บอกเล่าให้ฟัง
ปีใหม่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน เผลอหน่อยเดียววันเวลากลับผ่านไปจนจะสิ้นปีอีกครั้งแล้ว ช่วงนี้หลายคนคงยุ่งกับงานการสารพัด เพื่อเร่งให้เสร็จทันก่อนปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และหลายคนอาจจะเริ่มผ่อน ๆ การงานต่าง ๆ ลง ด้วยเหตุผลว่า ไม่เป็นไรมีอะไรค่อยว่ากันใหม่ในปีหน้า ห้างร้านและศูนย์แสดงสินค้าต่างจัดงานเพื่อเตรียมรับเทศกาลแห่งความสุขกันถ้วนหน้า เพื่อให้เราเลือกไปชมและไปจับ จ่ายซื้อสินค้ากัน แน่นอนว่าแต่ละงานผู้จัดจะเตรียมอะไรพิเศษสำหรับลูกค้า ทั้งลด แลก แจก แถม ช่างดึงดูดใจเราจริงๆ
สำหรับเราคริสตชน ตอนปลายปีเราก็มีงานสำคัญของเราที่ไม่เหมือนงานไหนเลย เรื่องราวในงานเป็นเรื่องเดิม ๆ เล่าซ้ำต่อมาเป็นพัน ๆ ปี ไม่มีแคมเปญเร้าใจ ไม่มีพริตตี้ ไม่มีโปรโมชั่นพิเศษ ไม่มีของลดของแถม แต่เรายังต้องออกจากบ้านค่ำ ๆ มืด ๆ และฝืนความง่วงนอนอยู่จนดึกจนดื่น งานของเรานั้นเรียบง่าย แต่เราก็มีความยินดีที่จะมาร่วมงานอย่างใจจดใจจ่อ อย่างไรก็ตามเราควรทำเครื่องหมายบนปฏิทินไว้เตือนใจเราแต่เนิ่น ๆ ว่าเราจะมาร่วมงานนี้ให้ได้ ไม่ใช่เมื่อถึงวันงานแล้วก็มาตามความเคยชินเดิม ๆ เก่า ๆ ของเรา ความรักของพระเจ้านั้นสดใหม่เสมอ เมื่อเราเปิดใจให้พระเจ้านำทาง โลกนั้นมีความหวังกว่าเดิม เรารักพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน เราเปลี่ยนไปบ่อย ๆ แต่พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนความรักที่มีต่อเราเลย เตรียมรอคอยงานพิเศษนี้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพื่อว่าเมื่อถึงวันพระคริสตสมภพ และเราได้มาหาพระองค์แล้ว เราจะกลับบ้านและนอนหลับด้วยความสุข.
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ความเชื่อและความวางใจในพระเจ้า
เรามีบทภาวนาที่ปรับปรุงภาษาให้เหมาะกับยุคสมัยและถูกต้องยิ่งขึ้นฉบับใหม่มาได้เกือบ 4 ปีแล้ว หนึ่งในบทภาวนาเหล่านั้นที่สั้น ไพเราะ งดงาม และทรงพลัง คือ “ บทแสดงความเชื่อ” มีคำอยู่ 40 คำ ถ้ารวมคำที่ต้องอ่านควบกันเพื่อให้เข้าใจความหมาย ก็จะเหลือน้อยลงเพียง 24 คำ เช่น ข้าพเจ้า ความจริง หรือความเชื่อ เป็น 24 คำสั้น ๆ แต่มีความหมายและเป็นหัวใจที่สำคัญยิ่งของการเป็นคริสตชนของเรา
เราต้องมีความเชื่อแต่ไม่ใช่ความเชื่อที่ไร้เหตุผล เราบอกกับผู้อื่นเช่นนี้ได้ เพราะพระเจ้าทรงไขแสดงให้เราได้พบหนทางของพระองค์ในพระคัมภีร์อย่างมากมาย พระองค์ทรงรักเราและทรงเข้าใจข้อจำกัดของเราที่เป็นมนุษย์ พระองค์จึงทรงมอบประจักษ์พยานที่มองเห็นได้ เพื่อเพิ่มพูนความเชื่อของเราในอัศจรรย์ต่าง ๆ มาตลอดทุกยุคทุกสมัย และมากเป็นพิเศษในสมัยของเรานี้ด้วย แต่เราจะรอรับจากพระองค์อย่างเดียวไม่ได้ หากเราเองก็ต้องร่วมมือร่วมใจกับพระองค์ โดยพยายามอ่านพระคัมภีร์ให้มากขึ้น และทำความเข้าใจบริบทและช่วงเวลาในแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในยุคสมัยและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรามาก ในพระคัมภีร์ภาคพันธะสัญญาเก่าที่เราได้ฟังกันในวันนี้ เราได้ฟังเรื่องราวการทำสงครามระหว่างเผ่า พลอยทำให้หลายคนคิดไปว่าทำไมพระเจ้าจึงโหดร้าย ไม่ยุติธรรมและเลือกข้าง สมัยเมื่อสามพันกว่าปีนั้นในยุคของโมเสสผู้คนต่างต่อสู้กันเพื่อเอาตัวรอด เพื่อรักษาแหล่งอาหารและดินแดนของตนเองเสมอ โดยเฉพาะดินแดนซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นทะเลทราย พระเจ้าทรงช่วยชาวอิสราเอลต่อสู้ชนอามาเลข ไม่ใช่โดยให้พวกเขาฆ่าผู้อื่นได้มากกว่า แต่ทรงช่วยพวกเขาเพราะพวกเขาเชื่อมั่นวางใจและปฏิบัติตามหนทางของพระองค์
และด้วยพระคัมภีร์นั้นเขียนโดยถ้อยคำของมนุษย์จากการดลใจของพระเจ้า เราจึงต้องไม่อ่านเฉพาะบทใดบทหนึ่งโดด ๆ แต่ต้องอ่านเหตุการณ์ก่อนและหลังของเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย เราจึงจะได้เห็นความยุติธรรมของพระเจ้าในยุคสมัยและห้วงเวลาที่ต่างออกไป ใช่เพียงการช่วยเหลือของพระองค์ในยามที่พวกเขามีความเชื่อ ในยามที่ชาวอิสราเอลละทิ้งความเชื่อ และความวางใจในหนทางอันดีงามของพระองค์ พวกเขาต้องพ่ายแพ้ ตาย และตกเป็นทาส สูญสิ้นความเป็นชาติเช่นกัน
ในทุกวันนี้รูปแบบของสงครามนั้นเปลี่ยนไป เราแต่ละคนต้องต่อสู้กับสงครามเช่นเดียวกัน เป็นสงครามชีวิตของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป และเราต่างล้วนปรารถนาเป็นผู้ชนะ หากแต่เราจะเลือกที่จะเอาชนะตามหนทางของเราเอง หรือด้วยความเชื่อมั่นที่จะเอาชนะโดยการยอมเป็นผู้แพ้ นอบน้อม และวางใจในหนทางของพระเยซูเจ้า นักบุญลูกาเล่าเรื่องผู้พิพากษาผู้แข็งขืน เขาไม่ยำเกรงพระเจ้า และไม่เกรงกลัวมนุษย์ กระนั้น ก็ยังต้องพ่ายแพ้และทนต่อการรบเร้าขอความยุติธรรมของหญิงม่ายไม่ได้
พระเจ้าทรงรักเราและพระทัยดีเหนือผู้พิพากษาอธรรมมากมาย “แล้วพระเจ้าจะไม่ประทานความยุติธรรมแก่ผู้เลือกสรรที่ร้องหาพระองค์ทั้งวันทั้งคืนดอกหรือ พระองค์จะไม่ทรงช่วยเขาทันทีหรือ” (ลก.18:7) พระองค์ย่อมทรงช่วยเหลือเราอย่างแน่นอน หากแต่เราต้องหมั่นอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอ โดยไม่ท้อถอยด้วยความเชื่อและความวางใจ และรอคอยความยุติธรรมของพระองค์ ดังเช่นตัวอย่างในพระคัมภีร์ไม่ใช่ตามใจของเราเอง.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตกแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
- เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด วันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. 2013 หลังมิสซามีแห่แม่พระ
- ขอจิตอาสาเด็กและผู้ใหญ่เล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมแล้วทุกวันอาทิตย์ หลังมิสซาที่ศาลาเรือนไทย ผู้สมัครเพิ่มเติม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 27 ต.ค. 2013 ขอเชิญเยาวชนประชุมกันที่ห้องประชุมของวัด และเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มเยาวชนสมัครเข้ากลุ่มเยาวชนได้ในเวลานี้ด้วย
- วันเสาร์ที่ 2 พ.ย. 2013 เป็นวันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนาร่วมกันและร่วมมิสซาเวลา 10.30 น. ก่อนมิสซามีสวดภาวนาร่วมกันและฟังแก้บาป
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 2013 ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพียง หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็กหลังมิสซา ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
- งานฉลองปิดปีแห่งความเชื่อของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 23 พ.ย. 2013 เวลา 10.00 น. ณ วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู เป็นประธานฯ ผู้ที่ปรารถนาจะไปกับทางวัด ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เพื่อวัดจะจัดรถให้ (ใส่เสื้อสีโอโรสหรือเสื้อที่มีสัญลักษณ์ปีแห่งความเชื่อ เขต หรือ องค์กรต่างๆ)
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 20-10-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เดือนแม่พระลูกประคำ วันแพร่ธรรมสากล