สารวัด ฉบับที่ 873 วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“พระคัมภีร์” หมายถึง หนังสือศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า “ทุกถ้อยคำในพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า เพื่อประโยชน์ในการสั่งสอนว่ากล่าวตักเตือน ให้ปรับปรุงแก้ไขและอบรมให้ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม คนของพระเจ้าจะได้เตรียมพร้อม และพร้อมสรรพเพื่อกิจการดีทุกอย่าง” (2ทธ 3:16-17) สรุปง่ายๆก็คือพระเป็นเจ้าทรงแจ้งพระประสงค์ของพระองค์ให้เราทราบโดยผ่านทางพระคัมภีร์ ดังนั้นเราจึงสามารถทราบพระประสงค์ของพระองค์โดยการอ่านพระคัมภีร์

พระคัมภีร์แบ่งเป็นสองภาค ภาคแรกเป็นพันธสัญญาเดิมมี 46 เล่ม เริ่มจากหนังสือปฐมกาล และจบที่หนังสือประกาศกมาลาคี ภาคนี้บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าเข้ามามีส่วนในชีวิตของชาวอิสราเอล ประชากรเลือกสรร ภาคที่สองเป็นพันธสัญญาใหม่มี 27 เล่ม เริ่มจากพระวรสารนักบุญมัทธิวและจบที่หนังสือวิวรณ์ กล่าวถึงการบังเกิด ชีวิต คำสอน พระทรมาน ความตาย และการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้า และกล่าวถึงการเจริญเติบโตของพระศาสนจักรที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นในยุคแรกๆ

เนื่องจากมีการแปล และพิมพ์หนังสือพระคัมภีร์มีหลากหลายภาษา และจำนวนมากที่สุดในโลก แม้ในภาษาเดียวกันรูปแบบก็ไม่เหมือนกัน การอ้างอิงถึงพระคัมภีร์จึงอ้างอิงว่าหน้าที่เท่าไรไม่ได้ การอ้างอิงพระคัมภีร์จึงอ้างอิงชื่อหนังสือ บทที่ และข้อไหนถึงข้อไหน ชื่อหนังสือถ้าเป็นพันธสัญญญาเดิมก็จะใช้อักษรย่อ 3 ตัว อาทิ ปฐมกาล=ปฐก. เฉลยธรรมบัญญัติ=ฉธบ. ถ้าเป็นพันธสัญญาใหม่ใช้อักษรย่อ 2 ตัว อาทิ มัทธิว=มธ. กิจการอัครสาวก=กจ. เป็นต้น บทที่หมายถึงตัวเลขตัวใหญ่ที่เราพบเมื่อเริ่มบทความทุกครั้ง ข้อที่หมายถึงตัวเลขตัวเล็กๆที่เราจะพบกำกับอยู่ที่ในเนื้อเรื่องข้อความที่เราอ่าน เมื่อเริ่มบทที่เท่าไรก็จะเริ่มข้อที่ 1 ไปเรื่อยๆจนจบบท ตัวอย่าง มธ.8:1-4 เรื่องพระเยซูเจ้าทรงรักษาคนโรคเรื้อน

การอ่านพระคัมภีร์เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับเราคริสตัง เพราะพระวาจาของพระเจ้าเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา และพระเจ้าตรัสกับเราโดยทางพระวาจาของพระองค์ เราจึงสามรถทราบพระประสงค์ของพระองค์ผ่านทางการอ่านพระคัมภีร์ เราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า “พระคัมภีร์เป็นหนังสือที่อ่านและเข้าใจได้” เพียงแต่เราต้องยอมรับภูมิหลังของผู้เขียนว่าความคิดและวิทยาการของคนโบราณแตกต่างจากเรา เราจึงต้องดูเจตนาของผู้เขียวว่าเขาต้องการบอกอะไรกับเรา และต้องอ่านด้วยการพิจารณาไตร่ตรองหาข้อคิดที่มีความสัมพันธ์กับชีวิตของเรา พ่อเชื่อว่าถ้าเราพยายามฝึกฝนลองเปิดพระคัมภีร์ขึ้นอ่านตามที่พ่อเล่าให้ฟังนี้ เราจะได้รับอาหารหล่อเลี้ยงจิตใจและพบแนวทางในการดำเนินชีวิตแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การรู้คุณพระเป็นเจ้า

พระเป็นเจ้าทรงสร้างเรามนุษย์มาด้วยความรัก ทรงเอาใจใส่ดูแลเราเสมอมา ทุกๆย่างก้าวของชีวิตพระองค์ค้ำจุนชีวิตของเรา ถ้าขาดพระองค์แล้วเราจะทำอะไรไม่ได้เลย “กิ่งองุ่นเกิดผลเองไม่ได้……ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลเองไม่ได้……..เพราะถ้าไม่มีเรา ท่านจะทำอะไรไม่ได้เลย” (ยน.15:4-5) จากสิ่งที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสไว้นี้แสดงให้เห็นว่า เบื้องหลังความเป็นอยู่ การมีชีวิต การกระทำ ความสำเร็จของเรามีพระเป็นเจ้าคอยค้ำจุนดูแลอยู่เสมอ ถ้าขาดพระองค์แล้วทุกอย่างจะไม่มีวันเป็นไปตามเวลา และวาระของมัน เพราะฉะนั้นเพียงเรามนุษย์เกิดขึ้น และมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ เราก็เป็นหนี้บุญคุณพระเป็นเจ้าจนเราไม่สามารถชดใช้ได้หมดสิ้น

การดำเนินชีวิตของเราทุกๆวันจึงต้องเป็นการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า เพื่อตอบสนองความรักของพระเป็นเจ้าที่มีต่อเราก่อนแล้ว และเพื่อทดแทนพระคุณของพระองค์ที่เราไม่อาจทดแทนได้หมดสิ้น ในเรื่องคนโรคเรื้อนสิบคนที่มาขอความช่วยเหลือจากพระเยซูคริสตเจ้า ทั้งสิบคนหายจากโรคแต่มีเพียงคนเดียวกลับมาขอบคุณพระองค์ “ทั้งสิบคนหายจากโรคมิใช่หรือ อีกเก้าคนอยู่ที่ใดเล่า ไม่มีใครกลับมาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้านอกจากคนต่างชาติคนนี้หรือ” (ลก.17:17-18) คำตรัสของพระเยซูคริสตเจ้าสะท้อนให้เราเห็นหลายๆแง่มุมในชีวิตมนุษย์ แง่มุมหนึ่งมนุษย์ทุกคนเป็นหนี้บุญคุณพระเป็นเจ้าจนไม่อาจทดแทน แต่มีสักกี่คนที่สำนึกบุญคุณของพระองค์ และพยายามทดแทนสุดความสามารถโดยการดำเนินชีวิตดีเป็นพอพระทัยพระองค์ อีกแง่มุมหนึ่งคนที่เป็นโรคเรื้อนซึ่งพระคัมภีร์หมายถึงคนที่มีมลทินบาปด้วยนั้น มีทั้งที่เป็นชาวยิวและไม่ใช่ชาวยิว แต่ทุกคนได้รับความช่วยเหลือและหายจากโรค จึงทำให้เราทราบชัดเจนว่า “การไถ่กู้ของพระเยซูคริสตเจ้าที่ช่วยให้มนุษย์พ้นจากบาปได้รับความรอดพ้นนั้นเป็นสากล” พระเป็นเจ้าทรงไถ่กู้นานาประชาชาติ แต่คนที่เห็นคุณค่าและรู้คุณพระองค์มักจะเป็นผู้ที่เชื่อและรู้จักพระเป็นเจ้าภายหลัง มากกว่าคนที่เชื่อและรู้จักพระเป็นเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว ความไม่รู้คุณหรือการเนรคุณเป็นอัปยศมากๆของมนุษย์ ขนาดคนเนรคุณไม่รู้คุณคนด้วยกันสังคมยังประณามเสียไม่มีชิ้นดี แต่สิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวถึงนี้คือ มนุษย์เนรคุณไม่รู้คุณพระเป็นเจ้าซึ่งเป็นพระผู้สร้าง ให้ชีวิต และคอยค้ำจุนชีวิตของเขาจะน่าตำหนิขนาดไหนเป็นต้นคนที่รู้จัก และเชื่อในพระเป็นเจ้าแล้ว ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้เราสำนึกถึงพระคุณของพระเป็นเจ้า และพยายามทดแทนพระคุณของพระองค์โดยดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าในการรัก และรับใช้พระเป็นเจ้า และเพื่อนมนุษย์สุดความสามารถ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ขอเชิญร่วมซ้อมขับร้องเตรียมฉลองคริสตมาสและฉลองวัด เริ่มเดือนตุลาคมวันเสาร์ หลังมิสซา
  2. ขอความร่วมมือจากเด็กๆ และเยาวชนช่วยแสดงละครศักดิ์สิทธิ์วันคริสตมาส ลงชื่อได้ที่หน้าวัด
  3. ขอให้เด็กๆที่อายุไม่เกิน 18 ปี ลงชื่อที่หน้าวัด เพื่อรับบัตรสอยดาวซึ่งจะจัดขึ้นในคืนวันที่ 24 ธ.ค. 2010
  4. ขอเชิญทุกๆครอบครัวลงชื่อและรายละเอียดของครอบครัว เพื่อรับของขวัญในคืนวันคริสตมาส ทางวัดจะแจกของขวัญครอบครัวละหนึ่งชิ้น
  5. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และผอ.สภาอภิบาล
  6. วันอาทิตย์ที่ 17 ธ.ค. 2010 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนใจจะช่วยอ่านบทอ่าน พบกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซาเวลา 10.30 น.

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.