ฉบับที่ 13043 วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2013 เทศกาลธรรมดา เดือนแม่พระลูกประคำ

บอกเล่าให้ฟัง

เมื่อกล่าวถึงความเจ็บไข้ได้ป่วย คงไม่มีใครอยากจะพบเจอ แต่ในความเป็นจริงก็ไม่มีใครหลีกพ้นความเจ็บป่วย ความเสื่อมโทรมของร่างกายและจิตใจไปได้ เพราะมนุษย์ใช้ร่างกาย จิตใจ และความคิดในการทำงานและประกอบกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นร่างกาย จิตใจ ความคิด จึงต้องเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เพื่อรอการฟื้นฟูขึ้นใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้อย่างทนุถนอมแค่ไหน ความเจ็บไข้ได้ป่วยจึงเป็นดั่งเงาที่ติดตามตัวเราอยู่ตลอดเวลาจนเป็นสัจธรรมอย่างหนึ่งของชีวิต มนุษย์ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย 2-3 สัปดาท์ ที่ผ่านมา พี่น้องคงทราบทั่วกันแล้วว่า พ่อล้มศีรษะฟาดพื้นระหว่างทำมิสซา จึงเป็นเหตุทำให้พ่อต้องนอนโรงพยาบาลนานเกือบเดือน ในความเจ็บไข้ได้ป่วยครั้งนี้ทำให้พ่อได้มีโอกาสรำพึง และเข้าใจความจริงหลายอย่าง เป็นต้น “พระพรในยามเจ็บป่วย” ซึ่งก่อนหน้านี้ขณะที่พ่อทำงานที่โรงพยาบาล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่จะอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่หมดทางรักษา แต่มาวันนี้พ่อได้เข้าใจ “พระพรในยามเจ็บป่วย” มากขึ้น จึงขอนำมาแบ่งปันให้พี่น้องดังนี้

– ความเจ็บป่วยทำให้เราเข้าใจความจำกัดของตนเอง เพราะหลายๆครั้งเราคิดว่าเราแข็งแรง เราเก่ง เราแน่อยู่คนเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วเราเป็นคนธรรมดาสามัญที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้าและผู้อื่น เราจึงต้องวางใจในพระเจ้าและวางใจผู้อื่นที่อยู่รอบข้างเรา
– ความเจ็บป่วยทำให้เราเข้าใจสัจธรรมของชีวิต ทุกสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง มนุษย์ทุกคนต้องประสบกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ดังนั้นในยามเจ็บป่วยจึงเป็นเวลาแห่งพระพรที่ทำให้เราสามารถเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอในการเผชิญกับความจริงที่อาจจะเกิดขึ้นเหนือความคาดหมาย อาทิ ความตาย ดังนั้นในช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วย เป็นต้นผู้ป่วยที่หมดทางรักษา จึงต้องถือว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นั้นเป็นเวลาแห่งพระพรที่ทำให้เราเตรียมตัวไปพบกับองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี
– ความเจ็บป่วยทำให้เราสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางเรา เวลาที่พ่ออยู่โรงพยาบาล พ่อคิดว่างานต่างๆที่พ่อเคยทำอยู่ต้องชะงักงัน แต่ความจริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินไปตามครรลองของมันอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าอาจจะแตกต่างจากที่พ่อทำก็ตาม นั่นแสดงว่าพระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังและค้ำจุนทุกสิ่งให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ แม้เราตายไปแต่โลกก็ยังหมุนอยู่ถ้าพระเจ้าทรงประสงค์เช่นนั้น
– ความเจ็บป่วยทำให้เราได้ซาบซึ้งถึงความรัก ความเมตตา ความห่วงใยของผู้คนที่อยู่รอบข้าง ในระหว่างที่พ่อนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อได้รับทราบถึงน้ำใจดีของผู้คนมากมายที่มาช่วยเหลือในงานด้านต่างๆ ได้สัมผัสถึงความรัก ความเมตตา ความห่วงใย ของผู้คนเป็นจำนวนมากที่ไปเยี่ยม และไม่ได้ไปเยี่ยมจากวัดของเราและวัดอื่นๆ รวมทั้งความรัก ความห่วงใย ผ่านทางสังคมออนไลน์ นี่ก็เป็นพระพรอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจในความดีมีน้ำใจของผู้อื่นมากขึ้น พ่อจึงถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกๆความรัก ความเมตตา และความห่วงใยของทุกท่านจากคุณพ่อเจ้าวัด

ความจองหอง ศัตรูตัวร้ายฝ่ายวิญญาณ

มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ต้องดำเนินชีวิตแสวงหาความชอบธรรม พระเยซูคริสตเจ้าทรงกำชับเราทุกคนว่า “ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด” (มธ.5:48) การเป็นผู้ชอบธรรมจึงถือว่าเป็นกระแสเรียกของเราทุกคน ผู้ชอบธรรม คือบุคคลที่ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า พยายามที่จะเป็นเหมือนพระเจ้ามากที่สุด ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่สูงส่งอย่างแท้จริง ประกอบด้วยความจริงใจ ความซื่อตรง ความประพฤติที่ถูกต้อง ความศักดิ์สิทธิ์ และความครบครัน พระวาจาของพระเจ้าจากพระวรสารนักบุญลูกาในอาทิตย์นี้ พระเยซูคริสตเจ้าทรงประณามชาวฟาริสีคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติตามพระธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน “ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ที่ข้าพเจ้าไม่เป็นเหมือนมนุษย์คนอื่น ที่เป็นขโมย อยุติธรรม ล่วงประเวณี หรือเหมือนคนเก็บภาษีคนนี้ ข้าพเจ้าจำศีลอดอาหารสัปดาห์ละสองวัน และถวายหนึ่งในสิบของรายได้ทั้งหมดของข้าพเจ้า” (ลก.18:11-12) ที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงประณามเขาเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะเขาปฏิบัติตามพระธรรมบัญญัติ แต่เป็นเพราะเขาเป็นคนหน้าซื่อใจคด หลงตัวเอง และดูหมิ่นผู้อื่น พระเยซูคริสตเจ้าตรัสเล่าเรื่องอุปมานี้ให้บางคนที่ภูมิใจว่าตนเป็นผู้ชอบธรรม และดูหมิ่นผู้อื่น (ลก.18:9) การเป็นผู้ชอบธรรมที่แท้จริงจึงไม่ใช่การปฏิบัติสิ่งที่ดีเพียงภายนอก แต่ต้องเป็นการปฏิบัติที่ออกมาจากความจริงใจของเรา จากประสบการณ์ในชีวิตจริงเราพบว่า หลายๆคนประพฤติตนเยี่ยงชาวฟาริสีคนนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาจองหอง ภูมิใจในตนเอง จึงแสดงพฤติกรรมที่ดีเพียงภายนอกเพื่อให้ผู้อื่นยกย่องชมเชยแต่พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ออกมาจากน้ำใสใจจริง จึงเป็นกิจการที่ไม่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งถึงก้นบึ้งแห่งใจเรา

ความจองหองเป็นศัตรูร้ายฝ่ายวิญญาณของเรา เพราะมันทำให้เราไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งในบทเพลงสรรเสริญของพระนางมารีย์ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า “พระองค์ทรงยกพระกรแสดงพระอานุภาพ ทรงขับไล่ผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจัดกระจายไป ทรงคว่ำผู้ทรงอำนาจจากบัลลังก์ และทรงยกย่องผู้ต่ำต้อยให้สูงขึ้น” (ลก.1:51-52) ตรงกันข้ามความสุภาพถ่อมตนจะทำให้เราเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า แม้ว่าในการดำเนินชีวิตเราอาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง เช่นเดียวกับคนเก็บภาษีที่พระคัมภีร์กล่าวถึง ซึ่งสังคมประณามว่าเขาเป็นคนบาป เป็นคนขี้โกง แต่เมื่อเขามาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้าเขาสำนึกถึงความต่ำต้อยแห่งตนด้วยใจที่ตรอมตรม ส่วนคนเก็บภาษียืนอยู่ห่างออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ได้แต่ข้อนอก พูดว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงพระกรุณาต่อข้าพเจ้าคนบาปด้วยเถิด” (ลก.18:13) คำภาวนาของเขาและตัวเขาจึงเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ดังที่พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “คนเก็บภาษีกลับไปบ้าน ได้รับความชอบธรรม แต่ชาวฟาริสีไม่ได้รับ เพราะผู้ใดยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” (ลก.18:14)

ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังในวันนี้เตือนใจเราให้มีความสุภาพถ่อมตนอยู่เสมอ เพราะความสุภาพถ่อมตนจะเป็นมูลเหตุที่สำคัญที่ทำให้เราได้รับพระเมตตาจากพระเจ้า ทำให้คำภาวนาของเรามีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์ และทำให้เราเป็นผู้ชอบธรรมอย่างแท้จริง

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญขลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันพฤหัสที่ 31 พฤศจิกายน 2013 เชิญร่วมสวดสายประคำปิดเดือนแม่พระที่บ้านพักพระสงฆ์ เริ่มด้วยมิสซา เวลา 18.00 น.
  2. วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด และวันระลึกถึงผู้ล่วงลับเป็นพิเศษ ขอเชิญผู้สูงอายุและพี่น้องทุกท่านมาร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาอุทิศแด่ผู้ล่วงลับและฟังแก้บาป
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2013 ขอเชิญสภาภิบาลประชุมโดยพร้อมเพรียง
  4. ขอจิตอาสาเด็กเล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมต้นเดือนตุลาคม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์มีประชุมเยาวชน ที่ห้องประชุมของวัด ขอให้เยาวชนเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง
  6. วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  7. วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2013 จะมีงานปิดปีแห่งความเชื่อ ณ วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา ผู้ที่ปรารถนาจะไปกับทางวัด ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด และใส่เสื้อสีโอรส ซึ่งมีจำหน่ายที่หน้าวัด ในราคา 180 บาท
  8. วันนี้มีตั้งตู้ทานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศฟิลิปปินส์ ขอเชิญพี่น้องร่วมบริจาคเพื่อการนี้

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 27-10-2013

Tags: , , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.