เนื้อหาทั้งหมดของ ‘เยาวชนของวัดรังสิต’

สารวัด ฉบับที่ 151223 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

Tuesday, April 16th, 2019

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า แห่ใบลาน

บอกเล่าให้ฟัง

          มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่น่าสนใจและพวกเราน่าจะนำไปไตร่ตรองดู ถ้าที่ใดก็ตามที่มีการวางมาตารการไว้มากๆ และพยายามที่จะใช้กฏ เกณฑ์อย่างเคร่งครัด แสดงว่าที่นั้นมีปัญหามากและคนที่อยู่ด้วยกันตรงนั้นมักจะขาดความไว้วางใจกันและกัน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ได้หมาย ความว่ากฏเกณฑ์ไม่สำคัญ กฏเกณฑ์เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในการตัดสินใจเมื่อมีความไม่แน่ใจในบางเรื่องเกิดขึ้น เรื่องนี้ทำให้พ่อคิดถึงเพื่อนของพ่อคนหนึ่ง เขาเคยชวนพ่อไปเที่ยวประเทศของเขา น่าเสียดายที่พ่อจำชื่อประเทศไม่ได้เสียแล้ว ประเทศของเขาเป็นเกาะเล็กๆเขาบรรยายว่า ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณหนึ่งวันก็สามารถไปได้ทั่วประเทศของเขาแล้ว เขาเล่าว่าประเทศของเขามีกฏหมายพอเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตำรวจไม่ต้องพกปืน แต่จะพกเครื่องช่วย ชีวิตเพื่อช่วยคนยามเกิดอุบัติเหตุ ตอนคนตกน้ำ ฯลฯ เขาบอกว่าบ้านทุกบ้านในประเทศของเขามีประตูหน้าต่างเป็นช่องไว้รับลมและเอาไว้เข้าออกเท่านั้น ไม่ต้องปิดประตูไม่ต้องใส่กุญแจ เพราะประเทศของเขาไม่มีขโมยคนส่วนใหญ่ก็เป็นที่คุ้นเคยและรู้จักกันทั้งนั้น พ่อฟังแล้วอยากไปมากแต่ตอนนั้นยังเรียนไม่จบจึงไม่กล้าไปกับเขา ถึงแม้ไม่ได้ไป พ่อก็ความคิดว่าประเทศของเขาน่าจะมีความสงบสุขมากๆ ประชาชนคงอยู่กันอย่างพี่น้องช่วยเหลือเกื้อกูลรักใคร่ปรองดอง

พ่อจึงมีความคิดฝันตลอดเวลาว่า “จะทำอย่างไรครอบครัวของเรา ที่ทำงานของเรา และทุกๆที่ที่เราอยู่จะเป็นอย่างประเทศของเพื่อนพ่อคนนี้” ที่จริงแล้วสภาพเช่นนี้พ่อก็เคยสัมผัสได้บ้างเหมือนกันในบางที่ แต่ก็เป็นได้แค่ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เหมือนดอกไม้ดอกหญ้าบางชนิดที่มันเบ่งบานสวยงามในยามเช้า  แล้วมันก็หุบหายเมื่อต้องแสงตะวันยามสาย พ่อเขียนเล่าให้ฟังเช่นนี้เหมือนคนเพ้อเจ้อเพ้อฝัน มีความคิดจินตนาการที่เลื่อนลอยไม่เข้าท่า เขียนไปทำไมนี่ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันเกินความสามารถของมนุษย์เราที่จะทำ แต่ถ้าสิ่งที่เพื่อนของพ่อเล่าให้ฟังนั้นเป็นเรื่องจริง ก็แสดงว่าสภาพเช่นนี้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้แม้จะเป็นส่วนเล็กๆก็ตาม และถ้าสิ่งที่พ่อเคยสัมผัสได้ชั่วครู่ชั่วยามมันเป็นความจริงไม่ใช่ความฝัน ก็แสดงว่าเราสามารถช่วยกันทำให้สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นได้ แม้จะเป็นในกลุ่มเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆแห่งชีวิตบนโลกที่สวยงามใบนี้

สิ่งที่พ่อเขียนบรรยายมาแต่ต้นอาจจะเป็นเรื่องเพ้อฝันของหลายๆคน แต่พี่น้องทราบไหมครับว่า “นี่เป็นพันธกิจหลักที่พระเยซูคริสตเจ้าได้รับมอบหมายจากพระบิดาเจ้า และพระองค์ได้มอบหมายพันธกิจนี้ส่งต่อสืบทอดให้บรรดาอัครสาวกมาถึงพระศาสนจักรและเราคริสตชนทุกคนจนถึงทุกวันนี้” พันธกิจที่พ่อเขียนถึงนี้ก็คือ “การสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าบนแผ่นดินนี้”  ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งความยุติธรรม ความรัก ความเมตตา สันติสุข และความชื่นชมยินดี พระอาณาจักรที่พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวถึงไม่ได้เป็นเพียงอาณาจักรสวรรค์หลังความตายเท่านั้น แต่เป็นพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ด้วย บางครั้งพระองค์ตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว” บางครั้งตรัสว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว” ไม่ว่าจะเป็นพระอาณาจักรใกล้เข้ามาแล้วหรือพระอาณาจักรอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายแล้ว จะเป็นแบบไหนก็ตาม สิ่งที่พระองค์ตรัสจะต้องหมายถึงพระอาณาจักรบนแผ่นดินนี้ พ่อจึงเชิญชวนพวกเราสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าทุกท่าน มาร่วมใจกันสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าให้เป็นจริงในชุมชนแห่งความเชื่อของเรา โดยเติมคุณลักษณะที่ขาดหายไปของพระอาณาจักรของพระเจ้า ตามบทภาวนาของนักบุญฟรังซิส อัสซีซี ดังนี้ “ที่ใดมีความสิ้นหวัง เราจะเติมความหวัง ที่ใดมีความขุ่นข้องหมองใจ เราจะเติมการให้อภัย ที่ใดมีความสงสัย เราจะเติมความเข้าใจ ที่ใดมีความทุกข์ เราจะเติมการปลอบโยนทำให้เกิดความชื่นชมยินดี ฯลฯ “

จากคุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

พระธรรมล้ำลึกปัสกา

วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เราแห่ใบลาน  เป็นวันเริ่มต้นสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเราคริสตชนจะรำพึงถึงพระมหาทรมานเป็นพิเศษ พระศาสนจักรให้ คริสตชนทั่วโลกทำการระลึกถึง การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงชัยชนะ พระศาสนจักรให้เราคริสตชนระลึกถึงเหตุการณ์นี้ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นของพระธรรมล้ำลึกปัสกา ต้องการจะย้ำเตือนบรรดาคริสตชนว่า พระธรรมล้ำลึกปัสกา มีองค์ประกอบ 3 ประการ นั่นก็คือ การรับทนทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพ การเข้ามีส่วนร่วมในพระธรรมล้ำลึกปัสกาจึงต้องเป็นการเข้ามีส่วนร่วมทั้งครบ ไม่ใช่น้อมรับเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่าของพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยว่าพระองค์พร้อม พระองค์ยินดีที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า ที่จะยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปของมนุษยชาติ การกระทำเช่นนี้ในสายตาของมนุษย์ทั่วไปเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญา  เป็นความอัปยศ เป็นความพ่ายแพ้ แต่สำหรับพระเจ้า นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ และชัยชนะนี้จะปรากฏผลในการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งเราจะทำการสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในวันอาทิตย์ปัสกา การน้อมรับพระประสงค์ของพระเยซูคริสตเจ้า โดยการยอมรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนี่แหละ ทำให้เราหยั่งรู้เกี่ยวกับความหมายของชีวิต เมื่อความทุกข์ยากลำบากเข้ามากล้ำกรายชีวิตของเรา เราจะสามารถจัดการกับชีวิตได้อย่างถูกต้อง

พระธรรมล้ำลึกปัสกาเป็นหนทางแห่งความรอดพ้น ซึ่งการเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างสง่า เพื่อน้อมรับพระประสงค์ของพระบิดาเจ้า โดยการรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่านี้เป็นหนทางเดียวที่มนุษย์ต้องเดิน เพื่อจะได้รับความรอดพ้น ไม่มีทางอื่น เป็นเงื่อนไขในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้า ถ้าผู้ใดอยากตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนเองและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้นก็จะสูญเสียชีวิตนิรันดร แต่ผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา ก็จะพบชีวิตนิรันดร (มธ.16:24-25)  นี่เป็นเคล็ดลับในการดำเนินชีวิตของเราคริสตชน ซึ่งทำให้เราสามารถพบกับความสงบในการดำเนินชีวิต ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ซึ่งเป็นกางเขนแห่งชีวิต เพราะเรารู้ว่าเราสามารถเข้าร่วมส่วนกับพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า โดยอาศัยความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเราน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดี ความทุกข์ลำบากต่างๆที่เราได้รับ ก็จะกลายเป็นหนทางสร้างบุญสร้างกุศล นำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย

ขอให้สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ สัปดาห์แห่งพระมหาทรมานที่เริ่มต้นขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารำพึงถึงพระมหาทรมาน และการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเราจะได้เข้าใจความหมายของชีวิต ความทุกข์ทรมานต่างๆที่เกิดขึ้น และพระธรรมล้ำลึกปัสกา จนกระทั่งสามารถมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เข้าใจและน้อมรับด้วยความชื่นชมยินดีเช่นเดียวกับพระเยซูคริสตเจ้า และเราจะได้ชัยชนะเช่นเดียวกับพระองค์.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  รวมกันที่ศาลาเรือนไทย           เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องอดเนื้อหรือทำพลีกรรมอื่นๆทด แทน  คริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การรับทานอาหารอิ่มเพียงมื้อเดียว
  4. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00.
  5. ตรีวารปัสกา

***วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ษ. 2019 เป็นวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีล้างเท้าอัครสาวก      เวลา 19.00 น.

***วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์

มีเดินรูปรอบวัด            เวลา 16.30 น.

พิธีนมัสการกางเขน        เวลา 19.00 น.

*** วันเสาร์ที่ 20 เม.ษ. 2019  เป็นวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์

มีพิธีเสกน้ำ เสกไฟ        เวลา 19.00 น.

  1. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30 – 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

 

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี

วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151222 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Tuesday, April 16th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจยอมรับและรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ คนที่ฉลาดจริงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างเปิดใจรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และเท่าทันสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  ในค่ายคำสอนครั้งนี้เราได้บราเดอร์จากคณะธรรมฑูตไทย 2 ท่าน และเณรพื้นเมืองจากวัดของเราเอง 1 ท่าน พ่อต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่าเห็นวิธีการทำงาน วิธีการสอนคำสอนของบราเดอร์แล้ว ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจและขัดหูขัดตาพอสมควร แต่เนื่องจากว่าพ่อเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เข้าใจพ่อก็ถาม อยากรู้พ่อก็ไปดูไปศึกษา ในที่สุดการกระทำเช่นนี้ทำให้พ่อสามารถเข้าใจและผสมผสานวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่เข้าด้วยกันได้หรือจูนกันติด พี่น้องเชื่อไหมว่าพ่อเคยได้ยินว่าคุณพ่อที่มีวัยวุฒิมากๆบางท่านเคยส่งเณรและเยาวชนที่มาช่วยงานกลับบ้านมาแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่พ่อเขียนเล่ามาข้างต้นนี่แหละ

พี่น้อง พ่อเชื่อว่าในครอบครัวของพี่น้องหลายๆครอบครัว น่าจะมีปัญหาทำนองนี้อยู่บ้างเหมือนกันช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อลองนั่งคิดดูแบบง่ายๆไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ สิ่งที่พ่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากเตี่ยแม่และผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ถ้าคำนวณจากอายุเตี่ยของพ่อถ้าเวลานี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องมีอายุ 90 กว่าเกือบ 100 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสอนอบรมพ่อมาก็น่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้กันเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว ถ้าเตี่ยกับแม่พ่อรับองค์ความรู้มาจากปู่ยาตายาย องค์ความรู้นั้นก็น่าจะห่างจากเตี่ยแม่ของพ่อ 50 – 60 ปีเช่นเดียวกัน ถ้าเตี่ยแม่พ่อไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านหรือองค์ความ รู้ของการอบรมเลย แสดงว่าองค์ความรู้ที่เขานำมาใช้สั่งสอนอบรมพ่อ เป็นองค์ความรู้ของเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดยประมาณ ถ้าเราเป็นคนใจแคบไม่รับรู้และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา เราจะเป็นคนหลงยุคนะครับ สิ่งที่เราคิดว่าดีมากๆในสมัยของเรา ปัจจุบันอาจจะล้าสมัยไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันเขาไม่ใช้กันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคนเขาบ้าของใหม่ แต่เป็นเพราะว่ามีนักคิดเขาเอาของเก่าที่เราเคยมี ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลดความเสี่ยงความเสียหาย ทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น จนเป็นของที่คนในยุคปัจจุบันนำเอามาใช้กัน ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับเปิดใจมอง เราจะพบว่าหลายๆอย่างมาจากหลักการเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดจุดอ่อนความเสี่ยงของเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับของใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้การทำงานสะดวกราดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีใจกว้างที่จะรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่เช่นนี้ พ่อคิดว่าเราจะสามารถพบจุดเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างระหว่างวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่ได้นะครับ

ที่พ่อเขียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทันสมัยและของใหม่ๆ ดีหมดทุกอย่าง หรือของเดิมๆวิธีการเดิมๆที่เราเคยใช้กันไม่ดีไปเสียหมดทุกอย่างทุกเรื่องก็ไม่ใช่ พ่อคิดว่าเราควรใช้ทุกอย่างให้เหมาะสมกับสถาน การณ์มากกว่า ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตามยุคตามสมัย และผู้ใหญ่จะต้องเป็นความรอบคอบให้กับผู้น้อย เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า ก็น่าจะคิดและมองอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากกว่า ผู้น้อยก็อย่ามองข้ามคำเตือนสอนของผู้ใหญ่ เพราะผมหงอกที่เราเห็นบนศรีษะของท่านเป็นปรีชาญาณที่มองข้ามไม่ได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์

มนุษย์มักจะเอามาตรการที่ตนเองชอบนำมาใช้ตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดของตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นมาตรการตัดสินลงโทษหญิงคนบาป พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านความผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบากและที่สำคัญ พระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ

กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับ เพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหน ทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย เขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสินลงโทษ จนพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปยังความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง  “พวกเขามีบาปหรือเปล่า”  “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่ใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งมีบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความผิดพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงความอ่อนแอความผิดพลาดของตนเอง

เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลายให้แตกดับ ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บุตรของพระจ้าโดยคืนภาพลักษณ์ของพระเจ้าให้ด้วยความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย ทำให้เราเข้าใจสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตากรุณาของพระองค์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตร การของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ใบลานมาถึงที่วัด ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ และขอให้นำมาคืนที่วัดก่อนวันแห่ใบลาน เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 เวลา 9.00 น.
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

ตารางเวลาในตรีวารปัสกา

** วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.  เวลา 19.00 น.

** วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

** วันเสาร์ที่ 20 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

7. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

ประมวลภาพกิจกรรมวันเด็กบ้านแห่งความหวัง2011

Wednesday, February 2nd, 2011

วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554 คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์ พร้อมด้วย เยาวชนและสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ไปร่วมจัดกิจกรรมสนุกสนานให้เด็กๆและเยาวชนบ้านแห่งความหวัง ศูนย์นักบุญมาร์ติน บรรยากาศสนุกสนาน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เชิญชมได้จากภาพครับ