ฉบับที่ 949 วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม 2555 อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

บนโลกแห่งความเป็นจริงใบนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ใกล้เคียงกันมาก ดูว่าเหมือนแต่ไม่เหมือนดูว่าต่างแต่ก็ไม่ต่างกันทีเดียว ความดีความชั่วรวมอยู่ปะปนจนแยกแยะไม่ออกเหมือนขาวกับดำ การฝึกฝนตนให้เป็นคนรอบคอบในการดำเนินชีวิต สามารถแยกแยะดีชั่วได้อย่างชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เราจึงต้องพยายามศึกษาคำสอนของศาสนาและพระบัญญัติต่างๆให้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถช่วยเราให้มีมาตรการในการตัดสิน สามารถแยกแยะความดีและความชั่วได้อย่างถูกต้อง ในเรื่องนี้มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิต นั่นก็คือการกระทำของคนส่วนใหญ่เราอยู่ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย แนวโน้มความคิดของเราจึงเอนเอียงไปทางเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากก็ใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจผิดและคนส่วนน้อยอาจจะเข้าใจถูกก็ได้ถ้าสิ่งนั้นมันถูกจริงๆ ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ใครๆเขาก็ทำอย่างนี้กันทั้งนั้น” จึงใช้เป็นมาตรการทางศีลธรรมและจริยธรรมไม่ได้

มนุษย์ในปัจจุบันนี้หลงผิดไปกับค่านิยมจอมปลอมหลายๆเรื่อง เพราะมนุษย์ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางวัตถุ จนลืมคุณค่าความเป็นมนุษย์และคุณค่าด้านจิตวิญญาณ นอกนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารเจริญขึ้นและพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นจากซีกโลกหนึ่งก็สามารถมาปรากฏต่อหน้าคนอีกซีกโลกหนึ่งในช่วงเวลาไม่กี่นาที ด้วยเหตุนี้สิ่งดีและไม่ดีที่ผ่านทางสื่อเหล่านี้จึงเป็นที่รับรู้และแพร่หลายกันอย่างรวดเร็ว เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบทำตามอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถ้าเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าทางจิตใจและจิตวิญญาณก็ดีนะซิครับ น่าเสียดายสิ่งดีๆมักไม่ค่อยดังไม่ค่อยเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ไม่ดีไม่เข้าท่าผิดศีลธรรมมักจะดังและเป็นที่นิยมทำตาม มีการเผยแพร่ด้วยพฤติกรรมเลียนแบบจนกระทั่งดูเหมือนว่าเป็นที่ยอมรับของคนหมู่มาก เมื่อคนหมู่มากประพฤติปฏิบัติหลายๆคนจึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องทำได้ เพราะคนหมู่มากเขาทำกันเช่นนั้นเราจึงต้องพยายามสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองและลูกหลาน โดยพยายามศึกษาทำความเข้าใจกับจริยธรรมคำสอนของพระศาสนจักรอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้มีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ชัดเจน และสามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้อย่างถูกต้อง พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “ความชั่วร้ายมักจะมาเหมือนสุนักป่าห่มด้วยขนแกะ ข้างนอกดูน่ารักและภายในเป็นสิ่งที่อันตราย”นอกนั้นก็ยังมีสิ่งที่กล่าวไว้ในข้างต้นอยู่มากมาย ดูเหมือนดีแต่ไม่ดี ดูเหมือนถูกแต่ไม่ถูก ดูเหมือนใช่แต่ไม่ใช่ อาทิ พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนให้เราทำความดีเป็นแบบอย่างแก่คนอื่น เป็นดั่งแสงสว่างที่ส่องสว่างต่อหน้ามนุษย์ แต่ก็มีหลายคนทำความดีเพื่ออวดชาวบ้าน พระศาสนจักรสอนให้เราช่วยพัฒนาความเชื่อของกันและกัน โดยวิธีการแบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อให้แก่กันและกัน แต่ก็มีบางคนถือโอกาสโอ้อวดความดีของตน ฯลฯ แต่อย่างไรเสียความจริงก็หนีความจริงไปไม่พ้นหรอก สำหรับคนที่ทำความดีจนเป็นฤทธิ์กุศลหรือคุณธรรมประจำตน เรื่องอย่างนี้ฟังครั้งเดียว เห็นครั้งเดียวก็รู้แล้วว่า แท้หรือไม่แท้ จริงหรือไม่จริง เหมือนน้ำมันกับน้ำที่ไม่มีวันจะผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกันได้ ด้วยเหตุนี้จงซื่อตรงกับตนเอง ซื่อตรงกับผู้อื่น ฝึกฝนตนเองให้มีมโนธรรมที่เที่ยงตรง ดำเนินชีวิตอยู่กับความจริงเสมอ บุตรแห่งความสว่างย่อมไม่กลัวแสงสว่าง ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ คนที่อยู่ฝ่ายความจริงก็อยู่ฝ่ายพระเจ้าด้วยจากคุณพ่อเจ้าวัด

จากความตายเข้าสู่ชีวิตใหม่

“ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงในดินและตายไป มันก็จะเป็นเพียงเมล็ดเดียวเท่านั้น แต่ถ้ามันตายมันก็จะบังเกิดผลมากมาย”(ยน.12:24) ถ้าเราพิจารณาคำสอนทฤษฎีเรื่องเมล็ดข้าวต้องตกไปในดินเน่าเปื่อย และตายไปจึงจะมีต้นใหม่เกิดขึ้น อย่างลึกซึ้งเราจะพบว่าที่จริงแล้วพระเยซูคริสตเจ้า ได้นำเอาธรรมชาติความเป็นไปของชีวิตและสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์วัฏจักรที่พระเจ้าทรงวางไว้แต่ต้นเมื่อสร้างสรรพสิ่ง มาอธิบายความเป็นไปของชีวิตมนุษย์อย่างเฉพาะเจาะจง ความตายและชีวิตใหม่เป็นสองสิ่งที่อยู่ในกระบวนการเดียวกัน มนุษย์เกิดแล้วตายตายแล้วเกิดใหม่มาหลายรอบแล้วกว่าจะมาเป็นอย่างเราๆท่านๆในวันนี้ เด็กน้อยเมื่อวันวารตายไปตั้งนานแล้ว ทุกอย่างกลายเป็นอดีตในความทรงจำเท่านั้น ปัจจุบันมีเพียงเราที่เป็นผู้ใหญ่และมีอายุมากขึ้นทุกวัน จนถึงวันนั้นที่ความตายมาเยือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราจะผ่านประตูแห่งความตายไปสู่นิรันดรภาพ จากสภาพความเป็นอนิจจังไปสู่ความเป็นอมตะ

การเปลี่ยนแปลงใหม่นำมาซึ่งความยุ่งยากความลำบากความทุกข์ทรมานเสมอ ไม่ว่าเราจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ การเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งและชีวิตก็ต้องเกิดขึ้นตามจังหวะเวลาของมันอยู่แล้ว ใครก็ตามสามารถยอมรับสัจธรรมความจริงนี้ เปิดใจยอมรับ และเตรียมตัวอย่างดีที่จะเผชิญกับมันด้วยความกล้าหาญ เขาจะได้รับสิ่งใหม่ๆชีวิตใหม่ที่ดีกว่าทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่วนใครไม่สามารถยอมรับสัจธรรมความจริงนี้ ติดใจอยู่กับสิ่งอนิจจัง การดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ ชีวิตจะย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการกลับใจและพัฒนา ชีวิตใหม่ก็จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เขาจะตายอยู่กับเรื่องเดิมๆ ตายในความมืดมนของชีวิต เพราะจะยอมรับหรือไม่ยอมรับความตายซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็จะต้องมาถึงอยู่ดี พระเยซุคริสตเจ้าจึงบอกกับเราว่า “ผู้ที่รักชีวิตของตนย่อมเสียชีวิตนั้น ส่วนผู้ที่พร้อมจะสละชีวิตของตนในโลกนี้ ก็ย่อมรักษาชีวิตนั้นไว้สำหรับชีวิตนิรันดร”(ยน.12:25)

“ผู้ใดรับใช้เรา ผู้นั้นจงตามเรามา เราอยู่ที่ใด ผู้รับใช้ของเราก็จะอยู่ที่นั่นด้วย”(ยน.12:26) นักบุญยอห์นได้อธิบายพระธรรมล้ำลึกเกี่ยวกับพระอาณาจักรสวรรค์ทั้งหมดในองค์พระเยซูคริสตเจ้า เพื่อจะเข้าพระอาณาจักรสวรรค์จะต้องมีการเกิดใหม่ เพื่อจะเกิดใหม่เราจะต้องยอมเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ เหมือนเมล็ดข้าวที่ตกลงในดินย่อมเปื่อยเน่าและตายแล้วจะมีชีวิตใหม่เกิดขึ้น คนที่จะเกิดใหม่จึงต้องยอมตายจากสภาพมนุษย์เก่า สละตนเอง จึงจะได้รับชีวิตใหม่ที่ดีกว่า พระเยซุคริสตเจ้าแม้พระองค์เป็นพระเจ้าแต่ก็ย่อมให้สู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่นี้ โดยน้อมรับพระประสงค์พระบิดา ยอมรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์ และในที่สุดพระองค์ได้ชัยชนะได้รับเกียรติรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพ ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงเชิญชวนเราให้เดินบนหนทางเดียวกับพระองค์ ซึ่งพระองค์นำหน้าเราไปก่อนแล้ว ใครปรารถนาได้รับอย่างพระองค์ เป็นอย่างพระองค์ ต้องสละน้ำใจของตนเอง สละชีวิตเก่า อดทนเดินบนหนทางแห่งไม้กางเขน แบกกางเขนของตนและติดตามพระองค์ไป เมื่อติดตามพระองค์เช่นนี้พระองค์อยู่ที่ใดผู้รับใช้ของพระองค์ก็จะอยู่ที่นั่น นี่คือการผ่านจากความตายไปสู่ชีวิต ผ่านจากไม้กางเขนไปสู่มงกุฏอันรุ่งโรจน์แห่งชัยชนะในพระอาณาจักรสวรรค์

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์ที่ 1 เม.ย. 2012 เป็นวันอาทิตย์ใบลาน มิสซา เวลา 8.30 น. ไม่มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ก่อนมิสซา หลังจากวันอาทิตย์นี้เป็นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ วันอังคารที่ 3 เม.ย. 2012 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น. วันศุกร์ที่ 6 เม.ย. 2012 มีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์รอบวัด เวลา 15.00 น. วันพฤหัสฯ-วันเสาร์พิธีกรรมเริ่ม 19.00 น. วันอาทิตย์ปัสกามิสซา เวลา 8.30 น.
  2. วันอาทิตย์นี้-วันเสาร์ที่ 31 มี.ค. 2012 ขออาสาสมัครช่วยทำใบลาน และอุปกรณ์ต่างๆที่จะใช้ในสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
  3. วันอาทิตย์นี้ มีการแนะนำเรื่องการถ่ายภาพในวัด ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมกันที่บ้านพักพระสงฆ์ ไม่จำเป็นต้องมีกล้องถ่ายรูปก็ได้
  4. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซาเวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มต้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องรถรับส่งได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 25-03-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.