เนื้อหาทั้งหมดของ ‘กลุ่มต่างๆ ของวัดรังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151223 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

Tuesday, April 16th, 2019

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า แห่ใบลาน

บอกเล่าให้ฟัง

          มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่น่าสนใจและพวกเราน่าจะนำไปไตร่ตรองดู ถ้าที่ใดก็ตามที่มีการวางมาตารการไว้มากๆ และพยายามที่จะใช้กฏ เกณฑ์อย่างเคร่งครัด แสดงว่าที่นั้นมีปัญหามากและคนที่อยู่ด้วยกันตรงนั้นมักจะขาดความไว้วางใจกันและกัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ได้หมาย ความว่ากฏเกณฑ์ไม่สำคัญ กฏเกณฑ์เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในการตัดสินใจเมื่อมีความไม่แน่ใจในบางเรื่องเกิดขึ้น เรื่องนี้ทำให้พ่อคิดถึงเพื่อนของพ่อคนหนึ่ง เขาเคยชวนพ่อไปเที่ยวประเทศของเขา น่าเสียดายที่พ่อจำชื่อประเทศไม่ได้เสียแล้ว ประเทศของเขาเป็นเกาะเล็กๆเขาบรรยายว่า ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณหนึ่งวันก็สามารถไปได้ทั่วประเทศของเขาแล้ว เขาเล่าว่าประเทศของเขามีกฏหมายพอเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตำรวจไม่ต้องพกปืน แต่จะพกเครื่องช่วย ชีวิตเพื่อช่วยคนยามเกิดอุบัติเหตุ ตอนคนตกน้ำ ฯลฯ เขาบอกว่าบ้านทุกบ้านในประเทศของเขามีประตูหน้าต่างเป็นช่องไว้รับลมและเอาไว้เข้าออกเท่านั้น ไม่ต้องปิดประตูไม่ต้องใส่กุญแจ เพราะประเทศของเขาไม่มีขโมยคนส่วนใหญ่ก็เป็นที่คุ้นเคยและรู้จักกันทั้งนั้น พ่อฟังแล้วอยากไปมากแต่ตอนนั้นยังเรียนไม่จบจึงไม่กล้าไปกับเขา ถึงแม้ไม่ได้ไป พ่อก็ความคิดว่าประเทศของเขาน่าจะมีความสงบสุขมากๆ ประชาชนคงอยู่กันอย่างพี่น้องช่วยเหลือเกื้อกูลรักใคร่ปรองดอง

พ่อจึงมีความคิดฝันตลอดเวลาว่า “จะทำอย่างไรครอบครัวของเรา ที่ทำงานของเรา และทุกๆที่ที่เราอยู่จะเป็นอย่างประเทศของเพื่อนพ่อคนนี้” ที่จริงแล้วสภาพเช่นนี้พ่อก็เคยสัมผัสได้บ้างเหมือนกันในบางที่ แต่ก็เป็นได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เหมือนดอกไม้ดอกหญ้าบางชนิดที่มันเบ่งบานสวยงามในยามเช้า  แล้วมันก็หุบหายเมื่อต้องแสงตะวันยามสาย พ่อเขียนเล่าให้ฟังเช่นนี้เหมือนคนเพ้อเจ้อเพ้อฝัน มีความคิดจินตนาการที่เลื่อนลอยไม่เข้าท่า เขียนไปทำไมนี่ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันเกินความสามารถของมนุษย์เราที่จะทำ แต่ถ้าสิ่งที่เพื่อนของพ่อเล่าให้ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ก็แสดงว่าสภาพเช่นนี้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้แม้จะเป็นส่วนเล็กๆก็ตาม และถ้าสิ่งที่พ่อเคยสัมผัสได้ชั่วครู่ชั่วยามมันเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน ก็แสดงว่าเราสามารถช่วยกันทำให้สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นในกลุ่มเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆแห่งชีวิตบนโลกที่สวยงามใบนี้

สิ่งที่พ่อเขียนบรรยายมาแต่ต้นอาจจะเป็นเรื่องเพ้อฝันของหลายๆคน แต่พี่น้องทราบไหมครับว่า “นี่เป็นพันธกิจหลักที่พระเยซูคริสตเจ้าได้รับมอบหมายจากพระบิดาเจ้า และพระองค์ได้มอบหมายพันธกิจนี้ส่งต่อสืบทอดให้บรรดาอัครสาวกมาถึงพระศาสนจักรและเราคริสตชนทุกคนจนถึงทุกวันนี้” พันธกิจที่พ่อเขียนถึงนี้ก็คือ “การสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้”  ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความยุติธรรม ความรัก ความเมตตา สันติสุข และความชื่นชมยินดี พระอาณาจักรที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงไม่ได้เป็นเพียงอาณาจักรสวรรค์หลังความตายเท่านั้น แต่เป็นพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ด้วย บางครั้งพระองค์ตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” บางครั้งตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว” ไม่ว่าจะเป็นพระอาณาจักรใกล้เข้ามาแล้วหรือพระอาณาจักรอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว จะเป็นแบบไหนก็ตาม สิ่งที่พระองค์ตรัสจะต้องหมายถึงพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ พ่อจึงเชิญชวนพวกเราสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าทุกท่าน มาร่วมใจกันสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงในชุมชนแห่งความเชื่อของเรา โดยเติมคุณลักษณะที่ขาดหายไปของพระอาณาจักรของพระเจ้า ตามบทภาวนาของนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ดังนี้ “ที่ใดมีความสิ้นหวัง เราจะเติมความหวัง ที่ใดมีความขุ่นข้องหมองใจ เราจะเติมการให้อภัย ที่ใดมีความสงสัย เราจะเติมความเข้าใจ ที่ใดมีความทุกข์ เราจะเติมการปลอบโยนทำให้เกิดความชื่นชมยินดี ฯลฯ “

จากคุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เราแห่ใบลาน  เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราคริสตชนจะรำพึงถึงพระมหาทรมานเป็นพิเศษ พระศาสนจักรให้ คริสตชนทั่วโลกทำการระลึกถึง การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงชัยชนะ พระศาสนจักรให้เราคริสตชนระลึกถึงเหตุการณ์นี้ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ต้องการจะย้ำเตือนบรรดาคริสตชนว่า พระธรรมล้ำลึกปัสกา มีองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นก็คือ การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ การเข้ามีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงต้องเป็นการเข้ามีส่วนร่วมทั้งครบ ไม่ใช่น้อมรับเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระองค์พร้อม พระองค์ยินดีที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ที่จะยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษยชาติ การกระทำเช่นนี้ในสายตาของมนุษย์ทั่วไปเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญา  เป็นความอัปยศ เป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับพระเจ้า นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และชัยชนะนี้จะปรากฏผลในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเราจะทำการสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ปัสกา การน้อมรับพระประสงค์ของพระเยซูคริสตเจ้า โดยการยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี่แหละ ทำให้เราหยั่งรู้เกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อความทุกข์ยากลำบากเข้ามากล้ำกรายชีวิตของเรา เราจะสามารถจัดการกับชีวิตได้อย่างถูกต้อง

พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นหนทางแห่งความรอดพ้น ซึ่งการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า เพื่อน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่านี้เป็นหนทางเดียวที่มนุษย์ต้องเดิน เพื่อจะได้รับความรอดพ้น ไม่มีทางอื่น เป็นเงื่อนไขในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้า ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนเองและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร (มธ.16:24-25)  นี่เป็นเคล็ดลับในการดำเนินชีวิตของเราคริสตชน ซึ่งทำให้เราสามารถพบกับความสงบในการดำเนินชีวิต ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ซึ่งเป็นกางเขนแห่งชีวิต เพราะเรารู้ว่าเราสามารถเข้าร่วมส่วนกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า โดยอาศัยความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเราน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดี ความทุกข์ลำบากต่างๆที่เราได้รับ ก็จะกลายเป็นหนทางสร้างบุญสร้างกุศล นำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย

ขอให้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ สัปดาห์แห่งพระมหาทรมานที่เริ่มต้นขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าใจความหมายของชีวิต ความทุกข์ทรมานต่างๆที่เกิดขึ้น และพระธรรมล้ำลึกปัสกา จนกระทั่งสามารถมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เข้าใจและน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดีเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า และเราจะได้ชัยชนะเช่นเดียวกับพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  รวมกันที่ศาลาเรือนไทย           เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทด แทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  4. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00.
  5. ตรีวารปัสกา

***วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ษ. 2019 เป็นวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีล้างเท้าอัครสาวก      เวลา 19.00 น.

***วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

มีเดินรูปรอบวัด            เวลา 16.30 น.

พิธีนมัสการกางเขน        เวลา 19.00 น.

*** วันเสาร์ที่ 20 เม.ษ. 2019  เป็นวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีเสกน้ำ เสกไฟ        เวลา 19.00 น.

  1. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30 – 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151222 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Tuesday, April 16th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจยอมรับและรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ คนที่ฉลาดจริงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างเปิดใจรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และเท่าทันสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  ในค่ายคำสอนครั้งนี้เราได้บราเดอร์จากคณะธรรมฑูตไทย 2 ท่าน และเณรพื้นเมืองจากวัดของเราเอง 1 ท่าน พ่อต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่าเห็นวิธีการทำงาน วิธีการสอนคำสอนของบราเดอร์แล้ว ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจและขัดหูขัดตาพอสมควร แต่เนื่องจากว่าพ่อเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เข้าใจพ่อก็ถาม อยากรู้พ่อก็ไปดูไปศึกษา ในที่สุดการกระทำเช่นนี้ทำให้พ่อสามารถเข้าใจและผสมผสานวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่เข้าด้วยกันได้หรือจูนกันติด พี่น้องเชื่อไหมว่าพ่อเคยได้ยินว่าคุณพ่อที่มีวัยวุฒิมากๆบางท่านเคยส่งเณรและเยาวชนที่มาช่วยงานกลับบ้านมาแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่พ่อเขียนเล่ามาข้างต้นนี่แหละ

พี่น้อง พ่อเชื่อว่าในครอบครัวของพี่น้องหลายๆครอบครัว น่าจะมีปัญหาทำนองนี้อยู่บ้างเหมือนกันช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อลองนั่งคิดดูแบบง่ายๆไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ สิ่งที่พ่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากเตี่ยแม่และผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ถ้าคำนวณจากอายุเตี่ยของพ่อถ้าเวลานี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องมีอายุ 90 กว่าเกือบ 100 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสอนอบรมพ่อมาก็น่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้กันเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว ถ้าเตี่ยกับแม่พ่อรับองค์ความรู้มาจากปู่ยาตายาย องค์ความรู้นั้นก็น่าจะห่างจากเตี่ยแม่ของพ่อ 50 – 60 ปีเช่นเดียวกัน ถ้าเตี่ยแม่พ่อไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านหรือองค์ความ รู้ของการอบรมเลย แสดงว่าองค์ความรู้ที่เขานำมาใช้สั่งสอนอบรมพ่อ เป็นองค์ความรู้ของเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดยประมาณ ถ้าเราเป็นคนใจแคบไม่รับรู้และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา เราจะเป็นคนหลงยุคนะครับ สิ่งที่เราคิดว่าดีมากๆในสมัยของเรา ปัจจุบันอาจจะล้าสมัยไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันเขาไม่ใช้กันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคนเขาบ้าของใหม่ แต่เป็นเพราะว่ามีนักคิดเขาเอาของเก่าที่เราเคยมี ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลดความเสี่ยงความเสียหาย ทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น จนเป็นของที่คนในยุคปัจจุบันนำเอามาใช้กัน ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับเปิดใจมอง เราจะพบว่าหลายๆอย่างมาจากหลักการเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดจุดอ่อนความเสี่ยงของเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับของใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้การทำงานสะดวกราดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีใจกว้างที่จะรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่เช่นนี้ พ่อคิดว่าเราจะสามารถพบจุดเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างระหว่างวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่ได้นะครับ

ที่พ่อเขียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทันสมัยและของใหม่ๆ ดีหมดทุกอย่าง หรือของเดิมๆวิธีการเดิมๆที่เราเคยใช้กันไม่ดีไปเสียหมดทุกอย่างทุกเรื่องก็ไม่ใช่ พ่อคิดว่าเราควรใช้ทุกอย่างให้เหมาะสมกับสถาน การณ์มากกว่า ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตามยุคตามสมัย และผู้ใหญ่จะต้องเป็นความรอบคอบให้กับผู้น้อย เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า ก็น่าจะคิดและมองอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากกว่า ผู้น้อยก็อย่ามองข้ามคำเตือนสอนของผู้ใหญ่ เพราะผมหงอกที่เราเห็นบนศรีษะของท่านเป็นปรีชาญาณที่มองข้ามไม่ได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์

มนุษย์มักจะเอามาตรการที่ตนเองชอบนำมาใช้ตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดของตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นมาตรการตัดสินลงโทษหญิงคนบาป พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านความผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบากและที่สำคัญ พระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ

กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับ เพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหน ทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย เขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสินลงโทษ จนพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปยังความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง  “พวกเขามีบาปหรือเปล่า”  “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่ใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งมีบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความผิดพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงความอ่อนแอความผิดพลาดของตนเอง

เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลายให้แตกดับ ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บุตรของพระจ้าโดยคืนภาพลักษณ์ของพระเจ้าให้ด้วยความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย ทำให้เราเข้าใจสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตากรุณาของพระองค์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตร การของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ใบลานมาถึงที่วัด ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ และขอให้นำมาคืนที่วัดก่อนวันแห่ใบลาน เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 เวลา 9.00 น.
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

ตารางเวลาในตรีวารปัสกา

** วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.  เวลา 19.00 น.

** วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

** วันเสาร์ที่ 20 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

7. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151218   วันอาทิตย์ที่  10  มีนาคม  ค.ศ.2019

Saturday, March 9th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

“จงระลึกถึงวันในอดีต วันที่ท่านสู้ทนความทุกข์ทรมานมากมายหลังจากที่ได้รับความสว่าง บางครั้งท่านก็ถูกประจานให้อับอาย และถูกข่มเหงอย่างเปิดเผย บางครั้งท่านก็ร่วมทุกข์กับผู้ที่รับชะตากรรมเดียวกัน” (ฮบ10:32-33) พ่อคิดว่าเรื่องที่บทจดหมายถึงชาวฮีบรูกล่าวถึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ในบทจดหมาย ถึงชาวฮีบรูเตือนใจเราว่าจงระลึกถึงวันในอดีต…… หลังจากที่ได้รับความสว่างแล้ว เพราะโดยธรรมชาติของเรามนุษย์ยามที่เราได้รับความทุกข์ในชีวิตเราจะโอดครวญ ขอความช่วยเหลือ เมื่อความทุกข์ยากลำบากต่างๆผ่านพ้นไปแล้ว เข้าสู่สภาวะปกติชีวิตสุขสบายขึ้น เราก็จะเริ่มลืมเลือนความทุกข์ยากลำบากที่เราต้องทนทรมานมา ลืมความช่วยเหลือต่างๆ ลืมแม้กระทั่งการร่วมทุกข์ร่วมสุขที่เคยร่วมกันมา และจะเริ่มปล่อยตัวตามธรรมชาติอย่างที่เคยเป็น ในบทจดหมายถึงชาวฮีบรู เตือนเราให้คิดถึงความขื่นขมความมืดมนความน่าทุเรศอันเกิดจากบาปเพื่อเราจะได้ระลึกความดีงามความเมตตาความรักของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยมนุษยชาติให้ได้รับความรอดพ้น เป็นคนรู้คุณพระเจ้ารู้จักขอบพระคุณพระองค์อยู่เสมอ ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นนี้ เขาจะดำเนินชีวิตด้วยความรอบคอบเพื่อชีวิตของเขาจะได้ไม่เข้าไปอยู่ในวังวนของบาปและความเลวร้ายแบบเดิมๆอีก

ผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรูพยายามเตือนความทรงจำชาวฮีบรูถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา พวกเขาเคยทาสของชาวอียิปต์พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานถูกข่มเหง เวลานั้นพวกเขาร้องเรียกหาพระเจ้าด้วยความเชื่อความศรัทธา จนในที่สุดพระเจ้าทรงเมตตา ส่งโมเสสและอาโรนมาช่วยพวกเขาให้พ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายนั้น เราจะสังเกตได้ว่าในช่วงแรกๆก่อนจะออกจากประเทศอียิปต์พวกเขาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระเจ้าสั่งผ่านทางโมเสสให้พวกเขาทำอะไรเขาก็ทำ แต่หลังจากที่พวกเขาออกจากประเทศอียิปต์พ้นจากการเป็นทาสได้ไม่นาน พวกเขาก็ลืมความทุกข์ระทมที่เคยได้รับจนหมดสิ้น และเริ่มหันไปเล่นงานโมเสสและต่อว่าพระเจ้าไม่ใช่ครั้งเดียวแต่บ่อยครั้งมากๆ เพราะใจดื้อกระด้างแบบนี้ทำให้พวกเขาต้องเดินทางในทะเลทรายถึง 40 ปีกว่าจะเข้าถึงดินแดนพระสัญญา

พี่น้องชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ามาถึงปีที่ 50 วัดพระ ชนนีของพระเป็นเจ้ามาถึงปีที่ 25 จนต้องมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่พอสมควร พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาล บรรพบุรุษของเราได้สละหยาดเหงื่อแรงกายไว้ที่นี่มากมาย วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้านับว่าโชคดีมากๆที่ไม่มีปัญหามากมายอะไรนัก แต่ก็เคยพบชะตากรรมอันเลวร้ายมาบ้างเหมือนกัน หลายคนเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมฟันฝ่าอุปสรรค์ด้วยกันมา เรายังจำเรื่องราวต่างๆเหล่านั้นได้หรือเปล่าหรือว่าลืมมันไปหมดแล้ว ชาวฮีบรูหลังจากพ้นจากเป็นทาสของชาวอียิปต์ไม่นาน ยังไม่ทันเป็นชาติเลยเพราะยังไม่ได้รับพระบัญญัติ 10 ประการที่ถือว่าเป็นกฎหมาย ยังเดินทางไม่ถึงฝั่งฝันอันเป็นดินแดนแห่งพระสัญญา พวกเขาก็ละทิ้งพระเจ้า ไปทำวัวโลหะขึ้นมากราบไหวเป็นพระเจ้าเสียแล้ว  เขาไปเล่นงานโมเสสหลายต่อหลายครั้งจนโมเสสผู้นำของพวกเขาแทบทนไม่ไหว พี่น้องเราลืมประวัติศาสตร์เรื่องราวในอดีต เรื่องราวความทุกข์ระทมที่เคยได้รับไปแล้วหรือยัง ถ้าไม่ระลึกถึงหรือลืมไปแล้วใจของเราจะเป็นกบฎเหมือนกับพวกชาวฮีบรู พ่อจึงเขียนบทความนี้ เตือนความทรงจำของพวกเราเหมือนกับผู้เขียนจดหมายถึงชาวฮีบรู เราอย่าลืมความชอกช้ำความทุกข์ระทมอันเกิดจากบาปหลังจากที่เราไปแก้บาปและได้รับการอภัย เราอย่าลืมความทุกข์ระทมที่เคยร่วมเผชิญกันมาไม่เช่นนั้นใจของเราอาจคิดกบฎขึ้นมาได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การประจญในชีวิตมนุษย์

เมื่อคิดถึงการประจญที่ พระเยซูคริสตเจ้าประสบในถิ่นทุรกันดาร ทำให้คิดถึงตอนเป็นเด็กๆเมื่อเริ่มเรียนคำสอน ครูคำสอนเคยเล่านิทานธรรมให้ฟังว่า วันหนึ่งผีปีศาจมันออกมาท่องเที่ยวบนโลกมนุษย์ พอพวกมันเห็นเสาไฟฟ้าซึ่งเป็นรูปตัวทีใหญ่ภาษาอังกฤษ ลักษณะคล้ายไม้กางเขนพวกมันโกรธกันใหญ่ และพวกมันได้ใช้อำนาจที่พวกมันมีทำลายเสาไฟฟ้าไปมากมาย ครูคำสอนท่านนั้นถามว่ารู้ไหมว่าทำไมผีปีศาจจึงไม่ชอบเสาไฟฟ้า ตอนนั้นพวกเรายังเป็นเด็กเกินกว่าจะเข้าได้ ครูคำสอนจึงเฉลยว่า ก็เพราะ มันเคยพ่ายแพ้พระเป็นเจ้าอย่างราบคาบด้วยไม้กากบาทแบบนี้มา แล้ว  เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผีปีศาจจึงอาจหาญมาประจญพระเยซูคริสตเจ้า เพราะว่าพวกมันรู้ว่าพระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และกำลังมาช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาสของมัน มันจึงมาหยั่งเชิงพระองค์ในฐานะเป็นมนุษย์ว่า มันพอจะมีทางเอาชนะบ้างหรือไม่ ถ้าได้มันจะพยายามทำทุกวิธีการที่จะเอาชนะ ไม่ว่าใครหรืออะไรก็ตามที่อยู่ฝ่ายพระเป็นเจ้าหรือเป็นของพระองค์

สิ่งที่เล่ามาข้างต้นทำให้เราต้องคิดถึงสิ่งดีๆทั้งหลาย ชุมชนวัดหรือวัดไหนที่มีสัตบุรุษดีๆมีน้ำใจ รักกันช่วยเหลือกัน ช่วยเหลือพระศาสนจักร ครอบครัวไหนที่ศรัทธารักใคร่ปรองดองมีความสุข คนดีมีน้ำใจทั้งหลาย ฯลฯ ทุกเรื่อง ทุกสิ่ง ทุกที่ ที่จะเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงและเข้มแข็ง ยิ่งดีมีพลังมากเท่าไรต้องระวังให้จงหนัก เพราะผีปีศาจมันไม่ชอบ  มันจะค่อยๆแทรกซึมเข้ามาในใจของคนบางคนที่อ่อนแอที่สุด และทำให้คนๆนั้นตกเป็นเครื่องมือของมันโดยไม่รู้ตัว ในการทำลายความรักความปรองดอง ซึ่งเป็นเครื่องหมายของการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นพลังยิ่งใหญ่ของการเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระองค์ “ถ้าอาณาจักรหนึ่งแตกแยก อาณาจักรนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้” (มก.3:24) ถ้าภาพของพระอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความรัก ความเมตตา ความยุติธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดีปรากฏขึ้นเมื่อไร ก็แสดงว่าพวกมันพ่ายแพ้พระเป็นเจ้าแล้ว

“จงสั่งให้หินก้อนนี้กลายเป็นขนมปังเถิด………ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน……..ถ้าท่านนมัสการข้าพเจ้า….จงกระโจนลงไปเบื้องล่างเถิด… พระเจ้าจะทรงสั่งทูตสวรรค์ให้พิทักษ์รักษาท่าน” (ลก.4:2-10) จากเล่ห์กลที่ปีศาจใช้ทำให้เราทราบว่า มันจะใช้ทุกเรื่องในชีวิตผจญเรา ไม่ว่าจะเป็นรัก โลภ โกรธ หลง แม้กระทั่งความดีมีน้ำใจของเรา ถ้าเราไม่ระวังตัวและย่อมให้มันแทรกแซงเข้ามาในชีวิตของเรา อาทิ ลูกของฉันใครอย่าแตะ พ่อแม่ของฉันก็เหมือนกัน โดยที่มันจะใช้ความรักที่เรามีต่อคนในครอบครัวนี่แหละ บดบังความถูกต้องไว้ จนวันหนึ่งเราจะทำการอะไรสักอย่างโดยไม่คำนึงถึงผิดชอบชั่วดี สามีภรรยารักกันอยู่ดีๆแต่ด้วยความดีมีน้ำใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มันจะใส่ความหวาดระแวงเข้ามา ทำไมต้องไปช่วยคนนั้น คนนี้ มีอะไรกันหรือเปล่าฯลฯ เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้ว เราต้องดำเนินชีวิตทุกย่างก้าวด้วยสติและใจที่หนักแน่นมั่นคง วอนขอพลังความช่วยเหลือจากพระเป็นเจ้าเสมอ มีพระวาจาของพระเจ้าเป็นดั่งประทีปนำทางเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า เพื่อเราจะสามารถชนะการผจญเช่นเดียวกับพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน 

                                                          คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ประกาศ

  1. ในเทศกาลมหาพรตมีเดินรูป 14 ภาค ก่อนมิสซาบูชาขอบพระคุณ วันเสาร์เวลา 19.00 น. วันอาทิตย์ เวลา  45 น. ส่วนกิจศรัทธาอื่นของดไป ให้พี่น้องทำส่วนตัวในเทศกาลมหาพรต
  2. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปไว้ที่บ้าน เพื่อออมเงินที่ได้จากการทำพลีกรรมจำศีลอดอาหารการเสียสละเรื่องอื่นๆ และเงินที่พี่น้องปรารถนาที่จะช่วยผู้ด้อยโอกาส แล้วนำมาคืนที่วัดหลังจากจบเทศกาลมหาพรต
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 17 มี.ค.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่ม วันที่ 21 มี.ค จนถึงประมาณ 25 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องการรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  1. การซ่อมแซมวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจกันในด้านต่างๆจนสำเร็จ ขอพระเจ้าตอบแทนน้ำใจดีของพี่น้องทุกท่าน ถ้าผู้ใดต้องการช่วยค่าซ่อมแซมวัดครั้งนี้มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

      ประกาศแต่งงาน

ระหว่าง                        นาย จุฑา ธรรมจินดา

บุตร               นาย จิตตวัฒน์ และ นาง โกสุม ธรรมจินดา

กับ                        มารีอา ณัฎฐ์ชพิทย์ สุรนันทชัย

บุตรี             ยอแซฟ บุญช่วย และ นาง ศรีจันทร์ สุรนันทชัย

ประกอบพิธีวันเสาร์ที่ 16  มี.ค. 2019 เวลา 10.00 น.

ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

//////////////////////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151213 วันอาทิตย์ที่ 03 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019

Monday, February 4th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

รอบรู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองเป็น พ่อคิดว่าเรื่องนี้ป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เราควรมีความสำนึกอยู่เสมอ ในเรื่องของการนับถือศาสนาก็เช่นเดียวกัน เวลาที่บ่าว-สาวจะมาทำพิธีแต่งงาน พ่อจะให้พวกเขานำเอกสารไปกรอกมาให้เรียบร้อย ในเอกสารที่เขาต้องทำ มีเอกสารใบหนึ่งเป็นคำสัญญาของฝ่ายที่เป็นคาทอลิก ฝ่ายที่เป็นคาทอลิกต้องไปกรอกมาและอ่านทำความเข้าใจกับเงื่อนไขที่พระศาสนจักรกำหนดไว้ เมื่ออ่านจบแล้ว ต้องเอาเงื่อนไขนั้นไปให้ฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกอ่านทำความเข้าใจ และลงนามเพื่อแสดงว่ารับทราบยอมรับเงื่อนไขเหล่านั้นแล้ว พ่อจะบอกเสมอว่า ถ้ายังรับไม่ได้กับเงื่อนไขเหล่านั้น อย่าลงนามและมาขอคำอธิบายก่อนที่จะตัดสินใจ มีบางรายเหมือนกันที่ไม่ลงชื่อเมื่อมาขอคำอธิบาย พ่อจะถามถึงการปฏิบัติของศาสนาที่เขานับถือว่าต้องปฏิบัติอะไรบ้าง การปฏิบัติในบางเรื่องที่พวกเขาปฏิบัติหมายความว่าอะไร ส่วนใหญ่จะตอบไม่ได้ พ่อหันไปถามฝ่ายคาทอลิกว่าพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรมีอะไรบ้าง โชคดีของพ่อที่ส่วนใหญ่ตอบกันได้ แต่บางครั้งคาทอลิกบางคนตอบไม่ได้ พ่อรู้สึกอายและให้เหตุผลกับฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกไม่ได้ เพราะในคำสัญญามีข้อหนึ่งมีระบุไว้ว่า “ต้องอบรมลูกตามแนวของพระคริสตเจ้า” คือ ต้องให้ลูกรับศีลล้างบาปเป็นคาทอลิกนั่นเอง ถ้าคาทอลิกตอบได้ พ่อก็จะให้เหตุผลว่า คุณนับถือศาสนานั้นคุณยังไม่รู้เลยว่าเขาเชื่ออะไรต้องปฏิบัติอะไรบ้าง แล้วพ่อจะฝากเด็กๆให้เขาอบรมได้อย่างไร และส่วนใหญ่เขาก็เข้าใจและยอมรับเงื่อนไขนั้น แต่ถ้าคาทอลิกตอบไม่ได้พ่อก็จนปัญญาไม่รู้จะให้เหตุผลกับเขาว่าอย่างไร

     ถ้ามีคนมาถามว่า “คุณเป็นคาทอลิก แล้วคาทอลิกเขาเชื่ออะไรบ้าง” พวกเราจะตอบได้หรือเปล่า ถ้าเรารอบรู้จริงก็คงไม่ยากอะไร เราก็สวดบทข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้าให้คนที่ถามฟัง หรือจะสวดบทข้าพเจ้าเชี่อถึงพระเป็นเจ้าแบบเก่าก็ได้ จะเป็นบทเก่าหรือบทใหม่ไม่สำคัญขอให้สวดได้ก็แล้วกัน เราก็จะตอบคำถามนี้ได้ พี่น้องเรามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ บางคนก็มาบ่อยกว่านั้น ถามว่า “การร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ต้องร่วมตั้งแต่ตอนไหนถึงตอนไหน” เป็นคำถามที่มีมาแต่โบราณ บางครั้งก็เข้าใจกันว่า มาทันเสกศีลหรือก่อนบทเพลงศักดิ์สิทธิ์และได้รับศีลมหาสนิทก็พอแล้ว มีหลายคนปฏิบัติเช่นนี้เพื่อจะได้ออกจากวัดเร็วที่สุด สมัยก่อนบางคนก็จะไปร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณที่อื่นต่อเพราะเข้าใจว่าสามารถเพิ่มบุญกุศลให้กับตนเองได้ แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย การร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณที่ถูกต้อง คือการร่วมตั้งแต่เพลงเริ่มพิธีจนถึงการร้องเพลงปิดพิธีจบแล้วจึงเดินออกจากวัดไป รวมทั้งการตอบรับกับพระสงฆ์ด้วย ต้องพยายามตอบรับกับพระสงฆ์อย่างพร้องเพรียง อาณาเขตระยะใกล้ไกลก็มีความสำคัญเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพี่น้องที่ชอบนั่งอยู่ไกลๆอยู่หน้าวัดโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น ก็จะถือว่ามาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณแล้วไม่ได้ ที่พ่อเขียนเรื่องเหล่านี้มาให้อ่านกันไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้พี่น้องมีมโนธรรมที่จุกจิก อะไรนิดอะไรหน่อยก็ไม่ได้ทั้งนั้น เวลาเราทำอะไรแล้วรู้สึกอย่างไรต้องถามถึงเจตนาของตนเองดูก่อนว่า “เจตนาของเราเป็นอย่างไร” อาทิ มาวัดไม่ทันเพราะรถติด แต่ทุกครั้งเราก็มาทันก่อนเวลาด้วยเผอิญวันนั้นมันเหตุอะไรไม่ทราบรถมันติด ถ้าอย่างนี้แสดงว่าไม่มีเจตนา และเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ครับ แต่ถ้าจงใจมาช้าและจงใจออกก่อนพ่อคิดว่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามรอบรู้และเชี่ยวชาญในสิ่งที่เราเป็น    

จาก     คุณพ่อเจ้าวัด

 

ทัศนคติต่อผู้อื่น

นักบุญลูกาท่านได้บันทึกเรื่องราวการเทศน์สอนในศาลาธรรม ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้าไว้อย่างน่าสนใจ “ในวันนี้ ข้อความจากพระคัมภีร์ที่ท่านได้ยินกับหูอยู่นี้เป็นความจริงแล้ว ทุกคนสรรเสริญพระองค์ และต่างประหลาดใจในถ้อยคำน่าฟังที่พระ องค์ตรัส” (ลก.4:21-22) ปฏิกิริยาของผู้คนที่ได้ยินคำเทศน์สอนของพระองค์ในตอนแรก ต่างชื่นชมในปรีชาญาณคำเทศน์สอนของพระองค์ แต่ไฉนความชื่นชมจึงกลายเป็นความสงสัย อคติ และในที่สุดกลายเป็นความรุนแรง จนนักบุญลูกาบันทึกไว้ว่าพวกเขาพยายามที่จะฆ่าพระองค์ สิ่งที่เกิดกับพระเยซูคริสตเจ้าในศาลาธรรม ที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระ องค์ ทำให้เราต้องหันมาไตร่ตรองทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่น เป็นต้นเมื่อเราเห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าเรา เรามองเขาด้วยสายตาอย่างไร ทัศนคติที่เรามีต่อผู้อื่นเป็นตัวชี้วัดความรักของเราต่อผู้อื่น และวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของเรา นักบุญเปาโลจึงให้คำนิยามเรื่องความรักแท้ไว้ว่า “ความรัก…..ไม่อิจฉา…….ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง” (1คร.13:4-6) นักบุญเปาโลสอนอย่างนี้แสดงว่า  เมื่อคนๆหนึ่งเห็นผู้อื่นมีความสามารถแล้วชื่นชม พยายามสนับสนุน พยายามช่วยเขาให้ค้นพบความสามารถนั้น และใช้ให้เกิดประโยชน์ แสดงว่าบุคคลนั้นถึงพร้อมแล้วในความเป็นผู้ใหญ่ และมีความรักแท้ต่อผู้อื่น

“ไม่มีประกาศกคนใด ได้รับการต้อนรับอย่างดีในบ้านเมืองของตน” (ลก.4:24) ทำไมเราจึงคิดว่าคนใกล้ตัวเรา  คนบ้านเดียวกับเราจึงเก่งกว่าเรา เหนือกว่าเรา ดีกว่าเราไม่ได้ เพราะอะไรหรือ ก็เพราะความอิจฉาริษยาที่มันแอบซ่อนกลบดานในใจของเรามานานแล้ว ตั้งแต่เรายอมให้มันแทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดของเรา โดยทัศนคติที่คิดถึงแต่ตนเองเป็นสำคัญไม่ยอมรับผู้อื่น ความอิจฉาริษยาจึงเป็นตัวการเจ้าใหญ่ที่บดบังความดีงามของผู้อื่น มองผู้อื่นในแง่ร้าย สงสัยหวาดระแวง สร้างอคติขึ้นในจิตใจ “เขากล่าวกันว่า นี่เป็นลูกของโยเซฟมิใช่หรือ” (ลก.4:22) ความอิจฉาริษยาอคติใจทำให้เกิดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เป็นเหตุให้ความคลางแคลงใจเริ่มก่อตัว ลูกของโยเซฟช่างไม้จนๆในหมู่บ้านของเราจะเก่งกว่าเราได้อย่างไร มีสิทธิ์มาสอนเราด้วยหรือ อคติที่แฝงเร้นในใจเช่นนี้ ทำให้ผู้คนที่บ้านเกิดเมืองนอนของพระเยซูคริสตเจ้า เสียโอกาสที่จะได้รับพระพรแห่งการเสด็จกับไปเยี่ยมบ้านเกิด เมืองนอนของพระองค์

กี่ครั้งกี่หนมาแล้วที่เราคริสตชนเสียโอกาสอันงดงามเช่นนี้ เพียงเพราะความคิดที่ไม่ถูกต้องอคติที่มันแฝงเร้นอยู่ในใจของเรา เราสงสัยในการเป็นปุถุชนคนธรรมดาของพระศาสนจักรและศาสนบริกร พวกท่านสามารถทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้ด้วยหรือ หลายๆครั้งเราคิดว่าคริสตชนเป็นอภิสิทธิ์ชนที่พระเจ้าต้องให้ต้องทำเพื่อเราอยู่แล้ว เราจึงไม่เปิดทางให้พระเจ้าเข้ามาทำงานในชีวิตของเรา เวลาเราวอนขอแทนที่เราจะแสดงความสุภาพแต่เรากลับแสดงความเป็นอภิสิทธิ์ชน พระเจ้าต้องประทานให้ฉันอยู่แล้วเพราะฉันเป็นคริสตชน พระพรต่างๆที่เราสมควรจะได้รับจึงตกเป็นของคนอื่น ที่เข้ามาพึ่งพระเจ้าด้วยใจสุภาพซื่อตรงเหมือนกับแม่ม่ายที่เมืองศาเรฟัท นาอามานชาวซีเรียซึ่งไม่ใช่ชาวยิว ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องพยายามสะสางอคติร้ายๆในใจของเรา เพื่อพระเจ้าจะได้สามารถเข้ามาทำงานในชีวิตของเรา และทำให้ชีวิตของเราบังเกิดผลอุดมไปด้วยพระพร.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ สภาพระสังฆราชขอให้พี่น้องช่วยบริจาค เพื่อช่วยเหลืองานคณะธรรมทูตแห่งประเทศไทย  พี่น้องสามารถบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  1. วันอังคารที่ 5 ก.พ. 2019 เป็นวันตรุษจีนปีใหม่ของชาวจีนจะมีมิสซาวันปีใหม่ของชาวจีน เวลา 9.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาขอพรพระเจ้า ในโอกาสตรุษจีนนี้ด้วย
  1. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ประชุมสภาภิบาล เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  2. วันอาทิตย์ที่ 10 ก.พ. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วย มิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน   และหลังมิสซาเวชบุคคลคาทอลิก จะมาให้บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน พี่น้องรับบริการได้ที่หน้าศาลา
  1. วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.  2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  1. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ในปีนี้จะเริ่มประมาณ 20-22 มี.ค. จนถึงประมาณ 22 เม.ย 2019 ผู้ปกครองที่ต้องการส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ความต้องรถรับส่งได้ที่หน้าวัด
  1. เวลานี้วัดของเรากำลังซ่อมแซม มิสซาและพิธีกรรมต่างๆจะจัดที่ศาลาอเนกประสงค์ พี่น้องช่วยกันเก็บหนังสือ และถ้าพี่น้องท่านใดมีความปรารถนาจะช่วยค่าซ่อมแซม มอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

ประมวลภาพกิจกรรมวันเด็กบ้านแห่งความหวัง2011

Wednesday, February 2nd, 2011

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554 คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์ พร้อมด้วย เยาวชนและสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ไปร่วมจัดกิจกรรมสนุกสนานให้เด็กๆและเยาวชนบ้านแห่งความหวัง ศูนย์นักบุญมาร์ติน บรรยากาศสนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เชิญชมได้จากภาพครับ

สารวัด ฉบับที่ 886 วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม 2554 ฉลองพระเยซูเจ้าทรงรับพิธีล้าง

Saturday, January 8th, 2011

บอกเล่าให้ฟัง

“ถ้าเราพูดว่า เราไม่มีบาป เรากำลังหลอกตนเอง และ ความจริง ไม่ได้อยู่ในเรา………ถ้าเราพูดว่า เราไม่เคยทำบาป เราก็ทำให้พระองค์ตรัสคำเท็จ และพระวาจาของพระองค์ไม่ได้อยู่ในเรา”(1ยน.1:8-10) สิ่งที่นักบุญยอห์นกล่าวไว้บทจดหมายของท่าน ทำให้เราทราบว่าปัญหาในเรื่องศีลอภัยบาป เกิดขึ้นคล้ายๆกันทุกยุคทุกสมัย นั่นก็คือมีหลายๆคนคิดว่าตนเองเป็นผู้บรรลุธรรมแล้ว ไม่มีบาปจึงไม่ต้องไปรับศีลอภัยบาป นักบุญยอห์นสอนว่าคนที่คิดเช่นนี้ กล่าวเช่นนี้ กำลังหลอกตนเอง และทำให้องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสคำเท็จ เพราะกิจการต่างๆที่องค์พระผู้เป็นเจ้ากระทำเพื่อเรา การบังเกิดมาเป็นมนุษย์ การรับทนทรมาน สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน มีจุดประสงค์เพื่อช่วยมนุษยชาติให้พ้นจากบาป หรือไถ่บาปมนุษยชาติ ถ้ามนุษย์ไม่มีบาปพระองค์จะทำเช่นนั้นเพื่ออะไร

(more…)