บอกเล่าให้ฟัง
รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา ประโยคที่เริ่มต้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยนี้ คงเป็นประโยคที่เราคุ้นเคยกันดีและเป็นความจริงที่ยอมรับกันทั่วไปอยู่สมัยหนึ่ง แต่พ่อคิดว่าในปัจจุบันนี้เราต้องพูดว่า “รู้อะไรก็ไม่สู้รู้จักตนเอง” นักจิตวิทยาเชื่อว่าการรู้จักตนเองเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นก้าวแรกของการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้บรรดานักจิตวิเคราะห์ทั้งหลายจึงค้นคิดวิธีการต่างๆมากมาย เพื่อทำให้มนุษย์รู้จักตนเองรู้ว่า ตัวตนที่แท้จริงของคนๆนั้นเป็นอย่างไร อะไรเป็นดั่งบาดแผลภายในที่มีผลต่อพฤติกรรมของคนๆนั้น ถ้าสามารถทำให้คนๆนั้นรู้จักตนเองและยอมรับตนเองตามความเป็นจริงได้ คนๆนั้นจะได้รับการเยียวยารักษา และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น มีหลายๆคนที่ไปเข้ากระบวนการทางจิตวิทยานี้แล้วได้ผลสามารถพ้นจากสภาพความทุกข์ทรมาน และพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของสังคมได้ แต่น่าเสียดายที่คนจำนวนมากไม่ได้รับการเยียวยารักษา เพราะเขาไม่สามารถยอมตัวเองตามความเป็นจริง เขาจึงต้องอยู่ในสภาพเช่นนั้นต่อไปจนกว่าเขาจะยอมรับและยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ประสบการณ์ความเชื่อ
ความเชื่อมี 2 ระดับ ระดับแรกเริ่มต้นที่ความรู้มนุษย์จะมีความเชื่อได้ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้จัก ว่าสิ่งนั้นเป็นอะไร เป็นใคร ดีหรือไม่ดี เชื่อถือได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะมาเป็นคริสตชน จึงต้องเรียนคำสอนก่อนเพื่อจะได้รู้จักพระเจ้าโดยผ่านทางคำสอนในแง่มุมต่างๆของพระศาสนจักร รู้จักกฎเกณฑ์ และวิถีการดำเนินชีวิตคริสตชนเสียก่อน จึงสามารถรับศีลล้างบาปเข้ามาเป็นคริสตชนได้ ในระดับความรู้นี้ต้องน้อมรับด้วยสติปัญญา เมื่อคนๆหนึ่งเริ่มรู้จักแล้วครูคำสอนหรือพระสงฆ์และกลุ่มคริสตชน จะต้องพยายามนำคนๆนั้นให้มีประสบการณ์ความเชื่อที่ลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป เพราะฉะนั้นผู้สอนคำสอนจึงต้องเชิญชวนผู้สนใจจะมาเป็นคริสตชนมาร่วมมิสซา และกิจกรรมต่างๆในกลุ่มคริสตชน เพื่อจะได้มีประสบการณ์ความเชื่อ ในระดับนี้ต้องน้อมรับด้วยใจ
คนที่มีประสบการณ์ความเชื่อหมายถึงคนๆหนึ่งที่เข้าไปลิ้มรสสัมผัส ความดีงาม ความรัก ความเมตตา ของพระเจ้าด้วยตนเอง แหล่งที่มาของประสบการณ์ความเชื่อมาจากหลายๆทาง อาทิ การอ่าน การฟังพระวาจาของพระเจ้าและนำไปปฏิบัติตาม การสวดภาวนาด้วยเลื่อมใสความศรัทธา การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆด้วยความศรัทธาโดยการเตรียมตัวเตรียมจิตใจอย่างดี และอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ฯลฯ นักบุญเปโตร ยากอบ และยอห์น เป็นอัครสาวกรุ่นแรกที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงเรียก เพราะฉะนั้นเราอนุมานได้ว่าพวกท่านต้องเริ่มฟังคำสอนของพระองค์ และรู้จักกับพระองค์บ้างแล้ว พระวรสารนักบุญลูกาจึงเล่าถึงเหตุการณ์ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้า ทรงปรารถนาในพวกท่านมีประสบการณ์ความเชื่อ โดยสั่งให้นักบุญเปโตรซึ่งเป็นชาวประมงออกไปจับปลาในเวลาที่ไม่เหมาะสม “จงแล่นเรือออกไปในที่ลึกและหย่อนอวนลงจับปลาเถิด ซีมอนทูลว่า พระอาจารย์ พวกเราทำงานมาทั้งคืนแล้วจับปลาไม่ได้เลย แต่เมื่อพระองค์มีพระดำรัสข้าพเจ้าก็จะลงอวน”(ลก.5:4-5) จากความสำเร็จในการได้ปลามากมายจนอวนแทบจะขาด ทำให้นักบุญเปโตรรู้ซึ้งถึงความสามารถของตนในฐานะชาวประมงมืออาชีพ และฤทธานุภาพของพระเจ้าซึ่งเขาต้องมีความเชื่อ และยอมรับถึงความอ่อนด้อยของตน ถ้าขาดพระองค์แล้วเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย
การมีประสบการณ์ความเชื่อทำให้คนๆนั้นสำนึกถึงความอ่อนแอ ความต่ำต้อย ความไม่เหมาะสม และความเป็นคนบาปของตน ในการที่ตนจะเข้าไปมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า และทำให้คนๆหนึ่งสำนึกถึงความรัก ความเมตตาของพระเจ้า ที่ทรงเชื้อเชิญต้อนรับมนุษย์ให้เข้ามามีชีวิตร่วมกับพระองค์ “เปโตรเห็นดังนั้น จึงกราบลงที่พระชานุ…..ทูลว่า โปรดไปจากข้าพเจ้าเสียเถิดพระเจ้าข้า เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาป”(ลก.5:8) นักบุญหลายท่านหลังจากมีประสบการณ์ความเชื่อแล้ว ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน บางท่านร้องไห้อย่างขมขื่น เพราะประสบการณ์นั้นทำให้พวกท่านรู้ว่าสภาพมนุษย์เป็นอย่างไรเมื่อพบกับความยิ่งใหญ่ ความรัก ความเมตตาของพระเจ้า “จงแล่นเรือไปในที่ลึก” จึงเป็นการเชื้อเชิญเราทุกคนให้เข้ามามีประสบการณ์ความเชื่อในพระเจ้า เพื่อเราจะได้สัมผัสความดีงาม ความรัก ความเมตตาของพระองค์ สำนึกถึงความต่ำต้อยเป็นคนบาปของตน แล้วเข้าไปพึ่งพระเมตตาของพระองค์ และนี่คือหนทางการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยที่สุดของเราคริสตชน
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ เป็นวันตรุษจีน ขอเชิญพี่น้องมาร่วมขอพรพระเจ้าในวันปีใหม่ของชาวจีน หลังมิสซามีแจกส้มตามธรรมเนียมของชาวจีน
- ศาลาอเนกประสงค์ก็คืบหน้าไปได้พอสมควรแล้ว และวัดเราได้ใช้บ้างแล้วในวันฉลองวัด ผู้ที่มีความปรารถนาจะช่วยเหลือในการสร้าง ทำได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือนำมามอบให้คุณพ่อเจ้าวัด
- วันพุธที่ 13 ก.พ. 2013 เป็นวันพุธรับเถ้า เริ่มเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น. ในวันพุธรับเถ้าคริสตชนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปต้องทำพลีกรรมหรืออดเนื้อ และผู้ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ต้องจำศีลอดอาหาร หมายถึงทานอิ่มเพียงมื้อเดียว อีกสองมื้อทานพออยู่ได้
- ในเทศกาลมหาพรต จะมีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ก่อนมิสซาวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ขอเชิญพี่น้องร่วมเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรำพึงถึงพระมหาทรมานของพระเยซูคริสตเจ้า
- วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 10-02-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต