เนื้อหาทั้งหมดของ ‘สารวัดแต่ละสัปดาห์’

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบัญยอห์น

ยน 10  : 1-10

เวลานั้น พระเยซูตรัสว่า  “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่ไม่เข้าคอกแกะทางประตู แต่ปีนเข้าทางอื่น ก็เป็นขโมยและโจร ผู้ที่เข้าทางประตูเป็นผู้เลี้ยงแกะ คนเฝ้าประตูย่อมเปิดประตูให้เขาเข้าไป บรรดาแกะก็ฟังเสียงเขา เขาเรียกชื่อแกะของตนทีละตัว และพาออกไปข้างนอก เมื่อเขาพาแกะออกไปหมดแล้ว เขาจะเดินนำหน้า และแกะก็ตามไปเพราะจำเสียงของเขาได้ แกะจะไม่ตามคนแปลกหน้าเลย แต่จะหนีจากเขา เพราะไม่รู้จักเสียงของคนแปลกหน้า”     พระเยซูเจ้าตรัสอุปมาเรื่องนี้ให้คนเหล่านั้นฟัง แต่เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสนั้นหมายถึงสิ่งใด   พระเยซูเจ้ายังตรัสกับเขาอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราเป็นประตูคอกแกะ ทุกคนที่มาก่อนหน้าเรา เป็นขโมยและโจร แต่แกะมิได้ฟังเสียงของเขาเหล่านั้น เราเป็นประตู ผู้ที่เข้าทางเราก็จะรอดพ้น เขาจะเข้าจะออก และจะพบทุ่งหญ้า ขโมยย่อมมาเพื่อขโมย ฆ่าและทำลาย เรามาเพื่อให้แกะมีชีวิต และมีชีวิตอย่างสมบูรณ์

 

ข้อคิด

หนทางที่พระเยซูเจ้าประกาศให้บรรดาอัครสาวกรับไว้ ไม่ใช่ทางสะดวก เพราะทรงทราบล่วงหน้าว่า การรับฟังพระวาจาแต่ไม่นำไปปฏิบัติในชีวิต ย่อมทำให้หนทางตีบตันและหาทางออกลำบาก นักบุญเปโตรจึงเขียนจดหมายถึงศิษย์ในบทอ่านที่สองของวันนี้ว่า ถ้าทำความดีแล้วยอมทนทุกข์ จะเป็นพระหรรษทานของพระเจ้า จงวางใจในพระเจ้าเสมอ แล้วพระองค์จะเดินนำหน้า พาสู่ชีวิตปลอดภัย

 

ไม่แปลกหน้า

ย่างก้าวของคนแปลกหน้า

ก่อเกิดฝุ่นดินแห่งความหวาดระแวงและสงสัย

ย่างก้าวของนายชุมพาบาล

นำพาสายลมแห่งความอิ่มสุข และมั่นคงปลอดภัย

เขาเรียกแกะด้วยชื่อ….พาสู่ผืนหญ้าเขียวสด

เขาเดินนำหน้า….แกะรู้จักเสียงของเขา

เขายอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน

 

พระองค์มิใช่คนแปลกหน้า

มิใช่มนุษย์ต่างดาวที่ปรากฎตัวยามค่ำคืน ห่อหุ้มด้วยความแตกต่าง

พระองค์ทรงเป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติ

ทรงเสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์

แต่ประชากรของพระองค์มิได้ต้อนรับ

ทรงเกิด และเติบโตในหมู่ประชากร

ทรงหลั่งน้ำตา….ในวันนั้นที่มนุษยชาติเจ็บปวดร้องไห้

ทรงร่วมเสียงหัวเราะ..ในวันนั้นที่ดอกไม้บานบนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจมนุษย์

พระองค์ทรงรับการดูหมิ่น แต่มิเคยตอบโต้

ทรงเป็นทุกข์เจ็บปวด แต่…ไม่เคยแก้แค้น

เพราะทรงวางทุกสิ่งไว้ในพระหัตถ์ของพระบิดา

ทั้งหมดนี้ มิได้บ่งแสดงการเป็น ยอดมนุษย์

แต่…ประกาศถึงหนทางการเป็น มนุษย์ ของพระองค์

มนุษย์…ผู้กล่าวความจริงอย่างสงบนิ่ง และหนักแน่น

แม้ยืนอยู่ต่อหน้าศัตรูผู้โกรธแค้น และมุ่งทำร้าย

มนุษย์…ผู้เลี้ยงฝูงชนที่ขาดแคลนจนอิ่มล้น

…ผู้รักและเห็นใจฝูงชนที่ทนทุกข์

…ผู้มีหัวใจอิสระจากรอยเจ็บปวดของอดีต

ในมนุษย์ผู้นี้

…ที่มนุษยชาติได้รู้จักเสียงแห่งความรักนิรันดร์กาลของพระบิดา

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต

ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก                           พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญติดต่อกับพ่อนะครับ  ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2020

รัฐบาลได้ต่อ พรก.ฉุกเฉิน และเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน เพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 แม้จะได้มีการผ่อนปรนให้เปิดสถานที่ 8 ประเภทนำร่องดำเนินการได้ แต่ไม่ได้กล่าวถึง การเข้าร่วมศาสนพิธีของเราชาวคริสต์ พูดง่ายๆ ว่า “ยังไปร่วมมิสซาที่วัดไม่ได้” และอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ก็ได้ประกาศขอให้พวกเราปฏิบัติตามและร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อความดีของสังคม โดยขอให้พวกเราร่วมพิเธีกรรมและพิธีบูชาขอบพระ คุณ ผ่านการถ่ายทอดออนไลน์ต่อไปวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ก็จะทำการถ่ายทอดพิธีบูชาขอบพระคุณ วันอาทิตย์ เวลา 09.00 น. ออนไลน์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอพี่น้องร่วมจิตร่วมใจภาวนาอย่างพร้อมเพรียงกันนะครับ อย่าเสียความเชื่อนะครับ พระเจ้าทรงรักและมีพระทัยเมตตาต่อเราเสมอ บางครั้งพระองค์ ตี-สอน และให้เหตุการณ์ต่างๆ อุบัติขึ้น เพื่อให้ข้อคิดบางอย่างกับเรา เราเคยมีโอกาสร่วมมิสซาอย่างเสรีและสม่ำเสมอ แต่บางครั้งเราก็อาจจะเฉยเมยหรือเกียจคร้านไปบ้าง หลายคนจึงกล่าวว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องกลับมาแสดงออกถึงความเชื่อ-ศรัทธา ของเราอย่างจริง จังและจริงใจ และด้วยภาวะการณ์เช่นนี้ พี่น้องบางท่านที่ต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-ขาดรายได้-ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงครอบ ครัว มีคำกล่าวว่า เมื่อประสบความยากลำบาก เราท้อได้ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง เราต้องไม่ถอย ต้องสู้…สู้ และก้าวต่อไปข้างหน้า นะครับ พระเจ้าอยู่เคียงข้างเราเสมอ และสำหรับผู้ที่ทุกข์ยากจริงๆ ขอให้ติดต่อมายังคุณพ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878  หรือ   ที่ผู้อำนวยการสภาภิบาล คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือ กรรมการสภาภิบาลวัด เพราะเราจะไม่ทิ้งกันนะครับ ขอพี่น้องสัตบุรุษช่วยเหลียวแลดูเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงของพวกเราด้วย หากมีสิ่งใดที่จะให้ทางวัดช่วย กรุณาแจ้งมาที่วัดนะครับ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ทุกสิ่งที่ท่านทำต่อพี่น้องที่ต่ำต้อย…ท่านได้ทำต่อเราเอง” (มธ.25:31-46)

ท้ายที่สุด เชิญชวนพี่น้องสวดภาวนา….สวดภาวนา…ร่วมมิสซาเพื่อวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ (มธ. 7:7 และ ยน.15:7)                                                                          ขอบคุณครับ

 

 

 

 

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

 บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา

ลก 24 : 13-35

วันนั้น ศิษย์สองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณสิบเอ็ดกิโลเมตร ทั้งสองคนสนทนากันถึงเหตุ การณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ขณะที่กำลังสนทนาและถกเถียงกันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาร่วมเดินทางด้วย แต่เขาจำพระองค์ไม่ได้ เหมือนดวงตาถูกปิดปัง พระองค์ตรัสถามว่า “ท่านเดินสนทนากันเรื่องอะไร” ทั้งสองคนก็หยุดเดิน ใบหน้าเศร้าหมอง   ศิษย์ที่ชื่อเคลโอปัสถามว่า “ท่านเป็นเพียงคนเดียวในกรุงเยรูซาเล็มหรือที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นั่น เมื่อสองสามวันมานี้” พระองค์ตรัสถามว่า “เรื่องอะไรกัน” เขาตอบว่า “ก็เรื่องพระเยซูชาวนาซาเร็ธ ประกาศกทรงอำนาจในกิจการและคำพูดเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า และต่อหน้าประชากรทั้งปวง บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้นำของเรามอบพระองค์ให้ต้องโทษประหารชีวิต และตรึงพระองค์บนไม้กางเขน เราเคยหวังไว้ว่าพระองค์จะทรงปลด ปล่อยอิสราเอลให้เป็นอิสระ แต่นี่เป็นวันที่สามแล้วตั้งแต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น สตรีบางคนในกลุ่มของเราทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไปที่พระคูหาตั้ง แต่เช้าตรู่ เมื่อไม่พบพระศพ เขากลับมาเล่าว่าได้เห็นนิมิตของฑูตสวรรค์ซึ่งพูดว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ บางคนในกลุ่มของเราไปที่พระคูหา และพบทุกอย่างดังที่บรรดาสตรีเล่าให้ฟัง แต่ไม่เห็นพระองค์”                             พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เจ้าคนเขลาเอ๋ย ใจของเจ้าช่างเชื่องช้าที่จะเชื่อข้อความที่บรรดาประกาศกกล่าวไว้ พระคริสตเจ้าจำเป็นต้องทนทรมานเช่นนี้เพื่อจะเข้าไปรับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์มิใช่หรือ” แล้วพระองค์ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ให้เขาฟังโดยเริ่มตั้งแต่โมเสส จนถึงบรรดาประกาศก    เมื่อพระองค์ทรงพระดำเนินพร้อมกับศิษย์ทั้งสองคนใกล้จะถึงหมู่บ้านที่เขาตั้งใจจะไป พระองค์ทรงแสร้งทำว่าจะทรงพระดำเนินเลยไป แต่เขาทั้งสองรบเร้าพระองค์ว่า “จงพักอยู่กับพวกเราเถิด เพราะใกล้ค่ำและวันก็ล่วงไปมากแล้ว”  พระองค์จึงเสด็จเข้าไปพักกับเขา ขณะประทับที่โต๊ะกับเขา พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงถวายพระพร ทรงบิขนมปังและทรงยื่นให้เขา เขาก็ตาสว่างและจำพระองค์ได้ แต่พระองค์หายไปจากสายตาของเขา ศิษย์ทั้งสองจึงพูดกันว่า “ใจของเราไม่ได้เร่าร้อนเป็นไฟอยู่ภายในหรือเมื่อพระองค์ตรัสกับเราขณะเดินทาง และทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟัง”                                              เขาทั้งสองคนจึงรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น พบบรรดาอัครสาวกสิบเอ็ดคนกำลังชุมนุมอยู่กับศิษย์อื่นๆ เขาเหล่านี้บอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้วจริงๆ และทรงสำแดงพระองค์แก่ซีโมน” ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระ องค์ได้เมื่อทรงบิขนมปัง.

ข้อคิด

เมื่อศิษย์ทั้งสองคนที่กำลังเดินทางไปหมู่บ้านเอมมาอูส จำพระเยซูเจ้าได้ ด้วยความตื่นเต้นยินดี เขาทั้งสองคนรีบออกเดินทางกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม    การเดินทาง 11 กิโลเมตรกลับไปเยรูซาเล็มในยามค่ำคืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาไม่อาจทนรอเก็บข่าวดี เรื่องพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพไว้กับตัวจนถึงรุ่งเช้าได้    พวกเขาตระหนักดีว่าความยินดีของพวกเขาจะยังไม่เต็มเปี่ยม จนกว่าจะได้แบ่งปันข่าวดีแก่ผู้อื่น    เช่นเดียวกัน เราคริสตชนจะถือว่าได้รับข่าวดีอย่างเต็มเปี่ยม ก็ต่อเมื่อเราได้แบ่งปันข่าวดีนี้กับผู้อื่นแล้วเท่านั้น!!

มองใหม่

เขาทั้งสองก้าวเดินออกจากเยรูซาเล็ม

…ดินแดนที่ความหวังพบจุดจบแห่งความพ่ายแพ้

ชายแปลกหน้าร่วมทางไปกับเขาบนถนนสายนี้

…พวกเขาเล่าเรื่อง หัวใจที่หมดหวัง

…พระเยซูผู้เคยเป็นความหวังว่าจะปลดปล่อยอิสราเอลเป็นอิสระ

บัดนี้ มาตายจาก…และสูญหาย

ในเรื่องราวของพวกเขา…สองสิ่งดูสวนทาง

…ความหวังในพระเยซู กับ ความตายของพระองค์

ความตายของพระองค์ ถูกมองเหมือนความตายอื่น

…จุดจบสิ้น…สถานีสุดท้าย…ของทางสายแห่งคำมั่นสัญญา

พวกเขาโศกเศร้า มิเพียงเพราะความตายของพระเยซู

แต่…เพราะความตายของความสัมพันธ์กับพระองค์

ณ เวลานี้ พวกเขาเป็นเพียงอดีตสาวก ของประกาศกผู้ตายจาก

จนกระทั่งเรื่องราวที่น่าเศร้าจบลง

ชายแปลกหน้าจึงเริ่มเรื่องราวใหม่

ทรงเชิญพวกเขาให้มองดูอดีตอีกครั้ง…ด้วยแสงแห่งพระวาจา

ทรงให้ความหมายใหม่ แก่เรื่องราวเก่า

…ความตายของพระคริสตเจ้า เป็นประตูสู่สิริมงคล

สำหรับชายแปลกหน้า..ความตายของพระเยซูเป็นความสำเร็จแห่งภารกิจ

และ…มิใช่ความล้มเหลว…หรือจุดจบสิ้น

ชายแปลกหน้า นำพาพวกเขาให้ค้นพบความหมายของอดีต

ด้วยแสงตะวันใหม่

พวกเขาขอพระองค์ให้ค้างคืน เพราะค่ำแล้ว

ณ ที่โต๊ะอาหาร…ทรงบิปัง และส่งให้พวกเขา

ตาของพวกเขาเปิดออก และจำพระองค์ได้…พระเยซูผู้กลับคืนชีพ

พวกเขาเริ่มมองเห็นอนาคตใหม่…ความหวังใหม่

กล้าพอที่จะเดินกลับสู่เยรูซาเล็ม…แม้ในความมืด

เพื่อเล่าขานเรื่องราวแห่งการพบเจอ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์                         พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                  

จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                            พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code –  พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี               บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2020

ด้วยสภาวการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งทางรัฐบาลได้ออก พรก.และประกาศเคอร์ฟิว เพื่อหยุดยั้งการระบาด ทำให้ผู้คนต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ก็ทำให้หลายคนต้องตกงาน-ไม่มีงานทำ-หมดรายได้ ขาดปัจจัยที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว แม้ทางรัฐบาลมีนโยบายเยียวยา-ช่วยเหลือ “เราไม่ทิ้งกัน.com” แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เกิดความยากลำบาก-ท้อแท้กับชีวิต                                                                                                                  ดังนั้น ขอให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก ขาดปัจจัยที่จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และเลี้ยงดูครอบครัว ขอให้พี่น้องสัตบุรุษเหล่านั้น ติดต่อมายังวัด ติดต่อมาที่คุณพ่อเจ้าอาวาส พ่อวรวุฒิ กิจสกุล เบอร์โทร. 081-874-0878 หรือที่ผู้อำนวยการสภาภิบาลวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า คุณไพโรจน์ พิริยชาติ หรือที่กรรมการสภาภิบาล เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือ เท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อการดำรงชีวิตอยู่                                                       จึงขอประกาศมายังพี่น้องสัตบุรุษทุกท่าน ที่ประสบความยากลำ บาก ขาดปัจจัยเพื่อการดำรงชีวิตและเลี้ยงดูครอบครัว ได้ติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้

คุณพ่อ ยอห์น วรวุฒิ กิจสกุล

เจ้าอาวาสวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

หมายเหตุ :  1. พวกเราคงต้องร่วมมิสซา On Line ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

  1. ขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านสวดภาวนา ขอพระเมตตาจาก  พระเป็นเจ้าต่อๆ ไป และมากขึ้นด้วยครับ
  2. หากพี่น้องท่านใด มีสิ่งใดที่จะแนะนำ-เสนอแนะ ก็เชิญดต่อกับพ่อนะครับ     ขอพระแม่มารีย์ ชนนีของพระเป็นเจ้าอวยพระพรทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

สารวัด ฉบับที่ 151277 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 2 ฉลองพระเมตตา เทศกาลปัสกา

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 19-31

ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันต้นสัปดาห์ ประตูห้องที่บรรดาศิษย์กำลังชุมนุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวชาวยิว พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนตรงกลาง ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงให้บรรดาศิษย์ดูพระหัตถ์และด้านข้างพระวรกาย เมื่อเขาเหล่านั้นเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็มีความยินดี    พระ องค์ตรัสกับเขาอีกว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใดเราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”        ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือเขาทั้งหลาย ตรัสว่า “จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย”   โทมัส ซึ่งเรียกกันว่า “ฝาแฝด” เป็นคนหนึ่งในบรรดาอัครสาวกสิบสองคน ไม่ได้อยู่กับอัครสาวกคนอื่นๆ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ศิษย์คนอื่นบอกเขาว่า “พวกเราเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว” แต่เขาตอบว่า “ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ และไม่ได้เอานิ้วแยงเข้าไปที่รอยตะปู และไม่ได้เอามือคลำที่ด้านข้างพระวรกาย ข้าพเจ้าจะไม่เชื่อเป็นอันขาด” แปดวันต่อมา บรรดาศิษย์อยู่ด้วยกันในบ้านนั้นอีก โทมัสก็อยู่กับเขาด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาประทับยืนอยู่ตรงกลาง ทั้งๆที่ประตูปิดอยู่ ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลาย

 

เถิด” แล้วตรัสกับโทมัสว่า “จงเอานิ้วมาที่นี่ และดูมือของเราเถิด จงเอามือมาที่นี่ คลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีกต่อไป แต่จงเชื่อเถิด” โทมัสทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า และพระเจ้าของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าตรัสกับเขาว่า “ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข”                                                    พระเยซูเจ้ายังทรงกระทำเครื่องหมายอัศจรรย์อื่นๆ อีกหลายประการให้บรรดาศิษย์เห็น แต่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกไว้เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเยซูเจ้าเป็นคริสตเจ้าพระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อนี้แล้ว ท่านทั้งหลายก็จะมีชีวิตเดชะพระนามของพระองค์.

ข้อคิด

โทมัสหายหน้าไปจากบรรดาศิษย์ที่ร่วมชุมนุมกัน จึงพลาดโอกาสพบกับพระเยซูเจ้าคราวที่พระองค์เสด็จมาหาครั้งแรก  ปัญหาของโทมัสยังคงเป็นปัญหาของเราคริสตชนทุกวันนี้ นั่นคือหลายคนชอบหลบหน้าไปจากวัด ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมกันของบรรดาสัตบุรุษ จึงพลาดโอกาสที่จะได้พบกับพระเยซูเจ้า กลับมาร่วมชุมนุมกันแบบโทมัสเถิด มาให้พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพและประทับอยู่ท่ามกลางเราในพระวาจาและศีลมหาสนิท ให้พระองค์พูดกับเรา สัมผัสหัวใจของเรา เพื่อเราจะได้ไม่สงสัยอีกต่อไป แต่เชื่อเช่นเดียวกับโทมัส.

 

    สุข..แม้ไม่เห็น

ยอห์น….สาวกองค์สุดท้าย กำลังจากไป

ในกลุ่มชนที่เคยเห็นพระองค์ด้วยตา และเคยสัมผัสพระองค์ด้วยมือ

เขาเป็นคนเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่

กลุ่มคริสตชนจะประกาศพระองค์อย่างมีน้ำหนักได้อย่างไร

ถ้าไม่มีใครที่เคยเห็นพระองค์หลงเหลืออยู่

 

โทมัส มิได้อยู่ด้วยกับเพื่อนสาวก เมื่อพระองค์ประจักษ์มา

แม้….เขาคนนี้มิอาจเชื่อว่าพระองค์กลับคืนชีพ ถ้าไม่ได้เห็น

แต่….เรื่องราวของเขา กำลังสร้างสะพานเชื่อมต่อ

….ระหว่างผู้ที่เคยเห็น และไม่เคยเห็นพระองค์

ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็น ก็เป็นสุข

 

จริงอยู่….เป็นการยากที่จะเชื่อในบางคนที่ไม่เคยพบเจอ

แต่ยังมีความจริงอีกประการหนึ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้

….หลายคนที่ได้พบเจอพระองค์ แต่ก็มิได้เชื่อในพระองค์

การพบเจอ จึงมิใช่หนทางจำเป็นที่นำพาสู่ความเชื่อ

 

อัครสาวก….เป็นบุคคลเหล่านั้นที่ได้เห็น….ได้เชื่อ

และได้รับภารกิจให้ส่งต่อความเชื่อนั้น

ความเชื่อของฉันในพระองค์ จึงเชื่อมโยงย้อนสู่อัครสาวก

อาศัยห่วงโซ่แห่งการส่งต่อ

เมื่อทอดยาวผ่านกาลเวลา

ห่วงโซ่นี้จะอ่อนแอและหมดกำลังลงหรือไม่

 

….เป็นความสงสัยที่ไม่อาจมองข้าม

การถ่ายทอดใดๆ ในกาลเวลาจะอ่อนแอและหมดกำลังลง

….ถ้าขาดแรงเสริมแห่งปัจจุบัน

 

พลังแห่งพระจิตเป็นพลังแห่งปัจจุบัน

ที่ประทานให้แก่กลุ่มประชากรของพระองค์ในทุกกาลเวลา

การอ่อนแรงของความเชื่อจึงได้รับการบำบัดเยียวยา

พระจิตแห่งชีวิตนำพาดอกไม้แห่งความเชื่อ

ของกลุ่มประชากรให้เบ่งบานสดชื่น

ในความสัมพันธ์กับพระองค์ผู้ทรงกลับคืนชีพ

….และประทับอยู่ในปัจจุบันกาล

 

ในอดีต…แม้ประตูหัวใจจะปิดแน่นด้วยความหวาดกลัวและอยากพิสูจน์

พระองค์ทรงเสด็จมา….ยืนท่ามกลางพวกเขา

ในปัจจุบัน…แม้กาลเวลาที่ยาวไกลจะขวางกั้นระหว่างผู้ที่เห็นและไม่เห็น

พระองค์ก็ยังคงเสด็จมา…ยืนท่ามกลางพวกเราในทุกกาลเวลา.

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

ประกาศ-ประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ฉลองพระเมตตา 19 เมษายน 2020

องค์พระเยซูเจ้า    ทรงยอมรับความทรมานต่างๆ ทรงยอมถูกเฆี่ยนตี ยอมถูกสวมมงกุฎหนาม ยอมแบกไม้กางเขน ยอมให้เขาตรึงพระองค์บนไม้กาง เขนเยี่ยงโจรผู้ร้าย สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศอดสู แต่พระองค์ได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ ทรงชนะความตาย และเสด็จกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์               พี่น้องที่รัก  ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะได้รับเกียรติมงคล   พระองค์ต้องผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส  จนแม้ชีวิต แล้วพระองค์ได้ผ่านข้ามความยากลำบาก และความตาย สู่ชีวิตใหม่ ชีวิตแห่งการกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ และจะทำให้เราทุกคนผ่านข้ามไปสู่ชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพระองค์                               จากมาตรการต่างๆที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ ขอให้เราร่วมมืออยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  นำมาซึ่งความยากลำบาก  ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำและถดถอย  การดำรงชีวิตประจำวันยากลำบากมากกว่าเดิม  แต่ในสถานการณ์ปัจจุปัน  เรากำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ความมืดกำลังจะผ่านไปนะครับ พ่อมั่นใจว่า เมื่อเราเชื่อ-ศรัทธา เราอธิษฐานภาวนา พระองค์ทรงฟังคำภาวนาของเราเสมอ   ฉะนั้น พี่น้องที่รัก (ขออนุญาตใช้คำของนักมวยด้วย) การ์ดอย่าตก  ต้องสวดภาวนาต่อ ไปและสวดมากขึ้นด้วย  ขอพระองค์ทรงพระเมตตา ประทาน พลกำลัง และแสงสว่าง-ปรีชาญาณ ให้กับพวกเราทุกคน เพื่อเราจะได้ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับพระองค์ทุกๆเวลา เราจะพบสันติสุขอย่างแน่นอน เป็นดั่งพระวาจาของพระองค์ที่ตรัสกับเราในวันนี้ “สันติสุขจงสถิตกับท่านทั้งหลายเถิด” และพระวาจาที่ตรัสกับโทมัสว่าท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข” (ยน.20:19-31)                                                     เชิญชวนพี่น้องร่วมมิสซา  On Line สด  ผ่าน Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official  หรือเว็บไซค์ของวัด   อีกสักระยะหนึ่งนะครับ (คาดว่า คงไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้) สวดภาวนา พลีกรรม ใช้โทษบาป ประกอบกิจเมตตากุศล ขอมิสซา ต่อๆ ไปนะครับ                                          พี่น้องหลายท่านโทรไปหาพ่อว่า ไม่สันทัดในการ scan QR Code – พร็อมเพย์  ก็ผ่านไปเขียนซองขอมิสซาที่วัด หรือ โอนผ่านบัญชี             บัญชีออมทรัพย์ : ธนาคารทหารไทย สาขาเมืองเอก-รังสิต                           ชื่อบัญชี : นายวรวุฒิ กิจสกุล  บัญชีเลขที่ : 099-7-00110-2

สันติสุขจงสถิตอยู่กับพี่น้องทุกๆท่าน   ขอบพระคุณครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151276 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ค.ศ. 2020 สมโภชปัสกา-พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ

Saturday, May 2nd, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 20 : 1-9

เช้าตรู่วันต้นสัปดาห์ ขณะที่ยังมืด มารีย์ชาวมักดาลาออกไปที่พระคูหา ก็เห็นหินถูกเคลื่อนออกไปจากพระคูหาแล้ว   นางจึงวิ่งไปหาซีโมนเปโตรกับศิษย์อีกคนหนี่งที่พระเยซูเจ้าทรงรัก บอกว่า “เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหาแล้ว พวกเราไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ทึ่ไหน”

เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น    แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซีโมน  เปโตร ซึ่งตามไปติดๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหาและเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่ที่พื้น รวมทั้งผ้าพันพระเศียรซึ่งไม่ได้วางอยู่กับผ้าพันพระศพ แต่พับแยกวางไว้อีกที่หนึ่ง ศิษย์คนที่มาถึงพระคูหาก่อนก็เข้าไปข้างในด้วย เขาเห็นและมีความเชื่อ เขาทั้งสองยังไม่เข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่า พระองค์ต้องทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย.

ข้อคิด

พระเยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว ใจของเราคงไม่แข็งกระด้างและโหดร้าย จนส่งพระองค์ไปตายอีกครั้ง พร้อมกับการทรยศหักหลัง หรือปฏิเสธพระองค์ หรือตะโกนส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงกางเขนใหม่อีก….  พระ

 

เยซูเจ้าทรงกลับเป็นขึ้นมาแล้ว และแม้พระคูหาจะกลายเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่พระองค์คงมิได้คอยให้เรามาพบพระองค์ในพระคูหาแห่งความเคยชินเดิมๆ ของเรา พระคูหานั้นว่างเปล่าไปแล้ว…. ใจของเราอยู่ที่ใดมากกว่ากัน ระหว่างอยู่กับพระคูหา หรืออยู่กับพระเยซูเจ้า.

    สามบทเพลงรัก

มารีย์ มักดาลา ลุกขึ้นตอนกลางคืน

มุ่งเดินหน้าสู่เนินโกละโกธา….แสวงหาผู้เป็นที่รัก….แต่ไม่อาจพบเจอ

พระคูหาว่างเปล่า นำสู่บทสรุปที่เจ็บปวด พระศพถูกขโมย

เธอออกตามหาทุกแห่งหน….ในป่าช้า ที่มืดมิด

….ในใจกลางเมือง ที่อันตราย

เธอถามหาทุกผู้คน….สาวก….ฑูตสวรรค์ และคนสวน

นางพร่ำวิงวอนอย่างสิ้นหวัง

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน

เธอจึงกลับเป็น….ความรักที่แสวงหา….เพลงรักบทแรก

มารีย์ มักดาลา เหนื่อยอ่อนและหมดหวัง จากการตามหา

เธอร่ำไห้อยู่หน้าพระคูหา ขณะฑูตสวรรค์ปรากฎ และถามเธอ

หญิงเอ๋ย ร้องไห้ทำไม

มีเพียงคำตอบเดียวที่อยู่ในหัวใจ

เขานำองค์พระผู้เป็นเจ้าไปจากพระคูหา

 

ฉันไม่รู้ว่าเขานำพระองค์ไปไว้ที่ไหน และเธอก็ร้องไห้อีก

ความหวาดกลัวอยู่ในหัวใจของทุกผู้คนเมื่อพบฑูตสวรรค์

….แต่ไม่เป็นเช่นนั้น สำหรับมารีย์ มักดาลา

หัวใจของเธอบรรจุความโศกเศร้าอย่างเต็มล้น จนไม่มีที่ว่างสำหรับ

ความหวาดกลัว….หรืออารมณ์อื่นใด

คำปลอบโยนของฑูตสวรรค์ดูจะไร้ผล

มิอาจทำให้น้ำตาเธอเหือดแห้ง

เธอจีงเป็น ความรักที่ร่ำไห้….เพลงรักบทใหม่

 

มารีย์ มักดาลา

ยืนร้องไห้อยู่นอกพระคูหา แม้มีฑูตสวรรค์เป็นเพื่อน

มีอีกเสียงหนึ่งร้องถามเธอด้วยความห่วงใย

นางเอ๋ย ร้องไห้ทำไม กำลังแสวงหาใคร

เธอเห็นพระองค์ แต่จำไม่ได้….คิดว่าเป็นคนสวน

พระองค์ตรัสเรียกเธอ มารีย์

เธอหันกลับไป และร้องเรียก รับบี….พระอาจารย์

พระอาจารย์ผู้นี้เคยตรัส เราเป็นนายชุมพาบาลที่ดี เรารู้จักแกะของเรา

เราเรียกชื่อของเขา และเขาก็จำเสียงเราได้

มารีย์ จำพระพักตร์พระองค์ไม่ได้ แต่จำเสียงของคนที่เธอรักได้

เธอโผเข้ากอดพระบาท

….น้ำตาแห่งความเศร้า ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาแห่งความสุข

เพลงรักบทสุดท้ายจีงเริ่มขึ้นและจบลงในความสุขยินดีของหัวใจ

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น  บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น  อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                  Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official    หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย     **อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ    **สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

 

 

 

สารวัด ฉบับที่ 151275 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2020 อาทิตย์พระทรมาน – แห่ใบลาน  ระลึกถึงการเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูเจ้า

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 27 : 11-54

ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”   พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า  “ท่านพูดเองนะ”  แต่เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสกล่าวหาพระองค์ พระองค์มิได้ทรงตอบ

ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า   “ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขากล่าวหาท่านหลายประ การ” แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด  ทำให้ผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก

มีประเพณีที่ผู้ว่าราชการต้องปล่อยนักโทษคนหนึ่งตามคำขอร้องของประชา ชนในวันฉลอง  เวลานั้น มีนักโทษอุกฉกรรจ์คนหนึ่งชื่อบารับบัส ดังนั้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกัน      ปีลาตจึงถามว่า  “ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใด ปล่อยบารับบัส หรือเยซู ที่เรียกว่าพระคริสต์”  ปีลาตรู้อยู่แล้วว่า เขาจับพระองค์มามอบให้เพราะความอิจฉา

ขณะที่ปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาลนั้น ภรรยาของเขาส่งคนมาบอกว่า “อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชอบธรรมคนนี้เลย เพราะวันนี้ ฉันฝันถึงเรื่องของคนคนนี้ จึงไม่สบายใจมาก”

แต่บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส      เสี้ยมสอนยุยงประชาชนเพื่อขอให้ปล่อยบารับบัส และประหารพระเยซูเจ้า    ผู้ว่าราชการจึงถามว่า “ในสองคนนี้  ท่านอยากให้ข้าพเจ้าปล่อยคนไหน”  พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”   ปีลาตจึงถามว่า   “ถ้าเช่นนั้น จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรกับเยซู  ซึ่งมีชื่อว่า พระคริสต์”  ทุกคนตอบว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”   ปีลาตถามอีกว่า “เขาทำผิดอะไร”    แต่ประชาชนร้องตะโกนดังยิ่งขึ้นว่า  “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”

เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้น จึงนำน้ำมาล้างมือต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับโลหิตของผู้นี้   เรื่องนี้เป็นธุระของท่าน”  ประชาชนทุกคนตอบว่า   “ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา  และเหนือลูก หลานของเราเถิด” แล้วปีลาตสั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงกางเขน

บรรดาทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเจ้าเข้าไปในจวนและเรียกทหารทั้งกองมาพร้อมกัน เขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก  นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้  นำหนามมาสานเป็นมงกุฏสวมพระเศียร  ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวา แล้วคุก เข่าลงเฉพาะพระพักตร์  เยาะเย้ยพระองค์ว่า  “ข้าแต่กษัตริย์ของชาว ยิว ขอทรงพระเจริญเทอญ”  เขาถ่มน้ำลายรดพระองค์  ฉวยไม้อ้อฟาดพระเศียร เมื่อเยาะเย้ยพระ องค์แล้ว  เขาก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก  นำฉลองพระองค์สวมให้ดังเดิม แล้วจึงนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน

ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไปนั้น   เขาพบชายชาวไซรีนคนหนึ่ง ชื่อ  ซีโมน จึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนของพระองค์  เมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา แปลว่า เนินหัวกะโหลก       ทหารนำเหล้าองุ่นผสมดีมาให้พระองค์ดื่ม พระองค์ทรงชิมแล้ว ไม่ยอมดื่ม     เมื่อตรึงพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว   เขานำฉลองพระองค์มาแบ่งกันโดยจับฉลาก และนั่งเฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

เขาติดป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์ เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้ว่า   “นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว”  เขายังตรึงโจรสองคนพร้อมกับพระองค์ด้วย   คนหนึ่งอยู่ข้างขวา อีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย….

ตั้งแต่เวลาเที่ยง ทั่วแผ่นดินก็มืดจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบัคทานี”  ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า” บางคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินจึงพูดว่า “เขากำลังร้องเรียกเอลียาห์”

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย แต่คนอื่นพูดว่า “ อย่าเพิ่ง คอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาไหม” แต่พระเยซูเจ้าทรงเปล่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์…..

ข้อคิด

เมื่อมองและรับรู้ชีวิตของพระเยซูเจ้าในแบบที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ พระเยซูเจ้าย่อมจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจไม่น้อย ที่ “เขาเหล่านี้เป็นชนชาติของพระองค์ กล่าวหาพระองค์” และพระองค์คงจะเศร้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อเขาเหล่านั้นลงประชามติเลือกนักโทษผู้ทำผิดอุกฉกรรจ์ แต่กลับไม่แยแส ไม่ให้ราคาแก่พระองค์เลย เขาเหล่านี้ปฏิเสธพระองค์ และส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงแขวนอยู่บนไม้กางเขน แม้พระเยซูเจ้าจะต้องเดินสู่ความทุกข์กายและความเศร้าในจิตใจอย่างมหันต์จนขาดใจ แต่พระองค์ก็ไม่ท้อและไม่ถอยในการรักเรามนุษย์……ลูกขอบพระคุณพระองค์ ลูกขอบพระคุณพระองค์   

ทางสายนั้น

ทรงก้าวเดินนำขบวนแห่เข้าสู่แผ่นดินที่จ้องทำร้าย

….มิเป็นเพียงแค่ก้าวเดินสู่กาลเวลาและสถานที่

ที่ความบริสุทธิ์ใจมิอาจปกป้อง

แต่….เป็นการก้าวเดินสู่แดนประหาร

ในท่ามกลางเสียงเพลงและไชโยโห่ร้อง

ความสับสนวุ่นวายก่อตั้วขึ้น ขณะทุกคนไต่ถาม ชายผู้นี้เป็นใคร

ชนชาวเมืองพบกับคำตอบว่า เขาเป็นเยซู

ประกาศกจากนาซาเร็ธ….ดินแดนทางเหนือแห่งกาลิลี

…ชนจากแดนเหนือกำลังบุกรุกผืนดินแห่งแดนใต้

….ชนชาวบ้านนอกกำลังท้าทายชนชาวเมือง

….ประกาศกจากชนบทกำลังเผชิญหน้ากลุ่มอำนาจแห่งเมืองหลวง

บนเส้นทางสายนั้น สาวกทั้งหมดดูจะวิ่งหนีพระองค์

….คนหนึ่งทรยศพระองค์ด้วยรอยจูบ

….อีกคนปฏิเสธพระองค์ด้วยคำสาบาน

….ความหวาดกลัวที่ถูกขังในหัวใจ

ได้บงการการตัดสินใจของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จริงซิ….เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าความทุกข์เจ็บปวด

คำถามที่หนักหน่วงและท้าทายปรากฎอยู่ต่อหน้า

ฉันจะยังคงยืนอยู่กับเขา หรือจะวิ่งหนีไป

พระเยซู….ทรงก้าวเดินต่อไปจนถึงปลายทาง

เส้นทางสายนี้มิใช่ทางแห่งพระมหาทรมาน

แต่…เป็นทางสายความรักอันยิ่งใหญ่

ความรักนี้เข้มข้นและเปี่ยมล้น

….นำพาพระองค์ให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความปวดร้าว

พระองค์สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเดินล่องใต้ สู่เยรูซาเล็ม

….สามารถประนีประนอมกับชีวิต….อยู่อย่างไม่ไยดีมากมายและอยู่รอด

แต่….ความรักในหัวใจดวงนี้ ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเก็บกักไว้

ในขอบรั้วแห่งความอยู่รอด และมั่นคงปลอดภัย

ความรักที่เข้มข้นในหัวใจ ได้ขับเคลื่อนพระองค์ ให้ก้าวเดิน

ผ่านบนพิสูจน์แห่งความรัก….กางเขน

กางเขนของพระเยซูที่ตั้งเด่นอยู่ ณ ใจกลางชีวิตคริสตชน

จึงเป็นเรื่องราวการเดินทางที่ยาวไกลของความรัก ที่มอบให้ไม่รู้จบ

ในวันนั้น ที่ฉันเริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง

ว่า….ฉันเป็นที่รัก….เป็นที่ต้องการจริงหรือ

ฉันพึงมองไปยังบุคคลนั้นบนกางเขน

….ดูจะเป็นการยากที่จะนอนจมอยู่ในความไร้ค่า

เมื่อฉันมองดูเขาผู้นั้นที่คิดถึงฉัน และยอมตายเพื่อฉัน

กางเขนได้ถูกยกขึ้นเพื่อประกาศคุณค่าแห่งตัวฉัน และมนุษยชาติ

เขาผู้นั้นได้มองเห็นฉันมีคุณค่าเพียงพอ

ที่ยอมแลกกับความเจ็บปวดและความตาย

แก่นแท้แห่งเรื่องราวพระมหาทรมานจึงอยู่ในความจริงที่ว่า

พระเจ้าทรงรักฉัน

ส่วนที่เหลือเป็นเพียงแค่กาก และเปลือกนอก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก  นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง  ทั้งการถ่ายทอดสดจาก  Facebook  และ Website ต่างๆ จาก สังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว                                         แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว     พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน                  5 เมษายน             เวลา  09.00 น.                                                            **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์               9 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์                 10 เมษายน   เวลา  17.00 น.

**วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                 11 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน         เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      หรือhttps://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

1.ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง  ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา

2.ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย   ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด

พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!

สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2020

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น

บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                   F

acebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official

หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย

**อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ

**สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg

สารวัด ฉบับที่ 151274 วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2020 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Saturday, April 4th, 2020

   บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น

ยน 11 : 3-7, 20-27, 33ข-45

เวลานั้น พี่น้องทั้งสองคนจึงส่งคนไปทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย เมื่อพระเยซูเจ้าทรงทราบข่าวนี้ ก็ตรัสว่า “โรคนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เพราะโรคนี้ พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์”

พระเยซูเจ้าทรงรักมารธากับน้องสาวและลาซารัส หลังจากทรงทราบว่า ลาซารัสกำลังป่วย พระองค์ยังคงประทับอยู่ที่นั่นอีกสองวัน ต่อจากนั้นพระองค์ตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “เรากลับไปแคว้นยูเดียกันเถิด”

เมื่อเสด็จมาถึง พระเยซูเจ้าทรงพบว่าลาซารัสถูกฝังในคูหามาสี่วันแล้ว เมื่อมารธารู้ว่าพระเยซูเจ้ากำลังเสด็จมา นางก็ออกไปรับเสด็จ ส่วนมารีย์ยังคงนั่งอยู่ที่บ้าน มารธาทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย แต่บัดนี้ดิฉันรู้ดีว่า สิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระเจ้าจะประทานให้” พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “พี่ชายของท่านจะกลับคืนชีพ” มารธาทูลว่า “ดิฉันรู้ว่าเขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย”

พระเยซูเจ้าตรัสกับนางว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้ว ก็จะมีชีวิต และทุกคนที่มีชีวิต และเชื่อในเรา จะไม่มีวันตายเลย ท่านเชื่อเช่นนี้หรือ”

มารธาทูลตอบว่า “เชื่อ พระเจ้าข้า ดิฉันเชื่อว่าพระองค์เป็นพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าที่จะต้องเสด็จมาในโลกนี้” พระองค์ทรงสะเทือนพระทัยและเศร้าโศกมาก ตรัสถามว่า “ท่านฝังเขาไว้ที่ไหน” เขาทูลว่า “พระเจ้าข้า เชิญเสด็จมาทอดพระเนตรเถิด” พระเยซูเจ้าทรงกันแสง ชาวยิวจึงพูดว่า “ดูซิ พระองค์ทรงรักเขาเพียงไร” แต่บางคนตั้งข้อสังเกตว่า “พระองค์ทรงรักษาคนตาบอดได้ จะทำให้คนนี้ไม่ตายไม่ได้หรือ” พระเยซูเจ้าทรงสะเทือนพระทัยอีก เสด็จถึงคูหาฝังศพ ซึ่งเป็นโพรงหินมีหินแผ่นหนึ่งปิดอยู่ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงยกแผ่นหินออก”   มารธาน้องสาวของ

ผู้ตายทูลว่า “พระเจ้าข้า ศพมีกลิ่นแล้ว เพราะฝังมาถึงสี่วัน” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เรามิได้บอกท่านหรือว่า ถ้าท่านมีความเชื่อ ท่านจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า” คนเหล่านั้นจึงยกแผ่นหินออก

พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้นตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดาเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระ คุณพระองค์ที่ทรงฟังคำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทราบดีว่าพระองค์ทรงฟังข้าพเจ้าเสมอ แต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อประชาชนที่อยู่รอบข้าพเจ้า เขาจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามา”

ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า “ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด” ผู้ตายก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงเอาผ้าออกและปล่อยให้เขาไปเถิด”

ชาวยิวหลายคนที่มาเยี่ยมมารีย์ และเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ ก็เชื่อในพระองค์.

ข้อคิด

คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย

ความตายเป็นการเดินทางผ่านถิ่นทุรกันดารในชีวิตประจำวัน พระเยซูเจ้าทรงช่วยไถ่กู้เรา พระเยซูเจ้าทรงรักสามพี่น้องที่เบธานีมาก การกลับไปเยี่ยมลาซารัสเสี่ยงอันตราย เพราะใน ยน 10:39 บอกชาวยิวตัดสินใจจะประหารชีวิตพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์กลัว แต่พระเยซูเจ้าทรงรักลาซารัส เรียกว่า “เพื่อนของเรา” (วรรคที่ 11) ทรงกันแสง และทรงภาวนาให้ลาซารัสกลับคืนชีพ ชาวยิวหลายคนเห็นสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำก็เชื่อในพระองค์                                                                                                                     ฉันจะไปเยี่ยมและภาวนาให้ “คนที่พระองค์ทรงรักกำลังป่วย”           

จากความตาย                        

ความตาย ทิ้งห้วงน้ำแห้งไว้บนผืนแผ่นดินแห่งหัวใจผู้คน

การจากไปของลาซารัสทิ้งไว้ซึ่งความว่างเปล่า ในชีวิตของผู้เป็นที่รัก

ความว่างเปล่ายิ่งดูกว้างใหญ่ และเหือดแห้ง เมื่อพระองค์ขาดหายไป

 

มารธาปรารถนาให้ย้อนวันเวลา

ถ้าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย

แม้กาลเวลาไม่อาจย้อนคืนสู่ขอบฟ้าของวันวาน

กาลเวลาที่งดงามของวันใหม่กำลังทอแสง

….การจากไปของลาซารัส และการขาดหายของพระเยซู

กำลังเปิดขอบฟ้าใหม่ให้โลกได้รับรู้ว่า

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งชีวิต

ความมืดของหลุมศพ ไม่เคยมืดเกินไปสำหรับพระเยซู

การตายของลาซารัส

ไม่เคยรวดเร็วเกินไปสำหรับพระองค์….ที่จะให้ชีวิต

….ทรงเปล่งพระสุรเสียงดังว่า ลาซารัสเอ๋ย จงออกมาเถิด

และ….อัศจรรย์ยิ่งใหญ่ก็ได้เกิดขึ้น

….ลาซารัสผู้ตาย ได้ฟังพระวาจาของพระเจ้า

และปฏิบัติตาม ผู้ตายก็ออกมา

เขาได้ฟังพระวาจาของบุตรแห่งมนุษย์ และกลับฟื้นคืนชีพ

ลาซารัสได้ก้าวออกจากหลุมศพแห่งความตาย

….มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย

พระเยซูทรงตรัสอีกว่า จงเอาผ้าที่พันเขาออก

และปล่อยเขาให้เป็นอิสระ

ผู้คนได้เชื่อฟังพระองค์ และช่วยเขาให้เป็นอิสระ

เสียงของพระเจ้าดังก้อง

….ร้องเรียกฉันให้ออกจากหลุมศพแห่งความตาย

เพียงฉันเชื่อฟังพระองค์ ฉันจะกลับฟื้นคืนชีพ

เสียงร้องของพระองค์ยังคงดังก้อง

ร้องบอกฉันให้ปลดปล่อยผู้คน จากผ้าตราสังแห่งพันธนาการ

เพียงฉันเชื่อฟังพระองค์ บนเส้นทางมหาพรต

ดวงตะวันปัสกาแห่งชีวิตใหม่ฉายส่องอยู่เบื้องหน้า.

 

 

 

 

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

  1. ถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ยังคงไม่น่าไว้วางใจ ขอพี่น้องช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันอย่างจริงจังนะครับ ขออย่าได้ประมาทโดยเด็ดขาด ขอพี่น้องช่วยกันเฝ้าระวังด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่เลยนะครับ ระวังตัวเองไม่ให้ไปรับเชื้อมาและนำไปแพร่กับผู้อื่น ล้างมือให้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเดินทางออกไปนอกบ้านและกลับเข้าบ้าน มีคำแนะนำจากหมอท่านหนึ่งว่า ดื่มน้ำมากๆ ด้วยครับ เพราะเชื้อจะเข้าไปฝังตัวบริเวณลำคอ เมื่อดื่มน้ำ มันจะไปอยู่ในกระเพาะ ในกระเพาะมีน้ำย่อยที่เป็นกรดจะฆ่ามันได้ แต่ทางที่ดีอย่าไปติดมาดีที่สุดครับ
  2. ตามที่ทราบกันดีว่า อุปกรณ์ในการป้องกันโควิด-19 หายากและราคาแพง ทางวัดของเราอยากได้ Thermoscan และ หน้ากากอนามัย มาใช้บริการสัตบุรุษเพื่อเช็คไข้และสำหรับผู้จะรับศีลอภัยบาป หากพี่น้องมีลู่ทางที่จะหาซื้อหรือรับบริจาคมาได้ ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ ส่วนแอลกอฮอล์และเจลล้างมือนั้น มีพี่น้องบางท่านนำมาบริจาคให้วัด ยังพอมีอยู่เพื่อใช้ครับ ขอบพระคุณมากๆ อีกครั้งนะครับ
  3. อีกเรื่องหนึ่งคือ มีหลายคนให้ความเห็นว่า เชื้อโรคอาจจะมากับธนบัตร เหรียญ เพราะผ่านมือของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ไม่อยากจับธนบัตร จึงมีบางท่านเสนอให้พ่อทำ QR CODE โดยใช้มือถือ scan และกดจำนวนเงินเพื่อทำบุญเข้าบัญชีวัด แทนการจับธนบัตร (สำหรับบางคนที่ประสงค์จะทำแบบนี้ ส่วนท่านอื่นๆก็ทำบุญตามปกติ)  พ่อจึงไปเปิดบัญชีแต่ธนาคารแจ้งว่าวัดเป็นนิติบุคคลต้องมีเอกสารหลายอย่างในการเปิดบัญชี ใช้ชื่อบุคคลธรรมดาจะง่ายกว่า แยกบัญชีต่างหาก พ่อจึงเปิดบัญชีเป็นชื่อของพ่อ บันทึกแยกไว้ว่าเป็นบัญชีเงินทำบุญวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต ดังนั้น พี่น้องท่านใดอยากได้ QR CODE ติดต่อและขอได้จากพ่อนะครับ หรือจะ scan จากในสารวัดก็ได้ครับ พี่น้องท่านอื่นก็ตามปกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นอย่างอื่นก็เสนอได้นะครับ
  4. สำหรับงานฟื้นฟูจิตใจผู้สูงอายุ วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม ที่วัดเซ็นต์จอห์น งดนะครับ
  5. สุดท้ายตามมติคณะรัฐมนตรี และประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนป้องกันวิกฤตการณ์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีมาตรการเพื่อควบคุมสถานที่ประกอบพิธีกรรมนั้น คุณพ่อเจ้าอาวาส วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต จึงเห็นควรและประกาศให้งดพิธีบูชาขอบพระคุณ การประชุมขององค์กรต่างๆ และการสวดภาวนาพร้อมกันที่วัด ตั้งแต่วันพฤหัสที่ 19 มีนาคม – วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 และทางวัดจะมีพิธีบูชาขอบพระคุณอีกครั้งในวันอาทิตย์แห่ใบลาน วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2020 เวลา 09.00 น.

จึงขอให้พี่น้องร่วมจิตใจสวดภาวนาพร้อมกับคุณพ่อในพิธีบูชาขอบพระคุณ ได้ทาง Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-Official ในมิสซาวันอาทิตย์ หรือติดตามจากเว็บไซค์ของมิสซัง www.catholic.or.th ได้นะครับ ขอพี่น้องสวดภาวนาวอนขอพระแม่มารีย์ พระชนนีของพระเป็นเจ้าให้พวกเราผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันและโดยเร็วด้วยเทอญ

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2020

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก

นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง ทั้งการถ่ายทอดสดจาก Facebook และ Website ต่างๆ จากสังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว

แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว                                            พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน               5 เมษายน           เวลา  09.00 น.                                   **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์             9 เมษายน  เวลา  19.00 น.                       **วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์               10 เมษายน           เวลา  17.00 น.                       **วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                11 เมษายน           เวลา  19.00 น.                       **วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน           เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      https://www.facebook.com/Rangsit.Church/videos/537446610238154/

 

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

  1. ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา
  2. ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย

ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด                                                                                                     พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!                                                                                 สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ช่องทางติดต่อ วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต

โทรศัพท์/Tel.  : 0-2992-1363-4        โทรสาร/Fax  0-2992-1365                   Website วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต :https://www.facebook.com/Rangsit.Church/videos/537446610238154/

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg