บอกเล่าให้ฟัง
เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว พ่อหายหน้าไปไม่ได้กลับมาทำหน้าที่ผู้เลี้ยงแกะที่ดีสมดังตั้งใจ เพราะพ่อป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสฯที่ 16 ตอนบ่ายรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว พ่อเริ่มทานยาลดไข้ทุก 4 ชั่วโมงทานยาลดไข้ไปประมาณ 10 เม็ด เมื่อเห็นว่าทานยาลดไข้ 2 เม็ดทุก 4 ชั่วโมงแล้วไข้ไม่ลดพ่อจึงขับรถมาโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ครั้งแรกวัดไข้ได้ 38.5 องศาเซลเซียส พอมาถึงห้องพักคนไข้เพื่อพักและรอผลตรวจน้ำมูกวัดไข้อีกครั้งได้ 39 องศาเซลเซียส และ 39.5 …ต่อจากนี้พยาบาลก็ไม่ได้วัดอีกเพราะพ่อเริ่มหนาวจับจิต คาดว่าอุณหภูมิคงอยู่ประมาณ 39.5 – 40 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นแพทย์ก็มาบอกผลว่าตรวจน้ำมูกแล้วเป็น A POSITIVE แพทย์บอกพ่อว่าไม่ต้องส่งพิสูจน์ว่าเป็นสายพันธุ์อะไรเพราะการรักษาเหมือนกันทุกชนิดทุกสายพันธุ์ การส่งตรวจยังผลทำให้เกิดความกังวลและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 3,000 – 4,000 บาท แพทย์จึงสั่งยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ และที่ขาดไม่ได้คือยาต้านไวรัส TAMIFLU เพียงแค่ 2 – 3 วันอาการก็ดีขึ้นทันที
พี่น้องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังระบาดอยู่พี่น้องต้องระวังตัวมาก ๆ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเชื้อไวรัสมันมีอยู่ทั่วไปในอากาศ เราอ่อนแอเมื่อไรมันจะเล่นงานเราเมื่อนั้น ถ้าพี่น้องมีอาการเป็นไข้กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดอย่าทิ้งไว้นานต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และถ้ามีอาการไอ จาม เราอย่าอายที่จะสวมหน้ากากอนามัย เพราะสารคัดหลั่งอาทิ น้ำลาย น้ำมูก เป็นพาหะนำเชื้อที่ดีที่สุด ในที่ ๆ อากาศไม่ถ่ายเทพี่น้องต้องระวังมาก ๆ อาทิ ห้องแอร์ ห้องประชุมใหญ่ ๆ ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก โชคดีที่วัดเราเป็น OPEN แอร์จึงมีปัญหาน้อย
พี่น้องที่พ่อนำเรื่องการป่วยของพ่อมาเล่าให้พี่น้องฟัง พ่อไม่มีความประสงค์ที่จะทำให้พี่น้องตื่นกลัวหรือกังวลแต่อย่างใด แต่ต้องการให้พี่น้องตระหนักในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ล้างมืออย่างถูกต้อง สวมหน้ากากอนามัย ระวังอวัยวะที่เป็นทางเข้าของเชื้อไวรัสง่าย ๆ คือ ปาก จมูก ตา อันที่จริงถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เรื่องนี้ก็ไม่น่ากลัวอะไรเพราะอาการจะทุเลาเร็วมากภายใน 2 – 3 วันก็จะดีขึ้น เมื่อครบ 7 วันนับจากวันที่เราป่วยก็จะพ้นระยะการแพร่เชื้อ และผู้ป่วยที่หายแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วย แต่การรักษาสุขอนามัยและสุขภาพให้ดี ๆ แข็งแรง ๆ ไม่ให้ป่วยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงเรา
พระเยซูคริสตเจ้าทรงเลี้ยงคนห้าพันคนไม่นับผู้หญิงและเด็ก ๆ ด้วยขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว “เด็กคนหนึ่งที่นี่มีขนมปังบาร์เลย์ห้าก้อนกับปลาสองตัว ขนมปังเพียงเท่านี้จะพออะไรสำหรับคนจำนวนมากเช่นนี้” ( ยน .6: 9 ) พระองค์ทรงขอบคุณพระเป็นเจ้าและสั่งให้แจกขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวแก่ประชาชน หลังจากทานอิ่มแล้วยังเก็บเศษที่เหลือได้อีกสิบสองกระบุง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ทำให้พ่อคิดถึงต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นเลือดสายหลักของประเทศไทย นักเดินป่าเข้าไปสำรวจต้นน้ำพบว่าเกิดจากป่ากล้วย ที่รากของต้นกล้วยในป่าแห่งนั้นมีน้ำหยดเล็ก ๆ หยดลงมามากมาย จนกลายเป็นสายน้ำเล็ก ๆ ไหลรวมตัวกันกลายเป็นสายน้ำใหญ่คือ ปิง วัง ยม น่าน แม่น้ำสี่สายไหลมาบรรจบกันที่ปากน้ำโพ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงคนเกือบทั้งประเทศ
กิจการดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำล้วนมีความหมาย ทำให้สังคมน่าอยู่ และมีสันติสุข เหมือนดังน้ำหยดเล็ก ๆ รวมกันเป็นฝนห่าใหญ่ตกลงหลั่งรดพื้นดินให้ชุ่มฉ่ำเย็น พระเป็นเจ้าต้องการให้เราแต่ละคนเป็นเครื่องมือของพระองค์ที่จะนำความรัก ความเมตตา และสันติสุขไปสู่มนุษยชาติ
พระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงเราเสมอ พระองค์ทรงสร้างทรัพยากรธรรมชาติ พอเพียงสำหรับมนุษย์ทุกคนที่จะใช้สอย เพื่อการดำรงชีวิตอยู่บนโลกสวยงามใบนี้ แต่ที่เรารู้สึกว่ามันไม่เพียงพอไม่ใช่พระเป็นเจ้าสร้างทรัพยากรธรรมชาติน้อยเกินไป หรือมีมนุษย์เกิดมาบนโลกใบนี้จนล้นโลกแย่งกันกินแย่งกันใช้ แต่เป็นเพราะมนุษย์เห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกวัน ไม่รู้จักแบ่งปันกันและกัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา เอารัดเอาเปรียบ คนที่มีมากก็มีจนเหลือทิ้ง คนที่ไม่มีก็กำลังจะอดตาย การแก้ปัญหาความยากจน จึงต้องแก้ที่คน ไม่ใช่โทษพระเป็นเจ้า ถ้าคนเรารู้จักรัก เห็นอกเห็นใจคนอื่น และแบ่งปันให้แก่กันและกันด้วยใจกว้าง ความยากจนก็จะสามารถแก้ไขได้ ขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัวพระเป็นเจ้าทรงเลี้ยงคนได้หลายพันคน แล้วทำไมทรัพยากรธรรมชาติมากมายในโลก พระองค์จะเลี้ยงมนุษยชาติไม่ได้ ถ้ามนุษย์ร่วมมือกับพระองค์ ที่จะใช้อย่างดีอย่างถูกต้องไม่ทำลายล้างผลาญ
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อสมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2009 ขอเลื่อนมิสซาไปเป็นเวลา 17.00 น. เพราะพระสงฆ์ทุกองค์ต้องไปแสดงความนบนอบต่อพระอัครสังฆราชใหม่
- ประชุมสภาอภิบาลหลังมิสวาวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2009 นี้ เวลา 10.30 น.
- วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2009 เป็นวันผู้สูงอายุของวัดเรา ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์และกิจกรรมเล็กน้อย
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต