บอกเล่าให้ฟัง
ทำไมต้องมีวิถีชุมชนวัดหรือชุมชนคริสตชนย่อยในวัดของเรา อะไรคือเหตุผลที่จะต้องมีชุมชนคริสตชนย่อย มีเหตุผลความคิดหลายอย่างที่พระศาสนจักรต้องการให้เกิดวิถีชุมชนวัด หรือหนทางใหม่ในการเป็นวัด ในที่นี้พ่อขอเล่าความเข้าใจของพ่อให้พี่น้องฟังว่า
- ไม่มีใครที่สมบูรณ์ในทุกด้านจนไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น โดยธรรมชาติมนุษย์อยู่รวมกันเป็นสังคมต้องพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีใครสามารถทำตัวเหมือนเกาะที่อยู่กลางทะเล ไม่มีการติดต่อหรือมีความสัมพันธ์กับคนอื่นเลย เพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่างกัน ทำให้คนบางคนเก่งในเรื่องหนึ่งแต่ในอีกเรื่องหนึ่งต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น ความแตกต่างของเรามนุษย์นี่แหละทำให้มนุษย์ต้องมาอยู่ด้วยกันร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เราสามารถเติมเต็มให้กันและกันในส่วนที่ขาดหายไป อาทิ เด็กๆจำนวนมากขาดความรักความอบอุ่น คนหลายๆคนขาดกำลังใจชีวิตกำลังอับจนหนทาง ฯลฯ ชุมชนคริสตชนย่อยหรือวิถีชุมชนวัดสามารถหยิบยื่นสิงที่อาจจะขาดหายไปในวัดในชุมชนได้ โดยหยิบยื่นความใกล้ชิด ความเป็นบ้าน ครอบครัว และการสนับสนุนเยี่ยงมนุษย์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันได้ เพราะคนหนึ่งมีคนหนึ่งขาดจึงสามารถเติมเต็มกันและกัน และช่วยเหลือกันทำให้สิ่งที่เกินกำลังเป็นสิ่งที่สามารถทำได้
- ความรอดพ้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ความคิดแบบเก่าเมื่อคิดถึงความรอดพ้น ความเชื่อศรัทธา มักจะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครปรารถนาจะไปสวรรค์ก็ต้องไปวัดร่วมมิสซา สวดภาวนาทำบุญ ส่วนคนอื่นก็เรื่องของเขา ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายคนก้มหน้าก้มตาปฏิบัติศาสนกิจทำความดีโดยไม่สนใจใคร หลายคนปลีกวิเวกออกไปบำเพ็ญเพียรเพื่อจะได้รับความรอดพ้น ความเชื่อศรัทธาแบบนี้ถ้าพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้ว กลับเป็นความเห็นแก่ตัวการละเลยขาดความรักต่อเพื่อพี่น้อง เพราะความเชื่อความศรัทธาที่แท้จริงต้องแสดงออกด้วยการดำเนินชีวิต มีกิจการที่เป็นรูปธรรม กิจการของความเชื่อความศรัทธาจึงเป็นการแสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้อง ดังที่พระวรสารนักบุญมัทธิวบันทึกไว้ พระตุลาการจะถามเรื่องความรักที่เราปฏิบัติต่อเพื่อนพี่น้อง (มธ.25:31-46) ความรอดพ้นจึงไม่ใช่เรื่องส่วน เราไปสวรรค์คนเดียวไม่ได้ต้องช่วยคนอื่นให้ไปด้วยกัน
- การดำเนินชีวิตในความรักความเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นการประกาศข่าวดีด้วยชีวิตที่เป็นพยาน “ถ้าท่านมีความรักต่อกันทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา” (ยน.13:35) ถ้าคริสตชนดำเนินชีวิตตามบทบัญญัติแห่งความรักที่พระเยซูคริตเจ้าประทานให้ ชีวิตของคริสตชนจะเป็นพยานถึงพระองค์และคำสอนของพระองค์ ซึ่งเป็นการประกาศข่าวดีโดยดำเนินชีวิตเป็นพยาน ที่เมืองอันติโอกคริสตชนดำเนินชีวิตรักกันและมีเมตตาจิตต่อผู้อื่น คนที่นั้นเขาขนานนามคนกลุ่มนี้ว่าคริสตชน ซึ่งแปลว่าผู้ที่เชื่อและติดตามพระเยซูคริสตเจ้า พระสังคายนาวาติกันที่ 2 เน้นเรื่องนี้เป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลที่ต้องมีวิถีชุมชนวัด.
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
อันตรายของท่าที่เฉยๆต่อสถานการณ์ต่างๆ
ถ้าเราสังเกตการณ์ดำเนินชีวิตและความสัมพันธ์ของคนในปัจจุบัน เราจะพบว่าเราแต่ละคนพยายามสร้างโลกส่วนตัวมากขึ้น เราไม่ต้องการไปยุ่งเกี่ยวกับใครและไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเกี่ยวกับเรา เราอยู่กันแบบต่างคนต่างคนอยู่ขอเพียงอย่ามาทำให้ฉันเดือดร้อนก็พอแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านความเอื้ออาทรกับคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเป็นสีสันของสังคมทำให้สังคมเราน่าอยู่ มันจางหายไปจากใจของเราและจากสังคมของเราทีละเล็กทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วมันก็ค่อยๆลุกลามไปในทุกๆมิติของชีวิต อาทิ การรู้จักกันแบบหัวบ้านท้ายบ้าน เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว มาวัดร่วมมิสซาในวันอาทิตย์เสร็จแล้วก็รีบขึ้นรถกลับบ้าน รีบไปทำธุระส่วนตัว ฯลฯ สภาพความเป็นอยู่อย่างนี้ถือได้ว่าเป็นการขาดความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์อย่างหนึ่งได้เหมือนกัน
พระวรสารนักบุญลูกาได้เล่าเรื่องเศรษฐีผู้ซึ่งแต่งตัวหรูหรามีการกินดีอยู่ดี กับลาซารัสขอทานยากจนน่าสงสารซึ่งนอนอยู่หน้าประตูบ้านของเศรษฐี เพื่อรอเศษอาหารจากโต๊ะของเศรษฐีในการประทังชีวิต “คนยากจนผู้หนึ่งชื่อลาซารัสนอนอยู่ที่ประตูหน้าบ้านของเศรษฐีผู้นั้น เขามีบาดแผลเต็มตัว อยากจะกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐี” (ลก.16:20-21) ถ้าเราพิจารณาตามเนื้อเรื่องที่นักบุญลูกาเล่าไว้ เราจะเห็นว่าเศรษฐีคนนี้ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรเลย ตรงกันข้ามเขาน่าจะเป็นคนใจกว้างพอใช้ได้อยู่เหมือนกัน เพราะเขายอมให้ขอทานที่มีแผลเต็มตัวนอนอยู่หน้าบ้าน โดยที่ไม่มีขับไล่ให้ไปนอนที่อื่นเพราะน่ารังเกียจหรือเกะกะประตู ถ้าเช่นนั้นเขาทำผิดอะไรจึงต้องถูกโทษถึงกับตกนรก ความผิดของเศรษฐีคนนั้นก็คือการไม่สนใจใยดีกับความเดือดร้อนของลาซารัสคนยากจนผู้นั้น เขาไม่คิดที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือแม้เพียงเล็กน้อยให้กับคนยากจน พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงความนัยนี้ตอนที่เศรษฐีขอความช่วยเหลือจากอับราฮัม “กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้นิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง….จงจำไว้ว่าเมื่อมีชีวิตอยู่ ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ ส่วนลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลวๆ” (ลก.16:24-25) ซึ่งตรงกับคำกล่าวโทษของประกาศกอาโมสว่า “วิบัติแก่ผู้ที่เอกเขนกในศิโยน……ผู้ดื่มเหล้าองุ่นจากถ้วยใหญ่ และชโลมตัวด้วยน้ำมันหอมอย่างดี แต่มิได้เป็นทุกข์โศกในเรื่องความพินาศของโยเซฟ” (อมส.6:1,4-7) นี่เป็นคำกล่าวโทษถึงคนที่เฉยๆกับความยากลำบากเดือดร้อนของผู้อื่นทุกยุคทุกสมัย
การที่หลายๆคนมีท่าทีเฉยๆต่อสถานการณ์ความทุกข์ยากลำบาก และความเดือดร้อนของผู้อื่นโดยไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรบ้างจึงเป็นบาปชนิดหนึ่ง นั่นก็คือการขาดความรักต่อเพื่อนพี่น้อง เพราะไม่ใครที่ไม่มีจนกระทั่งให้ความช่วยเหลือผู้ไม่ได้ กำลังกาย กำลังใจ ความห่วงใย ความเอื้ออาทร และการสวดภาวนาให้ ล้วนเป็นการช่วยเหลือ การแสดงความรักต่อเพื่อนพี่น้องทั้งสิ้น ส่วนคนที่มีก็ต้องแสดงความรักความเอื้ออาทรตามความสามารถของตน นักบุญลูกาได้กล่าวถึงการมีโมเสสและบรรดาประกาศกคอยเตือนอยู่แล้วให้เชื่อฟังคนเหล่านี้ (ลก16:29) ท่านต้องการจะบอกกับเราว่าเราจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะพระคัมภีร์และเครื่องหมายแห่งกาลเวลาที่พระเจ้าประทานให้ เตือนใจเราถึงสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ เราจึงต้องเปิดตาดูเปิดหูฟังคำเตือนสอนของพระเจ้า และปฏิบัติตาม เพื่อเราจะได้มีชีวิตเป็นที่พอพระทัยของพระองค์.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
- เสื้อยืดสีฟ้าวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ตัวละ 300 บาท เพื่อใส่ในโอกาสที่เรามีกิจกรรมร่วมกัน อาทิ แสวงบุญเขต 2 วันที่ 23 ต.ค. 2013
- ประชุมสภาภิบาลเตรียมคริสตมาสและฉลองวัด วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2013 ขอเชิญสภาภิบาลประชุมโดยพร้อมเพียง
- เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด
- ขอจิตอาสาเด็กเล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมต้นเดือนตุลาคม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
- วันเสาร์ที่ 5 ต.ค. 2013 เป็นวันสวดสายประคำโลก เขต 2 จัดสวดสายประคำร่วมกับชาวโลกที่วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ (คลองจั่น) เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.00 น. ผู้ที่ปรารถนาไปกับทางวัด ลงชื่อเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เพื่อวัดจะได้จัดรถให้ รถออก 6.00 – ไม่เกิน 6.30 น. ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. นี้จึงของดวันผู้สูงอายุของวัด
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 29-09-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต