บอกเล่าให้ฟัง
เวลานี้หลังมิสซาวันอาทิตย์วัดของเรามีชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีเด็กๆมาสวดภาวนาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน กลุ่มต่างๆ ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ช่วยมิสซา สภาภิบาล พลมารีย์ ก็ช่วยกันมาเป็นแกนนำในการอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน เพื่อพี่น้องทุกๆท่านที่สนใจจะได้สามารถมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันได้ โดยมีกลุ่มต่างๆเป็นแกนนำหลักอยู่แล้ว พ่อคิดว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ดี เป็นการทำให้วันอาทิตย์มีความหมายมากขึ้น “วันอาทิตย์อย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” พระบัญญัติประการนี้มิได้หมายความว่า “คริสตชนมาร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ก็พอแล้ว” แต่เป็นการทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์จริงๆสมกับเป็นวันที่เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า ถ้าจะถามว่ากิจการอื่นๆทำได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้แต่ต้องมาร่วมมิสซาอาจจะก่อนหรือหลังก็ได้เพราะตามวัดต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน ได้พยายามจัดมิสซาเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องอยู่แล้ว กิจการต่างๆที่ทำให้วันอาทิตย์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ จะต้องเป็นกิจการที่ดีและส่งเสริมคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาทิ กิจศรัทธาต่างๆ การพักผ่อนร่วมกันในครอบครัว การทำกิจเมตตา การจัดวันอาทิตย์ให้เป็นวันพบปะกันในครอบครัว การรับประทานอาหารร่วมกันฯลฯ จะเห็นได้ว่ากิจการที่มีคุณค่าทางศาสนา วัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ ที่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ให้เติบโตขึ้นในมิติต่างๆสามารถทำได้ในวันอาทิตย์
จากคุณพ่อเจ้าวัด
เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด”
พระวาจาที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสในการรักษาคนหูหนวก “เอฟฟาธา” แปลว่า “จงเปิดเถิด”(มก.7:34) เป็นพระวาจาที่สำคัญต่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราคริสตชน การเปลี่ยนแปลงพัฒนาจะเกิดในชีวิตของมนุษย์ ก็ต่อเมื่อคนๆหนึ่งเปิดตามอง เปิดหูฟัง เปิดใจที่จะรับรู้สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเขา รับรู้ถึงผลที่เกิดขึ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แล้วตัดสินใจว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลง จะพัฒนาหรือไม่พัฒนา จะกลับใจหรือไม่กลับใจ ถ้าเขาไม่ยอมรับรู้ไม่เปิดตา เปิดหู เปิดใจ ยอมรับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เขาก็จะไม่รู้สึกรู้สมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และคิดว่า “ไม่ใช่เรื่องของเขา” “เป็นเรื่องไกลตัว” เหมือนคนไข้ไปหาหมอแล้วไม่ยอมรับว่าตนเองป่วย เขาจะไม่มีทางหายป่วยเพราะเขาจะไม่ได้รับการรักษา คนบ้ามักจะคิดว่าตนเองไม่บ้า ฯลฯ
เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด” ในแง่หนึ่งจึงเป็นการปลุกจิตสำนึกตระหนักรู้ (awareness) ให้กับเรา เราจะเห็นได้จากกระบวนการในการพัฒนาชีวิตภายในที่มีอยู่มากมายในพระศาสนจักร เมื่อเราเปิดตามองสิ่งต่างๆด้วยสายตาแห่งความเชื่อ เปิดหูรับฟังพระวาจาของพระเจ้า ความต้องการของเพื่อนพี่น้อง ใจเรารับรู้สัมผัสได้ถึงความรักความเมตตาของพระเจ้า พระประสงค์ของพระองค์ คนที่ตระหนักถึงสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดความเชื่อความศรัทธา และแสดงออกโดยแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ยอมเปลี่ยนแปลงตนเองถ้าตนเองเป็นสาเหตุของความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น เพราะนั่นเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า ในองค์กรเยาวชน YCS เขายึดจิตตารมณ์ การพิจารณาไตร่ตรอง ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติ (See Judge Act) มีวิธีการอ่านพระคัมภีร์และรำพึงอย่างหนึ่ง เริ่มด้วย การพิจารณาไตร่ตรองสถานการณ์จริง ฟังเสียงของพระเจ้าที่ตรัสในใจเราโดยผ่านทางสถานการณ์นั้น และปฏิบัติด้วยความรักความเมตตาต่อเพื่อนพี่น้อง ( Look Listen Love) เราจะพบว่ากระบวนการเหล่านี้เรียกร้อง การเปิดตา เปิดหู เปิดใจ น้อมรับพระประสงค์ของพระเจ้าทั้งสิ้น
ประกาศกอิสยาห์ ได้ทำนายถึงกิจการที่จะปรากฏในวันที่พระเจ้าเสด็จมา (อสย.35:4.7) เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าเสด็จมาพระองค์ได้ทำกิจการเหล่านั้น “ทันใดนั้นหูของเขากลับได้ยิน สิ่งที่ขัดลิ้นก็หลุดออก เขาพูดได้ชัดเจน”(มก.7:35) แต่ทำไมชาวยิวจำนวนมากมายที่รู้เห็นกิจการเหล่านั้นไม่เชื่อว่าพระองค์เป็นพระเจ้า นักบุญยากอบได้สอนบรรดาคริสตชนว่าอย่าวางการปฏิบัติตามความเชื่อบนพื้นฐานของความลำเอียงการตัดสินจากภายนอก แต่ต้องไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งถึงคำสอนของพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อคนร่ำรวยกับคนยากจนมาบ้านของท่าน ท่านจะเชิญพวกเขาไปนั่งที่ไหนบ้าง “คนร่ำรวย “เชิญนั่งตามสบายที่นี่เถิด” คนยากจน “จงนั่งข้างที่วางเท้าของฉันซิ” ท่านก็เป็นผู้เลือกชั้นวรรณะและตัดสินโดยมาตรการเลวร้าย”(ยก.2:1-4) สิ่งต่างๆที่พระคัมภีร์กล่าวถึงเกิดขึ้นจากการขาดจิตสำนึกตระหนักรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้า ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรา พระเจ้าทรงปรารถนาให้เราร่วมมือกับพระองค์ในการเปลี่ยนแปลงโลก สังคม และชีวิตของเราให้ดีขึ้นอยู่เสมอ เราจึงต้องเปิดตา เปิดหู เปิดใจที่จะน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ที่ผ่านมาในชีวิตของเราและปฏิบัติตาม เพื่อเราจะได้สามารถเป็นเครื่องมือของพระเจ้าในการรักและรับใช้เพื่อนพี่น้อง เอฟฟาธา “จงเปิดเถิด”
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ .
- วันอาทิตย์นี้ ทางวัดของเราจะไปเยี่ยมศูนย์มาร์ตินที่ปากเกร็ด หลังเที่ยง ผู้ใดปรารถนาที่จะสมทบทุนช่วยกิจการของศูนย์มาร์ตินที่ดูแลเด็กด้อยโอกาส ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด
- เขต 2 จัดคลินิกครอบครัวสุขสันต์ ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 15 ก.ย. 2012 ที่วัดเซนต์จอห์น ลงทะเบียนเวลา 9.00 น. จบเวลา 15.00 น. ผู้ใดต้องการเข้าร่วมลงชื่อได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 16 ก.ย. 2012 คุณพ่อ นุพันธ์ ทัศมาลี จะมาทำมิสซาแรกที่วัดของเรา มิสซาเวลา 8.30 น. ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาและรับพรจากพระสงฆ์ใหม่
- เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 09-09-2012
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต