระเจ้า” เป็นชื่อที่ไม่เจาะจงหมายถึงใคร ท่านต้องการจะหมายถึงใครก็ได้ที่ต้องการแสวงหาพระเจ้าด้วยความรัก ปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์อย่างลึกซึ้ง เพราะยิ่งรู้จักพระเจ้าลึกซึ้งมากเท่าใดก็จะรักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และที่บอกว่าท่านเริ่มด้วยความสุภาพ เพราะท่านยอมรับว่าท่านไม่ได้เป็นผู้รับคำสอนจากพระเยซู คริสตเจ้าโดยตรง แต่ท่านได้รับการถ่อยทอดมาอีกต่อหนึ่ง แต่กระนั้นท่านก็พยายามเรียบเรียงเรื่องราวเหล่านี้เพื่อเป็นข่าวดีสำหรับพวกเรา

พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาประกาศข่าวดีสำหรับคนยากจน เป็นความหวังสำหรับผู้ที่สังคมประณามไม่คบหา และดูเหมือนว่าประตูสวรรค์จะปิดตายสำหรับคนพวกนี้ไปแล้ว ข่าวดีที่พระองค์ประกาศเป็นความหวังของทุกคน “ทุกคนมีสิทธิ์เข้าสวรรค์” แต่มีข้อแม้ว่า “จะต้องสำนึกผิดกลับใจใช้โทษบาป เปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีพูด และวิถีดำเนินชีวิตของตนให้ตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า” ด้วยเหตุนี้การเทศน์สอนของพระองค์จึงนำความชุ่มชื่นใจ มาให้กับทุกๆคนที่ถูกกดขี่ข่มเหงจากชนชั้นสูงในเวลานั้น จากการขานรับและปฏิกิริยาของประชาชน ทำให้เราทราบว่าความยากจนในทัศนะของนักบุญลูกา ไม่ใช่ความยากจนในเรื่องเงินทองปัจจัยภายนอกเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความยากจนทางด้านจิตใจ สำหรับทุกคนที่โหยหาปรารถนาจะรู้จักพระเจ้า ปรารถนาที่จะได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนของชีวิต ซึ่งคำทำนายของประกาศกอิสยาห์ก็บ่งบอกไว้ชัดเจนแล้ว และพระเยซู คริสตเจ้ายังเน้นว่าพระองค์มาเพื่อการนี้  “พระองค์ทรงเจิมข้าพเจ้าไว้ ให้ประกาศข่าวดีแก่คนยากจน… ปลดปล่อยแก่ผู้ถูกจองจำ… คืนสายตาให้แก่คนตาบอด… ปล่อยผู้ถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ ประกาศปีแห่งความโปรดปรานจากพระเจ้า…พระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว” (ลก.4:18-21)

สิ่งที่พรรณนามาข้างต้นแสดงว่าโซ่ตรวนถูกปลดล๊อกกุญแจไว้แล้ว แต่ไฉนมีผู้คนจำนวนมากมายยังอยู่ในสภาพเดิมๆ เพราะมีหลายๆคนเมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วรีบปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระ แต่อีกหลายคนมือยังคงจับโซ่ตรวนไว้แน่น ย่ำอยู่ที่เก่า นี่จึงเป็นสภาพที่น่าเวทนาเพราะเพียงเขาปล่อยมือจากโซ่ตรวนนั้นมันจะร่วงหล่นลงไปเอง คนที่อยู่ในสภาพเช่นนี้แหละทำให้เราคริสตชนต้องตระหนักถึงหน้าที่ในการประกาศข่าวดี พระเยซูคริสตเจ้าทรงปลดปล่อยมนุษยชาติให้เป็นอิสระจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วก็จริง แต่ยังปรารถนาให้เราทุกคนร่วมมือกับพระองค์ในการประกาศข่าวดีแห่งความรัก ความเมตตา และความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อมนุษยชาติ เมื่อทุกคนได้สัมผัสและรับรู้พวกเขาจะได้ทราบว่าพวกเขาได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ หลุดพ้นจากบาปและความมืดมนแห่งชีวิตแล้วไม่จมอยู่ในนั้นอีกต่อไป.

           พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                               คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่ 2  ก.พ.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10:00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน มิสซาผู้สูงอายุและมิสซาค่ำจะเริ่มด้วยพิธีเสกเทียนและแห่เทียนเข้าวัด ทางวัดจะเตรียมเทียนไว้จำนวนหนึ่ง และพี่น้องสามารถเอาเทียนจากบ้านมาให้เสกได้ด้วย
  2. วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่างหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ และให้นำมาส่งล่วงหน้าด้วย และวันอาทิตย์เดียวกันนี้เป็นวันธรรมทูตไทย พระสงฆ์คณะธรรมทูตไทยจะมาเป็นประธานและเทศน์ในมิสซา
  1. วันอังคารที่ 5 ก.พ. 2019 เป็นวันตรุษจีนปีใหม่ของชาวจีน  จะมีมิสซาวันปีใหม่ของชาวจีน เวลา 9.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาขอพรพระเจ้า ในโอกาสตรุษจีนนี้ด้วย
  1. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น.  ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค 2019  จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019   ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  2. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆจะจัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

:    คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

 

สารวัด ฉบับที่ 151211 วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม ค.ศ.2019

Saturday, January 19th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

        เวลานี้วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรามีอายุครบ 25 ปี ในเรื่องของตัวอาคารถึงเวลาที่เราจะต้องสำรวจดูว่า มีอะไรต้องซ่อมแซมปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือไม่ พ่อพยายามมองๆและสำรวจดูอยู่เหมือนกัน แต่ตาคู่เดียวกับตาหลายๆคู่ ตาหลายๆคู่ยอมดูได้ละเอียดถี่ถ้วนมากกว่า ภายนอกในเรื่องตัวอาคาร เราต้องช่วยกันดูและเสนอความคิดเห็นว่าควรต้องทำอะไรปรับปรุงอะไรบ้าง แต่ที่สำคัญมากกว่าเราต้องถามตัวเราเองว่าการพัฒนาภายในของเรา เราได้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว เรื่องความเชื่อของเราเป็นอย่างไร เราเรียนรู้เรื่องคำสอนมากน้อยแค่ไหน อายุ 25 ปีถ้าเปรียบกับคนๆหนึ่ง ก็ต้องถือว่าคนๆนั้นเป็นหนุ่มใหญ่พอสมควรทีเดียว เขาเริ่มก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างสมภาคภูมิ วุฒิภาวะความรับผิดชอบต้องมีมากขึ้น คนๆนั้นต้องเริ่มพึ่งพาตนเองแสดงความรับผิดชอบและช่วยเหลือผู้อื่น งานเมตตาจิต งานทางด้านสังคมมากขึ้น

ในคลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า พ่อให้สัมภาษณ์ไว้แต่น่าเสียดายผู้ตัดต่อเขาไม่ได้เอาลงไว้ทั้งหมด พ่อให้สัมภาษณ์ไว้ว่า วัดของเราเปรียบเหมือนเมล็ดซีนาปีสที่ชาวสวนเอาไปปลูกไว้ เวลานี้วัดของเราเติบโตเป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ สามารถเป็นพักพิงของนกกา และให้ร่มเงาแก่ผู้เดินทางเหนื่อยล้าได้พอสมควร ถึงเวลาที่เราจะต้องออกจากตนเองไปช่วยเหลือผู้อื่นได้บ้างแล้ว เราต้องกล้าที่จะออกไปและพ่อเชื่อว่าพวกเราทำได้ เพราะเราเคยทำสำเร็จมาแล้ว พวกเราคงจำกันได้ตอนน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 หลังจากน้ำลด พ่อได้ประกาศให้ผู้ที่พอช่วยเหลือผู้อื่นได้ให้รวมทุนกันช่วย เหลือสัตบุรุษวัดของเราที่เดือดร้อน และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ในตอนนั้น พ่อได้เอาเงินที่รวบรวมได้ช่วยเหลือสัตบุรุษวัดของเราแล้วยังสามารถนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้อีก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พ่อประทับใจมากเพราะเป็นสิ่งที่แสดงว่าวั ดของเราเริ่มเป็นต้นไม้ใหญ่พอสมควรจริงๆ นอกจากนั้นพ่อยังคิดไปถึงเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องปัจจัยภายนอก เรื่องความเชื่อศรัทธา การประกาศข่าวดี งานเมตตาจิตอื่นๆ พ่อเชื่อว่าพวกเราทำได้และน่าจะเริ่มต้นลองทำกันดู เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆกับคนใกล้ตัว คนในชุมชนวัดของเรา ร่วมมือกับกิจกรรมต่างๆที่ทางวัดพยายามจัดขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่พ่อกล่าวถึงคือ การพัฒนาทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเอง ซึ่งจะต้องเป็นการพัฒนาจากภายในออกมาสู่ภายนอกจึงเป็นการพัฒนาที่แท้จริงและยั่งยืน เราคริสตชนมีอาหารหล่อเลี้ยงฝ่ายจิตวิญญาณที่ดีเลิศ พระวาจาของพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และการสวดภาวนาอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เราพัฒนาภายในให้เติมโตขึ้นทางความเชื่อศรัมธา เราต้องพยายามหล่อเลี้ยงชีวิตภายในของเราให้เติบโต เมื่อภายในเติบโตและมีเรื่องดีๆอยู่สิ่งที่แสดงออกมาภายนอกจะต้องเป็นสิ่งดีงาม เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเราเช่นนี้ สิ่งออกมาจากปากก็ออกมาจากใจของเรา สิ่งที่เราทำจะดีหรือเลวทำให้เรามีมลทินหรือไม่เป็นสิ่งที่ออกมาจากภายใน ถ้าชีวิตภายในของเราเติบ โตมีความเชื่อศรัทธามีสิ่งดีๆสะสมอยู่ สิ่งที่เราแสดงออกกิจการที่เรากระทำก็จะเป็นสิ่งที่ดีงาม และเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า เราจึงต้องพยายามพัฒนาตัวเราเองเช่นนี้ เพื่อเราจะได้เป็นคริสตชนสมภาคภูมิเป็นศิษย์พระคริสต์และกลายเป็นศิษย์ที่เป็นธรรมทูตประกาศข่าวดีใหม่ต่อไป.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

 

วอนขอด้วยความสุภาพ ความเชื่อ และความวางใจ

การวอนขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าถือว่า เป็นองค์ประกอบอย่างหนึ่งของการสวดภาวนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงความเชื่อ  และความวางใจในพระเจ้าของผู้ที่มีความเชื่อทั้งหลาย เพราะเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่และทรงพระเมตตา สามารถช่วยเหลือเติมเต็มในส่วนที่เราขาดไป หรือเกินความสามารถของเรา เราจึงขอความช่วยเหลือจากพระองค์ เราคริสตชนผู้มีความเชื่อจึงต้องเรียนรู้ว่าจะต้องวอนขออย่างไร เพื่อเราจะได้สามารถสวดภาวนาอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผล จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานสมรสที่หมู่บ้านคานาแคว้นกาลิลี ซึ่งพระนาง มารีย์ได้ขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้า เป็นแบบอย่างทำให้เรารู้ว่าเวลาเราสวดภาวนาเราต้องวอนขอต่อพระเจ้าอย่างไร

พระนางมารีย์วอนขอสิ่งที่จำเป็นจริงๆ และไม่ได้วอนขอเพื่อตนเองแต่วอนขอเพื่อผู้อื่น เมื่อเหล้าองุ่นหมด พระมารดาของพระเยซูเจ้าจึงมาทูลพระองค์ว่า เขาไม่มีเหล้าองุ่นแล้ว (ยน.2:3) ในวัฒนธรรมของชาวยิวในงานมงคลสมรส ถ้าเหล้าองุ่นไม่พอเพียงสำหรับแขกที่มาในงาน จะสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าภาพเป็นอย่างมาก พระนางมารีย์จึงไปขอให้พระเยซูคริสตเจ้าช่วยเหลือกู้หน้าเจ้าภาพไว้ ในการสวดภาวนาเราวอนขออะไร หลายๆคนขอให้มีสุขภาพดี ขอความสงบสุขแก่ครอบครัว ขอเกี่ยวกับเรื่องการงานอาชีพ ฯลฯ การวอนขอเช่นนี้ก็สามารถขอได้ไม่ถือเป็นความผิดอะไร เพราะดูเหมือนว่าเราวอนขอเพื่อตนเอง แต่เบื้องหลังการวอนขอเช่นนี้มันส่งผลดีถึงผู้อื่นอยู่บ้างเหมือนกัน อาทิ ถ้าเรามีสุขภาพดี เราจะสามารถทำหน้าที่ของเราในการสร้างประโยชน์สุขเพื่อผู้อื่นได้เหมือนกัน นักบุญยากอบสอนว่า ท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านวอนขอไม่ถูกต้อง คือวอนขอเพื่อนำไปตอบสนองกิเลสตัณหาของท่าน (ยก.4:.)

พระนางมารีย์วอนขอด้วยความสุภาพ ความเชื่อ และความวางใจ พระนางไม่ได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะแม่ผู้ซึ่งสามารถออกคำสั่งกับลูกได้ แต่พระนางไปบอกถึงความจำเป็นความเดือดร้อนที่กำลังจะเกิดขึ้น และสำนึกด้วยว่าพระนางไม่สามารถช่วยเจ้าภาพได้ด้วยตนเอง แต่เชื่อมั่นว่าลูกของพระนางสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้แน่ๆ ด้วยเหตุนี้พระนางจึงกำชับคนรับใช้ว่า เขาบอกให้ท่านทำอะไร ก็จงทำเถิด (ยน.2:5) หลังจากนั้นแล้วพระนางก็ไม่ได้ไปเซ้าซี้และกล่าวอะไรอีกเลย แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพระนางวางใจว่า  พระเยซู คริสตเจ้าลูกของพระนางจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งในการแก้ปัญหาครั้งนี้อย่างแน่นอน ความสุขภาพ ความเชื่อ และความวางใจ จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้การสวดภาวนาของเรามีประสิทธิภาพประสิทธิผล

หลายๆครั้งในชีวิตเราอยู่ในภาวะอับจนหนทาง ทำอะไรดูจะขัดข้องไปหมด ปัญหาไม่มีทางออก เราทำอะไรไม่ได้เลย จงเลียนแบบพระนางมารีย์ ในการยอมรับความอ่อนแอของตนเองด้วยความสุขภาพ เข้าไปหาพระเจ้าด้วยความเชื่อมั่นในฤทธานุภาพและพระเมตตาของพระองค์ว่า พระองค์จะประทานความช่วยเหลือที่ดีที่สุดสำหรับเรา และฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ด้วยความไว้วางใจ กล่าวกับพระองค์ซื่อๆว่า “ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ ลูกเชื่อและวางใจว่าพระประสงค์ของพระองค์นั้นดี และเป็นประโยชน์สำหรับลูกแน่นอน”

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. พ่อยังสอนคำสอนผู้ใหญ่ทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา ผู้ที่สนใจที่จะมาทบทวนคำสอน และเรียนคำสอนเพื่อรับศีลล้างบาปสมัครได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  1. วันเสาร์ที่ 2  ก.พ.  2019 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด      ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 3 กพ. 2019 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำเด็กมา รับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่ป้านพระสงฆ์
  1. ทางวัดได้ทำเรื่องราวเกี่ยวกับการครบ 25 ปี ของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ไว้บน Youtube เชิญพี่น้องเข้าไปชมได้ โดยถ่ายคิวอาร์โค้ดในสารวัด
  2. ประกาศปิดวัดเพื่อซ่อมแซมเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 21 ม.ค. 2019 เป็นไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ มิสซาบูชาขอบพระคุณ และพิธีกรรมต่างๆจะย้ายไปทำที่ศาลาอเนกประสงค์ ขอความร่วมมือจากพี่น้องทุกๆท่านเป็นต้นผู้รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ช่วยขนย้ายของที่จำเป็น และเตรียมศาลาอเนกประสงค์ให้พร้อมใช้งานได้

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า เชิญพี่น้องเข้าไปชมได้ โดยคลิ๊กลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ

สารวัด ฉบับที่ 51206 วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Thursday, December 13th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

พลังแห่งความหวัง ความหวังเป็นพลังที่ขับเคลื่อนชีวิตคนให้ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ชีวิตของเราที่ดำรงอยู่และดำเนินไปจนถึงทุกวันนี้เราอยู่ด้วยความหวัง ถ้าคนเราสิ้นหวังเสียแล้วทุกอย่างจะจบลง หลายๆคนตัดช่องน้อยแต่พอตัวฆ่าตัวตาย พวกเราลองถามตนเองดูซิว่าที่เราไปกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนเพื่ออะไร พ่อเชื่อว่าทุกคนที่ทำเช่นนี้ต้องมีความหวังคิดว่าจะทำให้กิจการของตนดีขึ้น  เวลามีคนมาขอความช่วยเหลือจากที่วัด มาขอทำงานเพื่อจะได้เงินไปซื้ออะไรทาน บ้านของคนเหล่านี้อยู่ที่ไหน พวกเขานอนอยู่ตามที่สาธารณะ ตามตลาด พอคุ้มแดดคุ้มฝน บางทีก็โดนเขาไล่ บางครั้งก็โดนไล่ตีทำร้ายหน้าตายับเยินมาก็มี แต่ทำไมคนพวกนี้ยังไม่ยอมตาย เวลาป่วยพวกเขาพยายามหายาหาทางรักษาตนเองให้หาย พ่อถามตนเองบ่อยๆว่าทำไมพวกเขาจึงยังคงดิ้นรนต่อสู้ชีวิตต่อไปอย่างทรหดอดทน นั่นคงเป็นเพราะว่าพลังแห่งความหวังยังมีเปี่ยมล้นในใจของพวกเขาอยู่เสมอ  หวังว่าวันพรุ่งนี้จะหาที่นอนดีๆได้และจะสามารถหาอะไรทานได้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป และคงหวังด้วยว่าวันหนึ่งข้างหน้าชีวิตจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

พี่น้องหลายๆครั้งที่เราท้อแท้ใจหมดอะไรตายอยากกับชีวีต เพราะ ว่าเราคาดหวังสูงเกินไปหรือเปล่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อเสนอว่าลองสังเกตความเป็นไปของชีวิตผู้คนรอบตัวเราอย่างที่พ่อสังเกตดูบ้าง นักคิดหลายๆท่านบอกว่า  “ถ้าเรามองล่างเราจะเหลือ ถ้าเรามองเหนือเราจะขาด” สิ่งนี้น่าจะเป็นความหวังกำลังใจ ให้เราสามารถก้าวหน้าต่อไปด้วยความเพียรอดทน พ่อคิดว่าพลังแห่งความหวังนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่เราต้องพยายามจุดให้มันลุกโชนอยู่เสมอ โดยตั้งความหวังอะไรสักอย่างหนึ่งไว้ตรงหน้าอยู่เสมอในลักษณะ ที่ว่า ฝันให้ไกลไปให้ถึง อาทิ เราปรารถนาให้ครอบครัวของเรามีความสงบสุข และลองพิจารณาดูว่าเราพอทำอะไรได้บ้าง แล้วเราลงมือทำในสิ่งที่เราคิดว่าทำได้ พยายามหาความร่วมมือมาช่วยกันถักทอความหวังนั้นให้เป็นจริง ถ้าเราสามารถทำเช่นนี้ชีวิตของเราน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ที่สำคัญอย่าท้อใจอย่าสิ้นหวัง เพราะกรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว

เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าเป็นเทศกาลแห่งความหวัง หลังจากมนุษย์ทำบาปอย่างใหญ่หลวง ที่พระคัมภีร์หนังสือปฐมกาลกล่าวถึง ความมืดมนความสิ้นหวังแผ่เงาปกคลุมชีวิตมนุษย์จนมืดมิด แต่ความรักยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่ไม่เคยหยุดรักและทอดทิ้งมนุษย์ ได้จุดไฟแห่งความหวังขึ้น โดยทำพันธสัญญากับมนุษยชาติว่า “วันหนึ่งพงศ์พันธุ์ของหญิงจะมาเหยียบหัวงูร้ายให้แหลกราญ” พระเจ้าจะมาช่วยมนุษย ชาติให้รอดพ้น ดูเหมือนว่าแสงแห่งความหวังนี้ยังริบหรี่ห่างไกลความเป็นจริง ด้วยความรักของพระเจ้าพระองค์ทรงทำให้แสงสว่างแห่งความหวังลุกโชน โดยทางคำทำนายของบรรดาประกาศก  “หญิงพรหมจารีย์คนหนึ่งจะตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรชาย และจะตั้งชื่อบุตรนั้นว่า “อิมมานูแอล” พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา” ในที่สุดแม่พระได้ทรงครรภ์ด้วยเดชะพระจิตเจ้า ให้กำเนินบุตรชายและตั้งชื่อบุตรว่า “เยซู” ความหวังของเราจึงเป็นจริง พระเจ้าจึงเป็นความหวังที่แท้จริงของเรา เมื่อปัญหาความทุกข์ยากลำบากมาเยือนชีวิตอย่าท้อแท้สิ้นหวัง จงสำนึกอยู่เสมอว่าพระเจ้าอยู่กับเรา พระองค์เป็นความหวังเป็นพลังของผู้วางใจในพระองค์

จาก    คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทุกคนต้องเตรียมต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา

เมื่อท่านยอห์นบัปติสตาปรากฏกายมา ในภาพลักษณ์ของการใช้โทษบาป พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางของพระองค์ให้ตรงเถิด” (ลก.3:4) ท่านไม่ได้ระบุโดยเฉพาะเจาะจงว่าใครต้องเป็นผู้เตรียมทางของพระเจ้า เสียงของท่านจึงเป็นเสียงที่น่าสนใจสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นต้น กลุ่มคนที่ถูกกดขี่สบประมาทจนสิ้นหวังที่จะได้รับความรอดพ้น จึงมีคนมาถามท่านว่า “เราจะต้องทำอะไร” (ลก.3:10) การที่เขามาถามเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงของท่านยอห์นบัปติสตาให้ความหวังแก่พวกเขา ในท้องเรื่องบุคคลที่มาหาท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความหวังนั้น มีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ แต่นักบุญลูกาจงใจระบุว่า มีประชาชนทั่วไป คนเก็บภาษี และพวกทหาร สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านต้องการเน้นว่า “มนุษย์ทุกคนกลับใจได้ ไม่มีอาชีพใด คนกลุ่มใดถูกกีดกันมิให้มารับความรอดพ้น”

เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารของยอห์นบัปติสตา เป็นข่าวดีแห่งความหวังสำหรับคนทุกคน เสียงนี้จึงเป็นเสียงที่หนุนใจผู้ฟังหลายๆคนให้พยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาถูกกดขี่กีดกันจนไร้ความหวัง พระอาณาจักรสวรรค์ปิดตายสำหรับพวกเขามานานแล้ว เมื่อมีคนหนึ่งที่แต่งกายใช้โทษบาปน่าเชื่อถือมาบอกพวกเขาว่า “ทุกคนมีสิทธิ์ไปสวรรค์ ขอเพียงต้องกลับใจเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิมๆที่ผิดหลง” ผู้คนที่สังคมสมัยนั้นเห็นว่าไม่น่าจะรับฟังพระวาจาของพระเจ้า จึงสนใจรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความยินดี เพราะพวกเขาเริ่มมีความหวังเข้าใจในพระเมตตาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยื่นพระหัตถ์พยุงคนบาป พระเจ้าผู้เที่ยวเดินตามหาผู้หลงทาง จากการที่คนบาป คนเก็บภาษี และพวกทหารที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีทางได้รับความรอดพ้น มาหาและรับฟังคำตักเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา ทำให้เราทราบว่าหลายๆครั้งเราเข้าใจผิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราเข้าใจว่าจะต้องเป็นคนดีพร้อมเสียก่อนจึงมาหาพระเจ้าได้ เราจะพบพระองค์ได้ในดินแดนแห่งความครบครัน แต่ตรงกันข้ามพระองค์ยื่นพระหัตถ์มาหาเราก่อนตลอดเวลา รอคอยให้เรายื่นมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยบาปไปหาพระองค์ จับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ให้แน่นเพื่อพระองค์จะได้ดึงเราให้พ้นจากบาปความมืดมนแห่งชีวิต พระเจ้าเป็นองค์ความรักจากความรักนี้พระองค์เสด็จมาหาเรา ยื่นพระหัตถ์มาช่วยเหลือเราคนบาป

ในวันนี้ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระเจ้าก็อย่าทำใจแข็งเลย จากเรื่องที่นักบุญลูกาเล่ามีหลายคนรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา แต่อีกหลายคนกลับไม่รับฟัง อาทิ พวกมหาสมณะ ชาวฟารีสี และพวกธรรมาจารย์ เพราะพวกเขาชื่นชมในตนเองว่าเป็นคนเคร่งครัดในศาสนา พวกเขาเป็นคนดีต้องได้ไปสวรรค์แน่นอนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลับใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พระเมตตาความช่วยเหลือของพระเจ้าจึงไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา คนพวกนี้จะคิดเอาเองว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวต้อนรับพระเจ้าผู้จะเสด็จมา เพราะพวกเขาพร้อมอยู่แล้ว ความจองหองจึงเป็นมูลเหตุที่สำคัญ ที่ทำให้คนที่น่าจะได้รับความรอดพ้นกลับไม่ได้ คนที่ไม่น่าจะได้รับกลับได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความสุภาพรับฟังคำเตือนจากพระเจ้า ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเราจะได้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์เมื่อพระองค์เสด็จมา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

 

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. คืนวันที่ 24 ธ.ค. 2018 นพวารเวลา 18.00 น  มิสซาเริ่มเวลา 22.00 น.วันที่ 25 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 9.30 น.

วันที่ 31 ธ.ค. 2018  มิสซาเวลา 19.00 น.

วันที่ 1 ม.ค. 2019   มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น.         

  1. วันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. 2018 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 2 ค.พ. ยอแซฟ ชนภัทร ศุขะเนตร เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 9.00 น.
  2. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อเพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24  ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด       
  1. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  

************************************************************ 

  วันอาทิตย์นี้เป็นวันครูคำสอนไทย  

รณรงค์ให้เราช่วยเหลืองานเกี่ยวกับครูคำสอน        

พี่น้องท่านใดสามารถช่วยเหลืองานด้านนี้     

ของพระศาสนจักรได้

ขอเชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด

สารวัด ฉบับที่ 51205 วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 2018

Sunday, December 9th, 2018

บอกเล่าให้ฟัง

            แรงบันดาลจากพระวาจาของพระเจ้าในบูชาขอบพระคุณประจำ วันธรรมดา ก่อนที่จะสิ้นปีพิธีกรรมของพระศาสนจักร ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้ พระศาสนจักรนำเอาพระวาจาของพระเจ้า จากหนังสือวิวรณ์และพระวรสารนักบุญลูกามาเล่าให้ฟังเพื่อเตือนใจเราทุกๆคน หนังสือวิวรณ์กล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของลูกแกะของพระเจ้า การเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ กำหนดเวลาแห่งการเก็บเกี่ยว พระยุติธรรมพระเจ้าที่จะปรากฏมา และการล่มสลายของบรรดามหาอำนาจและความยิ่งใหญ่ทางโลก พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงความพินาศของนครเยรูซาเล็มซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวยิว เหตุการณ์ก่อนวันสิ้นพิภพ การเบียดเบียนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนของพระเยซูคริสตเจ้า และในที่สุดความชั่วร้ายความอธรรมทั้งหลายจะต้องพ่ายแพ้ พระสิริรุ่งโรจน์พระยุติธรรมของพระเจ้าก็จะปรากฏมา

พี่น้องพระศาสนจักรจัดพิธีกรรมเช่นนี้ มิได้มีความประสงค์ที่จะขู่ให้เรากลัว แต่มีความประสงค์ให้เราย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีต เพื่อเราจะได้เข้าใจสัจธรรมแห่งชีวิตมากขึ้น ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตเวลานี้อยู่ที่ไหน อาณาจักรมหาอำนาจอันเกรียงไกรเป็นอย่างไร ความรุ่งเรืองที่เป็นความภูมิใจของผู้คนในสมัยนั้นไปไหนเสียแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอนิจจัง มันจะต้องเป็นเช่นนี้ตามกาลเวลา มีเวลารุ่งเรืองก็มีเวลาดับสูญไป แต่ใยมนุษย์ไม่สำนึกหลายคนยังหลงอยู่ในอำนาจวาสนาของตนเอง บางคนยังหลงระเริงอยู่กับความสนุกสนานทางโลก ยอมให้กิเลสตัญหา ความโกรธ ความโลภ ความหลง มันชักนำไปจนจะถึงปลายทางชีวิตอยู่แล้ว พระเยซูคริสตเจ้าเตือนว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนสมัยของโนอาห์ และสมัยของโลท คนมัวแต่กินดื่มสนุกสนานจนความพินาศมาถึงแล้วตั้งตัวไม่ทัน ที่จริงสิ่งที่พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงก็เหมือนชีวิตของหลายๆคนที่กำลังดำเนินอยู่เวลานี้ บางคนพบกับคำว่าสายไปเสียเกินไป สิ่งที่อยากทำยังไม่ได้ทำ สิ่งต้องเตรียมยังไม่ได้เตรียม หรือบางคนก็ทำอะไรดูขำๆ เพราะสิ่งที่ต้องทำมาตั้งนานแล้วไม่ทำ แต่ทำเวลานี้ที่ทำไปแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย อีกหลายๆคนอาจจะกำลังนึกเสียดายเวลาที่ผ่านไป ทำงานกันจนแทบจะล้มประดาตาย แต่ในที่สุดเงินทองที่หามาได้ก็ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาตัวที่โรงพยาบาล อนิจจาคนที่ใช้ชีวิตไม่เป็นก็จะเป็นเช่นนี้

            เราอย่าปล่อยให้ชีวิตของเราโลดแล่นอยู่ในวังวนของอวิชา ต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติรอบคอบสำนึกรู้อยู่เสมอ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่เครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ อ่านให้ออก และเข้าใจความหมายแห่งความเป็นจริงของโลกที่อยู่ตรงหน้าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้การหมุนเวียนเปลี่ยนไปของเทศกาลต่างๆในรอบปีพิธีกรรม ก็จะช่วยเราให้เข้าใจสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอทุกๆวัน มีความกระตือรือร้นในการดำเนินชีวิตใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ คุ้มค่ากับวันเวลาซึ่งเป็นของประทานจากพระเจ้า จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในวันนั้นจะเป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเรา เพราะเราจะสามารถยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราได้ทำทุกอย่างสุดกำลังความสามารถแล้ว และทำตามที่พระเยซูคริสตเจ้าเคยบอกกับเราล่วงหน้าว่า “ท่านทั้งหลายจงยืนตรงเงยหน้าขึ้นเพราะความชื่นชมยินดีมาถึงท่านทั้งหลายแล้ว”

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เสียงตะโกนจากถิ่นทุรกันดาร

เมื่อคิดถึงถิ่นทุรกันดารทำให้เราคิดถึงความทุกข์ยากลำบาก ความแล้งแค้น ภยันตรายต่างๆ คิดถึงแดนเนรเทศที่ชาวอิสราเอลเคยอยู่ ยามที่พวกเขาตกเป็นเมืองขึ้นของชนชาติอื่น ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า พระวาจาของพระเจ้ากล่าวถึงเสียงร้องจากถิ่นทุรกันดาร มีเสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดารว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป้นเจ้า จงเตรียมทางเดินของพระองค์ให้ตรงเถิด(ลก.3:4) ภาพของหุบเหว ทางเดินที่คดเคี้ยวขรุขระกันดารและอันตราย เป็นสภาพของชีวิตมนุษย์หลังจากที่มนุษย์ตกในบาปแล้ว ความมืดมนของชีวิตเงาแห่งความตายเข้าปกคลุม    เสียงของยอห์นบัปติสตาที่ส่งเสียงออกมาจากสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมนุษย์อย่างนี้ จึงเป็นเสียงแห่งความหวังที่บ่งบอกให้มนุษย์ทราบว่า พระเจ้าทรงซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญา ที่ทำไว้กับมนุษย์ว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้าจึงเป็นเทศกาลแห่งความหวัง

ยอห์นบัปติสตาส่งเสียงออกมาว่า จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า…..ให้ตรง….หุบเขา…. ถมให้เต็ม….ภูเขาและเนิน….ปรับให้ต่ำลง…ทางคดเคี้ยว….เป็นทางตรง…ทางขรุขระ…ทำให้ราบเรียบ(ลก.3:4-5) เสียงนี้เป็นเสียงเตือนให้มนุษย์หันกลับมาสำรวจความเป็นจริงของชีวิตของตนเอง เทศกาลนี้จึงเป็นเทศกาลแห่งการกลับใจด้วย โดยเริ่มจากการเผชิญหน้ากับถิ่นทุรกันดาร ความทุเรศทุรัง ความมืดมน ซึ่งเป็นความเป็นจริงแห่งชีวิต การกลับใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้ามนุษย์ยังยึดติดกับสภาพเดิมๆ ไม่รู้สึกรู้สมกับความน่ารังเกียจ ความเจ็บซ้ำซึ่งเกิดจากบาปที่ตนทำ ไม่ยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิตของตน สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่อันตรายและจะเป็นทางนำมนุษย์ไปสู่ความหายนะ ซึ่งนักบุญยอห์นอัครสาวกได้กล่าวถึงตั้งแต่เริ่มต้นพระวรสารของท่าน แสงสว่างแท้คือองค์พระวจนาตถ์ส่องสว่างเข้ามาในโลกแล้ว แต่โลกไม่ต้อนรับพระองค์ พระวจนาตถ์ประทับอยู่ในโลกและโลกถูกสร้าง โดยอาศัยพระองค์แต่โลกไม่รู้จักพระองค์ (ยน.1:10) มนุษย์ที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของตน เขาจะดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะจมอยู่ในความมืดมนต่อไป และยิ่งวันจะยิ่งจมลึกลงไปเรื่อย จนไม่มีโอกาสเห็นแสงสว่างแห่งธรรม จนกระทั่งต้องถึงแก่ความพินาศตลอดนิรันดร

แล้วมนุษย์ทุกคนจะเห็นความรอดพ้นจากพระเจ้า(ลก.3:6) คำกล่าวของท่านยอห์นบัปติสตาแสดงนัยสำคัญแห่งการกลับใจใช้โทษ ท่านบอกให้ถมหุบเหวปรับทางที่คดเคี้ยวขรุขระให้ตรงและราบเรียบ นั่นแสดงว่าเราต้องพิจารณาสภาพชีวิตของเรา เราจะยอมอยู่ในสภาพความมืดมนแห่งชีวิตอีกนานเท่าไร เราจะหลงอยู่ในวังวนแห่งความผิดหลง การเหินห่างจากพระเจ้าอีกนานเท่าใด เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารบอกกับเราว่า เราต้องพยายามหาทางหลุดพ้นจากสภาพที่ย่ำแย่ และจะนำเราไปสู่ความหายนะ โดยการฟังเสียงของพระเจ้า พระวาจาของพระเจ้าที่ออกมาจากถิ่นทุรกันดาร สามารถเยียวยารักษาทุกสิ่ง ถ้าเราฟังพระวาจานั้นแล้วน้อมรับและปฏิบัติตาม ด้วยความสุภาพถ่อมตนยอมรับความเป็นจริงแห่งชีวิต ว่าแท้ที่จริงแล้วเราเป็นคนอ่อนแอ ต้องการพระเมตตาจากพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือเยียวยารักษา การฟังเสียงของพระเจ้า น้อมรับ และวอนขอพระเมตตาของพระองค์ช่วยเหลือเช่นนี้ จะทำให้เราทุกคนพบกับความรอดพ้นที่พระเจ้าทรงนำมาให้.

 พระเจ้าสถิตกับท่าน

                                คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ 

  1. ขอจิตอาสาแสดงละครคริสตมาส เด็ก-เยาวชน-ผู้ใหญ่ ครูเบญจ์จะมาเริ่มซ้อมแล้ว และนัดซ้อมเป็นครั้งๆไป ลงชื่อได้ที่คุณเล็ก
  2. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงานอาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภา อภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  3. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่หน้าวัด
  4. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาล หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 16 ธ.ค. 2018 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน