ฉบับที่ 13031 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

นับว่าเป็นมิติใหม่ของพระศาสนจักรคาทอลิก ที่ได้พระสันตะปาปาฟรังซิสมาปกครองพระศาสนจักร หลังจากพระองค์ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์ได้แสดงถึงจุดยืนของพระศาสนจักรอย่างชัดเจน ด้วยแบบอย่างชีวิตที่เรียบง่ายถือความยากจนอย่างเคร่งครัดของพระองค์เอง พ่อไม่ทราบว่าพวกเราได้ติดตามบทเทศน์ข้อคิดของพระองค์มากน้อยแค่ไหน ถ้าใครไม่ได้สนใจไม่ค่อยได้ติดตามพ่อเสนอว่าให้ลองดูครับ เราจะเห็นมิติใหม่ของพระศาสนจักรอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นในบทความนี้พ่อจึงปรารถนาที่จะเล่าบทเทศน์ข้อคิดของพระองค์ เท่าที่พ่อจำได้ให้พวกเราฟังแต่ต้องบอกกับพี่น้องก่อนว่า เป็นแนวความคิดนะครับไม่ได้ไปอ้างอิงหรือลอกมาโดยตรง

พระสันตะปาปาฟรังซิสหลังจากได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง พระองค์ได้ให้ข้อคิดบทเทศน์ไว้ในหลายๆโอกาส สิ่งที่พระองค์ตรัสล้วนน่าสนใจและเป็นที่จับตามองของผู้คนมากมายในโลก อาทิ ถ้าพระศาสนจักรเฉลิมฉลองบูชาขอบพระคุณ และศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเพื่อตนเอง หรือพระศาสนจักรดำรงอยู่บนโลกใบนี้เพื่อตนเอง พระศาสนจักรก็เป็นพระศาสนจักรที่ตายแล้ว แต่ถ้าพระศาสนจักรทำเพื่อมนุษยชาติทำเพื่อผู้อื่น พระศาสนจักรก็เป็นพระศาสนจักรที่มีชีวิตและสามารถช่วยให้ผู้อื่นมีชีวิต พระองค์ได้พิจารณาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกและพระองค์ตรัสว่า วิกฤตการณ์ของโลกแท้ที่จริงแล้วเป็นวิกฤตการณ์ของมนุษย์ในตัวเอง เพราะมนุษย์เห็นแก่ตัวแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนขาดความรัก ความเมตตา และการแบ่งปันให้กับผู้อื่นสถานการณ์ของโลกจึงเป็นเช่นนี้ พระองค์ปรารถนาให้พระศาสนจักรเปิดตัวสู่ชาวโลก ไม่เก็บตัวเป็นเต่าอยู่ในที่กระดองปลอดภัยไม่ยุ่งกับใคร ลูกต้องออกไปสู่โลกอย่าพอใจกับความสุขสบาย ความคุ้นเคยในพระศาสนจักรและอย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงใหม่ แม้ว่าเมื่อออกไปแล้วเราอาจจะประสบอุบัติเหตุสัก 1,000 ครั้งก็ยังดีกว่าอยู่ในพระศาสนจักรที่ป่วยอยู่แบบนี้ พระองค์เคยเทศน์เรื่องอุปมาแกะ 100 ตัว และมีแกะตัวหนึ่งหลงหายไป แล้วผู้เลี้ยงแกะที่ดีได้ออกไปตามหาจนพบแบกมันกลับบ้านด้วยความยินดี ในสมัยของพระเยซูคริสตเจ้ามีแกะตัวหนึ่งหลงหายไปผู้เลี้ยงแกะละแกะ 99 ตัวไว้แล้วไปตามหาแกะตัวที่หลงหายจนพบในปัจจุบันความเจริญทางด้านวัตถุความเสื่อมลงทางด้านศีลธรรมและศาสนา ทำให้ผู้เลี้ยงแกะต้องละแกะ1 ตัวไว้และออกไปตามหาแกะที่หลงหายไป 99 ตัว เพราะฉะนั้นผู้เลี้ยงแกะที่ดีต้องไม่พึงพอใจกับแกะที่เหลืออยู่ตัวนั้น เพียงเพราะดูแลง่าย แต่ต้องมีสายตากว้างไกลมองไปข้างนอกแล้วท่านจะพบว่ามีแกะอีกมากมายที่ไม่ได้อยู่ในฝูง แกะเหล่านั้นกำลังหลงทางและต้องการความช่วยเหลือ

เพียงไม่นานที่พระสันตะปาปาฟรังซิสได้ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสันตะปาปา พระองค์ได้สะท้อนให้เห็นตัวตนหลายๆด้านของพระศาสนจักร ที่ต้องการการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน สิ่งที่พระสันตะปาปาทรงตรัสเตือนทรงกระทำให้เป็นแบบอย่าง พ่อถือว่าเป็นการทำงานของพระจิตเจ้าในพระศาสนจักร และเป็นเสียงเตือนของพระองค์ พ่อไม่ทราบว่าพี่น้องคิดอย่างไร แต่สำหรับพ่อแล้วพ่อคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องมีความกล้าหาญ ที่จะกลับมาไตร่ตรองบทบาทหน้าที่ของเราในพระศาสนจักร ในฐานะฆราวาส พระสงฆ์ ฯลฯ และกลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เฉลียวฉลาดทางโลกแต่โง่เขลาเบาปัญญาทางธรรม

“เฉลียวฉลาดทางโลกแต่โง่เขลาเบาปัญญาทางธรรม” ปรากฏการณ์เช่นนี้เราพบอยู่มากมายในหมู่มวลผู้คนที่ดำเนินชีวิตอยู่รอบข้างเรา เพราะพวกเขาคิดว่าชีวิตจะมีคุณค่ามีความหมาย ขึ้นอยู่กับเกียรติยศชื่อเสียงเงินทองซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก พวกเขาจึงมุ่งเน้น“การมีมากกว่าการเป็น”โดยแสวงหาสิ่งต่างๆเหล่านี้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต และสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุขให้แก่ครอบครัว ความจริงการเป็นผู้บริหารจัดการที่ดีมองการไกลพยายามวางแผน เพื่ออนาคตที่ดีมีความสุขของตนเองและครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างใด แต่การที่คนๆหนึ่งให้คุณค่าความสำคัญเพียงด้านเดียว และมีใจหมกมุ่นยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงคุณค่าอื่นๆ ความห่วงหวงในสิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นความโลภ ความเห็นแก่ตัว และก่อให้เกิดการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันในที่สุด

“พระอาจารย์โปรดบอกพี่ชายข้าพเจ้าให้แบ่งมรดกให้ข้าพเจ้าเถิด”(ลก.12:13) เมื่อมีคนมาขอร้องให้พระเยซูคริสตเจ้าทำเช่นนี้ คงไม่ต้องให้นักพระคัมภีร์ตีความหรอกเราคงทราบอยู่แล้วว่า ในครอบครัวนี้ต้องมีปัญหาเรื่องการแบ่งมรดกและผลประโยชน์ต่างๆที่ไม่ลงตัว สาเหตุต้องมาจากความโลภการเอารัดเอาเปรียบกันระหว่างพี่น้อง เมื่อเป็นเช่นนี้คนที่มีความเฉลียวฉลาดจริงน่าจะถามว่า แล้วความสัมพันธ์ที่ดีงามฉันท์พี่น้องเติบโตมาด้วยกัน ใช้เวลาอันยาวนานกว่าจะสร้างขึ้นมาได้หายไปไหน เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในสังคมของเราบ่อยๆ จนมีหลายๆคนพูดกันว่า “เรื่องเงินทองผลประโยชน์ไม่มีพี่น้องไม่มีเพื่อนฝูง” “มีเงินเรียกน้องมีทองเรียกพี่” พ่อแม่พี่น้องฆ่ากันเองเพราะแย่งทรัพย์สมบัติ เพื่อนฝูงมองหน้ากันไม่ติดเพราะผลประโยชน์ขัดกันไม่ลงตัว ฯลฯ นี่ไม่ใช่เพราะความเฉลียวฉลาดทางโลกที่ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้งยอมให้ความโลภครอบงำหรอกหรือ เพราะฉะนั้นเราจงระวังอย่าอย่าให้ความโลภครอบงำใจ จนลืมคุณค่าอื่นๆอีกมากมายที่มีค่ากว่าเกียรติยศชื่อเสียงทรัพย์สินเงินทองในชีวิตของเรา อาทิ ความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่ ลูก และพี่น้อง มิตรภาพที่ดีงามที่เราอุตส่าห์ร่วมกันสร้างมาเป็นเวลายาวนาน

“อนิจจัง อนิจจัง อนิจจัง สารพัดล้วนอนิจจัง ไม่มีเที่ยงแท้ที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้”(ปญจ.1:2) คนที่ฉลาดทางธรรมต้องเห็นและเข้าใจสัจธรรมของสรรพสิ่งประการนี้ เพราะสัจธรรมประการนี้เกิดขึ้นทุกๆวัน มีคนเกิดมีคนตาย มีคนเจริญรุ่งเรืองมีคนล้มละลาย เงินทองไม่สามารถที่จะต่ออายุของเราให้ยาวขึ้นได้ ตายไปแล้วมีเงินมากมายแต่เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ฯลฯ เมื่อเข้าใจและเข้าถึงสัจธรรมแล้วเขาจะทราบว่า ไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้ที่จะสามารถยึดเป็นสรณะที่แท้จริงได้ และสรณะที่แท้จริงมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งเป็นความดีบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นพระเยซูคริสตเจ้าจึงกล่าวกับเศรษฐีคนนั้นที่หวังจะใช้ทรัพย์สมบัติของตนเป็นสรณะ “มีทรัพย์สมบัติมากมาย…..จงพักผ่อน กินดื่มและสนุกสนานเถิด”(ลก.12:19) ว่า “คนโง่เอ๋ย คืนนี้ เขาจะเรียกเอาชีวิตเจ้าไป แล้วสิ่งที่เจ้าเตรียมไว้จะเป็นของใครเล่า”(ลก.12:20) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจสัจธรรม ยึดองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นสรณะเที่ยงแท้ ดำเนินชีวิตท่ามกลางสิ่งที่เป็นอนิจจังโดยมีใจจดจอกับทรัพย์สมบัติแท้จริงในสวรรค์ หมั่นทำคุณงามความดีเสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค. 2013 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ต้องการมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันอาทิตย์ที่ 11 ส.ค. 2013 ทางวัดจัดให้เป็นวันแม่ จะมีการอ่านอาเศียรวาทก่อนเริ่มมิสซา และมอบของที่ระลึกให้ตัวแทนแม่ และ ลูกกลัดดอกมะลิให้กับคุณแม่หลังประกาศจบมิสซาแล้ว ขอเชิญทุกท่านร่วมแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อคุณแม่เป็นพิเศษในวันนี้
  4. วันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนามาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและจัดตารางเวลา หลังมิสซา
  5. ประกาศแต่งงานระหว่างนาย ปวีร์ สมัครคุณ บุตรของนาย พระเนาว์ สมัครคุณ และนาง ลัดดา สมัครคุณ กับ คริสตินา สุธาสินี ตั้งธนอำรุง บุตรีของยอแซฟ สมเกียรติ ตั้งธนอำรุง และนาง สมนึก ตั้งธนอำรุง ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 04-08-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.