บอกเล่าให้ฟัง
ชุมชนวัดเป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ซึ่งเป็นของพวกเราทุกๆคนที่ย้ายมาอยู่ เกิด และรับศีลล้างบาปที่นี่ จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกๆคนที่ต้องช่วยกันพัฒนาเป็นต้นเรื่องของความเชื่อศรัทธา เรื่องวัตถุภายนอกเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันดูแลรักษาเป็นหูเป็นตาอะไรเสียหายก็ต้องซ่อมแซมกันไป พวกเราอย่าไปพึ่งพิงอิงความเชื่อศรัทธาของเรากับบุคคลและวัตถุสิ่งของภายนอก เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้มันจะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา บุคคลก็จะล้มหายตายจากโยกกันไปย้ายกันมาตามวาระของการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปใดๆในโลกล้วนอนิจจัง เราต้องพึ่งพิงอิงความเชื่อศรัทธาของเราไว้กับพระเป็นเจ้าเท่านั้นเพราะพระองค์เป็นนิรันดร์
ความเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นเกราะคุ้มภัยที่สำคัญที่สุด ที่จะคุ้มครองเราจากศัตรู และภัยร้ายทั้งมวล และจะเป็นเครื่องมือพัฒนาชุมชนความเชื่อแห่งนี้ให้วัฒนาสืบไป จนบรรลุเป้าหมายนั่นก็คือ พระอาณาจักรของพระเป็นเจ้าปรากฏเป็นจริงในเขตวัดของเรา ดังนั้นพ่อจึงต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องทุกๆคนด้วย
จากคุณพ่อเจ้าวัด
บทบัญญัติแห่งความรัก
บทบัญญัติแห่งความรักถือเป็นบทบัญญัติเอกของพระศาสนจักรซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงมอบให้เป็นหลักการดำเนินชีวิตของเราทั้งหลาย “พระบิดาของเราได้ทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด ถ้าท่านทั้งหลายปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ท่านทั้งหลายก็ดำรงอยู่ในความรักของเรา” ( ยน. 15:9-10 ) พระเยซูคริสตเจ้าเป็นอาจารย์ที่ไม่สอนเราด้วยคำพูดเท่านั้น แต่พระองค์สอนเราด้วยชีวิตของพระองค์เอง “ท่านทั้งหลายจงรักกันและกันเหมือนดังที่เรารักท่าน” ( ยน. 15:12 ) ความรักต้องมีกิจการจึงเป็นความรักที่แท้จริง เราอย่ารักกันแต่ปากแต่ต้องแสดงออกด้วยกิจการ ปัญหาใหญ่ของสังคมวันนี้คือโรคขาดความรัก สามีภรรยาบอกว่ารักกัน แต่สามีไม่เคยแสดงกิจการให้ภรรยาได้เห็นภรรยาก็ทำเช่นเดียวกัน พ่อแม่บอกว่ารักลูกพยายามทำงานเหนื่อยยากหาเงินทองมาให้ลูกได้ใช้ได้เรียนหนังสือ แต่ถามว่ามีเวลาให้ลูกบ้างไหม เคยถามลูกหรือไม่ว่าต้องการอะไร เราเลี้ยงลูกด้วยเงินทองแต่เงินทองไม่เคยนำความอิ่มใจมาให้ใครได้เลย ความรักความเข้าใจต่างหากนำความอิ่มใจมาให้ได้
กิจการภายนอกใครว่าไม่สำคัญ เช่น การสัมผัส การชมเชย การสบตา สิ่งต่างๆเหล่านี้ถ้าทำด้วยความจริงใจล้วนสำคัญยิ่ง เพราะมันทำให้คนรอบข้างสัมผัสและรู้สึกได้ถึงความรักและความจริงใจที่เราต้องการมอบให้แก่เขา พระเยซูคริสตเจ้าทรงสบตาท่านนักบุญเปโตรทำให้ท่านสำนึกผิดที่ได้ปฏิเสธพระองค์ถึง 3 ครั้ง ท่านนักบุญยากอบได้สอนอย่างเป็นรูปธรรมว่า “ถ้ามีผู้หิวโหยมาขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านจะกล่าวกับเขาหรือว่าจงไปเป็นสุขอยู่ในศีลในพรของพระเป็นเจ้าเถิด หรือท่านจะให้อาหารเขารับประทานสักจานหนึ่ง” กิจการแบบไหนจึงเรียกว่าเป็นกิจการแห่งความรัก ความรักที่ไม่มีกิจการก็เป็นความรักที่หลอกลวง
พระเยซูคริสตเจ้าทรงรักเราถึงขนาดยอมตายบนไม้กางเขนเพื่อไถ่เราให้พ้นบาปทั้งมวลได้รับความรอดพ้น นี่เป็นกิจการแห่งความรักที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด “ไม่มีความรักใดที่ยิ่งใหญ่กว่าการที่คนๆหนึ่งจะสละชีวิตเพื่อเพื่อนของตน” ( ยน. 15:13 ) แต่พระเยซูคริสตเจ้ายอมตายแทนคนบาปคนที่ทำร้ายหักหลังพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้าทรงวางแบบฉบับไว้เพื่อให้พวกเราปฏิบัติตามอย่างพระองค์ ขอพระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้รู้จักรักและไม่ใช่รักกันแต่ปากแต่จะรักกันด้วยกิจการและตามความเป็นจริง
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- เข้าเงียบพระสงฆ์เขต 2 วันจันทร์ที่ 25 – วันพุธที่ 27 พค. 2009 บ้านหาดหฤทัย หัวหิน ของดมิสซาวันดังกล่างด้วย
- ทางวัดของเราจะไปเยี่ยมผู้ต้องขังที่เรือนจำกลาง จังหวัดปทุมธานี วันจันทร์ที่ 18 พ.ค. 2009
- วันที่ 14 มิย. 2009 เป็นวันสมโภชพระวรกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสตเจ้า ขอเชิญชวนเด็กหญิงมาช่วยโปรยดอกไม้สมัครลงชื่อได้ที่ที่จำหน่ายศาสนภัณฑ์
- วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าได้สภาอภิบาลชุดใหม่แล้ว ขอขอบคุณคุณพ่อ ไพโรจน์ เกตุรัตน์ที่ได้ดำเนินการเลือกตั้งและสรรหาแต่งตั้งจนสำเร็จ
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต