สารวัด ฉบับที่ 887 วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

พ่อพยายามเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในวัดของเรา และเรื่องราวที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของเราในชุมชนความเชื่อแห่งนี้ให้ฟัง พ่อไม่อยากถามหรอกว่าพี่น้องได้อ่านบ้างหรือเปล่า แต่พ่อถือว่าพ่อได้เขียนไปแล้วบอกกล่าวไปแล้วนั่นหมายความว่าเป็นที่รู้กัน บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราต้องส่งเสริมเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน ถ้าเป็นข้อบกพร่องก็ต้องตักเตือนกันไป แต่พ่อไม่เคยระบุชื่อใครนะครับ เพราะพ่อถือว่าในเมื่อพระคุณเจ้าส่งพ่อมาอยู่ที่นี่ในฐานะเจ้าอาวาส พ่อมีสิทธิ์ที่จะตักเตือนถ้าสัตบุรุษบางคนปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เวลาอ่านแล้วโดนก็ไม่ต้องไปสงสัยใคร เพราะพ่อได้ระบุฐานะตำแหน่งในเรื่องบอกเล่าให้ฟัง และระบุชื่อในการอธิบายพระวาจาของพระเจ้าประวันอาทิตย์ ใครสงสัยอะไรหรือข้องใจอะไรก็มาสอบถามที่พ่อได้นะครับ

พ่อเชื่อว่าพี่น้องหลายคนคงเคยขับรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าเราทำผิดกฎจราจรจริงเราก็ต้องโดยจับและหรือปรับ เวลานั้นเราจะมาอ้างว่าเราไม่รู้กฎจราจรหรือไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ในเรื่องที่พ่อกำลังทำอยู่นี้ก็เช่นเดียวกันถ้าพี่น้องทำอะไรพลาดไปจะมาอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะพ่อได้บอกกล่าวเป็นทางการไปแล้ว ที่พ่อเขียนเช่นนี้ก็หมายความว่ามีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยๆในวัดของเรา พ่อทั้งประกาศและประกาศในสารวัด เคยเล่าให้ฟังถึงปัญหาต่างๆในเรื่องบอกเล่าให้ฟัง แต่เมื่อพี่น้องมาหาพ่อและพ่อได้ชี้แจงรายละเอียดว่ามันต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ คำตอบจะเหมือนๆกันแทบทุกคน มีกฎระเบียบอย่างนี้ด้วยหรือทำไมผม/ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย ทำไมพ่อไม่ประกาศในวัด ทำไมพ่อไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร พ่อก็ตอบทุกครั้งครับว่าพ่อเขียนไปแล้วพ่อประกาศไปแล้ว เขาจะตอบว่าไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินเลย

พี่น้องครับเรื่องราวอย่างนี้ไม่ใช่เกิดเฉพาะในวัดเราเท่านั้น แต่เกิดทั่วไปหมด พี่น้องเชื่อไหมครับว่ามีคนมาต่อว่าพ่อว่าทำไมไม่ติดตารางเวลามิสซา ทั้งๆที่ติดไปตั้งนานแล้วและจวนจะต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว บางคนบอกว่าทำไมพ่อไม่เอาตารางเวลามิสซาภาษาไทยและภาษาอังกฤษของวัดเราขึ้นเว็บไซต์ของอัครสังฆมณฑล พ่อก็ต้องตอบว่าคุณเคยไปเปิดดูหรือยัง มีการคำถามทำไมอยู่เรื่อยๆว่า ทำไมพระศาสนจักรไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อาทิ พระศาสนจักรน่าจะอธิบายเรื่องมิสซาให้ชัดเจนในขั้นตอนต่างๆ เรื่องการพลีกรรมและอดอาหารทำไมไม่เขียนเป็นเอกสารไว้เลยต้องมาประกาศกันทุกปี เอกสารของพระศาสนจักรก็ไม่ยอมแปลเป็นภาษาไทย พระคัมภีร์ก็อ่านไม่รู้เรื่องเพราะไม่มีคำอธิบาย ฯลฯ สิ่งที่พ่อกล่าวถึงและยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้พระศาสนจักรทำหมดแล้วครับ พี่น้องเชื่อไหมครับว่า พิธีปลงศพ พิธีแต่งงาน ฯลฯ วันไหนทำได้หรือไม่ได้ การพลีกรรมและจำศีลอดอาหาร มีอธิบายอย่างละเอียดในหนังสือปฏิทินคริสตังฉบับที่เป็นเล่ม ที่พ่อเขียนมาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น และพ่อไม่อยากให้มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกครับ ขอบคุณ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จัก

“นี่คือลูกแกะของพระเจ้า ผู้ทรงลบล้างบาปของโลก”(ยน.1:29) การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าของยอห์นบัปติสตา ทำให้เราเห็นหน้าที่หลัก 2 ประการของเราคริสตชน คือ 1. ต้องพยายามรู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้นทุกวัน 2. การแนะนำผู้อื่นให้รู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้า

ยอห์นบัปติสตาถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้เตรียมทางรับเสด็จพระผู้ไถ่ ท่านเป็นญาติของพระเยซุคริสตเจ้าอยู่แล้ว ท่านคงจะรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าพอสมควร แต่ท่านก็พยายามที่จะรู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้นอยู่เสมอ เราจะพบว่าในพระวรสารนักบุญมัทธิวกล่าวถึงเวลาที่ท่านถูกจองจำ ท่านมีความสงสัย จึงใช้ศิษย์ไปทูลถามพระเยซูคริสตเจ้าว่า “ท่านคือผู้ที่จะมาหรือเราจะต้องรอคอยใครอีก”(มธ.11:3) ในที่สุดท่านก็ได้คำตอบที่ชัดเจนว่า พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระผู้ไถ่สมคำทำนายของบรรดาประกาศกทุกประการ การเรียนรู้จักพระเยซูคริสตเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เรายิ่งรู้จักพระองค์มากเท่าใดเราจะรักพระองค์มากขึ้นเท่านั้น และถ้าเรารู้จักพระเยซูคริสตเจ้าก็เท่ากับเรารู้จักพระบิดาด้วย “ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเรา ท่านก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย”(ยน.14:7) เราคริสตังต้องถามตัวเราเองบ่อยๆว่าเรารู้จักพระองค์มากน้อยแค่ไหน พระองค์เป็นใครสำหรับเรา การรู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้าจริงต้องรู้จักอย่างที่พระองค์เป็น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้พระองค์เป็น และต้องพยายามรู้จักพระองค์อย่างชัดเจนมากขึ้นทุกๆวัน โดยทางการสวดภาวนา พระวาจา และศีลศักดิ์สิทธิ์

เมื่อรู้จักพระองค์แล้ว หน้าที่อีกประการหนึ่งของเราก็คือ ต้องแนะนำพระองค์ให้ผู้อื่นรู้จักด้วย หน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่แห่งความรัก เพราะพระเยซูคริสตเจ้าเป็นองค์ความรอดพ้น ใครรู้จักพระองค์ และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ก็จะได้รับความรอดพ้น ความรักจึงเรียกร้องให้เราต้องนำสิ่งที่ดีที่สุด ไปแบ่งปันให้กับผู้อื่น เพื่อพวกเขาจะได้พบหนทางแห่งความรอดพ้นด้วย พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “เราเป็น หนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครไปเฝ้าพระบิดาได้นอกจากผ่านทางเรา”(ยน.14:6) การแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้า ก็เท่ากับการแนะนำผู้อื่นให้รู้จักหนทางแห่งความรอดพ้นนั่นเอง งานธรรมทูตจึงเป็นการแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จัก แน่นอนที่สุดการรู้จักพระองค์ไม่ได้หมายความว่ารู้ว่าพระองค์เป็นใครมาจากไหน เป็นลูกหลานของใคร แต่เป็นการประกาศคำสอนพระองค์เพื่อเป็นแนวทางดำเนินชีวิต พระเยซูคริสตเจ้าทรงสั่งเป็นคำสั่งสุดท้าย ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ……จงสอนเขาให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกข้อที่เราให้ท่าน”(มธ.28:19-20) คำสั่งของพระองค์ก็คือบทบัญญัติแห่งความรักให้เรารักกันและกัน นักบุญมาระโกได้บันทึกคำสั่งนี้เกี่ยวพันถึงความรอดพ้นด้วย “ท่านทั้งหลายจงออกไป…..ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น”(มก.16:15-16) การแนะนำพระเยซูคริสตเจ้าให้ผู้อื่นรู้จักจึงเป็นการประกาศข่าวดี และนี่จึงเป็นพันธกิจที่สำคัญที่เราได้รับมอบจากพระเยซูคริสตเจ้า ขอให้เราได้ตระหนักถึงพันธกิจนี้ และเป็นผู้ประกาศข่าวดีเสมอทั้งด้วยวาจาและด้วยชีวิตที่เป็นพยาน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. พ่อได้นำบทภาวนาฉบับปรับปรุงใหม่มาไว้ที่ในวัด 300 เล่ม เพื่อใช้สวดพร้อมกันในวัด พี่น้องอย่าเพิ่งนำเอากลับไปบ้าน เวลานี้ทางเขต 2 กำลังจัดพิมพ์เพื่อแจกให้กับพี่น้องทุกท่านอยู่ เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วพ่อจะนำมาแจกให้พี่น้องภายหลัง
  2. เขต 2 จัดให้มีการอบรมฟื้นฟูคริสตชน 3 เสาร์ทุกวัดในเขต 2 ทางวัดของเราจะมีอบรมฟื้นฟูคริสตชน วันเสาร์ที่ 12 , 19 , 26 กุมภาพันธ์ 2011 พ่อขอความร่วมมือเชิญชวนพี่น้องทุกท่าน และทุกองค์กรรวมทั้งกิจกรรมต่างๆของวัดเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ด้วย สอบถามได้ที่ สภาภิบาล และองค์กรต่างๆ ลงชื่อได้ที่หน้าวัดเพื่อทางวัดจะได้สามารถจัดเตรียมอาหาร
  3. วันอาทิตย์ที่ 23 ม.ค. 2011 มีการภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชนนิกายต่างๆ ที่วัดแม่พระฟาติมา เวลา 14.00 น. ปีนี้คาทอลิกเป็นเจ้าภาพ ขอเชิญพี่น้องที่สนใจไปร่วมสวดภาวนา ลงชื่อได้ที่หน้าวัด ถ้ามีคนมากพอทางวัดจะจัดรถให้ รถออกเวลา 12.30 น.
  4. ประกาศแต่งงานระหว่าง ดอมินิก ประธาน ศรีขจรลาภ บุตร ของเปาโล วิบูลย์ และเทเรซา พรพิมล ศรีขจรลาภ กับ นางสาว ยุวดี เกตุชรารัตน์ บุตรี ของนาย ถาวร และนางนกเล็ก เกตุชรารัตน์ ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีขอขัดขวางใดๆที่ทำให้แต่งงานกันไม่ได้ให้แจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ ถ้าไม่แจ้งมีความผิดตามกฏหมายของพระศาสนจักร

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.