ฉบับที่ 972 วันอาทิตย์ที่ 02 กันยายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“ปั้นดินให้เป็นดาว” เมื่อได้ยินประโยคนี้หลายๆคนอาจจะคิดถึง ดาราหรือนักร้องหลายคนที่พื้นกำเนิดมาจากบ้านนอก ภายหลังมีคนไปนำมาช่วยส่งเสริมจนเป็นดาราหรือนักร้องที่มีชื่อเสียง แต่ทุกครั้งที่พ่อได้ยินประโยคนี้พ่อคิดถึงการปั้นหม้อ ดินเหนียวที่อยู่บนแท่นหมุนไม่มีรูปทรงอะไร จนกระทั่งช่างปั้นเปิดเครื่องหมุนและใช้สองมือบรรจงขึ้นรูป สองมือนั้นช่างประณีตเต็มไปด้วยความตั้งใจและสมาธิ น้ำหนักจังหวะความนุ่มนวลของมือที่ปั้นต้องคงที่สม่ำเสมอไปตามสัดส่วน สิ่งที่ปั้นออกมานั้นจึงดูดีสวยงามได้สัดส่วนเป็นงานศิลปะ ไปนั่งพิจารณาดูวิธีการของช่างปั้นดูเหมือนว่ามันง่าย ก็ไม่เห็นมีอะไรมากเอาดินเหนียวมาโปะไว้บนแท่นหมุน เปิดเครื่องแล้วเอามือประคองขึ้นรูป แต่เวลาทดลองทำจริงๆแล้วมันไม่ง่ายอย่างที่คิด มันต้องการทักษะและความชำนาญมากทีเดียว

การปั้นหม้อดินเผายังต้องการความประณีตและชำนาญขนาดนี้ การที่เราจะปั้นคนๆหนึ่งให้เป็นคนดีมีคุณภาพของสังคม เราจะต้องใช้เวลาความรู้ ความสามารถ และความเพียรพยายามขนาดไหน เชื่อแน่ว่าพี่น้องคงจะทราบดี พ่อเคยเล่าให้พี่น้องฟังไปแล้วว่าการพัฒนาคนจะต้องพัฒนาจากภายในสู่ภายนอก และสิ่งที่สำคัญคือต้องเป็นการกระทำแบบปลูกฝัง ที่ทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การที่พ่อแม่หรือผู้อบรมจะบอกว่าก็สอนไปแล้วเตือนไปแล้ว มันเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่สมเหตุสมผลในการสร้างคน เพราะการสร้างคนหรือการอบรมคนต้องทำซ้ำๆทำบ่อยๆ เวลาที่พ่อเห็นพ่อแม่พาลูกมาวัดจับมือลูกจุ่มน้ำเสกทำสำคัญมหากางเขน พ่อดีใจเพราะนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคนปลุกฝังความเชื่อให้กับลูกๆของตน ครอบครัวไหนที่ลูกๆไม่ค่อยมาวัดไม่สนใจเรื่องศาสนา พ่อแม่ต้องลองถามตนเองดูว่าแต่เดิมเราเป็นอย่างไร ที่พ่อต้องใช้คำว่า “แต่เดิม”เพราะพ่อแม่หลายๆคนเมื่อถึงวัยหนึ่งก็เริ่มหันหน้าเข้าวัด แต่ก่อนหน้านั้นอาจจะไม่เคยทำ หรืออาจจะมาแบบแกนๆตามๆกันมาไม่เคยซาบซึ้งในรสพระธรรม เมื่อถึงเวลาตนเองเริ่มปฏิบัติก็เริ่มบ่นต่อว่าลูกๆ ทำไมไม่มาวัดไม่สวดภาวนา การบ่นว่าไม่มีทางทำให้คนสนใจปฏิบัติศาสนกิจได้ การเป็นแบบอย่างการเชิญชวนต่างหากที่จะได้ผลพ่อคิดว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดและเกิดผลยั่งยืนที่สุดคือการสร้างคน พ่อเคยอยู่กับองค์กรหน่วยงานของพระศาสนจักรมานาน จนกระทั่งการมาอยู่ที่วัดเป็นเรื่องใหม่สำหรับพ่อที่จะต้องปรับตัว พ่อสังเกตเห็นหลายๆหน่วยงานที่เขาลงทุนกับคนพยายามสร้างคน ให้เป็นคนที่มีคุณภาพมีความรักและจงรักภักดีต่อองค์กร พ่อเห็นการทำงานของบุคคลเหล่านี้แล้วรู้สึกอัศจรรย์ใจ แม้ปัจจุบันนี้หลายคนได้เงินเดือนน้อยได้รับความอยุติธรรมด้วยซ้ำไป แต่พวกเขาก็ยังทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อองค์กรที่เขารักอยู่เสมอ ส่วนพนักงานที่มาใหม่ๆนะหรือเจอะความลำบากนิดหน่อย หรือมีคนมาเสนอเงินเดือนมากกว่านิดหน่อยก็ไปแล้ว พระศาสนจักรพยายามอย่างยิ่งที่จะทำเรื่องนี้ เรามีบ้านเณรเล็กที่เพาะเลี้ยงกระแสเรียกดั่งต้นกล้า เรามีการสอนคำสอนตามวัย เรามีกระบวนการอบรมต่างๆที่อบรมคนตั้งแต่เด็กจนวันตาย เมื่อไม่นานมานี้พ่อเห็นหนังสือคำสอนสำหรับเยาวชนที่มาจากพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ซึ่งเป็นการถามตอบปัญหากับเยาวชน ฯลฯ ที่จริงแล้วเรามีวัตถุดิบอุปกรณ์อยู่มากมาย ขาดแต่คนที่จะสนใจใช้มันให้เกิดประโยชน์เท่านั้น

จากคุณพ่อเจ้าวัด

กฎของมนุษย์และกฎของพระเจ้า

“ของประทานทุกอย่างที่ดีและบริบูรณ์ย่อมมาจากเบื้องบนลงมาจากพระบิดา…..พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง ไม่ทรงมีแม้แต่เงาแห่งความแปรปรวนใดๆ”(ยก.1:17) นักบุญยากอบทำให้เราสามารถแยะแยกได้อย่างชัดเจนระหว่างกฎของมนุษย์และกฎของพระเจ้า เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมนุษย์จึงมีการกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้น กฎเกณฑ์ที่มนุษย์ตราขึ้นนี้เป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมตามยุคตามสมัย แต่กฎของพระเจ้านั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้นักบุญยากอบให้เหตุผลว่า “พระเจ้าเป็นความดีบริบูรณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” ในเมื่อพระเจ้าเป็นเช่นนี้กฎเกณฑ์ที่พระองค์ตราขึ้นต้องมีคุณลักษณะเช่นเดียวกันคือ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีข้อบกพร่อง เป็นสากลเหมาะกับชนทุกชาติทุกยุคทุกสมัย

“ท่านจะต้องไม่เพิ่มเติมสิ่งใดลงไปในข้อความที่ข้าพเจ้าสั่ง และต้องไม่ตัดตอนใดออกไป”(ฉธบ.4:2) ปัญหาของชาวยิวเป็นต้นพวกฟาริสีซึ่งภูมิใจว่าตนเป็นศิษย์ของโมเสส พวกเขาเคร่งครัดในการถือบทบัญญัติของโมเสส คือความสับสนปนเประหว่างกฎของพระเจ้าและขนบธรรมเนียมที่พวกเขาเขียนขึ้นภายหลัง “เขายังถือขนบธรรมเนียมอื่นๆอีกมากมาย เช่น การล้างถ้วยจานชาม และภาชนะทองเหลือง”(มก.7:4) นอกนั้นพวกเขายังถือกฎเกณฑ์เหล่านั้นอย่างตาบอด ขาดความเข้าใจในจิตตารมณ์แห่งกฎเกณฑ์จนเป็นเหตุทำให้พวกเขาขาดความรักต่อเพื่อนพี่น้อง “ท่านทั้งหลายละเลยบทบัญญัติของพระเจ้ากลับไปถือขนบธรรมเนียมของมนุษย์”(มก.7:8) ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของชาวยิวพวกเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาของคริสตชนไทยในปัจจุบันด้วย สาเหตุมาจากเรื่องเดียวกันคือเราไม่เข้าใจในสิ่งที่เราปฏิบัติ และนำเอาขนบธรรมเนียมอื่นๆเข้ามาปะปนกับจารีตของพระศาสนจักร อาทิ การตั้งศพเพื่อสวดภาวนาอุทิศแก่ผู้ล่วงลับต้องตั้งกี่วัน การกำหนดวันเวลาแต่งงาน ฯลฯ ถ้าไม่ขัดกับพระบัญญัติของพระเจ้า และไม่เป็นภาระอุปสรรค์ในทางปฏิบัติก็คงไม่เป็นไร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นและมีการเอ่ยอ้างถึงภัยพิบัติโชคลางที่เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เร้นลับเสมอ โดยมีข้อแก้ตัวว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” จนเป็นมูลเหตุทำให้เราทำผิดพระบัญญัติของพระเจ้าประการที่ 1 และมีเรื่องขัดแย้งกับพระสงฆ์

การถือพระบัญญัติกฎเกณฑ์อย่างถูกต้อง ต้องถือด้วยจิตตารมณ์ ซึ่งมาจากจิตใจ + อารมณ์ สิ่งที่ปฏิบัติต้องเป็นสิ่งที่มันคุกรุ่นอยู่ภายในมีการไตร่ตรองจนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และแสดงออกโดยการปฏิบัติด้วยความรัก พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนว่า ความดีและความชั่วนั้นเกิดจากภายในแล้วออกมาภายนอก “ประชาชนเหล่านี้ให้เกียรติเราแต่ปาก แต่ใจของเขาอยู่ห่างไกลจากเรา”(มก.7:6) “สิ่งชั่วร้ายทั้งหมดนี้ออกมาจากภายใน และทำให้มนุษย์มีมลทิน”(มก.7:23) ภายในหมายถึงจิตใจ จิตใจนี้มิได้หมายถึงอวัยวะหัวใจซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดโลหิต แต่เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมที่เราใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดวงใจ จึงสามารถเป็นที่สะสมความดีและความชั่วซึ่งเป็นนามธรรม อาทิ ใจดี ใจร้าย ใจเมตตา ใจดำ ฯลฯ ดังนั้นการปฏิบัติของเราจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้องตามตัวอักษร แต่ต้องมาจากใจที่บริสุทธิ์เต็มไปด้วยความเชื่อ ความรักความเมตตา พระเยซูคริสตเจ้าจึงสอนให้ชำระจิตใจของเราให้ปราศจากความเลวร้ายเสียก่อน แล้วเมื่อเราปฏิบัติสิ่งใดสิ่งนั้นจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เพราะทุกสิ่งที่เราทำมันออกมาจากจิตใจที่ดีงามของเรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลชุดใหม่เข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 9 ก.ย. 2012 ทางวัดของเราจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด หลังเที่ยง ผู้ใดปรารถนาที่จะสมทบทุนช่วยกิจการของศูนย์มาร์ตินที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  4. เขต 2 จัดคลินิกครอบครัวสุขสันต์ ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 2012 ที่วัดเซนต์จอห์น ลงทะเบียนเวลา 9.00 น. จบเวลา 15.00 น. ผู้ใดต้องการเข้าร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 2012 คุณพ่อ นุพันธ์ ทัศมาลี จะมาทำมิสซาแรกที่วัดของเรา มิสซาเวลา 8.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาและรับพรจากพระสงฆ์ใหม่

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 02-09-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.