สารวัด ฉบับที่ 862 วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญของเราคริสตชน สภาพระสังคายนาวาติกันที่ 2 สอนว่า “คริสตชนต้องมีส่วนรับผิดชอบและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวโลก” พ่อดูข่าวCNNเขากล่าวถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เฮติเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ความเสียหาย ความช่วยเหลือต่างๆ และสภาพในปัจจุบัน เห็นแล้วน่าชื่นชม ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆมากมาย จะชวนให้คิดว่าโลกของเราไม่ค่อยน่าอยู่ มนุษย์บนโลกใบนี้เห็นแก่ตัวมากขึ้น กอบโกยเอาแต่ได้โดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อมีภัยพิบัติครั้งใหญ่ๆที่ใดในส่วนไหนของโลก เราก็ได้เห็นความงดงามของน้ำใจ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน และความช่วยเหลือต่างๆของมนุษย์เช่นกัน ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันบนโลกสวยงามใบนี้ มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางการพัฒนา และทางเสื่อมสภาพรวมทั้งเหตุการณ์ต่างๆ ภัยธรรมชาติเกิดขึ้นมากมาย ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกๆวัน ถ้าเราคริสตชนเข้าใจคำสอนของสภาพระสังคายนาวาติกันที่ 2 อย่างถ่องแท้คงจะนิ่งดูดายเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้ว

ความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมที่กล่าวถึงนี้ เราไม่จำเป็นต้องคิดการใหญ่เสมอไป ขอเพียงไม่นิ่งดูดายแล้วคิดว่า เราซึ่งเป็นเพียงอณูเล็กๆของสังคมนี้จะทำอะไรได้บ้าง และช่วยกันในสิ่งที่เราทำได้พ่อคิดว่าสังคมของเราจะน่าอยู่มากขึ้น อาทิ การประหยัดพลังงาน ไฟฟ้า น้ำประปา การแยกแยะขยะและลดขยะย่อยสลายยาก ฯลฯ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายๆเหตุการณ์ เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างชัดเจนแล้วว่า แม้เป็นชุมชนเล็กๆหรือใครบางคนที่คิดดี พูดดี ทำดี และร่วมมือกันอย่างจริงจังก็สามารถปกป้อง รักษา และพัฒนาชุมชนได้อย่างยั่งยืน พี่น้องลองสังเกตดูซิว่าพระเยซูคริสตเจ้า ทรงสอนเรื่องการทำความดีทำความชั่วอย่างไร แล้วเราจะพบว่าพระองค์สอนให้ทำตั้งแต่เรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ต้องทำด้วยความจริงจังและจริงใจ “ใครก็ตามที่ให้น้ำเย็นแก้วหนึ่งแต่ผู้ต่ำต้อยคนนั้นทำกับเราเอง” “ใครก็ตามที่กล่าวกับพี่น้องว่า ไอ้โง่ ไอ้บ้าจะถูกปรับโทษถึงนรก” “ใครที่มองสตรีอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนด้วยความใคร่ ก็ร่วมประเวณีแล้ว” สิ่งต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ต้องการเตือนเราคริสตชนทั้งหลาย ให้อย่านิ่งดูดาย คิดว่าธุระไม่ใช่ ในเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมหรือบนโลกใบนี้ แต่เราต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข และร่วมมือร่วมใจกันทำให้โลก และสังคมของเราน่าอยู่มากขึ้นทุกๆวัน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระเป็นเจ้าจะประทานสิ่งที่ดีกว่าให้เสมอ

การอธิษฐานภาวนาเป็นการยกจิตใจขึ้นหาพระเป็นเจ้าสนทนากับพระองค์ สาระสำคัญของการอธิษฐานภาวนามีดังนี้คือ การสรรเสริญพระเป็นเจ้า การโมทนาคุณ การขอขมาโทษ และการวอนขอสิ่งที่จำเป็น สำหรับจิตวิญญาณและกาย แต่น่าเสียดายเวลาเราอธิษฐานภาวนาเรามักจะลืม 3 ประการแรก และทำแต่ประการสุดท้ายคือการวิงวอนขอเท่านั้น ถ้าจะถามว่าเราสามารถวิงวอนขอความช่วยเหลือต่างๆ จากพระเป็นเจ้าหรือไม่ คำตอบจากพระวาจาของพระเจ้า ที่เราได้รับฟังในเรื่องเพื่อนที่ไม่รู้จักกาลเทศะคือ ได้ “จงขอเถิดแล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิดแล้วท่านจะพบ จงเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน”(ลก.11:9) สิ่งที่สำคัญที่เราต้องพิจารณาก็คือเราขออย่างไร ขออะไร ขอทำไม และเราเข้าไหมว่าขอแล้วได้หรือไม่ได้หมายความว่าอะไร นักบุญยากอบสอนเรื่องการวิงวอนขอไว้ว่า “ท่านวอนขอ แต่ไม่ได้รับ เพราะท่านวอนขอไม่ถูกต้อง คือวอนขอเพื่อนำไปสนองกิเลสตัณหาของท่าน” (ยก.4:3)

ในการอธิษฐานภาวนาเราต้องทำให้ครบสาระสำคัญทั้ง 4 ประการ เหมือนในบทข้าแต่พระบิดาที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเรา และต้องอธิษฐานภาวนาด้วยความสุภาพ เชื่อมั่น และไว้วางใจในพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์ทรงทราบว่าอะไรดี อะไรเหมาะสมกับเราในช่วงเวลาไหน และจะประทานสิ่งที่กว่าให้กับเราเสมอ คนที่เป็นพ่อแม่คนแล้ว คงจะทราบดีว่าเราพร้อมที่จะให้ตามคำขอของลูกเสมอ แต่ถ้าสิ่งที่ลูกขอเป็นสิ่งที่จะส่งผลร้ายให้กับลูก เราคงไม่ให้สิ่งนั้นเพราะรักลูกของเราไม่ใช่หรือ พระเป็นเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงทราบความต้องการขอเราก่อนที่เราจะวอนขอเสียอีก ดังนั้นเราอย่าอาจหาญเอาความจำกัดของเรา ไปเทียบกับความสัพพัญญูรู้ทุกสิ่งของพระองค์ ด้วยเหตุนี้การขอแล้วได้รับจึงไม่ได้หมายความว่า “ตรงกับความปรารถนาของผู้ขอทุกครั้งไป” แต่ต้องเป็นสิ่งที่ “ตรงกับพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า เพื่อความดีงามของชีวิตผู้ขอนั้น” ด้วยความวางใจเช่นนี้เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า เราวอนขอทุกครั้ง เราได้ทุกครั้งแต่ได้ตามพระประสงค์ของพระเป็นเจ้า และพระประสงค์ของพระองค์นั้นดีสำหรับเราเสมอ พระเยซูคริสตเจ้าสอนให้เราอธิษฐานภาวนาด้วยความเพียรอดทน เพราะการอธิษฐานภาวนาวิงวอนขอนั้น แสดงถึงความสุภาพในจิตใจของเรา เรารับรู้ถึงความรัก ความเมตตา และความยิ่งใหญ่ของพระเป็นเจ้า พระองค์สามารถช่วยเราได้ในทุกสิ่ง และจะประทานสิ่งที่ดีกว่าเสมอเพื่อความดีงามในชีวิตของเรา ขอให้เราอธิษฐานภาวนาอย่างถูกต้อง ด้วยความสุภาพและไว้วางใจ จงวางใจในพระเป็นเจ้าแล้วพระองค์จะเสด็จมาช่วยท่าน ผู้ที่วางใจในพระองค์ก็เป็นสุขสมประสงค์ทุกประการ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เขต 2 ได้มอบหมายให้วัดของเราไปเยี่ยมและช่วยเหลือศูนย์มาร์ติน ที่วัดแม่พระมหาการุณย์ ปากเกร็ด ในวันอาทิตย์นี้ ผู้ใดต้องการสนับสนุนด้านวัตถุปัจจัยเงินหรือข้าวสารอาหารแห้ง บริจาคได้ที่กล่องกลางวัดหรือที่บ้านพักพระสงฆ์ ทีมงานจัดกิจกรรมจะไปถึงศูนย์เวลา 13.00 น. ผู้ใดต้องการไปร่วมกิจกรรมขอเชิญไปร่วมได้ครับ
  2. วันอาทิตย์นี้หลังมิสซา เวลา 10.30 น. ขอเชิญเด็กๆและเยาวชนผู้ที่เคยช่วยมิสซา และปรารถนาที่จะช่วยมิสซารวมกันที่ศาลาเรือนไทยข้างบ้านพักพระสงฆ์ เพื่ออบรมและฝึกซ้อมการช่วยมิสซาอย่างถูกต้อง
  3. วันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. 2010 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ใดจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาปขอให้กรอรข้อมูลล่างหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. วันจันทร์ที่ 26-วันอังคารที่ 27 จัดให้มีสัมมนาทำแผนประกาศข่าวดี ขอคำภาวนาจากพี่น้องและของดมิสซาในวันดังกล่าวนี้ด้วย

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.