ฉบับที่ 13041 วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

อากาศเปลี่ยนแปลงให้เรารู้สึกได้ แม้ฝนยังคงตกอยู่ แต่เราสัมผัสได้ถึงลมเย็นๆของฤดูหนาว พอเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวหนาว พลอยทำให้ไม่สบายขึ้นมาเอาได้ง่ายๆ เราทุกคนล้วนมีประสบการณ์ของความเจ็บปวด เวลาร่างกายที่เคยทำทุกอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว ต้องหมดแรงและทำทุกอย่างไม่ได้อย่างใจ หลายครั้งแม้เราไม่ได้ป่วยด้วยตนเองแต่ผู้คนรอบๆตัวที่เรารักมาเจ็บป่วยเรากลับเป็นทุกข์ทั้งทางร่างกายและจิตใจมากเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำ

แม้วิทยาการจะก้าวหน้าไปมาก ก็ยังมีบางกรณีที่แพทย์ไม่รู้ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับแพทย์และญาติของผู้ป่วย ในที่สุดคนเราย่อมปรับตัวได้กับสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเราไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค การรักษา และผลสุดท้ายที่จะเกิดขึ้น คนเราก็ได้แต่หวัง เป็นกังวล หรือสวดภาวนาจากกรณีเหล่านี้เราสามารถเข้าใจได้ถึงความรู้สึกกังวลของผู้คน ในยุคก่อนวิทยาศาสตร์เมื่อพวกเขาต้องมาเป็นโรคที่เข้าใจที่มาไม่ได้ พวกเขาจึงถือว่าความเจ็บป่วย ทั้งโรคลมบ้าหมู โรคเรื้อน การเป็นไข้ มีต้นเหตุมาจากปีศาจและจิตชั่วร้าย พวกเขาจึงไปหาผู้ศักดิ์สิทธิ์ ไปหาประกาศกเพื่อขอความช่วยเหลือให้ทำการอธิษฐานและขับไล่ปีศาจ พระเจ้าจะต้องเข้ามาแทรกแซง และสำแดงพละกำลังอันทรงอานุภาพ ในความเป็นจริงคนเหล่านี้ก็ทำสิ่งเดียวกับที่เราทำหลังจากที่แพทย์ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนั่นเอง พวกเขาจึงหันไปหาพระเจ้า

เราต้องมองเรื่องการรักษาต่างๆ ในพระคัมภีร์โดยมีความคิดนี้อยู่เบื้องหลัง การรักษาเป็นเครื่องหมายของการขับไล่จิตชั่วออกไป ดังนั้น จึงเป็นเครื่องหมายที่เหมาะสมสำหรับการประทับอยู่ของพระเจ้ากับประชากรด้วยพระทัยใส่ที่เต็มไปด้วยความรัก และเอาชนะความชั่ว ในการอ่านเรื่องของการรักษาเราไม่ควรที่จะถามมากกว่าสิ่งที่ผู้เขียนบันทึก พวกเขาเพียงเอาเรื่องเล่าสืบต่อกันมาตามคุณค่าพื้นผิวของเรื่อง และนำมากล่อมเกลาเพื่อใช้สอนหลักศาสนาเท่านั้น

พระเยซูเจ้าได้ทรงทำอัศจรรย์จริง แต่เรื่องเล่าของพระคัมภีร์ไม่ได้เป็นผลรายงานทางการแพทย์แต่อย่างใด หากแต่เป็นเครื่องมือนำสารทางศาสนา ซึ่งเป็นพระวาจาของพระเจ้าสำหรับเรา จงพยายามเข้าใจเรื่องการรักษาในบทอ่านวันนี้โดยมีข้อมูลเหล่านี้ในความคิดเสมอ และเหนืออัศจรรย์แห่งการรักษาโรค คือการมองเห็นความความรักที่พระเยซูเจ้าทรงมีต่อเราในยามเรามีความทุกข์ทางใจ หรือแม้แต่ทางกายก็ตาม

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

จงกลับมาหาพระเจ้าเสมอไม่ว่ายามสุขหรือยามทุกข์

ถ้าคนเราเลือกได้ เราทุกคนย่อมอยากเลือกแต่ด้านที่ทำให้เรามีความสุข แต่ความจริงของชีวิตนั้นเราล้วนแต่เลือกไม่ได้อย่างที่ใจเราอยากให้เป็น หรือแม้แต่สิ่งที่เราเลือกแล้วว่าจะทำให้เรามีความสุข สุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านั้นกลับนำความทุกข์ยิ่งใหญ่มาสู่เราแทน ในบทอ่านจากพระวรสารที่เราได้ฟังในวันนี้ เรื่องของนาอามานผู้ทนทุกข์ทรมานเพราะโรคทางผิวหนัง และคนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อนทั้งสิบคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นสะมาเรียและกาลิลี ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้เจ็บปวดทางร่างกายเท่านั้น หากยังต้องเจ็บปวดทางจิตใจด้วย เพราะพวกเขาต่างเป็นโรคที่ผู้คนรังเกียจ และหวาดกลัวเนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้ เวลาเราไม่สบายเพียงเล็กน้อยทำให้เราไม่สามารถออกไปไหนมาไหนเรายังอึดอัดน่าดู ราวกับการถูกจองจำในพื้นที่อันจำกัด แต่ผู้คนเหล่านี้ไปที่ไหนก็จะถูกผู้คนขับไล่ อาจจะรวมทั้งการถูกเขวี้ยงปาของใส่ด้วยเหมือนกับการเป็นตัวแทนแห่งความอัปปมงคลทั้งปวง ชีวิตต้องถูกบังคับให้อยู่ได้แต่พื้นที่บางส่วนที่ห่างไกลผู้คน ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น

นักบุญฟรานซีส แห่งอัสซีซี่ กล่าวไว้ว่าความสุขอันยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ท่านสามารถอดทนกับทุกสิ่งได้ ต่อให้ท่านเป็นทุกข์เพราะคำกล่าวร้าย และร่างกายต้องเจ็บปวด ท่านก็ยังไม่รู้สึกจงเกลียดจงชังความทุกข์ทรมานเหล่านี้ แต่กลับรู้สึกเป็นสุขได้เพราะท่านมีศรัทธา และความสุขที่ว่านี้ไม่มีใครมาทำลายได้ ไม่ว่าจะโดยคนชั่วหรือโดยความทุกข์ของตัวท่านเอง ในหนังสือพระคัมภีร์พงษ์กษัตริย์ฉบับที่ ๒ นาอามานเป็นถึงผู้บัญชาการกองทัพของพระราชาแห่งซีเรีย ซึ่งชาวอิสราเอลดูถูกว่าเป็นชาวต่างชาติ เป็นประชากรที่พระเจ้าไม่ได้เลือกสรร แม้ตอนแรกเขาจะถือดีเพราะมีตำแหน่งใหญ่โต แต่เมื่อมีผู้เตือนสติให้เชื่อในตัวแทนของพระเจ้าเขาก็ยอมทำตาม การมีความเชื่อ มีความวางใจในพระเจ้า เมื่อถูกบอกให้เอาตัวจุ่มลงในน้ำแล้วจะหายจากโรค เขาก็ทำตาม แต่ทำแล้วก็ไม่ได้หาย เขาก็ยังมีความอดทน ยอมทำต่อไปจนครบเจ็ดครั้ง แม้เขาจะเป็นชาวต่างชาติ แต่เมื่อเขามีความเชื่อเขาก็ได้รับพระพรของพระเจ้า ขณะที่กลุ่มคนโรคเรื้อนทั้งสิบคนนั้นไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอะไรเมื่อเขาร้องขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้าเขาก็ได้รับพระพรเช่นเดียวกัน แต่มีเพียงคนเดียวที่เมื่อหายแล้วก็ยังกลับมาหาพระเยซูเจ้า เขาเป็นชายชาวสะมาเรีย เป็นชาวต่างชาติซึ่งชาวอิสราเอลดูแคลนว่าไม่ใช่ประชากรที่พระเจ้าเลือกเช่นเดียวกับนาอามาน ทั้งคู่รู้คุณของพระเจ้า เขากลับ มาแสดงความกตัญญูต่อพระคุณสำหรับการช่วยเหลือให้พ้นจากความทุกข์ที่ได้รับมายาวนาน จุดสำ คัญของเรื่องนี้ก็คือ ความรอดพ้นเป็นของประทานให้ทุกคน นักบุญเปาโลกล่าวว่า “ ถ้าเราตายพร้อมพระองค์ (ตายจากความบาป) เราจะมีชีวิตกับพระองค์ ” เราได้รับการไถ่กู้ด้วยความเชื่อที่ได้รับการรับรองด้วยศีลล้างบาปแล้ว เราเห็นและเชื่อว่าพระพรนั้นมาจากพระเจ้า แต่เรากลับมาเพื่อขอบคุญพระพรที่เราได้รับจากพระองค์หรือไม่ แม้หลายครั้งเรามีความทุกข์ มีความเจ็บปวด เรายังวางใจและเชื่อมั่นในพระองค์หรือเปล่า

พระเจ้าสถิตย์กับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตกแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. เสื้อยืดสีฟ้าวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ตัวละ 300 บาท เพื่อใส่ในโอกาสที่เรามีกิจกรรมร่วมกัน อาทิ แสวงบุญเขต 2 วันที่ 23 ตุลาคม 2013
  3. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด
  4. ขอจิตอาสาเด็กและผู้ใหญ่เล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมแล้วทุกวันอาทิตย์ หลังมิสซา ที่ศาลาเรือนไทย ผู้สมัครเพิ่มเติม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาจะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 13-10-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.