ฉบับที่ 974 วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ความคาดหวังเป็นตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เกิดความผันแปรในชีวิตมนุษย์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราคาดหวังอะไรไม่ได้เลย มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความหวัง เราคาดหวังถึงความสำเร็จของการกระทำของเราอยู่เสมอ ความคาดหวังจึงเป็นแรงบันดาลใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามุมานะแสดงความพยายาม ที่จะทำสิ่งต่างๆให้บรรลุเป้าหมายสุดความสามารถ ในประสบการณ์ชีวิตที่พวกเราหลายคนผ่านมาอย่างโชกโชน ทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตมากขึ้น มีเวลาสมหวังมีเวลาผิดหวัง มีการประสบความสำเร็จและการไม่ประสบความสำเร็จ มีเวลาล้มลงมีเวลาลุกขึ้นยืนและก้าวต่อไป จะตั้งหลักใหม่ได้หรือไม่ได้มันอยู่ที่ใจของเรา “ยังสู้หรือเปล่า ลุกแล้วก้าวต่อไป” เพราะฉะนั้นความคาดหวังที่สูงเกินไปหรือมากเกินไปจึงเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิต

ความคาดหวังต่อตนเองและต่อผู้อื่นมากเกินไปจึงเป็นการทำร้ายตนเองและผู้อื่น ผู้ที่คาดหวังต่อตนเองมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดความเครียด ความท้อแท้ใจ ความกลัวในการดำเนินชีวิต เรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นกับคนทั่วไปเป็นปกติวิสัย แต่มาเกิดกับคนที่คาดหวังกับตนเองมากจนกระทั่งพลาดไม่ได้ ล้มเหลวไม่ได้ แพ้ไม่เป็น ก็จะเป็นเรื่องขึ้นมาทันที บางคนไม่กล้าเริ่มต้นใหม่หรือเป็นโรคประสาทไปเลยก็มี พ่อทำงานกับเด็กๆและเยาวชนมาหลายปี พ่อพบว่ามีเด็กจำนวนมากไม่มีความสุขในการดำเนินชีวิต เรียนก็ไม่มีความสุข อยู่ในบ้านก็ไม่มีความสุข ทางออกของเด็กๆเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเริ่มจากการโดดเรียนไปเที่ยว พอไม่มีเงินไปเที่ยวก็จะเริ่มขโมย เสพยาเสพติด และหลายๆคนก็ฆ่าตัวตายสำเร็จหรือไม่สำเร็จบ้างแล้วแต่กรณี สิ่งที่พ่อเล่ามาพอสังเขปนี้ล้วนเป็นเรื่องจริง และออกจากปากของคนที่เผชิญกับปัญหาเหล่านี้แล้วทั้งสิ้นทุกๆคนมีสิทธิ์จะคาดหวังแต่ต้องอยู่ในขอบเขตของความพอดีพอควร ยอมรับความเป็นจริงของชีวิตความจำกัดของตนเอง และอย่าคาดหวังอะไรจนเกินเลย พวกเราคงเคยดูโฆษณาชุดหนึ่งซึ่งพ่อชอบมาก โฆษณานี้บรรยายถึงครอบครัวๆหนึ่งว่า ทุกคนเก่งเรียนจบเป็นหมอกันทั้งนั้น สักครู่หนึ่งภาพก็มาจับที่เด็กคนหนึ่งพร้อมกับเสียงพูดที่ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มียินดีอะไรกับคำพูดนั้นเลย “พ่อแม่ครับ ผมสอบติดได้เป็นหมอแล้วครับ” พูดจบเขาก้มหน้าลงและกลับไปทำงานที่โต๊ะด้วยความเครียด อีกสักครู่หนึ่งพี่ชายก็ปรากฏตัวมาด้วยความเข้าใจ พร้อมกับใบสมัครเรียนดนตรี เมื่อเด็กคนนั้นรับรู้ว่ามีคนเข้าใจและเขาสามารถเดินตามฝันของตนเองได้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นเขามีความสุขในการดำเนินชีวิต พี่น้องโฆษณาชุดนี้สะท้อนภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในหลายๆครอบครัว ในหลายๆเหตุการณ์ของชีวิต พ่อเชื่อว่าคนที่เคยดูคงจะเข้าใจและหันมาไตร่ตรองความคาดหวังของเราที่มีต่อตนเองและผู้อื่น เป็นต้นลูกๆหลานๆของเรา พ่อจึงเล่าเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะบอกกับพี่น้องว่า เราคาดหวังได้ครับแต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่พอสมควร และต้องปล่อยให้ตนเองและผู้อื่นมีอิสระที่จะเดินตามฝันของตนเองบ้าง คนเราจะมีความสุขในการดำเนินชีวิต ต่อเมื่อเขาสามารถเลือกเป็นในสิ่งที่เขาอยากเป็น ไม่ใช่ต้องเป็นอย่างที่ผู้อื่นคาดหวังให้เขาเป็น เพราะฉะนั้นเราต้องยอมให้ทุกคนมีอิสระในการเลือกดำเนินชีวิต ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือผิดศีลธรรม เชื่อเถอะครับว่านี่จะทำให้เกิดความสุขในการดำเนินชีวิตอย่างแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

กิจการแห่งความเชื่อ

ท่านนักบุญยากอบได้อธิบายเรื่องความเชื่อและกิจการดีไว้ว่า “จะมีประโยชน์ใดหากผู้หนึ่งอ้างว่า มีความเชื่อแต่ไม่มีการกระทำ ความเชื่อเช่นนี้จะช่วยให้เขารอดพ้นได้หรือ…..ความเชื่อหากไม่มีการกระทำ ก็เป็นความเชื่อที่ตายแล้ว”(ยก.2:14,17) ความเชื่อต้องมีกิจการและกิจการแห่งความเชื่อต้องเป็นกิจการที่นำความรอดพ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ปฏิบัติจะต้องเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตบนหนทางของพระเจ้า ตามที่พระเยซูคริสตเจ้าสอน “ถ้าผู้ใดอยากติดตามเรา ก็ให้เลิกคิดถึงตนเอง ให้แบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา”(มก.8:34) ซึ่งต้องเป็นกิจการที่สละน้ำใจของตน เสียสละ อุทิศตน และแสดงความรักความเมตตาต่อผู้อื่น ไม่ใช่กิจการที่กระทำเพื่อประโยชน์ของตน แต่เพื่อผู้อื่นและประโยชน์ส่วนรวม

สำหรับผู้ที่ปิดหูปิดตามืดบอดในเรื่องของพระเจ้า หรือผู้ที่ไม่มีความเชื่อที่แท้จริง เขาจะร่ำรวยความพยายามเพื่อให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน ความยากลำบาก และความตาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วเมื่อมนุษย์ตัดสินใจทำบาป แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อแสงสว่างแห่งธรรมจะทำให้เขาพบหนทางของพระเจ้า ซึ่งคนทั่วไปจะไม่เลือกเดินเพราะเห็นว่าเป็นความโง่เขลาเบาปัญญาที่จะเลือกเดินหนทางนั้น และทราบว่าความทุกข์ยากลำบากที่เกิดขึ้นในชีวิต ถ้าเขาน้อมรับตามพระประสงค์ของพระเจ้า เขาจะสามารถนำมาร่วมส่วนในพระมหาทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งจะช่วยเขาให้ได้รับความรอดพ้นมีชีวิตนิรันดร “ผู้ใดใคร่รักษาชีวิตของตนให้รอดพ้น จะต้องสูญเสียชีวิตนั้น แต่ถ้าผู้ใดเสียชีวิตของตนเพราะเรา และข่าวดี ก็จะรักษาชีวิตได้”(มก.8:35) ความพยายามรักษาชีวิตก็คือการเลือกหนทางสบายจะนำมาซึ่งความหายนะ ตรงกันข้ามการสละชีวิตอุทิศตนเพื่อรักและรับใช้เพื่อนพี่น้องจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับความรอดพ้นมีชีวิตนิรันดร

หนทางของพระเจ้า เป็นหนทางแห่งไม้กางเขน หนทางแห่งความทุกข์ยากลำบาก ต้องการการอุทิศตน คนทั่วไปจึงมักไม่เลือกเดิน “จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้น กว้างขวาง คนที่เข้าทางนั้นมีจำนวนมาก แต่ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย”(มธ.:7:13-14) แม้นักบุญเปโตรผู้เคยประกาศยืนยันความเชื่อว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต”(มธ.16:16) (มก.8:29) เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงตรัสถึงพระมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ยังไม่เลือกที่จะติดตามพระองค์ในหนทางที่พระองค์กล่าวถึงท่านจึงทูลทัดทานพระองค์ พระองค์จึงตำหนิท่านว่า “เจ้าซาตาน ถอยไปข้างหลัง อย่าขัดขวาง เจ้าไม่ได้คิดอย่างพระเจ้า แต่คิดอย่างมนุษย์”(มก.8:33)

ความคิดของพระเจ้าและความคิดของมนุษย์มักจะสวนทางกันเสมอ และเรามักจะเลือกปฏิบัติตามวิสัยมนุษย์ เพราะมันเป็นสิ่งที่ง่ายสะดวกสบายและตอบสนองกิเลสตัณหาความต้องการทางเนื้อหนังของเรา แต่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เตือนใจเรา ถ้าเราปรารถนาที่จะได้รับชีวิตนิรันดรความรอดพ้น เราต้องปฏิบัติกิจการแห่งความเชื่อ คิดอย่างพระเจ้าเลือกดำเนินชีวิตบนหนทางของพระองค์ นั่นก็คือหนทางแห่งไม้กางเขน เสียสละ อุทิศตน และติดตามพระองค์ไป

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ .
  2. วันอาทิตย์ที่ 23 ก.ย. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลาการอ่านบทอ่าน
  3. คณะเซอร์ร่า จัดโบว์ลิ่งการกุศลเพื่องานกระแสเรียก เป็นต้นเพื่อหาทุนช่วยกิจบ้านเณร วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2012 ทีมละ 3,000 บาท หรือผู้ที่ต้องการบริจาคเพื่อช่วยกิจการบ้านเณรตามความสามารถ ติดตามรายละเอียดได้ที่หน้าวัด สอบถามได้ที่ ผอ. ประพันธ์ ยุชัย
  4. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 16-09-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.