ฉบับที่ 987 วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2555 อาทิตย์ที่ 3 เทศการเตรียมรับเสด็จฯ

บอกเล่าให้ฟัง

ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ และเพื่อทำให้แผนงานอภิบาลของพระศาสนจักรในประเทศไทยดำเนินไปด้วยดี สภาพระสังฆราชได้จัดทำบทเรียนเพื่อฟื้นฟูความเชื่อ 36 บทเรียน เพื่อให้พระสงฆ์ นักบวชหญิงชาย และคริสตชนทั่วประเทศได้ไตร่ตรองถึงพระวาจาของพระเป็นเจ้า โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในเรื่องพระศาสนจักร ในเดือนธันวาคมนี้เป็นบทเรียนที่ 5 เรื่อง “คุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” โดยยกเอาพระวาจาของพระเจ้าจากหนังสือปฐมกาลมาให้เรารำพึงไตร่ตรอง “พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามภาพลักษณ์ของพระองค์ ตามภาพลักษณ์ของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างเป็นชายและหญิง”(ปฐก.1:27) มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจนชนชาติใดผิวสีอะไรล้วนมีเกียรติและศักดิ์ศรีที่ต้องให้ความเคารพลบหลู่มิได้

เพื่อทำให้การไตร่ตรองพระวาจาของพระเจ้าตอนนี้เป็นรูปธรรม บทเรียนที่ 5 ได้ยกเรื่องราวของเด็กชาวอาฟริกาคนหนึ่งกำลังถูกนกแร้งจิกทึ้งกินเป็นอาหาร ขณะที่เธอบาดเจ็บแต่ยังไม่เสียชีวิต เวลานั้นเผอิญมีนักถ่ายภาพคนหนึ่งมาพบเข้า เขาพยายามเดินหามุมเพื่อจะได้ถ่ายภาพให้ได้อารมณ์และสวยที่สุด เพื่อจะนำภาพนั้นส่งเข้าประกวดชิงรางวัลระดับโลก ในขณะเดียวกันก็มีนักถ่ายภาพอีกคนหนึ่งวิ่งมา เขาไม่สนใจการถ่ายภาพ การประกวดภาพ และรางวัล เขารีบวิ่งเข้าไปช่วยไล่นกแร้งและช่วยเด็กนั้นไว้ เหตุการณ์นี้ผ่านไปพร้อมกับนักถ่ายภาพคนนั้นได้ส่งเข้าประกวด และได้รางวัลสมใจตามความใฝ่ฝันของเขา ภาพของเขาได้ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่ต่อมาไม่นานนักถ่ายภาพที่ได้รับรางวัลประกวดภาพถ่าย ก็ฆ่าตัวตายเพราะทนเสียงตำหนิติเตียนของมโนธรรมทางสังคม และเสียงมโนธรรมของตนเองไม่ไหว ทุกคนที่เห็นภาพดังกล่าวต่างก็คิดเหมือนๆกันว่า “ทำไมเขาไม่เข้าไปช่วยชีวิตเด็กคนนั้น เขาทนมองหามุมถ่ายภาพเพื่อจะได้ภาพสวยๆได้อย่างไร ในเมื่อมีเด็กกำลังจะตายเพราะถูกนกแร้งจิกทึ้งกินอยู่ตรงหน้า”สถานการณ์ที่หยิบยกเอามาให้เราได้ไตร่ตรองก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน มนุษย์ทุกคนเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าเป็นลูกของพระองค์ มีคุณค่า เกียรติ และศักดิ์ศรีสูงส่งลบหลู่มิได้ แล้วเรามองผู้คนที่อยู่รอบข้างเราด้วยสายตาอย่างไร มีอคติในใจหรือไม่ เราคิดอย่างไรกับคนยากจน คนที่แต่งตัวมอมแมม คนที่เก็บขยะขาย คนที่มาขอความช่วยเหลือจากเรา พนักงานของเรา พวกเขามีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากับเราหรือเปล่า พ่อคิดถึงตอนที่โรงเรียนหลายๆโรงเรียนในย่านนี้ พาเด็กมาสนทนาธรรมกับพ่อ พ่อได้ผู้ถึงเมตตาธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พ่อถามเด็กๆว่าคนที่อยู่ข้างถนนแต่งตัวมอมแมม หาเก็บขยะขายตามถังขยะเป็นคนเท่ากับพวกเขาหรือไม่ เด็กๆตอบว่าไม่ เพราะพ่อแม่เขามีฐานะดีกว่า พวกเขามีการศึกษา มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า ฯลฯ พวกเด็กๆเขาคิดกันอย่างนี้แล้วพวกเราคิดอย่างไร พระวาจาของพระเจ้าในบทเรียนที่ 5 นี้จึงเชิญชวนให้เราทำความเข้าใจกับคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเท่ากัน เราทุกคนต่างก็เป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าและเป็นลูกของพระองค์ เราจึงต้องปฏิบัติต่อทุกๆคนที่อยู่รอบข้างด้วยความเคารพ ให้เกียรติ และแสดงความรักความเมตตาต่อทุกคน เพราะทุกคนต่างก็มีศักดิ์ศรีเป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าที่ลบหลู่มิได้

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ทุกคนต้องเตรียมต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จมา

เมื่อท่านยอห์นบัปติสตาปรากฏกายมาในภาพลักษณ์ของการใช้โทษบาป พร้อมกับเสียงตะโกนก้องจากถิ่นทุรกันดารว่า “จงเตรียมทางขององค์พระผู้เป็นเจ้า จงทำทางของพระองค์ให้ตรงเถิด”(ลก.3:4) ท่านไม่ได้ระบุโดยเฉพาะเจาะจงว่าใครต้องเป็นผู้เตรียมทางของพระเจ้า เสียงของท่านจึงเป็นเสียงที่น่าสนใจสำหรับประชาชนทั่วไป เป็นต้นกลุ่มคนที่ถูกกดขี่สบประมาทจนสิ้นหวังที่จะได้รับความรอดพ้น จึงมีคนมาถามท่านว่า “เราจะต้องทำอะไร”(ลก.3:10) การที่เขามาถามเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าเสียงของท่านยอห์นบัปติสตาให้ความหวังแก่พวกเขา ในท้องเรื่องบุคคลที่มาหาท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความหวังนั้น มีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ แต่นักบุญลูกาจงใจระบุว่า มีประชาชนทั่วไป คนเก็บภาษี และพวกทหาร สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านต้องการเน้นว่า “มนุษย์ทุกคนกลับใจได้ ไม่มีอาชีพใด คนกลุ่มใดถูกกีดกันมิให้มารับความรอดพ้น”

เสียงร้องจากถิ่นทุรกันดารของยอห์นบัปติสตา เป็นข่าวดีแห่งความหวังสำหรับคนทุกคน เสียงนี้จึงเป็นเสียงที่หนุนใจผู้ฟังหลายๆคนให้พยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างจริงจัง เพราะพวกเขาถูกกดขี่กีดกันจนไร้ความหวัง พระอาณาจักรสวรรค์ปิดตายสำหรับพวกเขามานานแล้ว เมื่อมีคนหนึ่งที่แต่งกายใช้โทษบาปน่าเชื่อถือมาบอกพวกเขาว่า “ทุกคนมีสิทธิ์ไปสวรรค์ ขอเพียงต้องกลับใจเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิมๆที่ผิดหลง” ผู้คนที่สังคมสมัยนั้นเห็นว่าไม่น่าจะรับฟังพระวาจาของพระเจ้า จึงสนใจรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตาด้วยความยินดี เพราะพวกเขาเริ่มมีความหวังเข้าใจในพระเมตตาของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงยื่นพระหัตถ์พยุงคนบาป พระเจ้าผู้เที่ยวเดินตามหาผู้หลงทาง จากการที่คนบาป คนเก็บภาษี และพวกทหารที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีทางได้รับความรอดพ้น มาหาและรับฟังคำตักเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา ทำให้เราทราบว่าหลายๆครั้งเราเข้าใจผิดในองค์พระผู้เป็นเจ้า เราเข้าใจว่าจะต้องเป็นคนดีพร้อมเสียก่อนจึงมาหาพระเจ้าได้ เราจะพบพระองค์ได้ในดินแดนแห่งความครบครัน แต่ตรงกันข้ามพระองค์ยื่นพระหัตถ์มาหาเราก่อนตลอดเวลา รอคอยให้เรายื่นมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยบาปไปหาพระองค์ จับพระหัตถ์ของพระองค์ไว้ให้แน่นเพื่อพระองค์จะได้ดึงเราให้พ้นจากบาปความมืดมนแห่งชีวิต พระเจ้าเป็นองค์ความรักจากความรักนี้พระองค์เสด็จมาหาเรา ยื่นพระหัตถ์มาช่วยเหลือเราคนบาป

ในวันนี้ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระเจ้าก็อย่าทำใจแข็งเลย จากเรื่องที่นักบุญลูกาเล่ามีหลายคนรับฟังคำเตือนของท่านยอห์นบัปติสตา แต่อีกหลายคนกลับไม่รับฟัง อาทิ พวกมหาสมณะ ชาวฟารีสี และพวกธรรมาจารย์ เพราะพวกเขาชื่นชมในตนเองว่าเป็นคนเคร่งครัดในศาสนา พวกเขาเป็นคนดีต้องได้ไปสวรรค์แน่นอนอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกลับใจปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต พระเมตตาความช่วยเหลือของพระเจ้าจึงไม่จำเป็นสำหรับพวกเขา คนพวกนี้จะคิดเอาเองว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวต้อนรับพระเจ้าผู้จะเสด็จมา เพราะพวกเขาพร้อมอยู่แล้ว ความจองหองจึงเป็นมูลเหตุที่สำคัญที่ทำให้คนที่น่าจะได้รับความรอดพ้นกลับไม่ได้ คนที่ไม่น่าจะได้รับกลับได้รับความรอดพ้น ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เรามีความสุภาพรับฟังคำเตือนจากพระเจ้า ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อเราจะได้พร้อมที่จะต้อนรับพระองค์เมื่อพระองค์เสด็จมา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ในช่วงวันคริสต์มาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสต์มาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด ผอ.สภาอภิบาล และบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. คืนวันที่ 24 ธ.ค. 2012 นพวารเวลา 18.00 น มิสซาเริ่มเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. 2012 มิสซาเวลา 9.30 น. วันที่ 31 ธ.ค. 2012 มิสซาเวลา 19.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2013 มิสซาฉลองวัดเวลา 10.30 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. 2012 เทศน์ตรีวารเตรียมฉลองวัดครั้งที่ 2 ค.พ. อนุพงษ์ ศรีสุข เป็นประธานและเทศน์ ในมิสซา เวลา 8.30 น.
  4. ขอเชิญร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวด ในหัวข้อ “กิจกรรม ความรัก ความศรัทธา” ชิงรางวัล 4,000 บ. 2,000 บ. 1,000 บ. และ 500 บ. 2 รางวัล เริ่มส่งได้ช่วงนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. 2013 ส่งได้ที่คณะกรรมการสภาภิบาล
  5. ขอให้ทุกๆครัวครอบลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว ทางวัดจะมอบของที่ระลึกให้ครอบครัวละ 1 ชิ้น ในโอกาสปีแห่งความเชื่อ ในคืนวันที่ 24 และวันที่ 25 ธ.ค. 2012
  6. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 16-12-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.