เนื้อหาทั้งหมดของ ‘ประกาศจากทางวัด’

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 10  : 1-10

เวลานั้น พระเยซูตรัสว่า  “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร ผู้ที่เข้าทางประตูเป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”     พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด   พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราเป็นประตูคอกแกะ ทุกคนที่มาก่อนหน้าเรา เป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น เราเป็นประตู ผู้ที่เข้าทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออก และจะพบทุ่งหญ้า ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์

 

ข้อคิด

หนทางที่พระเยซูเจ้าประกาศให้บรรดาอัครสาวกรับไว้ ไม่ใช่ทางสะดวก เพราะทรงทราบล่วงหน้าว่า การรับฟังพระวาจาแต่ไม่นำไปปฏิบัติในชีวิต ย่อมทำให้หนทางตีบตันและหาทางออกลำบาก นักบุญเปโตรจึงเขียนจดหมายถึงศิษย์ในบทอ่านที่สองของวันนี้ว่า ถ้าทำความดีแล้วยอมทนทุกข์ จะเป็นพระหรรษทานของพระเจ้า จงวางใจในพระเจ้าเสมอ แล้วพระองค์จะเดินนำหน้า พาสู่ชีวิตปลอดภัย

 

ไม่แปลกหน้า

ย่างก้าวของคนแปลกหน้า

ก่อเกิดฝุ่นดินแห่งความหวาดระแวงและสงสัย

ย่างก้าวของนายชุมพาบาล

นำพาสายลมแห่งความอิ่มสุข และมั่นคงปลอดภัย

เขาเรียกแกะด้วยชื่อ….พาสู่ผืนหญ้าเขียวสด

เขาเดินนำหน้า….แกะรู้จักเสียงของเขา

เขายอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน

 

พระองค์มิใช่คนแปลกหน้า

มิใช่มนุษย์ต่างดาวที่ปรากฎตัวยามค่ำคืน ห่อหุ้มด้วยความแตกต่าง

พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

ทรงเสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์

แต่ประชากรของพระองค์มิได้ต้อนรับ

ทรงเกิด และเติบโตในหมู่ประชากร

ทรงหลั่งน้ำตา….ในวันนั้นที่มนุษยชาติเจ็บปวดร้องไห้

ทรงร่วมเสียงหัวเราะ..ในวันนั้นที่ดอกไม้บานบนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจมนุษย์

พระองค์ทรงรับการดูหมิ่น แต่มิเคยตอบโต้

ทรงเป็นทุกข์เจ็บปวด แต่…ไม่เคยแก้แค้น

เพราะทรงวางทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบิดา

ทั้งหมดนี้ มิได้บ่งแสดงการเป็น ยอดมนุษย์

แต่…ประกาศถึงหนทางการเป็น มนุษย์ ของพระองค์

มนุษย์…ผู้กล่าวความจริงอย่างสงบนิ่ง และหนักแน่น

แม้ยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูผู้โกรธแค้น และมุ่งทำร้าย

มนุษย์…ผู้เลี้ยงฝูงชนที่ขาดแคลนจนอิ่มล้น

…ผู้รักและเห็นใจฝูงชนที่ทนทุกข์

…ผู้มีหัวใจอิสระจากรอยเจ็บปวดของอดีต

ในมนุษย์ผู้นี้

…ที่มนุษยชาติได้รู้จักเสียงแห่งความรักนิรันดร์กาลของพระบิดา

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต

ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก                           พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญติดต่อกับพ่อนะครับ  ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2020

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไปวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระคุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)                                                                          ขอบคุณครับ

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 24 : 13-35

วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุ การณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ เหมือนดวงตาถูกปิดปัง พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมอง   ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น เมื่อสองสามวันมานี้” พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าประชากรทั้งปวง บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลด ปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้ง แต่เช้าตรู่ เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของฑูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”                             พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสส จนถึงบรรดาประกาศก    เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงแสร้งทำว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป แต่เขาทั้งสองรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว”  พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา ศิษย์ทั้งสองจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”                                              เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมอยู่กับศิษย์อื่นๆ เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระ องค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง.

ข้อคิด

เมื่อศิษย์ทั้งสองคนที่กำลังเดินทางไปหมู่บ้านเอมมาอูส จำพระเยซูเจ้าได้ ด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาทั้งสองคนรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม    การเดินทาง 11 กิโลเมตรกลับไปเยรูซาเล็มในยามค่ำคืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่อาจทนรอเก็บข่าวดี เรื่องพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพไว้กับตัวจนถึงรุ่งเช้าได้    พวกเขาตระหนักดีว่าความยินดีของพวกเขาจะยังไม่เต็มเปี่ยม จนกว่าจะได้แบ่งปันข่าวดีแก่ผู้อื่น    เช่นเดียวกัน เราคริสตชนจะถือว่าได้รับข่าวดีอย่างเต็มเปี่ยม ก็ต่อเมื่อเราได้แบ่งปันข่าวดีนี้กับผู้อื่นแล้วเท่านั้น!!

มองใหม่

เขาทั้งสองก้าวเดินออกจากเยรูซาเล็ม

…ดินแดนที่ความหวังพบจุดจบแห่งความพ่ายแพ้

ชายแปลกหน้าร่วมทางไปกับเขาบนถนนสายนี้

…พวกเขาเล่าเรื่อง หัวใจที่หมดหวัง

…พระเยซูผู้เคยเป็นความหวังว่าจะปลดปล่อยอิสราเอลเป็นอิสระ

บัดนี้ มาตายจาก…และสูญหาย

ในเรื่องราวของพวกเขา…สองสิ่งดูสวนทาง

…ความหวังในพระเยซู กับ ความตายของพระองค์

ความตายของพระองค์ ถูกมองเหมือนความตายอื่น

…จุดจบสิ้น…สถานีสุดท้าย…ของทางสายแห่งคำมั่นสัญญา

พวกเขาโศกเศร้า มิเพียงเพราะความตายของพระเยซู

แต่…เพราะความตายของความสัมพันธ์กับพระองค์

ณ เวลานี้ พวกเขาเป็นเพียงอดีตสาวก ของประกาศกผู้ตายจาก

จนกระทั่งเรื่องราวที่น่าเศร้าจบลง

ชายแปลกหน้าจึงเริ่มเรื่องราวใหม่

ทรงเชิญพวกเขาให้มองดูอดีตอีกครั้ง…ด้วยแสงแห่งพระวาจา

ทรงให้ความหมายใหม่ แก่เรื่องราวเก่า

…ความตายของพระคริสตเจ้า เป็นประตูสู่สิริมงคล

สำหรับชายแปลกหน้า..ความตายของพระเยซูเป็นความสำเร็จแห่งภารกิจ

และ…มิใช่ความล้มเหลว…หรือจุดจบสิ้น

ชายแปลกหน้า นำพาพวกเขาให้ค้นพบความหมายของอดีต

ด้วยแสงตะวันใหม่

พวกเขาขอพระองค์ให้ค้างคืน เพราะค่ำแล้ว

ณ ที่โต๊ะอาหาร…ทรงบิปัง และส่งให้พวกเขา

ตาของพวกเขาเปิดออก และจำพระองค์ได้…พระเยซูผู้กลับคืนชีพ

พวกเขาเริ่มมองเห็นอนาคตใหม่…ความหวังใหม่

กล้าพอที่จะเดินกลับสู่เยรูซาเล็ม…แม้ในความมืด

เพื่อเล่าขานเรื่องราวแห่งการพบเจอ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์                         พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                  

จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                            พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code –  พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี               บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2020

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต                                                                                                                  ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่                                                       จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก  พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญดต่อกับพ่อนะครับ     ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 ฉลองพระเมตตา เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี    พระ องค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”        ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”   โทมัส ซึ่งเรียกกันว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกคนอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปที่รอยตะปู และไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ทั้งๆที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลาย

 

เถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข”                                                    พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นๆ อีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามของพระองค์.

ข้อคิด

โทมัสหายหน้าไปจากบรรดาศิษย์ที่ร่วมชุมนุมกัน จึงพลาดโอกาสพบกับพระเยซูเจ้าคราวที่พระองค์เสด็จมาหาครั้งแรก  ปัญหาของโทมัสยังคงเป็นปัญหาของเราคริสตชนทุกวันนี้ นั่นคือหลายคนชอบหลบหน้าไปจากวัด ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมกันของบรรดาสัตบุรุษ จึงพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพระเยซูเจ้า กลับมาร่วมชุมนุมกันแบบโทมัสเถิด มาให้พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพและประทับอยู่ท่ามกลางเราในพระวาจาและศีลมหาสนิท ให้พระองค์พูดกับเรา สัมผัสหัวใจของเรา เพื่อเราจะได้ไม่สงสัยอีกต่อไป แต่เชื่อเช่นเดียวกับโทมัส.

 

    สุข..แม้ไม่เห็น

ยอห์น….สาวกองค์สุดท้าย กำลังจากไป

ในกลุ่มชนที่เคยเห็นพระองค์ด้วยตา และเคยสัมผัสพระองค์ด้วยมือ

เขาเป็นคนเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

กลุ่มคริสตชนจะประกาศพระองค์อย่างมีน้ำหนักได้อย่างไร

ถ้าไม่มีใครที่เคยเห็นพระองค์หลงเหลืออยู่

 

โทมัส มิได้อยู่ด้วยกับเพื่อนสาวก เมื่อพระองค์ประจักษ์มา

แม้….เขาคนนี้มิอาจเชื่อว่าพระองค์กลับคืนชีพ ถ้าไม่ได้เห็น

แต่….เรื่องราวของเขา กำลังสร้างสะพานเชื่อมต่อ

….ระหว่างผู้ที่เคยเห็น และไม่เคยเห็นพระองค์

ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข

 

จริงอยู่….เป็นการยากที่จะเชื่อในบางคนที่ไม่เคยพบเจอ

แต่ยังมีความจริงอีกประการหนึ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้

….หลายคนที่ได้พบเจอพระองค์ แต่ก็มิได้เชื่อในพระองค์

การพบเจอ จึงมิใช่หนทางจำเป็นที่นำพาสู่ความเชื่อ

 

อัครสาวก….เป็นบุคคลเหล่านั้นที่ได้เห็น….ได้เชื่อ

และได้รับภารกิจให้ส่งต่อความเชื่อนั้น

ความเชื่อของฉันในพระองค์ จึงเชื่อมโยงย้อนสู่อัครสาวก

อาศัยห่วงโซ่แห่งการส่งต่อ

เมื่อทอดยาวผ่านกาลเวลา

ห่วงโซ่นี้จะอ่อนแอและหมดกำลังลงหรือไม่

 

….เป็นความสงสัยที่ไม่อาจมองข้าม

การถ่ายทอดใดๆ ในกาลเวลาจะอ่อนแอและหมดกำลังลง

….ถ้าขาดแรงเสริมแห่งปัจจุบัน

 

พลังแห่งพระจิตเป็นพลังแห่งปัจจุบัน

ที่ประทานให้แก่กลุ่มประชากรของพระองค์ในทุกกาลเวลา

การอ่อนแรงของความเชื่อจึงได้รับการบำบัดเยียวยา

พระจิตแห่งชีวิตนำพาดอกไม้แห่งความเชื่อ

ของกลุ่มประชากรให้เบ่งบานสดชื่น

ในความสัมพันธ์กับพระองค์ผู้ทรงกลับคืนชีพ

….และประทับอยู่ในปัจจุบันกาล

 

ในอดีต…แม้ประตูหัวใจจะปิดแน่นด้วยความหวาดกลัวและอยากพิสูจน์

พระองค์ทรงเสด็จมา….ยืนท่ามกลางพวกเขา

ในปัจจุบัน…แม้กาลเวลาที่ยาวไกลจะขวางกั้นระหว่างผู้ที่เห็นและไม่เห็น

พระองค์ก็ยังคงเสด็จมา…ยืนท่ามกลางพวกเราในทุกกาลเวลา.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ฉลองพระเมตตา 19 เมษายน 2020

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์               พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                               จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อ ไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                          พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code – พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี             บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2020 สมโภชปัสกา-พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว   นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนี่งที่พระเยซูเจ้าทรงรัก บอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ทึ่ไหน”

เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น    แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมน  เปโตร ซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย.

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว ใจของเราคงไม่แข็งกระด้างและโหดร้าย จนส่งพระองค์ไปตายอีกครั้ง พร้อมกับการทรยศหักหลัง หรือปฏิเสธพระองค์ หรือตะโกนส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงกางเขนใหม่อีก….  พระ

 

เยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว และแม้พระคูหาจะกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่พระองค์คงมิได้คอยให้เรามาพบพระองค์ในพระคูหาแห่งความเคยชินเดิมๆ ของเรา พระคูหานั้นว่างเปล่าไปแล้ว…. ใจของเราอยู่ที่ใดมากกว่ากัน ระหว่างอยู่กับพระคูหา หรืออยู่กับพระเยซูเจ้า.

    สามบทเพลงรัก

มารีย์ มักดาลา ลุกขึ้นตอนกลางคืน

มุ่งเดินหน้าสู่เนินโกละโกธา….แสวงหาผู้เป็นที่รัก….แต่ไม่อาจพบเจอ

พระคูหาว่างเปล่า นำสู่บทสรุปที่เจ็บปวด พระศพถูกขโมย

เธอออกตามหาทุกแห่งหน….ในป่าช้า ที่มืดมิด

….ในใจกลางเมือง ที่อันตราย

เธอถามหาทุกผู้คน….สาวก….ฑูตสวรรค์ และคนสวน

นางพร่ำวิงวอนอย่างสิ้นหวัง

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน

เธอจึงกลับเป็น….ความรักที่แสวงหา….เพลงรักบทแรก

มารีย์ มักดาลา เหนื่อยอ่อนและหมดหวัง จากการตามหา

เธอร่ำไห้อยู่หน้าพระคูหา ขณะฑูตสวรรค์ปรากฎ และถามเธอ

หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม

มีเพียงคำตอบเดียวที่อยู่ในหัวใจ

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

 

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน และเธอก็ร้องไห้อีก

ความหวาดกลัวอยู่ในหัวใจของทุกผู้คนเมื่อพบฑูตสวรรค์

….แต่ไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับมารีย์ มักดาลา

หัวใจของเธอบรรจุความโศกเศร้าอย่างเต็มล้น จนไม่มีที่ว่างสำหรับ

ความหวาดกลัว….หรืออารมณ์อื่นใด

คำปลอบโยนของฑูตสวรรค์ดูจะไร้ผล

มิอาจทำให้น้ำตาเธอเหือดแห้ง

เธอจีงเป็น ความรักที่ร่ำไห้….เพลงรักบทใหม่

 

มารีย์ มักดาลา

ยืนร้องไห้อยู่นอกพระคูหา แม้มีฑูตสวรรค์เป็นเพื่อน

มีอีกเสียงหนึ่งร้องถามเธอด้วยความห่วงใย

นางเอ๋ย ร้องไห้ทำไม กำลังแสวงหาใคร

เธอเห็นพระองค์ แต่จำไม่ได้….คิดว่าเป็นคนสวน

พระองค์ตรัสเรียกเธอ มารีย์

เธอหันกลับไป และร้องเรียก รับบี….พระอาจารย์

พระอาจารย์ผู้นี้เคยตรัส เราเป็นนายชุมพาบาลที่ดี เรารู้จักแกะของเรา

เราเรียกชื่อของเขา และเขาก็จำเสียงเราได้

มารีย์ จำพระพักตร์พระองค์ไม่ได้ แต่จำเสียงของคนที่เธอรักได้

เธอโผเข้ากอดพระบาท

….น้ำตาแห่งความเศร้า ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความสุข

เพลงรักบทสุดท้ายจีงเริ่มขึ้นและจบลงในความสุขยินดีของหัวใจ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น  บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น  อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                  Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official    หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย     **อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ    **สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151271 วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

   บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 17:1-9

ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และ ยอห์นน้อง ชายไปบนภูเขาสูงที่ปราศจากผู้คน แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา พระพักตร์เปล่งรัศมีดุจดวงอาทิตย์ ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวดุจแสงสว่าง โมเสสและประกาศเอลียาห์สำแดงตนสนทนาอยู่กับพระองค์

เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ ข้าพเจ้าจะสร้างเพิงขึ้นสามหลัง หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับเอลียาห์” ขณะที่เปโตรกำลังพูดอยู่นั้น มีเมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งปกคลุมพวกเขาไว้ เสียงหนึ่งดังจากเมฆนั้นว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด”

เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนซบหน้าลงกับพื้นดิน มีความกลัวอย่างยิ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้ ทรงสัมผัสเขา ตรัสว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย” เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาไม่เห็นผู้ใด นอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น

ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระเยซูเจ้าทรงกำชับศิษย์ทั้งสามคนว่า “อย่าเล่านิมิตที่ได้เห็นนี้ให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย”

 

 

ข้อคิด

มหาพรตยังมีความหมายอีกประการหนึ่ง คือ เป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทาง ออกจากตัวเอง เหมือนอับรามที่ออกเดินทาง “ออกจากแผ่นดินของท่าน จากพี่น้อง จากบ้านบิดา” หรือตามความหมายที่พระสันตะปาปาฟรังซิสเคยสอนว่า ให้เราออกจาก comfort zone หรือชีวิตที่เอาแต่ใฝ่หาความสุขสบายเพื่อตนเอง เพื่อแสวงหาพระประสงค์ของพระเจ้า เหมือนที่โมเสสเดินทางขึ้นไปบนภูเขาซีนาย เพื่อรับพระบัญญัติจากพระเจ้า ภูเขาสูงจึงเป็นเครื่องหมายถึงการต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่สิ่งสำคัญคือ เราได้พบพระประสงค์ เราได้ฟังเสียงหรือพระบัญชาของพระเจ้า เหมือนที่พระเจ้าตรัสจากเมฆว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” แม้ชีวิตแห่งพระประสงค์จะยากลำบาก แต่เราก็ไม่ต้อง “กลัว” เพราะที่สุดแล้ว พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพฉันใด เราก็จะได้รับความรุ่งโรจน์ฉันนั้น ฉะนั้น จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย”.

                                                                   ชีวิต                         

ชีวิตเป็นการเดินทาง

….จากท้องมารดา สู่ท้องแผ่นดิน

….ผ่านกาลเวลา และสถานที่

….ผ่านผู้คน และฤดูกาลที่ผลัดเปลี่ยน

….ผ่านโค้งตอนของความสำเร็จ และความล้มเหลว

แม้เป้าหมายจะมุ่งไปสู่จุดเดียวกัน

แต่….รูปร่างและสีสันการเดินทางดูแตกต่างด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในทุกการเดินทาง เป้าหมายและเส้นทางพอมองเห็นได้ชัดเจน

 

 

แม้วันนั้นที่ความมั่นใจหายไป

แผนที่และการสอบถามพอนำกลับคืนได้

แต่….การเดินทางชีวิต ดูแตกต่างและห่างไกล

หนทางดูคลุมเครือและไม่เคยชัดเจน เหมือนวันหมอกจัด

ทั้งนี้เพราะ….ชีวิตมิเป็นเพียงแค่ การเดินทาง

แต่….เป็น การแสวงหา

ทุกชีวิตจำต้องก้าวเดินแสวงหาหนทางสู่เป้าหมาย

ณ บางช่วงตอนของชีวิตผู้คน การค้นพบนำให้เกิดการผันเปลี่ยน

ชายชรา….อับราฮัม ก้าวเดินจากผืนดินที่คุ้นเคย สู่ผืนดินที่ไม่รู้จัก

….มองไม่เห็นสิ่งใดเลย ในพระสัญญา

….ทั้งผืนแผ่นดินและครอบครัวดูคลุมเครือ และเพ้อฝัน

ก้าวไปพร้อมกับซาราห์ ภรรยาหมัน

ด้วยความเชื่อและความหวัง ว่าพระสัญญาจะเป็นจริง

ชายหนุ่ม….เยซู ผันเปลี่ยนชีวิต จนทุกผู้คนสับสน

….ก้าวออกจากนาซาเร็ธ เข้าสู่หนทางประกาศกเร่ร่อน

ในวันนั้น ที่เริ่มประกาศความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า และพระอาณาจักร

อำนาจรอบข้างเริ่มแสวงหาหนทางกำจัด

ทุกๆ วันบนเส้นทางประกาศก นำสู่กางเขนและความตาย

ทุกๆ วันแห่งการกระทำภารกิจของพระบิดา

นำพาชายหนุ่มจากนาซาเร็ธสู่เยรูซาเล็ม

แต่….ทางสายนี้ มิเป็นเพียงทางสายความทุกข์และความตาย

 

แสงทองของวันใหม่ฉายส่องกลบกลืนความมืดของค่ำคืน

….ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก

ชายหนุ่มจึงก้าวเดินสู่แดนประหาร

….ได้ยินเสียงแห่งความรักอยู่ในส่วนลึกแห่งจิตวิญญาณ

….ได้ยินชื่อถูกเรียกขานในหัวใจพระเจ้า

หนทางสู่เยรูซาเล็มจึงมิเป็นเพียงหนทางแห่งความตาย

แต่….หนทางสู่ความรัก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. มหาพรต = มาหาพระ บัดนี้เราเริ่มเทศกาลมหาพรตแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลา 40 วัน สี่สิบวันเพื่อภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ เพื่อใช้โทษบาปของตัวเราเอง และบาปของมวลมนุษยชาติทั้งมวล เชิญรับกระป๋องมหาพรตไปอดออม เพื่อนำไปช่วยผู้ตกทุกข์ยากจนนะครับ  และมีพิธีเดินรูปสิบสี่ภาค วันเสาร์ เวลา 19.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.45 น. (ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ)

สมเด็จพระสันตปาปา ฟรังซิส ทรงอ้างถึงบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินทร์ (2 คร.5:20)  “เราจึงขอร้องแทนพระคริสตเจ้าว่า จงยอมคืนดีกับพระเจ้าเถิด” เป็นความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องกลับใจ กลับ คืนดีกับพระเจ้า แม้เราจะเป็นคนบาป แต่กระนั้นพระองค์ยังรักและเมตตาเราเสมอ บัดนี้เป็นเวลาที่จะต้องเลิกทำตัวเกียจคร้าน เปลี่ยนแปลงชีวิต กลับมาเป็นบุตรที่ดีของพระเจ้าเสียใหม่

  1. อย่าลืม ลงชื่อในใบสมัครเพื่อร่วมค่ายคำสอนฤดูร้อน นะครับ ค่ายจะเริ่มวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม จบวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ครับ
  2. อบรมเด็กช่วยพิธีกรรม เขต 2 จัดอบรมวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันพุธที่ 18 มีนาคม ที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท (คุณสมบัติ ป.4 ถึง ม.6) รีบลงชื่อภายในวันอาทิตย์นี้ ที่ป้าตุ่ม นะครับ (รถจะออกจากวัดฟาติมา ดินแดง เวลา 07.30 น. วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม ครับ)
  3. เยาวชนที่สนใจเข้าร่วมค่ายปัสกา ณ วัดเซ็นต์หลุยส์ วันที่ 19-20 เมษายน ศกนี้ เชิญติดต่อแผนกเยาวชนนะครับ และจะมีค่ายเยาวชนคำสอนของเขต 2 ในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน ณ วัดฟาติมา (รายละเอียดจะค่อยตามมาครับ)
  4. วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม วันเสาร์ต้นเดือน เชิญผู้อาวุโสมาร่วมสวดภาวนาและร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยพร้อมเพรียงกันนะครับ ท่านคือบรรพชน – ผู้อาวุโสที่น่าเคารพ ผู้เป็นแบบอย่างของความเชื่อ ความศรัทธา ของลูกหลาน และวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมศกนี้ เชิญผู้อาวุโสเข้าร่วมฟื้นฟูจิตใจร่วมกับผู้สูงอายุ เขต 2 ที่วัดเซ็นต์จอห์น ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.   ลงชื่อจองที่เข้าร่วมกับคุณภัทรกาญจน์ หยิกประเสริฐนะครับ
  5. สำหรับผู้สนใจ คอร์สอัลฟา เตรียมตัวให้ว่างนะครับ จะมีคอร์สในวันจันทร์ที่ 6 เมษายน วันจักรี หยุดราชการ เตรียมตัว-เตรียมวันให้ว่างไว้นะครับ
  6. รณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้าตลอดเทศกาลมหาพรต นี้นะครับ สอนเด็กๆลูกๆ และตัวเราเองที่จะทำความดี ไม่ต้องตั้งใจหลายอย่าง ที่ละอย่าง – ทีละวัน – ทีละเล็กๆน้อยๆ เราจะมีกำลังใจครับ

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2020

  1. เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 เจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศแจ้งมายังทุกภาคส่วนของประเทศไทย ขอให้งดกิจกรรมการประชุม-สัมนา หรือการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมต่างๆ หรือให้เลื่อนไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ฉะนั้น คณะสงฆ์ในเขต 2 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พ่อเจ้าวัดและคณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จึงขอประกาศและแจ้งให้พี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ทราบโดยทั่วกันว่า

 

  • ของด ค่ายปัสกา ของบรรดาเยาวชนที่จะจัดที่วัดเซ็นต์หลุยส์
  • งดค่ายอบรมเด็กช่วยพิธีกรรม ที่จะจัดที่บ้านคลองโคนรีสอร์ท
  • งดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ที่จะจัดที่วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

และสำหรับการฟื้นฟูจิตใจของผู้อาวุโส เขต 2 และคอร์สอัลฟ่า ขอพี่น้องติดตามประกาศต่อไป

  1. วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ได้ทำการฉีดพ่นยา-เช็คทำความสะอาดวัด ที่ฟังแก้บาป โต๊ะ-เก้าอี้ ประตู-ลูกบิดประตู ด้วยแอลกอฮอล์ 90% เรียบร้อย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ขอพี่น้องมาวัดด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะครับ

อย่างไรก็ดี ขอพี่น้องได้ช่วยรับผิดชอบตามประกาศ 7 ข้อ ของทางวัด (ได้ติดประกาศไว้ที่หน้าวัดและหลังปกสารวัด) อย่างจริงจัง ซึ่งสรุปโดยง่ายๆ ว่า ถ้าสงสัยหรือรู้สึกไม่สบาย กรุณาไปพบแพทย์และงดการมาวัดร่วมพิธีกรรม เพื่อจะไม่นำเชื้อโรคมาสู่ผู้อื่น และกรุณาล้างมือให้สะอาดเสมอทุกเวลา (โปรดกระทำด้วยความสำนึกและรับผิดชอบ ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระเจ้า)

  1. ทั้งนี้ มิใช่เพื่อจะเป็นข้อแก้ตัวที่จะไม่ไปวัด ด้วยเรากำลังอยู่ในช่วงเทศกาลมหาพรต ที่เราควรภาวนามากขึ้น พลีกรรม ใช้โทษบาปมากขึ้น และประกอบกิจเมตตากุศลมากขึ้น ร่วมรณรงค์ปลูกต้นความดีถวายแด่พระเจ้า ใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นในสังคมโลก เป็นโอกาสดี กลับใจ-เปลี่ยนแปลงชีวิตกลับมาเชื่อ-ศรัทธา ต่อพระเจ้ามากขึ้น ทุกสิ่งอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ปราศจากพระองค์ มนุษย์มิอาจทำสิ่งใดได้เลย แต่พระเจ้าทรงกระทำได้ทุกสิ่ง !!!

 

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151267 วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาภันธ์ ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลธรรมดา แม่พระประจักษ์ที่เมืองลูรด์

Saturday, April 4th, 2020

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 5:13-16

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาอัครสาวกว่า

“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน ถ้าเกลือจืดไปแล้ว จะเอาอะไรมาทำให้เค็มอีกเล่า เกลือนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากจะถูกทิ้งให้คนเหยียบย่ำ

ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะไม่ถูกปิดบัง ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอามาวางไว้ใต้ถัง แต่ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน ในทำนองเดียวกัน แสงสว่างของท่านต้องส่องแสงต่อหน้ามนุษย์ เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์”

ข้อคิด

คำว่าเกลือและแสงสว่าง ต้องเข้าใจตามบนเทศน์บนภูเขา ที่พระองค์สอนเรื่องบุญลาภ 8 ประการ ว่าด้วยเรื่องความยากจน ความทุกข์ ความสุภาพถ่อมตน ความมีเมตตา ฯลฯ ผู้ที่ประพฤติเช่นนี้ เขาจะเป็นเหมือนเกลือรักษาสังคมให้สดใหม่เสมอ หรือเหมือนแสงสว่างที่ชี้ทางเดินให้คนก้าวไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย

 

                                                             พยานเงียบ                         

ดวงตะวันผู้สัตย์ซื่อ ฉายส่องมั่นคง

ไม่ส่งเสียงร้อง….ไม่เคยเรียกร้อง

ไม่บีบบังคับ….ไม่เคยด่าว่า

ดวงตะวัน….คืนชีวิตใหม่ให้ผืนแผ่นดิน ในทุกยามเช้า

ด้วยท่วงทำนองสวยงามสงบเงียบ ไร้เสียงรบกวน

ดวงตะวัน….เดินเคียงคู่แผ่นดิน ในทุกวันวาร

ด้วยลีลาใกล้ชิด ไร้กฎเกณฑ์อึดอัด

ชีวิตคริสตชน

มิใช่เส้นทางสายด่วนที่มุ่งสู่พระเจ้า โดยไม่นำพาผู้คน

แต่….เป็นสะพานยื่นยาวสู่ปวงชน

มิใช่อภิสิทธิ์ส่วนบุคคล

แต่….เป็นชีวิตที่ก้าวเดินเพื่อมวลชน

….และพร้อมกับมวลชน

วันนั้น ที่พวกเขายืนนิ่งในโลกแห่งความรอดส่วนตัว

พวกเขาสูญเสียแก่นสาร ที่ไม่อาจเรียกกลับคืน

ดวงตะวันมิเคยกักขังปิดกั้นตนเอง

แต่….ฉายส่องอย่างนุ่มนวลบนใบหน้าของทุกผู้คน

เขาเยี่ยมเยียนคนจน และ คนรวย

คนหมดหวัง และ คนสมหวัง

คนชราที่เศร้าหมอง และ เด็กน้อยที่ยิ้มแย้ม

คนบาป และ นักบุญ

ในความรักที่สงบเงียบมั่นคง ต่อผืนแผ่นดิน

ดวงตะวันฉายส่อง แสงแห่งพระผู้สร้าง

พระบิดาของผืนแผ่นดิน.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศแต่งงาน

คู่ที่ 1

   ยอห์น บัปติสต์ เอกโสฬส คงครองสมัย อายุ 29 ปี

บุตรของ                เปาโล อุเทน คงครองสมัย และ นาง อิสลิน แก้วกาหลง

รับศีลล้างบาป         เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1991 ที่วัดนักบุญยอแซฟ บ้านโป่ง

ปรารถนาจะแต่งงานกับ

น.ส. นิภาพร ทับจันทร์ อายุ 31 ปี

บุตรีของ                  ร้อยตรี ธนวัฒน์ และ นาง ดวงใจ ครีบกระโทก

ชาวสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

ในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14.00 น.

 

คู่ที่ 2

มารีอา ภาสินี มากสัมฤทธ์

บุตรของ            ยอแซฟ สมพล และ อันนา อรุณีย์ มากสัมฤทธ์

รับศีลล้างบาป     เมื่อวันที่ 10 เมษายน 1994 ที่วัดฟาติมา ดินแดง

ปรารถนาจะแต่งงานกับ

นาย ยศพงศ์ จันทรานนท์

บุตร          นาย อนุกูล และ นาง จิราวรรณ จันทรานนท์ ชาวสมุทรปราการ

ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14.00 น.

หากพี่น้องท่านใดทราบว่า มีข้อขัดขวางไม่สามารถที่จะทำให้ทั้งสองคู่แต่งงานด้วยกันได้ ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ

 

เราได้ผ่านบรรยากาศของการต้อนรับ องค์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ซึ่งได้เสด็จมาเยือนเมืองไทย เมื่อวันที่ 20 – 23 พฤศจิกายน จากนั้นเราได้ฉลองคริสต์มาส ฉลองการเสด็จมาบังเกิดขององค์พระกุมารเยซูเจ้า เราได้เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ และฉลองพระชนนีของพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นนามชื่อวัดของพวกเรา ฉลองประจำปี และโอกาสฉลอง 50 ปีชุมชนความเชื่อของพวกเราชาววัดรังสิต ซึ่งก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย ทุกงานฉลอง และล่าสุด ก็ได้ร่วมมิสซาขอพระพรจากพระเจ้าโอกาสวันตรุษจีน ได้รับส้มและอั่งเปา เล็กๆน้อยๆ อันเป็นกำลังใจ และพระพรเพื่อการก้าวเดินต่อไปของพวกเรา ในปีชวด ปีหนูทอง

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ยังได้ประกาศให้วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็น “อาทิตย์พระวาจาพระเจ้า เป็นปีพระคัมภีร์”  โดยทรงเน้นว่า “เพราะการไม่รู้  – ไม่อ่านพระคัมภีร์ คือการไม่รู้จัก พระคริสตเจ้า ตามคำกล่าวของนักบุญเยโรม

 

นอกจากนี้ วันนี้มีผู้แทนของพวกเราหลายๆคน ได้มีโอกาสไปร่วม คอร์สผู้นำอัลฟ่าปี 2020 ที่โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา  มั่นใจว่าจะได้รับข้อคิดดีๆ  สำหรับ  ผู้เข้าร่วมคอร์สและนำความคิดนั้นมาสู่พวกเราชาววัดรังสิต เพื่อจะสามารถเจริญชีวิต ในฐานะศิษย์พระคริสต์ ตามพระวาจาของพระเจ้า

พี่น้องที่เคารพครับ ทุกเหตุการณ์ ทุกบรรยากาศที่ผ่านไป ล้วนให้ข้อคิดสะกิดใจเราทุกคน และเป็นกำลังใจให้กับพวกเรา เพื่อจะปรับเปลี่ยนชีวิตคริสตชนของเรา ให้สมกับการเป็นศิษย์ของพระองค์อย่างแท้จริง เรามีความตั้งใจจะทำอะไรเพิ่มมากขึ้น เพื่อถวายแด่พระองค์แล้ว เพื่อความรอดของเราล่ะครับ  1……… 2……. 3………  ฯลฯ

ประกาศแต่งงาน

มารีอา ภาสินี มากสัมฤทธ์

บุตรของ         ยอแซฟ สมพล และ อันนา อรุณีย์ มากสัมฤทธ์

รับศีลล้างบาป  เมื่อวันที่ 10 เมษายน 1994 ที่วัดฟาติมา ดินแดง

ปรารถนาจะแต่งงานกับ

นาย ยศพงศ์ จันทรานนท์

บุตร      นาย อนุกูล และ นาง จิราวรรณ จันทรานนท์ ชาวสมุทรปราการ

ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14.00 น.

หากพี่น้องท่านใดทราบว่า มีข้อขัดขวางไม่สามารถที่จะทำให้ทั้งสองแต่งงานด้วยกันได้ ต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2020

1) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พี่น้องสัตบุรุษวัดของเรา จำนวน 12 คน ตัวแทนวัดของเราได้ไปร่วม “คอร์สอัลฟ่า” ที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯได้จัด  1 วันเต็ม ที่อัสสัมชัญ คงได้เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้นเป็นแน่เลย……

ชีวิตที่เกิดมาของเรามีเพียงเท่านี้หรือ ???

ฉันเกิดมาทำไม ???

ทำไมฉันจึงควรสวดภาวนา และจะภาวนาอย่างไร  ???

พระเจ้ามีอยู่จริงหรือ พระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่หรือ  ???

ฉันยังมีความเชื่อในพระองค์หรือ  ???

จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร ???

และอีกหลายๆข้อคิดเพื่อกระตุ้นให้เราค้นหาคำตอบเกี่ยวกับชีวิต และนำเราสู่ภาคปฏิบัติในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน

2) วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ดูเหมือนว่าเราเพิ่งจะฉลองคริสตมาส และปีใหม่ไปไม่นานนี้ พี่น้องครับ เราจะเข้าเทศกาลมหาพรตในวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์นี้แล้ว เป็น 40 วันของการภาวนา และใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศลต่างๆ ร่วมมหาทรมานกับพระเยซูเจ้า ในการไถ่บาปและจะได้ชื่นชมยินดีกับพระเยซูเจ้า ในการกลับคืนพระชนมชีพอย่างรุ่งโรจน์ ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์ในโอกาสปัสกา

3) ช่วงเวลามหาพรต จะงดการฉลองต่างๆ งดพิธีแต่งงานด้วยนะครับ จนกว่าจะฉลองปัสกา หลังวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน นะครับ