เนื้อหาทั้งหมดของ ‘กลุ่มต่างๆ ของวัดรังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151252 วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 30 เทศกาลธรรมดา

Sunday, November 3rd, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 18:9-14

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสเล่าอุปมาเรื่องนี้ให้บางคนที่ภูมิใจว่าตนเป็นผู้ชอบธรรมและดูหมิ่นผู้อื่นฟังว่า

“มีชายสองคนขึ้นไปอธิษฐานภาวนาในพระวิหาร คนหนึ่งเป็นชาวฟารีสี อีกคนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี ชาวฟาริสียืนอธิษฐานภาวนาในใจว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนมนุษย์คนอื่น ที่เป็นขโมย อยุติธรรม ล่วงประเวณี หรือเหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ข้าพเจ้าจำศีลอดอาหารสัปดาห์ละสองวัน และถวายหนึ่งในสิบของรายได้ทั้งหมดของข้าพเจ้า’ ส่วนคนเก็บภาษียืนอยู่ห่างออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ได้แต่ข้อน-อก พูดว่า ‘ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด’ เราบอกท่านทั้งหลายว่า คนเก็บภาษีกลับไปบ้านได้รับความชอบธรรม แต่ชาวฟาริสีไม่ได้รับเพราะ ว่า ผู้ใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

ข้อคิด

ในพระวิหาร อันเป็นสถานที่นัดพบระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ ฟาริสียืนภาวนาในความทรนง..ข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนคนอื่น..ที่ขโมย…อยุติธรรม…ล่วงประเวณี…เหมือนคนเก็บภาษี…ข้าพเจ้าจำศีลอดอาหาร…ถวายหนึ่งในสิบ ณ ที่นี้…เขามิอาจพบพระเจ้าผู้ชอบธรรม แต่…พบเพียงตนเองผู้สวม หน้ากากความชอบธรรม ลัทธิบูชาตนเองจึงเกิดขึ้นในพระวิหารของพระเจ้า

คนเก็บภาษียืนห่างออกไป… ไม่กล้าเงยหน้า…ข้อน-อก…  ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด เขาพบเจอพระเจ้าผู้เมตตา…ได้ลิ้มรสพระกรุณาในพระวิหารของพระองค์… ณ ที่แห่งเดียวกันนี้… ศาสนาแท้จริงแห่งการบูชาพระเจ้า จึงได้เกิดขึ้น…อันทำให้คนบาปได้กลับเป็นคนชอบธรรม.

ภาวนา

เขายืนอยู่ต่อหน้าฝูงชน

ยืดตัวตรงในความชอบธรรม

สองมือหอบหิ้วความดีมาอวดพระเจ้า

ถือพระบัญญัติ… จำศีล… ทำทาน

ต่อหน้าฟาริสีผู้นี้…พระเจ้าถูกเบียดบัง จนดูด้อยค่า

เขายืนมองรอบข้าง… รอคอยใบหน้าที่ชื่นชม

…พบเพียงคนเก็บภาษี ก้มหน้ายืนอยู่แต่ไกล

เขายืนภาวนา… พบตนเองห่างไกลจากเขาผู้นั้น

…ผู้ขโมย และผิดยุติธรรม

ต่อหน้าฟาริสีผู้นี้…คนเก็บภาษีถูกตัดสินปรับโทษ

โอ้อนิจจา… คำภาวนาฟาริสี

เต็มแน่นด้วยตนเอง จนไม่อาจก้าวเดิน

… ไปหาพระเจ้าและเพื่อนพี่น้อง

 

เขาถอยห่างจากพระองค์ในการโอ้อวด

เขาถอยห่างจากเพื่อนมนุษย์ในการตัดสินปรับโทษ

เขา…คนเก็บภาษียืนอยู่ห่างไกล

ขณะสำนึกในความต่ำต้อยของตน

…สำนึกในความเมตตาของพระเจ้า

ณ ที่นี้ พระเจ้าไม่ถูกเบียดบัง ไม่ถูกทอดทิ้ง

…เพื่อนมนุษย์ไม่ถูกตัดสินปรับโทษ

 

ประกาศประชาสัมพันธ์  สัปดาห์ที่แล้ว

  1. การประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา พอสรุปได้ดังนี้

1.1 การฉลอง 50 ปีชุมชนความเชื่อเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ผ่านไปอย่างดีเรียบร้อย จะเตรียมการฉลองอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันฉลองวัด วันพุธที่ 1 มกราคม 2020  พี่น้องท่านใดมีความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อเราจะปฏิบัติร่วมกัน เสนอได้นะครับ

1.2 การสวดสายประคำ “วันทั่วโลกพร้อมเพรียงไม่สิ้นเสียงสายประคำ” ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยเช่นกัน ขอบคุณสำหรับผู้มีน้ำใจดีทุกๆท่านนะครับ ส่วนการสวดสายประคำตามบ้าน ของสัตบุรุษ วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต พวกเราได้ไปสวดเพียง 2 บ้าน คือที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟเมืองเอก ของอาจารย์ศักดา – คุณประดับพร และที่บ้านของคุณสายทอง เชื่อว่าในโอกาสต่อไปพวกเราจะอัญ เชิญพระแม่ไปเยี่ยมบ้านของเรามากขึ้นครับ

1.3 เรื่องวิถีชุมชนวัด กำลังดำเนินการ ปลุกจิตสำนึก เพื่อเข้าสู่ภาคปฏิบัติให้เข้มข้นยิ่งขึ้นครับ

1.4 การเตรียมงานวันพระคริสตสมภพ วันครอบครัว และการฉลองวัดในวันปีใหม่ พุธที่ 1 มกราคม 2020

มีข้อเสนอดังนี้

1.4.1คริสตมาส + ปีใหม่ เป็นเทศกาลแห่งความชื่นชมยินดี เป็นเทศกาลแห่งพระพรของพระ เป็นเทศกาลแห่งการให้ ฉะนั้น การจัดงานทุกอย่างจะเน้นไปที่การให้ ซึ่งจะนำความสุขมาสู่พวกเราทุกๆคน เราจะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อรับผิดชอบในการเตรียมงานครับ จะแจ้งรายละเอียดต่อไปในไม่ช้าครับ

1.4.2 สิ่งแรกที่เราจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน คือ ขอรับบริจาคปัจจัยและสิ่งของเพื่อจะนำไปให้ บริจาคให้ เพื่อจะนำไปมอบให้ ฉะนั้นสิ่งใดๆที่พี่น้องพร้อมจะให้เพื่อนำไปมอบให้ อันจะนำมาซึ่งความสุขใจแท้จริง เชิญเลยนะครับ

1.5 การสัมมนาสภาภิบาลทั้งในระดับวัดของเราและในระดับเขต   จะได้ดำเนินการเพื่อฟื้นฟูจิตใจและเสริมกำลังใจให้กับสมาชิกทุกท่าน

2.เสื้อและถุงผ้า ติดโลโก้ฉลอง 50 ปี พี่น้องที่สั่งจองเชิญรับได้ สำหรับผู้ที่ไม่ได้สั่งจองก็เลือกขนาดและซื้อได้ครับ จำหน่ายราคาต้นทุน ปรารถนาให้ทุกท่านสวมใส่ในวันงานครอบครัวของพวกเราครับ

ประกาศประชาสัมพันธ์   วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2019

ประกาศแต่งงาน

เทเรซา ปวีณ์ริศา สุริยะมงคล อายุ 35 ปี

บุตร ฟรังซิสโก สิน และมารีอา ชุติมา สุริยะมงคล

สัตบุรุษ วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย นัฐพงษ์ มณีทิพย์ อายุ 37 ปี

บุตร นายบรรจง มณีทิพย์ และนาง ถนอม ณ เชียงใหม่ ชาวจังหวัดแพร่

ในวัดเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 15.00 น

และอีก 1 คู่ คือ

เทเรซา ทิวลิป ทัดเทียม อายุ 34 ปี

บุตร นายสว่าง ทัดเทียม และมารีอา ฉลวย พลเมธานันท์

สัตบุรุษ วัดนักบุญยอแซฟ พนัสนิคม

ปรารถนาจะแต่งงานกับ นาย วิวัฒน์ ธนนิเวศ

บุตร นายเดชา และนางต้อย ธนนิเวศ ชาวกรุงเทพฯ เขตบางคอแหลม

ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ เวลา 14.00 น

หากผู้ใดทราบว่า มีข้อขัดขวางในการแต่งงานของเขาทั้งสองคู่

จะต้องแจ้งให้พระสงฆ์เจ้าวัดทราบ

มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระศาสนจักร

 

เรากำลังจะจบเดือนตุลาคมเดือนแม่พระลูกประคำ และจะเริ่มต้นเดือนพฤศจิกายน เดือนระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ

  1. พระสงฆ์เขต 2 เข้าเงียบ วันจันทร์ – อังคาร – พุธ ที่ 28 – 29 – 30 ของดมิสซา วันอังคารและวันพุธ ที่ 29 และ 30 ตุลาคม (เช้าวันจันทร์ เวลา 00 น มิสซาอุทิศ แด่เบเนดิก ประพันธ์ ยุชัย อดีตผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดของเรา)
  2. วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม วันปิดเดือนแม่พระลูกประคำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้อง ในการถวายเกียรติแด่พระแม่เจ้า เราจะปิดเดือนแม่พระ ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน มิสซาค่ำ – นพวาร และถวายช่อดอกไม้แด่แม่พระ รวมถึง ดอกไม้ ของการสวดสายประคำด้วย
  3. ตามปกติ วันที่ 1 พฤศจิกายน ฉลองนักบุญทั้งหลาย ในประเทศไทยเลื่อนไป ฉลองวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน เชิญพี่น้อง พร้อมใจกันมา เทอดเกียรติ นักบุญองค์อุปถัมภ์ของเรา และนักบุญทั้งหลายบนสวรรค์
  4. วันที่ 2 พฤศจิกายน ระลึกถึงวิญญาณในไฟชำระ และวิญญาณของผู้ล่วงลับทุกคน พระศาสนจักร เชิญชวนคริสตชน ระลึกถึง วิญญาณผู้ล่วงลับ – สวดภาวนา – ขอมิสซา – พลีกรรม วอนขอพระเจ้าเมตตาวิญญาณเหล่านั้น ให้ได้รับความรอด พ้นความทุกข์ทรมาน ได้ไปสวรรค์โดยเร็ววัน ตลอดเดือนนี้ ฉะนั้นวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้ พระสงฆ์ จะถวายมิสซา 3 มิสซาในวันนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ 00 น เพื่อวิญญาณของผู้ล่วงลับ และจบมิสซาด้วยการถวายเกียรติ และมอบช่อดอกไม้แด่พระแม่เจ้า
  5. วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน วันศุกร์ต้นเดือน พระสงฆ์ส่งศีลฯ สำหรับคนเจ็บ และผู้สูงอายุตามปกติ ค่ำ 18.30 น ตั้งศีลฯ – อวยพรศีลฯ และมิสซาตามปกติ
  6. วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน วันเสาร์ต้นเดือน เนื่องจากหลายๆท่านต้องไปเสกสุสาน ชมรมผู้สูงอายุของดมิสซาเดือนนี้ พบกันอีกครั้ง เดือนธันวาคม วันเสาร์ที่ 7 นะครับ
  7. วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน สมโภชนักบุญทั้งหลาย นักบุญองค์อุปถัมภ์ของพวกเราทุกคนและชาวสวรรค์ทั้งมวล เป็นวันฉลองต้องบังคับ เชิญชวนพี่น้องทุกท่านพร้อมใจกันมาถวายเกียรติพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อท่านนักบุญทั้งหลายจะได้เสนอวิงวอนต่อพระเจ้า หลั่งพระพรอย่างอุดมลงมายังพวกเราทุกคน

สารวัด ฉบับที่ 151236 วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 14 เทศกาลธรรมดา

Tuesday, July 30th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 10:1-12,17-20

ต่อจากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแต่งตั้งศิษย์อีกเจ็ดสิบสองคน และทรงส่งเขาล่วงหน้าพระองค์ เป็นคู่ๆ ไปทุกตำบลทุกเมืองที่พระองค์จะเสด็จ พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้า ของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด จงไปเถิด เราส่งท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะในฝูงสุนัขป่า อย่านำถุงเงิน ย่ามหรือรองเท้าไปด้วย อย่าเสียเวลาทักทายผู้ใดตามทาง เมื่อท่านเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า “สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้เถิด” ถ้ามีผู้สมควรจะรับสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา มิฉะนั้น สันติสุขของท่านจะกลับมาอยู่กับท่านอีก จงพักอาศัยในบ้านนั้น กินและดื่มของที่เขาจะนำมาให้ เพราะว่าคนงานสมควรที่จะได้รับค่าจ้างของตน อย่าเข้าบ้านนี้ออกบ้านโน้น เมื่อท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาต้อนรับท่าน จงกินของที่เขาจะนำมาตั้งให้ จงรักษาผู้เจ็บป่วยในเมืองนั้นและบอกเขาว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว” แต่ถ้าท่านเข้าไปในเมืองใดและเขาไม่ต้อนรับ ก็จงออกไปกลางลานสาธารณะ และกล่าวว่า “แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าของเรา เราจะสลัดทิ้งไว้กล่าวโทษท่าน จงรู้เถิดว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” เราบอกท่านทั้งหลายว่า ในวันพิพากษา ชาวเมืองโสโดมจะรับโทษเบากว่าชาวเมืองนั้น”

ศิษย์ทั้งเจ็ดสิบสองคนกลับมาด้วยความชื่นชมยินดี ทูลว่า “พระเจ้าข้า แม้แต่ปีศาจก็ยังอ่อนน้อมต่อเรา เดชะพระนามพระองค์” พระองค์ตรัสตอบว่า “เราเห็นซาตานตกจากฟ้าเหมือนฟ้าแลบ จงฟังเถิด เราให้อำนาจแก่ท่านที่จะเหยียบงูและแมงป่อง มีอำนาจเหนือกำลังทุกอย่างของศัตรู ไม่มีอะไรจะทำร้ายท่านได้ อย่าชื่นชมยินดีที่ปีศาจอ่อนน้อมต่อท่าน แต่จงชื่นชมยินดีมากกว่าที่ชื่อของท่านจารึกในสวรรค์แล้ว”.

ข้อคิด

สภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทยกำลังรณรงค์เตรียมฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับข่าวดีที่บรรดาธรรมฑูตต่างประเทศเดินทาง เข้ามาประกาศ ดังที่พระเยซูเจ้าตรัสสั่งบรรดาสานุศิษย์ในพระวรสารวันอาทิตย์นี้

“เมื่อเข้าบ้านใด จงกล่าวก่อนว่า สันติสุขจงมีแก่บ้านนี้” จากนั้นให้แจ้งประกาศว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว”

ขอให้เราประกาศสันติสุขแก่กันเสมอ อะไรที่บกพร่องอย่าซ้ำเติม แต่จงให้กำลังใจและภาวนาให้กันอยู่เสมอ เพราะนี่คือคำสั่งเพื่อสอนให้เห็นความรักขององค์พระผู้เป็นเจ้า”.

หนทาง

มิใช่ด้วยดวงตาที่เพ้อฝัน หาสิ่งสวยงามลวงหลอก

แต่….ดวงตาที่ใฝ่หาความจริง

ทรงมองไปบนผื่นแผ่นดิน

….มองเห็นฝูงสุนัขป่าวิ่งวนเวียนหาเหยื่อ

มองเห็นคนของพระองค์อ่อนเชิงและอ่อนแอ ดุจดังลูกแกะน้อย

จึงไม่อาจนิ่งเฉย เมื่อส่งเขาไป….เพื่อพระอาณาจักร

ทรงเตรียมทุกอย่างให้พร้อม….ทั้งวิถีชีวิต และการเดินทาง

ประกาศกเร่ร่อนที่ไร้บ้าน….ไร้ครอบครัวและทรัพย์สิน

จำต้องกลับเป็นชีวิตของเขาผู้ถูกส่งไป

เขาจะไม่แบกย่ามความห่วงใยในความมั่นคงปลอดภัย

….หรือใช้วันเวลายืดยาวกับเสียงทักทายและร่ำลา

ทุกบ้านที่เข้าไป….นำพระพรแห่งสันติสุขของพระอาณาจักร

และอยู่กินด้วยความเมตตาของเขาผู้ต้อนรับ

ไม่เรียกร้องสิ่งใด แต่พอใจในมิตรภาพที่มอบให้

ตอบแทนเขาด้วยของขวัญแห่งพระอาณาจักร

….เทศน์สอน และเยียวยา

แม้วันนั้นที่การต้อนรับขาดหาย….จงอย่าหยุดยั้ง

สลัดฝุ่นดินแห่งความท้อแท้ขุ่นเคือง และก้าวเดินต่อไป

เมื่อภารกิจจบสิ้น….ความสุขอาจเต็มล้นหัวใจที่พองโต

อย่าเลย….อย่ายินดีเพียงแค่พบเจอการต้อนรับและความสำเร็จ

เพราะทุกสิ่งอาจผันแปรเปลี่ยน….แม้ความสำเร็จยังคงอนิจจัง

วันเวลาแห่งการเดินทางอาจพบเจอวิกฤติแห่งรัตติกาล

….แมงป่องอาจกัดต่อย และสุนัขป่าอาจกัดทำร้าย

แต่….จงยินดีเถิด….ที่ชื่อของท่านถูกจารึกไว้แล้วในสวรรค์

ณ ที่ซึ่งไม่มีใครอาจลบเลือน.

 

ประกาศประชาสัมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้ว

  1. ขอเชิญผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะหนุ่ม/สาว นิสิต/นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มอ่าน พระคัมภีร์และเข้ารับการอบรมผู้อ่านพระคัมภีร์ ณ วัดฟาติมา ในวันเสาร์ที่  6 กรกฏาคม 2019  เวลา 08.00-15.00 น.      ผู้สนใจติดต่อคุณปานวัฒน์   ยุชัย (คุณป่าน)
  2. ชมรมผู้สูงอายุวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จัดให้มีพิธีบูชาขอบ พระคุณสำหรับผู้สูงอายุทุกวันเสาร์ต้นเดือน เดือนกรกฎาคมนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2019 มิสซาเวลา 10.00 น.  เรียนเชิญผู้สูงอายุทุกท่านนะครับ หลังมิสซามีการแสดงความยินดีโอกาสวันคล้ายวันเกิดของผู้สูงอายุที่เกิดในเดือนกรกฎาคมด้วย

วันเสาร์ที่ 20 กรกฏาคม 2019 เชิญผู้สูงอายุ ร่วมแสวงบุญในระดับ  สังฆมณฑล ท่านใดสนใจ ติดต่อคุณภัทรกาญจน์ (คุณแขก) หรือ คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)

  1. เชิญเยาวชนที่สนใจ เข้าร่วมการอบรม ผู้นำเยาวชน (ส่งเสริมทักษะในการเป็นผู้นำ) ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กรกฏาคม ถึงวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 ณ The Bloom by TV Pool (เขาใหญ่) อ. ปากช่อง            จ.นครราชสีมา รายละเอียดติดต่อประธานเยาวชน คุณสุภัสสรา ณ ลำปาง
  2. วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2019 นี้ จะมีพิธีปิดเดือนพระหฤทัย ขอเรียนเชิญพี่น้อง ร่วมถวายเกียรติและแสดงคารวะกิจแด่ดวงพระทัยของพระองค์ มิสซาเวลา 09.00 น. และหากพี่น้องท่านใตต้องการรูปพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า ติดต่อได้ที่บริเวณหน้าวัด (ป้าเล็ก)
  3. ทางวัดกำลังดำเนินการติดตั้งเครื่อง PROJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลง ขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา พี่น้องท่านใดจะร่วมเป็นสปอนเซอร์ค่าใช้ จ่าย ติดต่อคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาลฯ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและพร้อมเพรียงในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
  4. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี” วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด

 

ประกาศประชาสัมพันธ์ อาทิตย์ที่  7 กรกฎาคม 2019

  1.  เชิญผู้อาวุโส ร่วมแสวงบุญในระดับสังฆมณฑล  วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2019  ท่านใดสนใจ ติดต่อคุณภัทรกาญจน์ (คุณแขก) หรือ คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)
  2. เชิญเยาวชนที่สนใจ เข้าร่วมการอบรม ผู้นำเยาวชน (ส่งเสริมทักษะในการเป็นผู้นำ) ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กรกฏาคม ถึงวันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม 2019 ณ The Bloom by TV Pool (เขาใหญ่) อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา รายละเอียดติดต่อประธานเยาวชน คุณสุภัสสรา ณ ลำปาง
  3. แผนกคริสตชนฆราวาส ขอเชิญพี่น้องรับฟังการบรรยาย เรื่อง “The Vocation of Women – กระแสเรียกสตรี” วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 08.30–16.00 น. ณ บ้านผู้หว่านสามพราน ดูประกาศรายละเอียดที่บอร์ดหน้าวัด
  4. ขณะนี้ทางวัดกำลังดำเนินการติดตั้งเครื่อง PROJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา พี่น้องท่านใดจะร่วมเป็นสปอนเซอร์ค่าใช้จ่าย ติดต่อคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาล ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและพร้อมเพรียงในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
  5. มีพี่น้องบางท่าน ขอให้ทางวัดช่วยซ่อมแซมถนนหน้าทางเข้าวัดของเรา เพราะเป็นหลุมเป็นบ่ออันเนื่องมาจากฝนตกในฤดูฝนนี้ มติที่ประชุมสภาภิบาล รับทราบให้มีการซ่อมแซมและจะดำเนินการต่อไป อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยเพราะเป็นทางผ่านร่วม (ภาวะจำยอม) ขอให้พี่น้องอดทนในความยากลำบาก และอลุ่มอล่วยกันและกันนะครับ
  6. ที่ประชุมสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ได้พูดคุยกันถึงความก้าว หน้าของโลก Social Media ในปัจจุบัน เราสามารถรับรู้ข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ทางวัดจึงคิดจะเปิด Line กลุ่มของวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของเรา และเชิญชวนให้สัตบุรุษทุกท่านเข้าร่วมกลุ่ม เพื่อสื่อสารและรับทราบข่าวสารต่างๆของวัดและของพระศาสนจักร จึงขอถามความคิดเห็นของพี่น้องทุกท่านด้วยครับ (อย่างไรก็ดี คงต้องมีกฎกติกาและระเบียบของการเข้าร่วมกลุ่ม Line ของวัดด้วย ซึ่งจะได้ดำเนินการวางกฎ-กติการะเบียบต่อไป) หากพี่น้องมีข้อ คิดเห็น+เสนอแนะ ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คณะกรรมการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า นะครับ
  7. ตามที่ได้เคยมีมติจัดฉลอง 50 ปี ชุมชนความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต วันที่ 11 สิงหาคม 2019 (วันตรงคือวันที่ 15 สิงหาคม ด้วย เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1969 คุณพ่อแปร์เรย์ได้ถวายมิสซาที่วัดหลังเก่า เป็นครั้งแรก ถึงปีนี้ครบ 50 ปีพอดี) คณะกรรมการสภาภิบาลได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันอีกครั้ง มีเหตุผลหลายๆ ประการ จึงมีมติให้เลื่อนไปจัดฉลองในวันฉลองวัดประจำปี 1 มกราคม

อนึ่ง      เพื่อเป็นการระลึกถึงวันครบรอบ 50 ปี มติที่ประชุมเสนอให้จัดเป็นการภายใน ในวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พร้อมกับการสมโภชพระแม่เจ้ารับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ ให้มีการแห่ถวายเกียรติแด่พระแม่ ประกาศให้พี่น้องสัตบุรุษวัดรังสิต มาร่วมกันเทิดเกียรติพระแม่อย่างพร้อมเพรียงกัน หลังมิสซาจัดให้มีอาหารเบาๆ เพื่อแสดงความชื่นชมยินดีและสังสรรค์กันในระหว่างพี่น้องสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า จีงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทราบโดยทั่วกันด้วยครับ

 สารวัด ฉบับที่  151232   วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน  ค.ศ. 2019 สมโภชพระจิตเจ้า

Saturday, June 8th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน.20:19-23

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามายืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าก็มีความยินดี พระองค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”

ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”.

ข้อคิด

“สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด”  วันนี้เราสมโภชพระจิตเจ้า องค์ความรักที่หลอมรวมพระตรีเอกภาพไว้เป็นหนึ่งเดียว โดยศีลล้างบาป เราได้ผ่านการล้างในองค์พระจิตเจ้าอีกครั้ง และอีกครั้ง..  ทุกๆครั้งที่เรารับพระองค์ เราได้รับการหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวในความรักแห่งพระตรีเอกภาพ ไม่ว่าเราจะผิดพลาดออกนอกทิศทางอีกสักกี่ครั้ง พระเจ้าก็จะทรงรวมผู้ที่รักพระองค์กลับเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวในองค์พระจิตเจ้า.

 

พระจิตเจ้า

ศิษย์ผู้ตื่นตระหนกรวมตัวในห้องชั้นบน

…..ประตูปิดแน่นสนิท

ห้องนี้ที่เคยอบอุ่นใกล้ชิดในอาหารค่ำครั้งสุดท้าย

บัดนี้…..อบอ้าวอึดอัดด้วยแรงกดดัน

…..เต็มด้วยความหวาดกลัวและหวาดระแวง

เสียงเท้าของผู้ประหารเมื่อวันก่อนยังดังก้องในโสตประสาท

…..เป็นที่หวาดผวา

พวกเขาภาวนา…..เพื่อว่าจะได้รอดปลอดภัย

และไม่ต้องพบกับชะตากรรมเดียวกันกับพระอาจารย์

ในห้องแห่งความหวาดกลัวที่ประตูลั่นดาล…..มีเสียงลมพัดแรงกล้า

ลมแห่งพระจิต…..พัดผ่านประตูหัวใจที่ปิดแน่น

ครั้งหนึ่ง…..ทรงเป็นสายลมอ่อน…..พัดแผ่วเบา

บัดนี้…..ทรงเป็นพายุแรงกล้า

ให้พลังใหม่…..แรงบันดาลใจใหม่ และทิศทางใหม่

ทรงเปิดขอบฟ้าแห่งชีวิตสาวกให้กว้างไกลถึงทุกผู้คน

พวกเขาก้าวออกจากห้องแห่งความหวาดกลัว

มุ่งสู่ลานสาธารณะ พบปะผู้คน

ประกาศการอัศจรรย์ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำ

ฝูงชนพบความสุขสนเท่ห์

เมื่อได้ยินภาษาของตนดังก้องจากปากบรรดาศิษย์ชาวกาลิลี

ฝูงชนและศิษย์พระเยซูต่างพูดภาษาเดียวกัน

สายฝนแห่งความสัมพันธ์ใกล้ชิดได้มอบตนแด่ผืนแผ่นดิน

…..ที่ครั้งหนึ่งเคยแตกแยกและแข็งกร้าว

ภาษานั้นมุ่งหน้าสู่ความเข้าใจและเห็นใจ

…..ภาษาพระจิตเจ้านำพาสู่เอกภาพและสันติภาพ

 

++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สมโภชพระจิตเจ้า – ผลของพระจิตเจ้า – ความรัก

จะมีความหมายอันใด หากข้าพเจ้ากล่าวถ้อยคำได้ราวกับกวี หรือ ขับขานบทเพลงได้ไพเราะราวกับฑูตสวรรค์

หากปราศจากซึ่งความรักแล้ว ชีวิตของข้าพเจ้าก็เป็นดังความว่างเปล่า เป็นดังเสียงอึกทึก มิใช่เสียงดนตรี

จะมีความหมายอันใดเล่า หากข้าพเจ้าจะรอบรู้ทางด้านศาสนา และมีความเชื่อพอที่จะทำสิ่งอัศจรรย์ได้มากมาย แต่หากปราศจากความรักแล้ว ข้าพเจ้าก็ไร้ประโยชน์ หรือสมมุติว่า ข้าพเจ้าแบ่งปันผลกำไรทั้งหมดที่มีของบริษัทให้กับพนักงานของข้าพเจ้า และมอบหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ให้กับประเทศในโลกที่สาม หรือถึงขั้นยอมพลีชีวิตเพื่อสิ่งถูกต้องดีงามสักอย่าง

หากข้าพเจ้ากระทำโดยปราศจากความรักแล้ว ข้าพเจ้าก็เสียเวลาเปล่า

ความรัก  หมายถึง การปฏิบัติอย่างอดทนต่อผู้อื่น และมีเมตตากรุณา และไม่อิจฉาริษยา

ความรัก  หมายถึง การไม่คุยโม้โอ้อวด และไม่ประพฤติตนแข้งกระด้างหยาบคาย

ความรัก คือ การประพฤติตนแบบไม่เห็นแก่ตัว และไม่ประพฤติตนแบบที่ใครแตะต้องไม่ได้

ความรัก คือ การยินดีค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของผู้อื่น แทนการคอยจ้องจับผิด หรือ สุขใจที่ได้จับผิดผู้อื่น

ความรัก คือ การเชื่อมั่น ไว้ใจ อย่างไม่สิ้นสุด

ความรัก คือ การมีความหวังไว้ใจเสมอ

ความรัก คือ การอดทนทุกเมื่อทุกเวลา

ความรักไม่มีวันสิ้นสูญ เมื่อคำทำนายได้กลายเป็นจริง การทำนายนั้นก็จะจบสิ้นไป ท่านไม่ต้องการคำทำนายนั้นอีกต่อไป

เมื่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ ได้กลายเป็นจริง ท่านก็ไม่ต้องการคำมั่นสัญญานั้นอีกต่อไป เพราะท่านได้รับตามข้อสัญญานั้นแล้ว

เมื่อเด็กๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเขาและเธอก็ไม่ต้องการของเล่นอีกต่อไปเพราะพวกเขาได้พบสิ่งที่เป็นของจริงแล้ว

และคงจะมีสักวันหนึ่ง ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง บางที อาจจะเป็น ณ สรวงสวรรค์ก็เป็นได้ เราจะพบองค์สัจธรรมซึ่งศาสตร์และศิลป์ทุกแขนงของมนุษย์ รวมทั้งศาสนาทุกศาสนาของมนุษย์ได้กล่าวถึงไว้

และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะไม่ปรารถนาถึงสิ่งใดๆ อีกต่อไป

แต่ทว่า จะไม่มียามใด หรือ ณ แห่งหนใด ที่มนุษย์ไม่ปรารถนาความรัก

ความรักไม่มีวันสูญสิ้น

อันที่จริง มีสามประการที่คงอยู่ถาวร คือ ความเชื่อ ความหวัง และความรัก

แต่ความรัก คงอยู่ชั่วกาลนิรันดร์.

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศประชาสัมพันธ์

สัปดาห์ที่แล้ว

  1. ขอเรียนเชิญผู้สูงอายุร่วมงาน-ร่วมมิสซาผู้สูงอายุ ประจำเดือนมิถุนายน วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2019 เวลา 10.00 น.
  2. ขอเชิญผู้สูงอายุของเขต 2 ทุกท่าน ร่วมแสวงบุญ ณ อาสนวิหาร พระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และเยี่ยมคณะคาร์แมล (อารามชีลับ) จังหวัดจันทบุรี วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2019 ผู้สูงอายุที่สนใจดูรายละเอียดได้ที่หน้าวัดและลงชื่อได้ที่คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)และคุณภัทรกาณจน์ (คุณแขก)
  3. ขอเชิญผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะหนุ่ม-สาว นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ที่ศาลาเรือนไทยทุกวันอาทิตย์ หลังมิสซา (เวลาประมาณ 10.30-12.00 น.) เพื่อแบ่งปันพระวาจาและศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. เชิญคุณพ่อ-คุณแม่ ส่งเด็กร่วมฝีกซ้อมพิธีโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระคริสตกายา วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน ลงชื่อสมัครได้ที่น้าเล็ก (ฝึกซ้อมโดยคุณครูเบ็ญจมาส วิสิฐนนทชัย ทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา เวลาประมาณ 10.30-12.00 น.)
  5. พี่น้องที่มีข้อคิด + ข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ของวัดของเรา เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสัตบุรุษทุกท่าน และการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องต่างๆ เพื่อความดีส่วนรวม เสนอได้ที่คุณพ่อเจ้าอาวาส

 

ประกาศการแต่งงาน

ฝ่ายหญิง                 แพทย์หญิง มารีอา พรรวินท์ (พร-ระ-วิน) กระทอง

บุตรี                              โคโรลูส ชีวิน กระทอง กับ อันนา มารีอา กระทอง

และ

ฝ่ายชาย                                นายพงษ์ณัฐนา  วงศ์เดชสกุล

บุตร                                นายธีรศักดิ์ กับ นางเพ็ญภรณ์ วงศ์เดชสกุล

จะทำพิธีแต่งงาน วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019

ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก

หากพี่น้องท่านใดทราบว่ามีข้อขัดขวาง มิให้ทั้งสองคนเข้ารับพิธีแต่งงานได้

ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิด

 

อนึ่ง  ข้อขัดขวาง ได้แก่

1 ทั้งสองเป็นญาติกันน้อยกว่าชั้นที่ 3 หรือเป็นบุตรบุญธรรม – พี่น้องบุญธรรม

  1. ฝ่ายคาทอลิกเคยได้ปฏิญาณ – ถือศีลบน – ศีลบวช มาก่อนแล้ว
  2. ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ทำความผิดกฎหมายอาญาด้วยการฆ่าคู่ครองเดิม
  3. การแต่งงานของทั้งสองไม่ได้เป็นไปอย่างมีอิสระเสรีภาพ ของทั้งสองคน/ถูกบังคับ

 

 ประกาศ อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019 สมโภชพระจิตเจ้า

  1. เชิญร่วมงานจาริกสู่อยุธยา บ้านแรกของความเชื่อ      เพื่อฉลอง 350 ปี มิสซังสยาม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ณวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2019

08.30 น.  กิจกรรมฐานส่งเสริมความศรัทธา

10.30 น.  พิธีบูชาขอบพระคุณ โดย พระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์   เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช

หลังจากนั้น เชิญแสวงบุญ ณ หมู่บ้านโปรตุเกสวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน วันเดียวกัน ผู้สูงอายุเขต 2 ไป ร่วมแสวงบุญ ณ อาสนวิหารพระนางมารีอาผู้ปฏิสนธินิรมล และเยี่ยมอารามคาร์แมล (อารามชีลับ)  จ.จันทบุรี

  1. ขอเชิญครอบครัวที่สนใจจะเข้าร่วมงาน “350 ปี มิสซังสยาม        350 ปี ครอบครัวคริสตชนไทย”  วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2019       ณ วัดพระคริสตประจักษ์เกาะใหญ่ เวลา 09.00 -15.30 น. รายละเอียดกิจกรรมติดที่บอร์ดหน้าวัด ผู้สนใจรับแบบฟอร์ม      ใบสมัครได้ที่คุณธีรศักดิ์ ชินพงศ์สานนท์
  2. ขอเชิญผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะหนุ่ม/สาว นิสิต/นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์และเข้ารับการอบรมผู้อ่านพระคัมภีร์ ณ วัดฟาติมา ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฏาคม 2019 เวลา 08.00 – 15.00 น. ผู้สนใจ ติดต่อคุณปานวัฒน์ ยุชัย (คุณป่าน)
  3. เชิญคุณพ่อ-คุณแม่ ส่งเด็กร่วมฝึกซ้อมพิธีโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระคริสตกายา วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2019   คุณครูเบ็ญจมาส วิสิฐนนทชัย ฝึกซ้อมหลังมิสซาวันอาทิตย์ อีก 2 ครั้ง เวลาประมาณ 10.30 – 12.00 น.
  4. เดือนมิถุนายน พระศาสนจักรเชิญชวนให้ระลึกถึง “ดวงพระทัยของพระเยซูเจ้า ทางวัดตั้งพระรูปพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า     ให้พี่น้องได้ถวาย และแสดงคารวะกิจแด่พระองค์ตลอดเดือนมิถุนายน และหากพี่น้องต้องการ รูปพระเมตตารักของพระเยซูเจ้า ติดต่อซื้อได้ที่บริเวณหน้าวัด (ป้าเล็ก)
  5.  เพื่อความสะดวก และความพร้อมเพรียงในการขับร้องสรรเสริญพระเจ้า ระหว่างการร่วมถวายบูชามิสซาขอบพระคุณพระเจ้า     ทางวัดอยากจะติดตั้งเครื่อง PROJECTOR เพื่อฉายเนื้อเพลงขึ้นบนผนังวัดข้างพระแท่นบูชา   พี่น้องท่านใดมีความรู้ความเข้าใจและสามารถติดต่อซื้อและติดตั้ง ช่วยติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือคุณไพโรจน์ ผู้อำนวยการสภาภิบาลฯ ด้วย ขอบพระคุณมากครับ
  6. พี่น้องที่มีข้อคิด – ข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ของวัดของเราและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสัตบุรุษทุกท่าน และการแก้ไข ปรับ  ปรุง ในเรื่องต่างๆ เชิญเสนอได้ที่คุณพ่อเจ้าอาวาส ด้วยความยินดีและขอบพระคุณครับ
  7. ขอเชิญสภาภิบาลฯประชุม ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2019   เวลา 10.30 น.ที่ห้องประชุมศาลาเรือนไทย

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

//////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151231 วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน  ค.ศ. 2019 สมโภชพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จสู่สวรรค์

Saturday, June 8th, 2019

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกกา

ลก.24:46-53

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ ว่า

“มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องทนทุกข์ทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สาม จะต้องประกาศในพระนามพระองค์ ให้นานาชาติกลับใจเพื่อรับอภัยบาป โดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม  ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้

บัดนี้ เรากำลังจะส่งพระผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้มาเหนือท่านทั้งหลาย เพราะฉะนั้นท่านจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะได้รับพระอานุภาพปกคลุมจากเบื้องบน”

พระองค์ทรงนำบรรดาศิษย์ออกไปใกล้หมู่บ้านเบธานี ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นอวยพระพร และขณะที่ทรงอวยพระพรนั่น พระองค์ทรงแยกไปจากเขา และทรงถูกนำขึ้นสู่สวรรค์ บรรดาศิษย์กราบนมัสการพระองค์แล้วกลับไปกรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดียิ่ง เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา ถวายพระพรแด่พระเจ้า.

ข้อคิด

พระสิริและความรุ่งโรจน์ ปรากฏกระจ่างจ้าได้ด้วยสิ่งตรงกันข้าม เช่น เราพบความสว่างเมื่อมีความมืด เรารู้จักความสุขเมื่อเคยประสบกับความทุกข์ เรารื่นรมย์สมหวังในความรักเมื่อเคยผิดหวังในรัก ทรงกลับคืนพระชนมชีพก็เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ในพระมหาทรมาน และเมื่อเสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ก็ทรงประทานพระจิตผู้ที่พระบิดาทรงสัญญาไว้ให้เสด็จมาเหนือเรา ประทานความรัก ความช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างเรา เมื่อมีการจากพราก…จึงมีการพบพาน…หากไม่ทรงเสด็จไป…พระจิตเจ้าก็ไม่อาจเสด็จมา.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จากไป

ชีวิตเต็มไปด้วยผู้คนเข้าออกมากมาย

มีคนมาและคนไป

มีคนเกิดและมีคนตาย

สิ่งสุดท้ายของชีวิตดูจะเป็นความตาย

…..นี่คือสิ่งที่สาวกคิดในบ่ายเย็นวันศุกร์

ความตายของพระเยซูหมายถึงอนาคตที่หมดหวัง

ของบรรดาศิษย์ที่กระจัดกระจายไร้ทิศทาง

เช้าตรู่วันอาทิตย์….แสงทองเริ่มฉายส่อง

ในการกลับฟื้นคืนชีพของพระอาจารย์

ความเชื่อของศิษย์ได้รับการฟื้นฟู

…..ความหวังของพวกเขาได้เกิดใหม่

หลังจากสี่สิบวัน พวกเขาจำต้องพบกับการพลัดพรากอีกครั้ง

พระองค์จะกลับคืนสู่พระบิดา

บทสุดท้ายของภารกิจบนผืนแผ่นดินได้จบลง

แต่…..บทใหม่ของกาลเวลาใหม่ได้เริ่มขึ้น

ทรงนำพวกเขาไปยังเบธานี

…..ทรงยกพระหัตถ์อวยพรพวกเขา

…..ทรงจากพวกเขาไปสู่สวรรค์ที่ทรงมา

ขบวนแห่งการประจักษ์ได้ก้าวเดินสู่โค้งสุดท้าย

ขบวนใหม่แห่งพระจิตกำลังเริ่มขึ้น

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

สัปดาห์ที่แล้ว

  1. ขอเชิญผู้สูงอายุของเขต 2 ทุกท่าน ร่วมแสวงบุญ ณ อาสนวิหาร พระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และเยี่ยมคณะคาร์แมล (อารามชีลับ) จังหวัดจันทบุรี วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2019 ผู้สูงอายุที่สนใจ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าวัด และลงชื่อได้ที่คุณอรุณีย์ (คุณตาโต) และคุณภัทรกาณจน์ (คุณแขก)
  2. ขอเชิญผู้ที่สนใจจะร่วมอ่านพระคัมภีร์รวมกันหลังมิสซาที่ศาลาเรือนไทย ประมาณเวลา 10.30 น. เพื่อแบ่งปันพระวาจาและศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. ขอจิตอาสาเด็กตั้งแต่ชั้น ป.2-ป.6  เพื่อฝึกซ้อมโปรยดอกไม้โอกาสสมโภชพระคริสตวรกายของพระเยซูเจ้า
  4. ผู้ที่ประสงค์เข้ารับพิธีศีลสมรส ให้มาติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส ก่อนที่จะกำหนดวันทำพิธี ไม่น้อยกว่าสามเดือน
  5. ผู้ที่ประสงค์จะเรียนคำสอน ทั้งที่สมัครไว้แล้วหรือยังไม่ได้สมัคร ขอให้มาพบกับคุณพ่อพร้อมกัน วันอาทิตย์ที่ 26 พค. 2019 นี้หลังมิสซาที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์ เพื่อปรึกษาหารือและดำเนินการต่อไป
  6. ผู้ที่ประสงค์จะให้เด็กทารก รับศีลล้างบาป (อายุไม่เกินสามปี)ให้มาติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาสก่อนหนึ่งเดือน เพื่อกำหนดวันเวลาในการรับศีลล้างบาป (ปกติจะมีพิธีศีลล้างบาปสำหรับทารกในวันอาทิตย์ต้นเดือน)
  7. พี่น้องมีอะไรเป็นข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์หรือเพี่อเป็นการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องต่างๆ ก็ติดต่อกับคุณพ่อเจ้าอาวาส

 

สัปดาห์นี้

  1. ขอเรียนเชิญผู้สูงอายุร่วมงาน-ร่วมมิสซาผู้สูงอายุ ประจำเดือนมิถุนายน วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2019 เวลา 10.00 น.
  2. ขอเชิญผู้สูงอายุของเขต 2 ทุกท่าน ร่วมแสวงบุญ ณ อาสนวิหาร พระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และเยี่ยมคณะคาร์แมล (อารามชีลับ) จังหวัดจันทบุรี วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2019 ผู้สูงอายุที่สนใจ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าวัด และลงชื่อได้ที่คุณอรุณีย์ (คุณตาโต)                 และคุณภัทรกาณจน์ (คุณแขก)
  3. ขอเชิญผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะหนุ่ม-สาว นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ที่ศาลาเรือนไทยทุกวันอาทิตย์ หลังมิสซา (เวลาประมาณ 10.30-12.00 น.) เพื่อแบ่งปันพระวาจาและศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. เชิญคุณพ่อ-คุณแม่ ส่งเด็กร่วมฝีกซ้อมพิธีโปรยดอกไม้ โอกาสสมโภชพระคริสตกายา วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน ลงชื่อสมัครได้ที่น้าเล็ก (ฝึกซ้อมโดยคุณครูเบ็ญจมาส วิสิฐนนทชัย ทุกวันอาทิตย์หลังมิสซา เวลาประมาณ 10.30-12.00 น.)
  5. พี่น้องที่มีข้อคิด + ข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ของวัดของเรา เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของสัตบุรุษทุกท่าน และการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องต่างๆ เพื่อความดีส่วนรวม เสนอได้ที่คุณพ่อเจ้าอาวาส

 

ประกาศการแต่งงาน

ฝ่ายหญิง                 แพทย์หญิง มารีอา พรรวินท์ (พร-ระ-วิน) กระทอง

บุตรี                              โคโรลูส ชีวิน กระทอง กับ อันนา มารีอา กระทอง

และ

ฝ่ายชาย                              นายพงษ์ณัฐนา  วงศ์เดชสกุล

บุตร                                 นายธีรศักดิ์ กับ นางเพ็ญภรณ์ วงศ์เดชสกุล

จะทำพิธีแต่งงาน วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2019 ณ อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก

หากพี่น้องท่านใดทราบว่ามีข้อขัดขวาง มิให้ทั้งสองคนเข้ารับพิธีแต่งงานได้

ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิด

อนึ่ง  ข้อขัดขวาง ได้แก่

1 ทั้งสองเป็นญาติกันน้อยกว่าชั้นที่ 3 หรือเป็นบุตรบุญธรรม – พี่น้องบุญธรรม

  1. ฝ่ายคาทอลิกเคยได้ปฏิญาณ – ถือศีลบน – ศีลบวช มาก่อนแล้ว
  2. ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ทำความผิดกฎหมายอาญาด้วยการฆ่าคู่ครองเดิม
  3. การแต่งงานของทั้งสองไม่ได้เป็นไปอย่างมีอิสระเสรีภาพ ของทั้งสองคน/ถูกบังคับ

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

//////////////////////////////////////////////////////

สารวัด ฉบับที่ 151223 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

Tuesday, April 16th, 2019

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า แห่ใบลาน

บอกเล่าให้ฟัง

          มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่น่าสนใจและพวกเราน่าจะนำไปไตร่ตรองดู ถ้าที่ใดก็ตามที่มีการวางมาตารการไว้มากๆ และพยายามที่จะใช้กฏ เกณฑ์อย่างเคร่งครัด แสดงว่าที่นั้นมีปัญหามากและคนที่อยู่ด้วยกันตรงนั้นมักจะขาดความไว้วางใจกันและกัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ได้หมาย ความว่ากฏเกณฑ์ไม่สำคัญ กฏเกณฑ์เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในการตัดสินใจเมื่อมีความไม่แน่ใจในบางเรื่องเกิดขึ้น เรื่องนี้ทำให้พ่อคิดถึงเพื่อนของพ่อคนหนึ่ง เขาเคยชวนพ่อไปเที่ยวประเทศของเขา น่าเสียดายที่พ่อจำชื่อประเทศไม่ได้เสียแล้ว ประเทศของเขาเป็นเกาะเล็กๆเขาบรรยายว่า ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณหนึ่งวันก็สามารถไปได้ทั่วประเทศของเขาแล้ว เขาเล่าว่าประเทศของเขามีกฏหมายพอเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตำรวจไม่ต้องพกปืน แต่จะพกเครื่องช่วย ชีวิตเพื่อช่วยคนยามเกิดอุบัติเหตุ ตอนคนตกน้ำ ฯลฯ เขาบอกว่าบ้านทุกบ้านในประเทศของเขามีประตูหน้าต่างเป็นช่องไว้รับลมและเอาไว้เข้าออกเท่านั้น ไม่ต้องปิดประตูไม่ต้องใส่กุญแจ เพราะประเทศของเขาไม่มีขโมยคนส่วนใหญ่ก็เป็นที่คุ้นเคยและรู้จักกันทั้งนั้น พ่อฟังแล้วอยากไปมากแต่ตอนนั้นยังเรียนไม่จบจึงไม่กล้าไปกับเขา ถึงแม้ไม่ได้ไป พ่อก็ความคิดว่าประเทศของเขาน่าจะมีความสงบสุขมากๆ ประชาชนคงอยู่กันอย่างพี่น้องช่วยเหลือเกื้อกูลรักใคร่ปรองดอง

พ่อจึงมีความคิดฝันตลอดเวลาว่า “จะทำอย่างไรครอบครัวของเรา ที่ทำงานของเรา และทุกๆที่ที่เราอยู่จะเป็นอย่างประเทศของเพื่อนพ่อคนนี้” ที่จริงแล้วสภาพเช่นนี้พ่อก็เคยสัมผัสได้บ้างเหมือนกันในบางที่ แต่ก็เป็นได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เหมือนดอกไม้ดอกหญ้าบางชนิดที่มันเบ่งบานสวยงามในยามเช้า  แล้วมันก็หุบหายเมื่อต้องแสงตะวันยามสาย พ่อเขียนเล่าให้ฟังเช่นนี้เหมือนคนเพ้อเจ้อเพ้อฝัน มีความคิดจินตนาการที่เลื่อนลอยไม่เข้าท่า เขียนไปทำไมนี่ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันเกินความสามารถของมนุษย์เราที่จะทำ แต่ถ้าสิ่งที่เพื่อนของพ่อเล่าให้ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ก็แสดงว่าสภาพเช่นนี้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้แม้จะเป็นส่วนเล็กๆก็ตาม และถ้าสิ่งที่พ่อเคยสัมผัสได้ชั่วครู่ชั่วยามมันเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน ก็แสดงว่าเราสามารถช่วยกันทำให้สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นในกลุ่มเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆแห่งชีวิตบนโลกที่สวยงามใบนี้

สิ่งที่พ่อเขียนบรรยายมาแต่ต้นอาจจะเป็นเรื่องเพ้อฝันของหลายๆคน แต่พี่น้องทราบไหมครับว่า “นี่เป็นพันธกิจหลักที่พระเยซูคริสตเจ้าได้รับมอบหมายจากพระบิดาเจ้า และพระองค์ได้มอบหมายพันธกิจนี้ส่งต่อสืบทอดให้บรรดาอัครสาวกมาถึงพระศาสนจักรและเราคริสตชนทุกคนจนถึงทุกวันนี้” พันธกิจที่พ่อเขียนถึงนี้ก็คือ “การสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้”  ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความยุติธรรม ความรัก ความเมตตา สันติสุข และความชื่นชมยินดี พระอาณาจักรที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงไม่ได้เป็นเพียงอาณาจักรสวรรค์หลังความตายเท่านั้น แต่เป็นพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ด้วย บางครั้งพระองค์ตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” บางครั้งตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว” ไม่ว่าจะเป็นพระอาณาจักรใกล้เข้ามาแล้วหรือพระอาณาจักรอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว จะเป็นแบบไหนก็ตาม สิ่งที่พระองค์ตรัสจะต้องหมายถึงพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ พ่อจึงเชิญชวนพวกเราสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าทุกท่าน มาร่วมใจกันสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงในชุมชนแห่งความเชื่อของเรา โดยเติมคุณลักษณะที่ขาดหายไปของพระอาณาจักรของพระเจ้า ตามบทภาวนาของนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ดังนี้ “ที่ใดมีความสิ้นหวัง เราจะเติมความหวัง ที่ใดมีความขุ่นข้องหมองใจ เราจะเติมการให้อภัย ที่ใดมีความสงสัย เราจะเติมความเข้าใจ ที่ใดมีความทุกข์ เราจะเติมการปลอบโยนทำให้เกิดความชื่นชมยินดี ฯลฯ “

จากคุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เราแห่ใบลาน  เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราคริสตชนจะรำพึงถึงพระมหาทรมานเป็นพิเศษ พระศาสนจักรให้ คริสตชนทั่วโลกทำการระลึกถึง การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงชัยชนะ พระศาสนจักรให้เราคริสตชนระลึกถึงเหตุการณ์นี้ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ต้องการจะย้ำเตือนบรรดาคริสตชนว่า พระธรรมล้ำลึกปัสกา มีองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นก็คือ การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ การเข้ามีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงต้องเป็นการเข้ามีส่วนร่วมทั้งครบ ไม่ใช่น้อมรับเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระองค์พร้อม พระองค์ยินดีที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ที่จะยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษยชาติ การกระทำเช่นนี้ในสายตาของมนุษย์ทั่วไปเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญา  เป็นความอัปยศ เป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับพระเจ้า นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และชัยชนะนี้จะปรากฏผลในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเราจะทำการสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ปัสกา การน้อมรับพระประสงค์ของพระเยซูคริสตเจ้า โดยการยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี่แหละ ทำให้เราหยั่งรู้เกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อความทุกข์ยากลำบากเข้ามากล้ำกรายชีวิตของเรา เราจะสามารถจัดการกับชีวิตได้อย่างถูกต้อง

พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นหนทางแห่งความรอดพ้น ซึ่งการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า เพื่อน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่านี้เป็นหนทางเดียวที่มนุษย์ต้องเดิน เพื่อจะได้รับความรอดพ้น ไม่มีทางอื่น เป็นเงื่อนไขในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้า ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนเองและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร (มธ.16:24-25)  นี่เป็นเคล็ดลับในการดำเนินชีวิตของเราคริสตชน ซึ่งทำให้เราสามารถพบกับความสงบในการดำเนินชีวิต ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ซึ่งเป็นกางเขนแห่งชีวิต เพราะเรารู้ว่าเราสามารถเข้าร่วมส่วนกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า โดยอาศัยความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเราน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดี ความทุกข์ลำบากต่างๆที่เราได้รับ ก็จะกลายเป็นหนทางสร้างบุญสร้างกุศล นำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย

ขอให้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ สัปดาห์แห่งพระมหาทรมานที่เริ่มต้นขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าใจความหมายของชีวิต ความทุกข์ทรมานต่างๆที่เกิดขึ้น และพระธรรมล้ำลึกปัสกา จนกระทั่งสามารถมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เข้าใจและน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดีเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า และเราจะได้ชัยชนะเช่นเดียวกับพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  รวมกันที่ศาลาเรือนไทย           เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทด แทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  4. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00.
  5. ตรีวารปัสกา

***วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ษ. 2019 เป็นวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีล้างเท้าอัครสาวก      เวลา 19.00 น.

***วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

มีเดินรูปรอบวัด            เวลา 16.30 น.

พิธีนมัสการกางเขน        เวลา 19.00 น.

*** วันเสาร์ที่ 20 เม.ษ. 2019  เป็นวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีเสกน้ำ เสกไฟ        เวลา 19.00 น.

  1. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30 – 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151222 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Tuesday, April 16th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจยอมรับและรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ คนที่ฉลาดจริงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างเปิดใจรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และเท่าทันสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  ในค่ายคำสอนครั้งนี้เราได้บราเดอร์จากคณะธรรมฑูตไทย 2 ท่าน และเณรพื้นเมืองจากวัดของเราเอง 1 ท่าน พ่อต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่าเห็นวิธีการทำงาน วิธีการสอนคำสอนของบราเดอร์แล้ว ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจและขัดหูขัดตาพอสมควร แต่เนื่องจากว่าพ่อเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เข้าใจพ่อก็ถาม อยากรู้พ่อก็ไปดูไปศึกษา ในที่สุดการกระทำเช่นนี้ทำให้พ่อสามารถเข้าใจและผสมผสานวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่เข้าด้วยกันได้หรือจูนกันติด พี่น้องเชื่อไหมว่าพ่อเคยได้ยินว่าคุณพ่อที่มีวัยวุฒิมากๆบางท่านเคยส่งเณรและเยาวชนที่มาช่วยงานกลับบ้านมาแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่พ่อเขียนเล่ามาข้างต้นนี่แหละ

พี่น้อง พ่อเชื่อว่าในครอบครัวของพี่น้องหลายๆครอบครัว น่าจะมีปัญหาทำนองนี้อยู่บ้างเหมือนกันช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อลองนั่งคิดดูแบบง่ายๆไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ สิ่งที่พ่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากเตี่ยแม่และผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ถ้าคำนวณจากอายุเตี่ยของพ่อถ้าเวลานี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องมีอายุ 90 กว่าเกือบ 100 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสอนอบรมพ่อมาก็น่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้กันเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว ถ้าเตี่ยกับแม่พ่อรับองค์ความรู้มาจากปู่ยาตายาย องค์ความรู้นั้นก็น่าจะห่างจากเตี่ยแม่ของพ่อ 50 – 60 ปีเช่นเดียวกัน ถ้าเตี่ยแม่พ่อไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านหรือองค์ความ รู้ของการอบรมเลย แสดงว่าองค์ความรู้ที่เขานำมาใช้สั่งสอนอบรมพ่อ เป็นองค์ความรู้ของเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดยประมาณ ถ้าเราเป็นคนใจแคบไม่รับรู้และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา เราจะเป็นคนหลงยุคนะครับ สิ่งที่เราคิดว่าดีมากๆในสมัยของเรา ปัจจุบันอาจจะล้าสมัยไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันเขาไม่ใช้กันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคนเขาบ้าของใหม่ แต่เป็นเพราะว่ามีนักคิดเขาเอาของเก่าที่เราเคยมี ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลดความเสี่ยงความเสียหาย ทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น จนเป็นของที่คนในยุคปัจจุบันนำเอามาใช้กัน ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับเปิดใจมอง เราจะพบว่าหลายๆอย่างมาจากหลักการเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดจุดอ่อนความเสี่ยงของเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับของใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้การทำงานสะดวกราดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีใจกว้างที่จะรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่เช่นนี้ พ่อคิดว่าเราจะสามารถพบจุดเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างระหว่างวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่ได้นะครับ

ที่พ่อเขียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทันสมัยและของใหม่ๆ ดีหมดทุกอย่าง หรือของเดิมๆวิธีการเดิมๆที่เราเคยใช้กันไม่ดีไปเสียหมดทุกอย่างทุกเรื่องก็ไม่ใช่ พ่อคิดว่าเราควรใช้ทุกอย่างให้เหมาะสมกับสถาน การณ์มากกว่า ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตามยุคตามสมัย และผู้ใหญ่จะต้องเป็นความรอบคอบให้กับผู้น้อย เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า ก็น่าจะคิดและมองอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากกว่า ผู้น้อยก็อย่ามองข้ามคำเตือนสอนของผู้ใหญ่ เพราะผมหงอกที่เราเห็นบนศรีษะของท่านเป็นปรีชาญาณที่มองข้ามไม่ได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์

มนุษย์มักจะเอามาตรการที่ตนเองชอบนำมาใช้ตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดของตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นมาตรการตัดสินลงโทษหญิงคนบาป พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านความผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบากและที่สำคัญ พระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ

กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับ เพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหน ทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย เขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสินลงโทษ จนพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปยังความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง  “พวกเขามีบาปหรือเปล่า”  “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่ใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งมีบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความผิดพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงความอ่อนแอความผิดพลาดของตนเอง

เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลายให้แตกดับ ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บุตรของพระจ้าโดยคืนภาพลักษณ์ของพระเจ้าให้ด้วยความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย ทำให้เราเข้าใจสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตากรุณาของพระองค์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตร การของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ใบลานมาถึงที่วัด ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ และขอให้นำมาคืนที่วัดก่อนวันแห่ใบลาน เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 เวลา 9.00 น.
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

ตารางเวลาในตรีวารปัสกา

** วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.  เวลา 19.00 น.

** วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

** วันเสาร์ที่ 20 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

7. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต