ฉบับที่ 975 วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

สัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวเป็นเรื่องที่ทุกคนปรารถนา แต่หลายๆครั้งเราไม่เห็นความสำคัญเราละเลยมองผ่านที่จะสร้างมันขึ้นมา มีคำหลายคำกิจการหลายอย่างที่เราควรพูดควรทำแต่เราไม่พูดไม่ทำ อาทิตัวอย่างเล็กๆน้อยดังต่อไปนี้

“ขอโทษ” ทุกครั้งที่เราทำอะไรผิดพลาดจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ถ้าเป็นการกระทำที่ส่งผลถึงผู้อื่นทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เราต้องกล่าวคำว่า “ขอโทษ” แต่คำๆนี้กลับกลายเป็นคำที่เราไม่ค่อยได้กล่าวกันในครอบครัว เป็นต้นเวลาที่ผู้ใหญ่ทำผิดมักจะไม่กล่าวคำๆนี้ เพราะกลัวเสียหน้าเสียศักดิ์ศรี แต่หารู้ไม่ว่าคำๆนี้มีอนุภาพยิ่งใหญ่และใครๆก็อยากจะได้ยิน ผู้น้อยเวลาทำผิดพลาดอาจจะกล่าวได้ง่ายกว่า เพราะความกลัวอำนาจที่เหนือกว่าของผู้ใหญ่ แต่การที่คนหนึ่งจะกล่าวออกมาจากความจริงใจนั้นเป็นสิ่งที่ยากเหมือนกัน ความจริงใจหรือไม่จริงใจเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ง่ายโดยกริยาท่าทางและแววตา ดังนั้นการกล่าวอย่างไม่จริงใจจึงไม่สามารถกลบเกลื่อนและส่งผลในทางที่ดี

“การให้อภัย” เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ทำผิดพลาดรอคอย เขารอคอยความเข้าใจ รอคอยโอกาส และการให้อภัยจากคนรอบข้าง แต่มักจะคอยเก้อ พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “เราต้องให้อภัยเจ็ดครั้งเจ็ดสิบหน หมายถึงให้อภัยเสมอ”แต่เรากลับเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องไว้ในใจ ยอมให้มันทำร้ายเรา ทำให้จิตใจของเราหม่นหมอง และในที่สุดมันจะทำลายสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวทำให้ครอบครัวของเราไม่มีความสุขคำว่า “รัก” หนุ่มสาวเวลาจีบกันใหม่ๆอาจจะพูดกันบ่อยๆ แต่พอเวลาแต่งงานกันอยู่กันนานๆไปคำนี้จะเริ่มหายไปตามกาลเวลา เหมือนกับว่าความรักมันจืดจางไป เป็นเรื่องที่แปลกที่คนไทยไม่ชอบพูดคำนี้เป็นต้นกับคนในครอบครัว สามีภรรยาไม่ค่อยบอกรักกัน พ่อแม่ไม่คอยบอกรักลูก ลูกไม่ค่อยบอกรักพ่อแม่ โดยมักจะอ้างการกระทำของตนว่าเป็นการแสดงความรัก “อุตส่าห์ทำงานเลี้ยงดูครอบครัวอย่างนี้” “อุตส่าห์ดูแลบ้านอย่างนี้” “ตั้งใจเรียนอย่างนี้” ยังไม่รู้อีกหรือว่าเรารักเขาแค่ไหน ไม่รู้หรอกครับจนกว่าคุณจะบอกเขาว่า “ฉันรักคุณ”

“การสัมผัส การกอด” เป็นสิ่งที่ขาดไปมากสำหรับครอบครัวคนไทย อาจจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ไม่ส่งเสริมเรื่องนี้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าละอายหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ปัจจุบันนักจิตวิทยากำลังรณรงค์ให้สมาชิกในครอบครัวสัมผัสและกอดกันมากขึ้น เพราะมันเป็นภูมิคุ้มกันและการเติมความรักความอบอุ่นให้แก่กันและกัน การสัมผัสที่ไหล่เบาๆเป็นสื่อความรักและการให้กำลังใจที่มีพลังมหาศาล สามีภรรยากอดกัน พ่อแม่กอดลูก เป็นสื่อความรักความอบอุ่นที่เป็นรูปธรรมสัมผัสได้

“คำชมเชย” เป็นแรงเสริมทางบวกที่มีพลังในการเปลี่ยนพฤติกรรมมากกว่าการตำหนิติเตียน แต่น่าเสียดายสามีไม่ค่อยชมเชยภรรยา พ่อแม่ไม่ค่อยชื่นชมลูก แต่มักจะเห็นหญ้าหน้าบ้านคนอื่นเขียวกว่าหน้าบ้านของตนเอง

คำพูดและการกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรามักจะมองข้าม แต่มันมีความสำคัญและเป็นพลังที่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดี ถ้าเราปรารถนาให้ครอบครัวของเรามีความสุข เราต้องเติมสิ่งเหล่านี้ลงในครอบครัวด้วยความจริงใจ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ปรีชาญาณมาจากเบื้องบน

นักบุญยากอบสอนว่าความปรีชาฉลาดที่แท้จริงมาจากพระเจ้า และมาจากความจริงใจเป็นสิ่งที่ให้คุณแก่มนุษย์ก่อให้เกิดความรักความเมตตาและสันติสุข “ปรีชาญาณที่มาจากเบื้องบน…. เป็นสิ่งบริสุทธิ์ ก่อให้เกิดสันติ เห็นอกเห็นใจ อ่อนน้อม เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา บังเกิดผลดีงาม ไม่ลำเอียง ไม่เสแสร้ง”(ยก.3:17) ท่านสอนเช่นนี้เพื่อให้เราระวังตัวในการดำเนินชีวิตด้วยความปรีชาฉลาดตามวิสัยมนุษย์ เพราะความปรีชาฉลาดตามวิสัยมนุษย์ล้วนๆที่ไม่มีคุณธรรมซึ่งเป็นปรีชาญาณที่มาจากพระเจ้าคอยควบคุม จะก่อให้เกิดผลร้ายความเสียหายภัยต่อสังคม “การต่อสู้และการทะเลาะวิวาท…..มาจากที่ใด…..จากกิเลสตัณหา…..อยากได้แต่ไม่ได้…จึงฆ่ากัน….ท่านโลภ….จึงทะเลาะวิวาทและต่อสู้กัน”(ยก.4:1-2)

พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังในวันนี้สะท้อนให้เราเห็นรากแก้วของปัญหาในสังคมโลก ทำไมจึงเกิดความรุนแรง สงคราม การเอาเปรียบเข่นฆ่ากันเอง แก่งแย่งชิงดี ลุแก่อำนาจอยากเป็นใหญ่ กดขี่ผู้อื่น ฯลฯ เพราะมนุษย์ใช้สติปัญญาอันปรีชาฉลาดในทางที่ผิดเพื่อตอบสนองกิเลสตัณหาตามวิสัยของมนุษย์ พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีศักดิ์ศรีสูงส่ง แต่แทนที่มนุษย์จะดำเนินชีวิตด้วยน้ำใจอิสระอย่างสมศักดิ์ศรี กลับลดตนเองลงดำเนินชีวิตเยี่ยงสัตว์โลกทั่วไปโดยอาศัยสัญชาติญาณ พระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 บอกกับเราว่า “การดำเนินชีวิตแบบนี้เป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งความตาย” ซึ่งเป็นหนทางแห่งบาปการทำลายล้าง ก่อให้เกิดความเสื่อมทางศีลธรรม และลดคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ด้วยเหตุนี้ที่ใดก็ตามที่มนุษย์ดำเนินชีวิตตามสัญชาติญาณ ปล่อยตัวตามสบายยอมให้กิเลสตัณหาครอบงำไม่บังบังคับตนเอง ที่นั้นจะมีแต่ความสับสนวุ่นวายความเดือดร้อน “ที่ใดมีความอิจฉาริษยาและความทะเยอทะยาน ที่นั่นย่อมมีแต่ความวุ่นวายและความชั่วร้ายนานาชนิด”(ยก.3:16) นักบุญมาระโกได้เล่าถึงความอ่อนแอตามประสามนุษย์ของบรรดาอัครสาวกให้เราฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ขนาดอัครสาวกซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงเลือกสรร ได้มีโอกาสร่วมชีวิตกับพระองค์ ฟังพระวาจาของพระองค์ ในขณะเดินทางพระองค์ทรงทำนายถึงชะตากรรมของพระองค์ ว่าจะต้องถูกทรมานและสิ้นพระชนม์ให้พวกท่านฟัง พวกท่านยังไม่ยอมเปิดใจรับฟัง แต่กลับถกเถียงกันแย่งกันเป็นใหญ่ ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คำตอบก็คือพวกท่านคิดและดำเนินชีวิตตามวิสัยมนุษย์ยอมให้กิเลสตัณหาครอบงำใจ “ระหว่างทางเขาถกเถียงกันว่า ผู้ใดจะยิ่งใหญ่กว่ากัน”(มก.9:34) แล้วพวกเราเป็นใครกันเล่าจึงละเลยไม่หล่อเลี้ยงชีวิตคริสตชนของเรา ด้วยพระวาจาของพระเจ้า และศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเราจะได้มีแนวทางและภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิต

ความปรีชาฉลาดตามวิสัยมนุษย์และปรีชาญาณที่มาจากพระเจ้ามักจะตรงข้ามกันเสมอ เพราะสัญชาติญาณความโน้มเอียงตามวิสัยมนุษย์ คือความเห็นแก่ตัว รักสบาย ผลประโยชน์ และอำนาจสั่งการ ส่วนปรีชาญาณที่มาจากพระเจ้านั้นบริสุทธิ์ ก่อให้เกิดความรักเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ ความสุภาพ และสันติสุข “ผู้ใดอยากเป็นคนที่หนึ่ง ก็ให้ผู้นั้นทำตนเป็นคนสุดท้าย และเป็นผู้รับใช้ของทุกคน”(มก.9:35) เราจึงต้องพยายามดำเนินชีวิตด้วยปรีชาญาณที่มาจากพระเจ้า เพื่อเราจะได้เป็นผู้ที่สร้างสันติสุขหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความดี และจะเก็บเกี่ยวผลเป็นความชอบธรรม (ยก.3:18)

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ .
  2. วันอาทิตย์นี้ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และจัดตารางเวลาการอ่านบทอ่าน
  3. วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย. 2012 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาจะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน และซ้อมช่วยมิสซา
  4. วันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 2012 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ต้องการนำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ ส่งก่อนวันรับศีลล้างบาป
  5. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญพระรูปแม่พระ และคณะสวดประคำไปสวดที่บ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่สังเกตที่สังเกตได้ง่ายได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สัปดาห์ที่ 23-09-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.