ฉบับที่ 13008 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2013 อาทิตย์ที่ 2 เทศกาลมหาพรต

บอกเล่าให้ฟัง

“การกระทำของมนุษย์ทุกอย่างต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม” อาทิ คนดีเมื่อตายแล้วต้องไปสวรรค์ คนชั่วต้องตกนรก แล้วคนไม่ได้ชั่วช้าถึงขนาดต้องตกนรก แต่ก็ไม่ดีพอที่จะไปสวรรค์ คนเหล่านี้เมื่อตายไปแล้วจะไปไหน พระศาสนจักรสอนว่าคนเหล่านี้ต้องชำระจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์เสียก่อนจึงไปสวรรค์ได้ ถามว่าทำไม คำตอบก็คือพวกท่านจะต้องชดเชยการกระทำของพวกท่านตามความยุติธรรมนั่นเอง

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคิดและเจอกับคำประชดประชันอย่างนี้มาแล้ว “เป็นคริสตังนี่ดีเหลือเกินนะทำบาปทำผิดแล้วก็ไปแก้ได้” เพราะเราเรียกการรับศีลอภัยบาปว่า “การไปแก้บาป” ความจริงการประชดประชันนี้มีความถูกต้องอยู่มากทีเดียว เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงมอบอำนาจอภัยบาปให้ศาสนบริกร พระสังฆราช พระสงฆ์ จึงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเราเมื่อเราทำบาปแล้ว เราสามารถกลับคืนดีกับพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ โดยอาศัยการอภัยบาปของศาสนบริกรเมื่อไปรับศีลอภัยบาป แต่เรื่องการรับการอภัยบาปไม่ได้จบลงง่ายดายอย่างที่หลายๆคนคิด อันเนื่องมาจากในการรับศีลอภัยบาปมีเงื่อนไขหลายประการที่ผู้เข้าไปรับศีลต้องกระทำ เพื่อทำให้การรับศีลอภัยบาปเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลตามความหมาย ผู้ที่จะรับศีลนี้ต้องเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างสมบูรณ์ และตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ทำบาปนั้นอีก บาปที่ทำไปแล้วต้องได้รับการชดเชยตามความยุติธรรม กิจใช้โทษบาปที่พระสงฆ์ให้ไม่เพียงพอที่จะชดเชยใช้โทษบาปทั้งหมด มันเป็นเพียงเครื่องเตือนใจเราให้พยายามทำกิจใช้โทษบาปในชีวิตของเราเสมอ นี่แหละคือที่มาของการทำพลีกรรมใช้โทษบาปสำหรับตนเองและผู้อื่นการทำพลีกรรมหมายถึงการบังคับหักห้ามใจตนเอง ให้กระทำหรือไม่กระทำบางสิ่งบางอย่างที่ก่อให้เกิดความดีหรือบุญกุศลเพื่อชดเชยใช้โทษบาปของตนเองและของผู้อื่น อาทิ คนที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ชอบเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์นานๆ การทำพลีกรรมคือการลดละเลิกจากสิ่งเหล่านี้ คนที่ไม่เคยตื่นแต่เช้า ไม่ค่อยได้สวดภาวนาไม่ชอบกินผักการทำพลีกรรมคือการทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง ฯลฯ เมื่อเป็นเช่นนี้ในการทำพลีกรรมของเราจึงจำเป็นต้องคิดและไตร่ตรองให้ดีว่ากิจการนั้นๆเป็นการทำพลีกรรรมของเราหรือไม่ การทำพลีกรรมอดเนื้อทุกๆวันศุกร์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คริสตชนหลายคนปฏิบัติพระบัญญัติของพระศาสนจักรตามตัวอักษร วันศุกร์ต้องอดเนื้อถ้าไม่อดเนื้อเป็นบาป แล้วไปสารภาพบาปว่า “ไม่ได้อดเนื้อในวันศุกร์” คนที่ไปสารภาพบาปแบบนี้อาจจะได้รับการอภัยบาปหรือไม่ได้รับการอภัยบาปได้ทั้งสองกรณี ถ้าการอดเนื้อเป็นการทำพลีกรรมของเขาเพราะเขาชอบทานเนื้อมาก แล้วเขาไม่ได้อดเนื้อหรือไม่ได้ทำพลีกรรมอย่างอื่นทดแทน เขาก็ทำผิดพระบัญญัติของพระศาสนจักร การไปสารภาพบาปเช่นนี้เขาจะได้รับการอภัยบาป แต่ถ้าการอดเนื้อของเขาไม่เป็นการทำพลีกรรม เพราะเขาไม่ชอบทานเนื้ออยู่แล้วและถ้าเขาไม่ได้พลีกรรม แม้จะไปสารภาพบาปว่าไม่ได้อดเนื้อแล้ว แต่บาปที่ไม่ได้ทำพลีกรรมก็ยังคงอยู่เพราะเขาไม่ได้สารภาพบาปนี้ และการอดเนื้อไม่เกี่ยวข้องกับการทำพลีกรรมของเขาเลย ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำพลีกรรมใช้โทษบาปจะต้องทำในสิ่งที่ดีและเป็นการบังคบหักห้ามใจตนเอง กิจการนั้นจึงเป็นการทำพลีกรรมใช้โทษบาปของตนเองและผู้อื่น เพราะสามารถร่วมส่วนในมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้าเพื่อไถ่โทษมนุษยชาติ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ประสบการณ์ความเชื่อ

กิจการต่างๆที่พระศาสนจักรนำเสนอให้เราคริสตชนปฏิบัติในเทศกาลมหาพรต เป็นกิจการที่ช่วยให้เราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น หนทางที่มนุษย์ทุกคนต้องมุ่งหน้าไปจนบรรลุเป้าหมายปลายทาง ไม่ใช่หนทางที่โปรยด้วยดอกกุหลาบหนทางที่ราบรื่นเดินสบายๆอย่างที่หลายๆคนกำลังคิดอยู่ กิจการที่พระศาสนจักรแนะนำให้เราปฏิบัติในเทศกาลมหามหาพรต ทำให้เราทราบว่าชีวิตมนุษย์นั้นเปราะบางอ่อนแอ ต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคความทุกข์ลำบากในชีวิตมากมายกว่าจะบรรลุถึงเป้าหมายแห่งชีวิต และพระเยซูคริสตเจ้าเองทรงบอกกับเราตรงไปตรงมาว่า “หนทางที่จะบรรลุเป้าหมายแท้จริงของชีวิตคือหนทางแห่งไม้กางเขน” “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็จงเลิกคิดถึงตนเอง จงแบกไม้กางเขนของตนทุกวันและติดตามเรา ผู้ใดใคร่รักษาชีวิต ผู้นั้นจะต้องสูญเสียชีวิต แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตเพราะเรา ผู้นั้นจะรักษาชีวิตได้”(ลก.9:23-24) หนทางแห่งความเพียรทนเสียสละอุทิศตนเช่นนี้ กิจการที่เราปฏิบัติในเทศกาลมหาพรตบอกเราว่า ลำพังกำลังความสามารถของมนุษย์เท่านั้น ไม่มีทางที่จะทำให้เราเดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรค ความทุกข์ยากลำบากต่างๆจนบรรลุเป้าหมายปลายทาง เราจึงต้องพึ่งพระหรรษทานความช่วยเหลือจากพระเจ้า

พระเยซูคริสตเจ้าทรงเข้าใจธรรมชาติความอ่อนแอของมนุษย์เป็นอย่างดี ทรงทราบว่าหลังจากพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้ว บรรดาสานุศิษย์ของพระองค์จะตกอยู่ในสภาพเช่นไร พระองค์จึงทรงเลือกบุคคลสำคัญซึ่งเป็นผู้นำของบรรดาศิษย์ ขึ้นไปอธิฐานภาวนาบนภูเขาพร้อมกับพระองค์ และให้พวกเขามีโอกาสสัมผัสพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์ ซึ่งเป็นความสุขความชื่นชมยินดีในสวรรค์ “พระองค์ทรงพาเปโตร ยอห์น ยากอบ ขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนา…..พระพักตร์เปลี่ยนไปและฉลองพระองค์มีสีขาวเจิดจ้า….เมื่อตื่นขึ้นก็เห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์และบุรุษทั้งสอง”(ลก.9:28-32) การสัมผัสความสุขความชื่นชมยินดีในสวรรค์ เป็นประสบการณ์ความเชื่อซึ่งเป็นแรงผลักดันที่สำคัญ ทำให้อัครสาวกทั้งสามสามารถพลิกฟื้นความเชื่อที่คลอนแคลน หลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์ กลับมามั่นคงอีกครั้ง อีกทั้งประสบการณ์ความเชื่อของอัครสาวกทั้งสาม ยังสามารถเป็นพยานเรียกขวัญ ความหวัง และกำลังใจของบรรดาศิษย์ที่กระเจิดกระเจิงไปแล้วกลับคืนมา

พระศาสนจักรทราบเช่นเดียวกันว่ามนุษย์จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายปลายทาง และประสบการณ์ความเชื่อนี่แหละจะเป็นพลังที่สำคัญทำให้มนุษย์บรรลุเป้าหมายแห่งชีวิต พระศาสนจักรจึงนำเสนอวิธีการที่จะช่วยให้คริสตชนมีประสบการณ์ความเชื่อ นั่นก็คือการอ่านและฟังพระวาจาของพระเจ้าแล้วนำไปปฏิบัติตาม และการอธิษฐานภาวนา พระวาจาของพระเจ้าจะเป็นคำตอบสำหรับชีวิตของเรา จึงมีเสียงจากสวรรค์ว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรของเรา ผู้ที่เราได้เลือกสรร จงฟังท่านเถิด”(ลก.9:35) นักบุญลูกาให้กำลังใจเราโดยอาศัยพระสิริรุ่งโรจน์ที่ปรากฏในขณะที่อธิษฐานภาวนา เมื่อชีวิตของเราต้องเผชิญกับความล้มเหลว ความทุกข์ยากลำบาก วิกฤติการณ์ต่างๆ การอธิษฐานภาวนาสามารถปรับเปลี่ยนจิตใจให้เข้มแข็งสามารถฟันฝ่าอุปสรรคความทุกยากลำบากต่างๆจนถึงเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ทางวัดจะเปิดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ประมาณปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายนจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ลงชื่อผู้ที่จะมาเรียน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับ-ส่งได้ที่หน้าวัด
  2. ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
  3. วันเสาร์ที่ 2 มี.ค. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ เวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาและรับศีลอภัยบาป
  4. วันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันโปรดศีลล้างบาป
  5. วันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ. 2013 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  6. ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปที่บ้าน เพื่อออมเงินที่ได้จากการทำพลีกรรมใช้โทษบาป แล้วนำกลับมาคืนที่วัดหลังจากสิ้นสุดเทศกาลมหาพรตแล้ว เพื่อพระศาสนจักรจะได้นำเงินที่ได้นี้ไปทำกิจเมตตาต่อไป

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 24-02-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.