บอกเล่าให้ฟัง
รากฐานของการศึกษาทั้งมวล คือการสร้างความสัมพันธ์ของเรากับจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง(พระเจ้า) และข้อสรุปเกี่ยวกับพฤติกรรมของเราก็ได้มาจากตรงนี้ การศึกษาศาสนาคือรากฐานของการศึกษาทั้งมวล นักวิชาการรู้จักหนังสือมากมาย ผู้มีการศึกษาดีมีความรู้และความเชี่ยวชาญ ส่วนปราชญ์ผู้รู้แจ้งจะเข้าใจความหมายและเป้าหมายของชีวิต ศาสตร์ต่างๆมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ถ้าปราศจากศาสตร์พื้นฐานที่ว่าด้วยความหมายของชีวิตและความดีงามของผู้คน บรรดาความรู้และศิลปะอื่นใดก็จะกลายเป็นสูญเปล่าและสิ่งเริงรมย์ที่น่าอันตรายไป เรามีชีวิตที่ไร้ความหมาย ตรงข้ามกับที่ปราชญ์ทุกยุคทุกสมัยเข้าใจถึงชีวิต นี่เป็นเพราะคนรุ่นใหม่ของเราได้รับการศึกษามาผิดทาง คือถูกสอนให้เรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ แต่กลับไม่มีใครสอนให้รู้ถึงความหมายของชีวิต ศาสตร์ที่แท้จริงคือความรู้ที่บอกว่า คนเราควรใช้ชีวิตอย่างไร และความรู้นี้ก็เปิดกว้างแก่ทุกๆคน (จากหนังสือ A Calendar of Wisdom)
จากคุณพ่อเจ้าวัด
มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์
มนุษย์มักจะเอามาตรการของตนเองที่ชอบตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดต้องจัดการกันถึงตาย พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบาก และที่สำคัญพระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ
กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับเพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหนทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำมาพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลยเขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสิน และพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด”(ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปที่ความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง “พวกเขามีบาปหรือเปล่า” “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่มีใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงตนเอง
เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก”(ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลาย ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีโดยคืนภาพลักษณ์ของพระองค์ให้ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้ซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตรการของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ทางวัดจะเปิดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ประมาณวันจันทร์ที่ 25 มีนาคมจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอนเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ลงชื่อผู้ที่จะมาเรียน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ความต้องการรถรับ-ส่งได้ที่หน้าวัด
- ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
- ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 18-วันเสาร์ 23 มี.ค. 2013 ขอเชิญผู้ที่พอจะมีเวลาว่าง เตรียมใบลานและของที่จะต้องใช้ในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์
- วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค.2013 ขอเชิญผู้ที่ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอังคารที่ที่ 26 มี.ค. 2013 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาปเตรียมสมโภชปัสกาเวลา 19.00 น. ขอเชิญพี่น้องมาเตรียมจิตใจรับศีลอภัยบาปและร่วมมิสซา ในวันดังกล่าวนี้
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 17-03-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลมหาพรต