บอกเล่าให้ฟัง
กระแสเรียก เมื่อได้ยินคำนี้หลายๆคนคิดถึง พระสงฆ์ นักบวชหญิงและชาย เพราะพระเจ้าทรงเรียกบุคคลเหล่านี้เป็นพิเศษ ให้มาดำเนินชีวิตเป็นสักขีพยานถึงพระองค์ และเป็นศาสนบริกรของพระเจ้าและพระศาสนจักร ความจริงความคิดนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรและก็น่าจะเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่แคบเกินไปสำหรับคำว่า “กระแสเรียก” ซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเราแต่ละคน พระเจ้าสร้างมนุษย์ทุกคนมาอย่างเจาะจง และมีพระประสงค์สำหรับมนุษย์แต่ละคนโดยเฉพาะ เพียงแต่เราไม่ทราบแน่ชัดว่าพระองค์มีพระประสงค์อย่างไรสำหรับเรา ด้วยเหตุนี้การดำเนินชีวิตทุกๆวันของเราจึงเป็นการแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ และตัดสินใจเลือกอยู่เสมอ ถึงแม้เป็นเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์เหมือนคนตาบอด เพราะตลอดเวลาของการเดินทางชีวิตแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์นั้น พระองค์จะประทานพระหรรษทานและเครื่องหมายต่างๆ ช่วยให้เราสามารถรู้และเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ เครื่องหมายอย่างหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องชีวิตจิตจะสอนอยู่เสมอ เมื่อเราต้องตัดสินใจทำอะไรหรือเลือกอะไร คือ สันติสุขและความชื่นชมยินดีภายใน (Peace and Joy) ถ้าเราเลือกและตัดสินใจทำอะไรแล้วเรามีสันติสุข และความชื่นชมยินดีภายใน และสองสิ่งนี้อยู่กับเรานานๆไม่ใช่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็แสดงว่าการตัดสินใจครั้งนั้นถูกต้อง หรือเปอร์เซ็นต์ของความถูกต้องนั้นสูงมาก
ผู้ใดถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น
กระแสทางโลกผลักดันให้มนุษย์แสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ เพราะมนุษย์คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของอำนาจซึ่งจะนำมาซึ่งความสุขสบาย แต่ยิ่งแสวงหาเท่าไรก็ยิ่งไม่พบและยิ่งห่างไกลจากเป้าหมายที่แท้จริงของมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงของมนุษย์คือความสุขแท้เป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้ เพราะความสุขแท้อยู่ในพระเจ้าและมาจากพระเจ้า พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “เรามอบสันติสุขไว้ให้ท่านทั้งหลาย เราให้สันติสุขของเรากับท่าน เราให้สันติสุขกับท่านไม่เหมือนที่โลกให้” (ยน.14:27) ไม่มีความจริงใจในโลกแห่งความหลอกลวง ใครแสวงหาความจริงใจในโลกแห่งมายาย่อมไม่พบ ใครที่ลุ่มหลงอยู่ในโลกแบบนี้ก็ยิ่งอยู่ไกลจากโลกแห่งความเป็นจริง จากประสบการณ์ในชีวิตของเรายิ่งเราอยู่ในสังคมที่มีผลประโยชน์ สังคมชั้นสูง สังคมของคนมีเกียรติทางโลกมากเท่าไร เราจะยิ่งพบความมายาหลอกลวงมากเท่านั้น เราต้องยิ้มทั้งๆที่เรายิ้มไม่ออก เราต้องสวมเสื้อผ้าราคาแพงๆให้ดูดี ถึงขนาดหลายๆคนต้องไปเช่าสูทเสื้อผ้าเครื่องประดับมาสวมใส่ สิ่งภายนอกยังเป็นขนาดนี้แล้วสิ่งที่อยู่ภายในจะขนาดไหน ความจริงใจนะรึคงไม่ต้องพูดหรอก ดังนั้นภาษาทางธรรมจึงบอกว่า “เกียรติยศชื่อเสียงทรัพย์สินเงินตราเป็นของหลอกลวง”
พระเยซูคริสตเจ้าเชิญชวนเราให้ดำเนินชีวิตในโลกแห่งความจริง ความสุภาพคือการยืนอยู่กับความจริงไม่มีมายาหลอกลวง คนที่มีใจสุภาพถ่อมตนจะสามารถยอมรับความเป็นจริงแห่งตนทุกเวลา และทุกสถานการณ์ ไม่ต้องพยายามสร้างภาพให้ตนเองดูดี “พระเยซูคริสตเจ้าทรงสังเกตเห็นผู้รับเชิญต่างเลือกนั่งที่มีเกียรติ” (ลก.14:7) พระองค์ทรงสังเกตเห็นกระสังคมทางโลกที่พยายามสร้างภาพ เพื่อแสวงหาเกียรติยศให้กับตนเอง พระองค์จึงทรงเตือนว่าอย่าทำอย่างนี้เลยเพราะการสร้างภาพไม่ได้เพิ่มพูนเกียรติให้กับตนเอง “ถ้ามีคนสำคัญกว่าท่านได้รับเชิญมาด้วย เจ้าภาพ…..จะมาบอกท่านว่า จงให้ที่นั่งแก่ผู้นี้เถิด แล้วท่านจะต้องอับอายไปนั่งที่สุดท้าย” (ลก.14:8-9) เกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ภายนอก แต่ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตของคนๆนั้นว่า ดำเนินชีวิตสมเกียรติและศักดิ์ศรีที่พระเจ้าประทานให้หรือไม่ นอกเหนือจากนี้แล้วก็ล้วนเป็นเรื่องมายาหลอกลวงทั้งสิ้น “จงไปนั่งในที่สุดท้ายเถิด เพื่อเจ้าภาพ……จะมาบอกว่า เพื่อนเอ๋ย จงไปนั่งในที่ที่ดีกว่านี้เถิด แล้วท่านจะได้รับเกียรติต่อหน้าผู้ร่วมโต๊ะทั้งหลาย” (ลก.14:10)
“ทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ทุกคนที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น” (ลก.14:11) ความสุภาพถ่อมตนทำให้เราเป็นคนน่ารัก มีเกียรติมีศักดิ์ศรีในสายพระเนตรของพระเจ้า และต่อหน้ามนุษย์ เพราะความสุภาพทำให้มนุษย์ยอมรับความจำกัดความเป็นจริงแห่งตน ดังนั้นความอ่อนแอความบกพร่องตามประสามนุษย์จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขา เมื่อเขาไม่รู้เขาจะถามเขาจะสามารถขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะเขาเข้าใจดีว่ามนุษย์มีความจำกัดไม่มีใครรู้หรือเก่งไปเสียทุกเรื่อง เมื่อทำผิดเขาจะกล่าวคำขอโทษได้โดยง่าย ความสุภาพถ่อมตนจึงเป็นคุณธรรมที่สำคัญสำหรับมนุษย์ทุกคน เพราะความสุภาพถ่อมตนนี่แหละที่ทำให้มนุษย์เปิดใจรับสิ่งใหม่ในการพัฒนาตนเอง อีกทั้งยังเป็นมูลเหตุที่สำคัญที่ทำให้มนุษย์กลับใจเข้ามาพึ่งพระเมตตาของพระเจ้าได้รับความรอดพ้น.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมกัน โดยพร้อมเพียง
- เขต 2 จัดแสวงบุญปีแห่งความเชื่อ วันที่ 23 ต.ค. 2013 วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง และวัดนักบุญยอแซฟบ้านหัน รถออกจากที่วัดเวลา 6.00 น. สำรองที่นั่งและลงเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ย. 2013 เวชบุคคลคาทอลิกวัดเรา จะมาตรวจสุขภาพเบื้องต้นและแนะนำเรื่องสุขภาพให้ที่หน้าวัดหลังมิสซา ขอเชิญผู้ที่สนใจรับบริการได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 8 ก.ย. 2013 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 01-09-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต