บอกเล่าให้ฟัง
การเรียนคำสอนในภาคฤดูร้อนใกล้จะจบลง มีเด็กๆหลายคนจะได้รับศีลอภัยบาปและรับศีลมหาสนิทเป็นครั้งแรก และอีกหลายๆคนจะได้รับศีลกำลัง แต่จะได้รับหรือไม่ได้รับก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็ก นอกนั้นยังต้องพิจารณาจากเกณฑ์ที่บราเดอร์กำหนดไว้ และได้แจ้งให้พ่อแม่ผู้ปกครองทราบล่วงหน้าแล้ว ที่จริงเกณฑ์เหล่านี้มาจากเกณฑ์ของพระศาสนจักรทั่วไปนั่นเอง เพียงแต่พระศาสนจักรในประเทศไทย นำบางเรื่องมาปรับให้เข้ากับสถานการณ์ อาทิ การรับศีลกำลังต้องรับตอนวัยรุ่นอายุน่าจะประมาณ 15-18 ปี แต่เนื่องจากเด็กๆในวัยนี้มักจะออกจากโรงเรียนคาทอลิก ไปเรียนในโรงเรียนที่ไม่ใช่คาทอลิก พระศาสนจักรเกรงว่าเด็กจะไม่มีโอกาสได้เรียนคำสอนอีก จึงให้รับศีลกำลังเร็วขึ้น นอกจากเด็กที่มาเรียนเพื่อรับศีลมหาสนิท และศีลกำลังแล้ว ยังมีเด็กมาหัดสวดภาวนา พวกเขาเริ่มเรียนรู้เรื่องของพระเป็นเจ้ามากขึ้น ถึงแม้ว่าเขายังไม่ได้รับศีลมหาสนิท แต่พวกเราจงดีใจกับเด็กพวกนี้เถอะเพราะพวกเขาเริ่มสวดภาวนาเป็น และรู้จักพระเป็นเจ้ามากขึ้นแล้ว พ่อแม่จึงมีหน้าที่ต่อยอดจากการเรียนคำสอนนี้โดยสวดภาวนากับลูก และพาลูกๆมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ
เมื่อเด็กได้รับศีลกำลังแล้วผู้ปกครองหลายๆท่านรู้สึกโล่งใจ เพราะภาระหน้าที่ที่จะต้องพาลูกๆมาเรียนคำสอนจบลงแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเสียเวลากับเรื่องนี้อีกไปทำอย่างอื่นได้สบายๆ เพราะลูกของฉันเรียนคำสอนจบหมดแล้ว ความคิดเช่นนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตคริสตัง และความเชื่อเป็นอย่างยิ่ง เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนมากๆของเราคริสตัง เพราะเมื่อรับศีลกำลังแล้ว เราจะถือว่าเรียนคำสอนจบแล้วจึงไม่แสวงหาความรู้ และพัฒนาความเชื่ออีกเลย บางคนคิดว่ามาฟังคุณพ่ออธิบายพระวาจาของพระเจ้าในวันอาทิตย์ก็พอ ยิ่งกว่านั้นบางคนก็ไม่คอยมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ รับศีลอภัยบาปปีละครั้งสองครั้ง ตอนรับศีลกำลังไปใหม่ๆก็ยังไม่เป็นอะไรเท่าไรนัก เพราะยังพอจำอะไรได้บ้าง แต่พอนานไปก็คืนความรู้ให้คุณครูหมด พวกเราหลายๆคนจึงกลายเป็นคริสตังที่ไม่มีความรู้เรื่องคำสอน การปฏิบัติต่างๆ จึงเป็นการปฏิบัติตามๆกันมาอย่างไม่รู้ความหมาย และหลายครั้งก็ปฏิบัติผิดๆ ด้วย
เนื่องจากคริสตังเป็นอย่างนี้ เราจึงไม่ค่อยกล้าเผชิญหน้ากับคนศาสนาอื่น เพราะเราไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคำสอน เวลามีคนคำถามเรื่องศาสนาก็กลัวว่าจะตอบไม่ได้ พระสังคายนาวาติกันที่ 2 สอนว่าฆราวาสเป็นกลไกที่สำคัญในการประกาศข่าวดี เพราะพวกเขามีชีวิตในสังคมร่วมกับคนอื่นๆที่ไม่ใช่คริสตัง เราจะเป็นพยานถึงข่าวดีด้วยการดำเนินชีวิต และประกาศข่าวดีได้อย่างไร ในเมื่อเราเองยังไม่รู้จักข่าวดีและยังมีความเชื่อที่ไม่ลึกซึ้งพอ คนที่ไม่มีก็ให้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเรียนคำสอนจึงไม่มีวันจบต้องเรียนรู้อยู่เสมอ และเราต้องพยายามสร้างความกระตือรือร้น ที่จะแสวงหาความรู้เพื่อเราจะได้รัก และรู้จักพระเยซูคริสตเจ้ามากขึ้น ถ้าคริสตังเป็นอย่างนี้แล้วละก็ เราจะสามารถเป็นเครื่องมือของพระเป็นเจ้าในการประกาศข่าวดี และเป็นพยานถึงพระองค์ด้วยการดำเนินชีวิตได้ด้วยความมั่นใจ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
แกะที่ดีย่อมฟังเสียงนายชุมพาบาลของตน
พระเยซูคริสตเจ้าได้เปรียบเทียบความสมพันธ์ ระหว่างคริสตชนกับพระองค์ เหมือนกับนายชุมพาบาลและแกะในฝูง เพราะโดยธรรมชาติแล้วแกะจะมีความผูกพันกับผู้เลี้ยงแกะ หรือนายชุมพาบาลมาก จนกระทั่งแกะในฝูงสามารถจำเสียงนายชุมพาบาลของตนได้ และจะเดินตามนายชุมพาบาลของตน ถ้านายชุมพาบาลเป่าปากหรือส่งเสียงเมื่อใด แกะในฝูงของเขาจะตามเสียงนั้นไปทันที และนายชุมพาบาลจะจำแกะในฝูงของเขาได้ด้วย คริสตชนที่ดีต้องฟังเสียงของพระเยซูคริสตเจ้า และจำเสียงของพระองค์ได้ “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันตามเรา” (ยน.10:27)
สภาพสังคมปัจจุบันเราอยู่ท่ามกลางเสียงเชิญชวน และสิ่งล่อตาล่อใจหลายๆอย่าง ในสิ่งต่างๆเหล่านี้บางครั้งดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง ถ้าเราขาดวิจารณญาณและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรระวังคือ การหลงตามกระแสที่เห็นว่าใครๆก็ทำกันทั้งนั้นเราก็ทำบ้าง โดยคิดไปว่าใครๆก็ทำกันทั้งนั้นเป็นมาตรฐานทางจริยธรรม เราเป็นศิษย์ของพระเยซูคริสตเจ้าต้องฟังเสียงของพระองค์ และตัวแทนของพระองค์ในโลกนี้นั่นก็คือพระศาสนจักร เราสามารถได้ยินเสียงของพระองค์ โดยผ่านทางพระวาจาของพระเจ้าและคำสอนของพระศาสนจักร
สิ่งที่น่าจะนำมาพิจารณาไตร่ตรองก็คือ เราสนใจอ่านและฟังพระวาจาของพระเจ้ามากน้อยแค่ไหน เราได้พยายามเรียนรู้คำสอนของพระศาสนจักรอย่างไรบ้าง มีคำสอนของพระศาสนจักรหลายๆประการถูกดูหมิ่นดูแคลนจากคริสตชนเองว่า เป็นคำสอนที่ล้าสมัย สอบตกในการปฏิบัติ อาทิ การคุมกำเนิดพระศาสนจักรห้ามคุมกำเนิด โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ คำสอนเรื่องการแต่งงาน คริสตชนมักจะอ้างอยู่เสมอว่า พระศาสนจักรไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันก้าวไม่ทันโลก เคยจำได้ว่าครั้งหนึ่งมีนักเทววิทยากลุ่มหนึ่ง ประท้วงพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 ว่า คำสอนเรื่องการคุมกำเนิดสอบตกด้านการปฏิบัติ พระศาสนจักรไม่เข้าใจปัญหาเศษรฐกิจในปัจจุบัน ลูกมากจะยากจน พระสันตะปาปาตอบว่า “ที่เราคิดว่ามีชีวิตหนึ่งเกิดมาบนโลกนี้ทำให้เกิดความยากจนนั้น เป็นปัญหาจริงหรือไม่ หรือปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่มนุษย์เห็นแก่ตัว ไม่มีจิตตารมณ์แห่งการแบ่งปัน ประเทศ หรือคนไหนมีมากก็มีมากจนฟุ่มเฟือยเหลือทิ้ง ส่วนคนไม่มีก็แทบจะอดตาย ทำไมคนที่มีมากๆไม่แบ่งปันให้กับคนที่มีน้อยบ้างเล่า”
ความคิดและการกระทำเช่นนี้หรือที่เรียกว่า “แกะที่ดีฟังเสียงนายชุมพาบาลและจำได้” ขอให้พระวาจาของพระเจ้าได้กระตุ้นเตือนใจเรา ให้หันมาทบทวนตัวเราเองว่า เราเป็นแกะที่ดีที่ฟังเสียงนายชุมพาบาล จำได้ ซื่อสัตย์ และปฏิบัติตามเสียงคำสอนนั้นหรือไม่ เพราะมีแต่นายชุมพาบาลที่ชื่อเยซูคนนี้เท่านั้น ที่จะนำพาฝูงแกะของพระองค์ไปในหนทางที่สงบ ปลอดภัย ถูกต้อง และได้พักผ่อนเป็นสุขอย่างแท้จริง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- ประชุมสภาภิบาลวันอาทิตย์ที่ 9 พ.ค. 2010 เวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 6 มิ.ย. 2010 เป็นวันสมโภชพระกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า ขอเชิญเด็กๆช่วยโปรยดอกไม้ ลงชื่อได้ที่หน้าวัด จะเริ่มซ้อมต้นเดือน พ.ค. 2010 นี้
- ผู้ที่ต้องการไปร่วมพิธีรื้อฟื้นการสมรส 50 ปี 40 ปี 25 ปี และบวชพระสงฆ์ ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ เวลา 10.00 น. ลงชื่อสำรองที่นั่งได้ที่หน้าวัด
- ผู้ที่ต้องการไปร่วมงานบวชพระสงฆ์ เปโตร ศรายุทธ คำภูแสน ณ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี สองคอน ลงชื่อได้ที่หน้าวัด รถออกคืนวันที่ 30 เม.ย. 2010 เวลา 20.00 น.
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้ดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต