บอกเล่าให้ฟัง
“วิถีชุมชนวัด” ลักษณะเป็นชุมชนคริสตชนย่อยๆ ที่รวมกลุ่มกันดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์พระวรสาร แบบเดียวกับคริสตชนสมัยเริ่มแรก ที่กระจายอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ ลักษณะเฉพาะของชุมชนคริสตชนย่อยพอสรุปได้ดังนี้
- เป็นชุมชนที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง โดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนา
- เป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความเชื่อที่เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกันและรับผิดชอบชุมชนร่วมกัน
- เป็นชุมชนที่สานต่อพันธกิจของพระเยซูเจ้า โดยมีพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นจุดหมายปลายทาง (ต้องพยายามทำให้เกิด ความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดี) และเปิดกว้างต้อนรับทุกคนเข้ามามีส่วนรับรู้ข่าวดีของพระองค์
วิถีชุมชนวัดมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ดังต่อไปนี้
- สมาชิกของกลุ่มเป็นเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน
- ใช้การอ่านพระวาจาเป็นพื้นฐานของการชุมนุม
- มีการแสดงออกซึ่งความเชื่อของกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม
- มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับพระศาสนจักร ผ่านทางคุณพ่อเจ้าอาวาสของตน
วิถีชุมชนวัดมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ แต่ในที่นี้จะขออธิบายเรื่องการอ่านและแบ่งปันพระวาจา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า การอ่านพระวาจาของพระเจ้าร่วมกัน และมีการแบ่งปันประสบการณ์ความเชื่อที่เราได้รับจากพระวาจาที่อ่านเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะการทำเช่นนี้จะให้พระเยซูเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางสมาชิก และเป็นศูนย์กลางของชุมชน ยิ่งในที่ๆขาดแคลนพระสงฆ์หรือพระสงฆ์ไม่สามารถไปทำมิสซาที่อื่นได้นอกจากในวัด การอ่านและแบ่งปันพระวาจาของพระเจ้ายิ่งจำเป็นมากขึ้น เพราะสัตบุรุษถวายมิสซาไม่ได้แต่อ่านพระวาจาของพระเจ้าและแบ่งปันได้ จึงต้องใช้วิธีการนี้เพื่อทำให้พระเยซูเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางชุมชน นอกนั้นพระวาจาของพระเจ้ายังเป็นสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของกลุ่มเหนียวแน่น และลึกซึ้งมากขึ้นด้วย “มารดาและพี่น้องของเราคือผู้ที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตาม” (ลก.8:21) และยังทำให้สมาชิกแต่ละคนเป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง “ถ้าท่านทั้งหลายยึดมั่นในวาจาของเรา ท่านก็เป็นศิษย์ของเราอย่างแท้จริง” (ยน.8:31) ในการอ่านพระวาจาจะมีการเลือกคำหรือวลีสั้นๆขึ้นมากล่าวซ้ำๆช้าๆ 3 ครั้ง เพื่อทำให้ใจเราจดจ่ออยู่กับพระวาจาที่อ่าน และมีการแบ่งปันความประทับใจหรือประสบการณ์ความเชื่อ (ไม่ใช่การสอนหรืออธิบายความหมาย) ซึ่งขั้นตอนนี้ใครต้องการแบ่งปันก็ทำได้ หรือถ้าไม่มีอะไรแบ่งปันก็ฟังประสบการณ์ของผู้อื่นไปก่อน การแบ่งปันจึงไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางพระคัมภีร์มากมาย แต่เราแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตในการดำเนินชีวิตตามพระวาจาให้กันและกัน.
จาก คุณพ่อเจ้าวัด
มนุษย์ผู้จัดการของพระเจ้าในการดูแลรักษาโลก
พระคัมภีร์หนังสือปฐมกาลบทที่ 1 ได้กล่าวถึงหน้าที่ของมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้าง ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ว่ามนุษย์มีหน้าที่ปกครองดูแลสิ่งสร้างทั้งมวล พระเจ้าตรัสกับมนุษย์ว่า “จงมีลูกดกทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดิน จงมีอำนาจเหนือแผ่นดิน จงครอบครองฝูงปลาในทะเล และฝูงนกในอากาศ กับบรรดาสัตว์ที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดิน” (ปฐก.1:28) จากสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้ทำให้เราทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ ที่จะต้องร่วมมือกับพระองค์ในการดูแลรักษาโลกให้ดีเป็นระเบียบเรียบร้อย พระคัมภีร์กล่าวถึงสิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ทุกคนไม่เจาะจงบุคคลใด ดังนั้นจึงไม่มีมนุษย์คนไหนมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบในการครอบครองทุกสิ่ง หรือมีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองแต่ผู้เดียว เพราะพระเจ้าทรงสร้างทรัพยากรทุกอย่างสำหรับมนุษย์ทุกคน ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและตนเอง ไม่ใช่ใช้อย่างล้างผลาญทำลายและใช้สิทธิ์ในการครอบครองไว้เสียคนเดียว
สิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวถึงนั้นแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์ในทรัพยากรของโลกเท่าเทียมกัน และต้องร่วมมือกับพระเจ้าในการดูแลรักษาสร้างสรรค์โลกให้ดีขึ้นกว่าเดิม พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงผู้จัดการคนหนึ่งที่ผลาญทรัพย์สินของนาย ซึ่งหมายถึงคนบางคนที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบล้างผลาญทำลาย และผิดความยุติธรรมกับเพื่อนพี่น้องโดยอ้างสิทธิ์ในการครอบครองสิทธิประโยชน์ในการใช้ไว้สำหรับบางคนบางกลุ่มบางพวก “มีผู้มาฟ้องว่าผู้จัดการคนนี้ผลาญทรัพย์สินของนาย” (ลก.16:1) ผู้ที่มาฟ้องคือธรรมชาติที่แปรปรวนหรือภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เสียงร้องของคนยากจน คนที่ประสบภัยพิบัติ ประเทศเล็กๆที่ถูกเอาเปรียบอย่างน่าสงสาร ฯลฯ สิ่งที่ผู้จัดการคนนั้นทำในการลดหย่อนผ่อนหนี้ให้กับลูกหนี้ “เป็นหนี้น้ำมันมะกอกหนึ่งร้อยถัง…..เขียนแก้เป็นห้าสิบถัง” (ลก.16:6-7) คงทำให้เราคิดถึง การปลูกป่าทดแทน เพาะพันธุ์สัตว์ป่าและปล่อยคืนสู่ป่า สัญญาต่างๆในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ขึ้นไปสู่อากาศ การลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์ การหาและใช้พลังงานทดแทน ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ดีทั้งสิ้น แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “บุตรของโลกนี้เฉลียวฉลาดในการติดต่อกับคนประเภทเดียวกันมากกว่าบุตรของความสว่าง” (ลก.16:8)
พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องร่วมมือกับพระเจ้า ในการเอาใจใส่ดูแลสิ่งสร้างของพระองค์ เรามนุษย์ผู้ซึ่งเปรียบเหมือนผู้จัดการที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งให้ดูแลสิทธิประโยชน์ของพระองค์ จึงต้องทำหน้าที่ของตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แน่นอนที่สุดมนุษย์สามารถใช้สิ่งสร้างหรือทรัพยากรธรรมชาติ ในฐานะที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเป็นนายเหนือสิ่งสร้างทั้งหลาย แต่มนุษย์ต้องใช้อย่างถูกต้อง และอย่างเห็นคุณค่ามากที่สุด การใช้อย่างนี้แหละแสดงว่ามนุษย์เป็นนายที่ดีอย่างแน่จริง มีสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “ทรัพย์สินเงินทองเป็นทาสที่ดี แต่เป็นนายที่เลวมาก” ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราฟังในวันนี้เตือนใจให้เราเป็นผู้จัดการที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า เพื่อจะได้ร่วมมือกับพระองค์ในการสร้างสรรค์โลกให้สวยงาม และใช้ทุกสิ่งที่พระองค์ประทานให้เป็นหนทางนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร.
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
- เสื้อยืดสีฟ้าวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า ตัวละ 300 บาท เพื่อใส่ในโอกาสที่เรามีกิจกรรมร่วมกัน อาทิ แสวงบุญเขต 2 วันที่ 23 ต.ค. 2013
- ประชุมสภาภิบาลเตรียมคริสตมาสและฉลองวัด วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2013 ขอเชิญสภาภิบาลประชุมโดยพร้อมเพียง
- เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด
- ขอจิตอาสาเด็กเล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมต้นเดือนตุลาคม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด
- วันเสาร์ที่ 5 ต.ค. 2013 เป็นวันสวดสายประคำโลก เขต 2 จัดสวดสายประคำร่วมกับชาวโลกที่วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ (คลองจั่น) เริ่มลงทะเบียนเวลา 8.00 น. ผู้ที่ปรารถนาไปกับทางวัด ลงชื่อเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด เพื่อวัดจะได้จัดรถให้ รถออก 6.00 – ไม่เกิน 6.30 น. ในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. นี้จึงของดวันผู้สูงอายุของวัด
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 22-09-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต