ฉบับที่ 13025 วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ในโลกที่กำลังหลงใหลได้ปลื้มกับวัตถุธาตุ เงินถือว่าเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่ขับเคลื่อนชีวิตมนุษย์ให้ก้าวไปข้างหน้า ถ้าเราลองตั้งคำถามกับตัวเราเองหรือกับผู้คนที่อยู่รอบข้างว่า เขาทำสิ่งนั้นสิ่งนี้เพื่ออะไรเราจะได้คำตอบไม่ทางตรงก็ทางอ้อมว่า “เพื่อเงิน” อาทิ พ่อแม่สอนลูกว่าลูกพ่อแม่ไม่มีสมบัติอะไรจะให้ลูกนะ มีแต่เรื่องของการศึกษาลูกต้องพยายามเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เบื้องหลังความคิดเช่นนี้คือเมื่อจบแล้วจะได้มีอาชีพการงานที่ดี มีอาชีพการงานที่ดีเพื่ออะไร เพื่อจะได้เงินเดือนสูงๆ จะมีสักกี่คนที่คิดว่าเราต้องหมั่นศึกษาเพื่อเราจะได้มีความคิดอ่านที่ถูกต้อง เราจะได้สามารถช่วยเหลือพัฒนาสังคมประเทศชาติ หรือช่วยเหลือผู้อื่นให้พบทางสว่างพ้นจากความผิดหลง ความจริงความคิดเช่นนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมายนักตราบใดที่เรายังอยู่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เพราะเราต้องดิ้นรนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและการอยู่รอด แต่ความคิดเช่นนี้มันเป็นความคิดที่มองชีวิตในมิติเดียว ทำให้ขาดความรอบคอบในการดำเนินชีวิต คนที่เข้าถึงแก่นธรรมจะเข้าใจความเป็นจริง และมองชีวิตอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ดั่งนักปราชญ์หลายๆท่านพิจารณาเรื่อง “เงิน” ไว้ดังนี้

เงินซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกได้แต่ซื้อความสุขไม่ได้ เงินซื้อปากกาได้แต่ซื้อความเป็นนักประพันธ์และกวีไม่ได้ เงินซื้ออาหารชั้นเลิศได้แต่ซื้อความอยากรับประทานอาหารไม่ได้ เงินซื้อการประจบประแจงได้แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้ เงินซื้อบ้านที่อยู่อาศัยได้แต่ซื้อความรักความอบอุ่นไม่ได้ เงินซื้อเตียงหรูหราได้แต่ซื้อการนอนหลับสนิทไม่ได้ เงินซื้อยาทำให้สามารถเข้าโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเมื่อป่วยได้แต่ซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ เงินซื้อหนังสือได้แต่ซื้อความรู้ไม่ได้ เงินซื้อตำแหน่งใหญ่โตได้แต่ซื้อการเคารพนับถือด้วยใจจริงไม่ได้ เงินซื้อบริการทางเพศได้แต่ซื้อความรักแท้ไม่ได้ เงินอาจจะซื้อคนให้มาทำตามใจตนได้แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้ เงินซื้อเพชรอันล้ำค่าได้แต่ซื้อค่าความเป็นคนไม่ได้
เงินซื้อเพื่อนร่วมสนุกร่วมทางร่วมกินได้แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้ เงินซื้อการมีอำนาจได้แต่ซื้อความซื่อสัตย์เคารพยำเกรงไม่ได้ เงินซื้ออาวุธสงครามการเป็นมหาอำนาจได้แต่ซื้อสันติภาพและสันติสุขไม่ได้ เงินซื้อเมียได้หลายๆคนแต่ซื้อศรีภรรยาแม่ที่ดีของลูกสักคนเดียวก็ไม่ได้แม้รู้อย่างนี้แล้วเราก็ยังอยากมีเงินอยู่ดี และยิ่งมีเยอะมากเท่าไรก็ยิ่งดีเพราะนี่เป็นคติพจน์ของคนโลภมาก ดังนั้นจงเตือนใจตนเองบ่อยๆ ว่ารักอะไรมากๆสนใจอะไรมากๆ จะต้องรับความทุกข์จากสิ่งนั้นมาก ทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ใดใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย ท่านไม่สามารถเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ ท่านจะรับใช้พระเจ้าและเงินตราในเวลาเดียวกันไม่ได้ ท่านจะเกลียดนายคนหนึ่งและจะรักนายอีกคนหนึ่ง เป็นการยากจริงหนอที่คนมั่งมีจะเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ อูฐจะลอดรูเข็มยังง่ายกว่าคนมั่งมีเข้าพระอาณาจักรสวรรค์ จงอย่าสะสมทรัพย์สมบัติข้าวของทางโลกเพราะมันจะผุพังไปตามกาลเวลา แต่ท่านจงสะสมทรัพย์สมบัติแห่งสวรรค์ซึ่งเป็นนิรันดร จงใช้เงินทองอันอธรรมของท่านเพื่อนำท่านไปสวรรค์ เจ้าคนหน้าโง่เอ๋ยเจ้ามีทรัพย์สมบัติมากจนต้องหาที่เก็บใหม่ แต่คืนนี้เองเจ้าจะต้องตายเงินทองจะช่วยอะไรท่านได้ เงินทองเป็นทาสที่ดีแต่เป็นนายที่เลวมาก คนที่เข้าใจพระธรรมก็จะสามารถใช้ทุกสิ่งที่มีเป็นประโยชน์นำความรอดพ้นมาสู่ตนเอง.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

จากความรู้สู่ประสบการณ์ความเชื่อ

เราสามารถเรียนรู้สัมพันธภาพระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า จากสัมพันธภาพระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน สัมพันธภาพที่ดีงามทุกชนิดเริ่มต้นจากการรู้จัก เราสอนลูกๆของเราบ่อยๆว่าให้ระวังคนแปลกหน้า ที่ต้องระวังเพราะเราไม่รู้จักคนๆนั้นนั่นเอง เพื่อนรักคือเพื่อนที่เรารู้จักคบหากันมานานจนเป็นความผูกพันและความรัก หนุ่มสาวที่ตัดสินใจมาเข้าสู่พิธีสมรส พระศาสนจักรจะถามเขาทั้งสองว่ารู้จักกันมานานเท่าไรแล้ว และที่พระศาสนจักรจัดให้มีกระบวนการเตรียมคู่แต่งงาน ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรนั้น ก็เพราะว่าพระศาสนจักรต้องการให้เขาทั้งสองเรียนรู้จักกันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะรู้จักกันมากเท่าไรความเข้าใจจะเกิดขึ้นมากเท่านั้น และความเข้าใจกันและกันจะก่อให้เกิดความเห็นอกเห็นใจ ความเชื่อมั่น ในที่สุดจะกลายเป็นความรักพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันจนตลอดชีวิต ถ้าความรักของพวกเขาค่อยๆเติบโตตามกระบวนการเช่นนี้ เขาทั้งสองจะเรียนรู้ว่าความรู้ที่เขาทั้งสองมีต่อกันนั้น เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องและจะต้องดำเนินต่อไปจนถึงความรักที่มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

ความรักในพระเจ้าความเชื่อในพระองค์ก็เช่นเดียวกัน ต้องเริ่มจากการรู้จักหรือความรู้ เราจึงสามารถประยุกต์กระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน กับความเชื่อความสัมพันธ์ระหว่างเรากับองค์พระผู้เป็นเจ้า ยิ่งเรามีความรู้ความเข้าใจในพระองค์ลึกซึ้งมากเท่าไร เราจะมีความเชื่อและความรักในพระองค์มากเท่านั้น ด้วยเหตุนี้หลังจากที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเลือกและเรียกอัครสาวก มาอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์นานพอสมควรแล้ว พระองค์จึงตรัสถามพวกท่านว่า “ประชาชนว่าเราเป็นใคร……ท่านล่ะว่าเราเป็นใคร” (ลก.9:19,20) ทรงตรัสถามเช่นนี้แล้วพระองค์ทรงตรัสถึงมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ที่พระองค์จะได้รับบนไม้กางเขน “บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทรมานเป็นอันมาก……จะถูกประหารชีวิตแต่จะกลับคืนชีพในวันที่สาม” (ลก.9:22) ขนาดถามถึงการรู้จักและนักบุญเปโตรได้ยืนยันความเชื่อแล้วว่า “พระองค์คือพระคริสต์ของพระเจ้า” (ลก.9:20) เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงบรรดาศิษย์ของพระองค์ ยังหนีกระจัดกระจาย สิ้นหวัง หวั่นไหวในความเชื่อ หลังจากพระเยซูคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน อย่างที่เรารับรู้จากพระวรสาร นั่นแสดงว่าความเชื่อของพวกท่านยังไม่ชัดเจนและลึกซึ้งมากนัก ดังนั้นเมื่อกลับคืนพระชนมชีพแล้วพระองค์จึงต้องประจักษ์มาและอยู่กับพวกท่านอีก 40 วันเพื่อทวีความเชื่อมั่นให้พวกท่านนั่นเอง

จากสิ่งที่เกิดกับบรรดาศิษย์ ทำให้เราทราบถึงความสำคัญของความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า การรู้จักพระองค์ ซึ่งจะนำเราไปถึงประสบการณ์ความเชื่อที่ลึกซึ้ง บรรดานักบุญที่มีประสบการณ์ความเชื่อลึกซึ้ง อาทิ นักบุญเอากุสติน นักบุญเทเรซา ได้ยืนยันว่า “ยิ่งรู้จักพระเจ้ามากเพียงใด เราจะรักพระองค์มากเพียงนั้น และคนที่รู้จักพระองค์แล้วจะอดรักพระองค์ไม่ได้” เราสามารถรู้จักพระเจ้าได้ด้วยการรำพึงภาวนานักบุญโทมัสอาไควนัสสอนว่า “ความรู้เกี่ยวกับพระเจ้ามาจากการรำพึงภาวนา” การอ่านพระคัมภีร์และนำไปปฏิบัติตาม การทำกิจเมตตาซึ่งจะทำให้เราพบพระองค์ในบรรดาผู้ด้อยโอกาส เราจึงต้องพยายามปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ เพราะสิ่งเหล่านี้นี่เองจะทำให้เรารู้จักพระเจ้า มีความเชื่อและรักพระองค์มากขึ้นทุกๆวัน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2013 ขอเชิญคณะกรรมสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  2. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพงจวนจะเสร็จแล้ว กำลังทำหินล้าง ตบแต่งภายใน และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  3. ทุนการศึกษา ผู้ปกครองท่านใดคิดว่าครอบครัวของท่านมีความจำเป็น ปรารถนาที่จะให้ทางเขต 2 และวัดของเราสนับสนุนทุนการศึกษาให้ลูกหลานของท่าน ขอให้ยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขตสิ้นเดือนมิถุนายน
  4. วันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย. 2013 ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะช่วยมิสซา และผู้ที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและซ้อมช่วยมิสซา
  5. วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ค. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  6. วันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค. 2013 เวชบุคคลคาทอลิกจะมาตรวจสุขภาพเบื้องต้นหลังมิสซาที่หน้าวัด ขอเชิญผู้ที่สนใจรับการตรวจสุขภาพได้

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 23-06-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.