ฉบับที่ 964 วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2555 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้สภาภิบาลชุดปัจจุบันหมดวาระแล้ว พ่อหวังว่าอีกไม่นานเราคงจะได้สภาภิบาลชุดใหม่ พี่น้องหลายๆท่านคงจะแอบคิดว่าต้องมีสภาภิบาลให้มันยุ่งยากทำไม เราจะทำเหมือนสมัยก่อนไม่ได้หรือ คุณพ่อท่านไหนมาเป็นคุณพ่อเจ้าอาวาสก็ปกครองดูแลวัดและสัตบุรุษไป ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรเพียงแต่บอกมาเท่านั้น สัตบุรุษส่วนใหญ่นั้นพร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว ขอให้บอกเถอะว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่ล้าสมัย เพราะการเป็นคริสตชนที่ดีไม่ใช่แค่เพียงมาร่วมมิสซาวันอาทิตย์ สวดภาวนา ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเท่านั้น แต่การเป็นคริสตชนที่ดีต้องเป็นผู้ที่ตระหนักถึงบทบาทหน้าของตน ต่อพระศาสนจักร และต่อสังคมส่วนรวมด้วย

บทบาทหน้าของคริสตชนต่อพระศาสนจักร พระศาสนจักรในยุคปัจจุบันตระหนักว่า “ผู้ที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วทุกคนมีส่วนร่วมในความเป็นสงฆ์ขององค์พระคริสตเจ้าผู้เป็นสงฆ์สูงสุด” คริสตชนทุกคนจึงเป็นสงฆ์สามัญซึ่งต้องมีส่วนร่วมในหน้าที่สงฆ์ที่ได้รับมอบหมายจากองค์พระคริสตเจ้าด้วย นั่นก็คือ การเป็นสงฆ์ ประกาศก และกษัตริย์ หน้าที่สงฆ์ คือหน้าที่บันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้กับประชากร เราจึงต้องมีส่วนร่วมในบูชาขอบพระคุณเพื่อบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ให้กับประชากรและตนเอง นอกนั้นเรายังต้องช่วยกันทำให้ภาพลักษณ์ของพระอาณาจักรของพระเจ้า ความรัก ความยุติธรรม และความชื่นชมยินดีปรากฏเด่นชัดในสังคมของเรา หน้าที่ประกาศก คริสตชนทุกคนมีหน้าที่ประกาศข่าวดีเป็นต้นด้วยการดำเนินชีวิตเป็นพยานถึงองค์พระคริสตเจ้าโดยการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อหน้ามนุษย์ทั้งมวล หน้าที่กษัตริย์ คือหน้าที่ปกครองดูแลประชากร ช่วยพระสงฆ์ในการบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในวัดให้ดำเนินไปด้วยดี การเป็นสภาภิบาลนั้นเป็นสิ่งที่เด่นชัดที่สุดในหน้าที่ประการนี้ในปัจจุบันพระศาสนจักรเน้นบทบาทหน้าหน้าของฆราวาสมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะว่ามีพระสงฆ์ศาสนบริกรน้อยลงเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลเพียงส่วนเดียว แต่ที่สำคัญกว่านั้นพระศาสนจักรทราบว่าฆราวาสสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายกว่าศาสนบริกร เพราะทั้งสองฝ่ายดำเนินชีวิตอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว และนอกนั้นพระศาสนจักรยังต้องการเชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นสงฆ์สามัญที่มีส่วนร่วมในความเป็นสงฆ์ของพระคริสตเจ้าของบรรดาฆราวาสอีกด้วยบทบาทหน้าที่ต่อสังคมส่วนรวม แนวความคิดเรื่องพระอาณาจักรของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรของคนดีคนที่ดำเนินชีวิตในศีลในธรรมสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งความรัก มีความชัดเจนมากขึ้นในพระศาสนจักร ดังนั้นพระศาสนจักรจึงตระหนักดีว่าตนเป็นเครื่องหมายและเครื่องมือ ที่จะนำมนุษยชาติให้เข้าในพระอาณาจักรของพระเจ้า คำสอนในพระสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 จึงเน้นว่า “พระศาสนจักรต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมนุษยชาติ” ด้วยเหตุนี้เราจึงสังเกตได้ว่าเมื่อมีสิ่งที่ส่งผลกระทบในด้านความสงบสุขของสังคมส่วนรวม ในด้านศีลธรรมที่จะทำให้มโนธรรมทางสังคมเสียหาย พระศาสนจักรจะยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ในเมื่อพระศาสนจักรตระหนักถึงบทบาทหน้าของตนชัดเจนเช่นนี้ เราคริสตชนซึ่งเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเราคือพระศาสนจักร จึงต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเช่นกัน ขอให้พวกเราได้พยายามทำตามบทบาทหน้าที่ของเราเพื่อช่วยกันพัฒนาพระศาสนจักรให้ก้าวหน้าสืบไป

จากคุณพ่อเจ้าวัด

อย่ายอมให้อคติตีกรอบความคิดของเรา

การตีกรอบความคิดเพราะสิ่งที่เรากำลังคิดมันกว้างเกินไป หรือมันกระจัดกระจายมีหลายประเด็นจนหาข้อสรุปและกำหนดทิศทางแห่งความคิดได้ยาก เป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นวิธีคิดที่จะช่วยให้เราพบประเด็นและแนวทางที่ชัดเจน สามารถหาข้อสรุปความคิดนั้นได้ง่าย อาทิ พิจารณาให้ทุนการศึกษาคณะกรรมการจะต้องวางเกณฑ์ คุณสมบัติ และบุคคลเป้าหมายไว้ล่างหน้า เพื่อง่ายต่อการพิจารณาว่าใครจะได้รับทุนหรือไม่ได้รับทุน แต่กรอบความคิดที่เกิดมาจากอคติที่อยู่ในใจคน เป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนา การเรียนรู้ การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการยอมรับผู้อื่นตามความเป็นจริง

อคติในใจคนเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ อาทิ การอบรมแบบฝังหัว การตัดสินคนอื่นจากภายนอก ความเคยชิน รักความสบาย ความเกลียดชัง ความกลัว ความอิจฉา การดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น ฯลฯ กรอบความคิดที่เกิดจากอคติในใจเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องก้าวพ้นไปให้ได้ หลายๆครั้งอคติมันสร้างกรอบความคิด ที่มันตราตรึงอยู่ในความคิดอ่านของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว ใครเป็นคนบอกกับเราว่าสามีที่ดีมีความรับผิดชอบต้องเป็นสามีอย่างที่เราคิดไว้ ใครเป็นคนบอกกับเราว่าภรรยาที่ดีมีความรับผิดชอบต้องมีคุณสมบัติอย่างโน้นอย่างนี้ ตามความคิดของเรา ลูกที่ดีต้องเป็นลูกในอุคมคติของเราถ้าไม่เป็นก็ใช้ไม่ได้ สิ่งที่กล่าวมานี้ดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันก็สร้างปัญหา การทะเลาะเบาะแว้ง ความแตกแยกให้กับหลายๆครอบครัวมาแล้ว เพราะเราไม่ยอมก้าวออกนอกกรอบความคิดที่มีอยู่ก่อนแล้วของเรา เราไม่เคยย้ายจุดยืนมุมมองของเราบ้างเลย แล้วเราจะเห็นสิ่งใหม่ๆ ความงดงามในด้านอื่น มีมุมมองใหม่ๆได้อย่างไร สังคมไทยของเราหลงวนอยู่ในกรอบความคิดที่ผิดหลงมาช้านาน จนเวลานี้ความผิดหลงทางความคิดหลายเรื่องมันเริ่มทำร้ายเราเข้าเสียแล้ว อาทิ คนเก่งเป็นคนดี ระบบการศึกษาของเราจึงพยายามพัฒนาเด็กในด้านสติปัญญาเพื่อให้เด็กเรียนเก่ง แต่ละเลยในเรื่องคุณธรรมการสร้างคนดี คนเก่งที่ไม่คุณธรรมคอยควบคุมความคิดอ่านและการกระทำ จึงใช้ความเก่งกาจของตนทำร้ายเอาเปรียบสังคมอยู่จนถึงวันนี้

นักบุญมาระโกได้เล่าถึงกรอบความคิดของชาวนาซาเร็ธ ซึ่งเป็นชนใช้แรงงาน ชาวนา ที่ไม่ค่อยมีการศึกษา รู้จักกันหัวบ้านท้ายบ้าน พวกเขาถูกกรอกความคิดจนฝังหัวว่า “เป็นชนชั้นต่ำไร้การศึกษา” ด้วยเหตุนี้เมื่อคนที่ชื่อเยซูที่เขารู้จักทั้งพ่อแม่พี่น้อง มานำเสนอความคิดใหม่ๆ พยายามที่จะนำพวกเขาให้ก้าวพ้นจากความคิดดักดานเดิมๆ พวกเขาจึงรับพระองค์ไม่ได้รู้สึกสะดุดใจ “เขาเอาเรื่องทั้งหมดนี้มาจากไหน ปรีชาที่เขาได้รับมานี้คืออะไร อะไรคืออัศจรรย์ที่สำเร็จด้วยมือของเขา”(มก.5:2) ความสะดุดใจอาจจะเกิดจากความอิจฉา การรักสบายกลัวการเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงก่อให้เกิดความยุ่งเสมอ หรือเกิดจากอคติใดๆก็ตาม มันก็ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง ความคิด ได้รับสิ่งใหม่ๆ และพระหรรษทาน “พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ที่นั่นไม่ได้”(มก.6:5) ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเป็นคนใจกว้าง ตัดอคติจากใจของเรา พร้อมที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มีความกล้าหาญที่ก้าวให้พ้นจากกรอบความคิดแบบเดิมๆ สามารถฝ่าวงล้อมความเคยชินที่อยู่อย่างสบายๆในโลกน้อยๆของเรา เพื่อเราจะได้สามารถพัฒนาความคิด ทัศนคติ และได้รับพระหรรษทานเมื่อโอกาสนั้นมาถึง มิฉะนั้นเราอาจจะพลาดโอกาสดีๆอย่างที่ชาวนาซาเร็ธพลาดมาแล้ว

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ศาลาเอนกประสงค์ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว สำหรับผู้ที่เคยแจ้งเจตจำนงที่จะช่วยเหลือ ถ้ายังมีเจตจำนงเหมือนเดิม และท่านอื่นๆที่ต้องการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการสร้างสามารถมามอบให้กับพ่อ และบริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัดตามความสามารถ
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอความร่วมมือจากพี่น้องที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ลงความเห็นชอบคณะกรรมการสภาภิบาลชุดใหม่ จะมีใบให้พี่น้องมีส่วนร่วมลงความเห็นชอบ เมื่อขีดให้ความเห็นชอบแล้วขอให้ใส่ในกล่องที่จัดไว้
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 15 ก.ค. 2012 เพื่อเลือกตั้งตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ขอให้สภาภิบาลชุดใหม่เข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
  4. วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ค. 2012 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. ขอให้ผู้ที่ขอทุนการศึกษาในปีนี้ แจ้งชื่อนามสกุลเบอร์โทรศัพท์ที่ คุณไพโรจน์ ผอ.สภาภิบาล เพื่อการติดต่อประสานงานต่อไป

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 08-07-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.