ฉบับที่ 13036 วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“วิถีชุมชนวัด” หรือนักวิชาการบางท่านอาจจะเรียกว่า “หนทางใหม่ในการเป็นวัด” (New way of being Church) เมื่อเห็นวลีนี้หลายๆคนอาจจะทำหน้าเบื่อหน่าย และคิดว่าตนเองเข้าใจแล้วจะมากล่าวถึงทำไมให้ซ้ำซาก แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีการสอบถามและตรวจสอบปฏิกิริยาของสัตบุรุษร่วมทั้งพระสงฆ์หลายๆท่านปรากฏว่า มีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนคลาดเคลื่อนไปเป็นอันมาก อาทิ บางคนเข้าใจว่าเป็นองค์กรใหม่ที่พระศาสนจักรตั้งขึ้นมา บางคนเข้าใจเป็นองค์กรพระพรพิเศษอะไรก็ได้ที่มีแบ่งปันพระวาจา อาทิ พลมารีย์ โฟโคลาเร ฯลฯ บางคนเน้นแค่อย่างเดียวคือแบ่งปันพระวาจา ความเข้าใจเหล่านี้ล้วนแต่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เพราะในหลักสูตรหรือคู่มือเขาระบุชัดเจนว่า “วิถีชุมชนวัด ไม่ใช่การจัดตั้งองค์กรใหม่ในพระศาสนจักร” นั่นหมายความว่าไม่ใช่กลุ่มแบ่งปันพระวาจา และกลุ่มพระพรพิเศษต่างๆด้วย

“วิถีชุมชนวัด” หมายถึง วัดซึ่งประกอบด้วยชุมชนคริสตชนย่อยๆ ที่มีจิตใจสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียว เหมือนดังคริสตชนในสมัยอัครสาวก ดังนั้นชื่อย่อจึงเรียกกันว่า BEC (Basis Ecclesial Communities) “กลุ่มคริสตชนพื้นฐาน” เพราะพระศาสนจักรปรารถนาที่จะนำเอาจิตตารมณ์การดำเนินชีวิต รัก รับใช้ และแบ่งปันของคริสตชนสมัยแรกเริ่มที่เราพบในหนังสือกิจอัครสาวก (กจ. 4:32 ; 2:42 ,46-47 ; 4:34-35) มาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตของคริสตชนในสมัยปัจจุบัน นั้นก็แสดงว่า
คริสตชนทุกคนไม่เว้นใครเลย จะสังกัดองค์กรหรือไม่สังกัดองค์กร “ต้องดำเนินชีวิตตามแนวทางของวิถีชุมชนวัดอยู่แล้ว” หรือพูดง่ายๆก็คือ “ทุกคนอยู่ในวิถีชุมชนวัด ดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์พระวรสาร คือ เป็นหนึ่งเดียวกัน รัก รับใช้ และแบ่งปันสิ่งที่เรามีและเป็นกับผู้อื่นอยู่แล้ว” เพราะการดำเนินชีวิตแบบนี้เป็นการประกาศข่าวดีสู่ปวงชน โดยการดำเนินชีวิตเป็นพยาน (love in action) การดำเนินชีวิตแบบนี้ทำให้คริสตชนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตน และมีส่วนร่วมในพระศาสนจักรมากขึ้นหลังจากพระศาสนจักรในประเทศไทยยึดเอาวิถีชุมชนวัดเป็นนโยบาย สิ่งที่ทำยากที่สุดคือการเปลี่ยนทัศนคติของคริสตชน เพราะคริสตชนส่วนใหญ่คิดว่าตนเองดีอยู่แล้วสวดภาวนา มาร่วมมิสซาแล้วจะต้องทำอะไรอีกแค่นี้ยังไม่พออีกหรือ สิ่งที่ทำกันอยู่แล้วมันเป็นสิ่งที่ดีจริงๆแต่เรายังสามารถทำดีมากกว่านั้นอีก เราจะทำให้คริสตชนคิดอย่างนี้กันได้อย่างไร ด้วยเหตุที่ว่ามีหลายๆคนคิดว่าฉันสังกัดองค์กรอยู่แล้วและมีแบ่งปันพระวาจาด้วย ฉันก็มาวัดอยู่แล้วอ่านพระคัมภีร์อยู่แล้วทำไมให้ฉันเป็นวิถีชุมชนวัดอีก จึงมีท่านผู้รู้วิเคราะห์ว่าวิถีชุมชนวัดเป็นกระบวนการ เริ่มจากตนเอง—ครอบครัวกลุ่ม—ละแวกบ้าน—ชุมชน—สังคม โดยเริ่มที่ตนเองต้องเข้าใจให้ชัดว่าวิถีชุมชนวัดคืออะไร แล้วจุดต่อไปก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่ต้องมุ่งไปถึงเป้าหมายคือ ดำเนินชีวิตแบบคริสตชนสมัยเริ่มแรกที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง เมื่อเป็นเช่นนี้แม้เป็นคนมาจากคนละละแวกบ้าน เราก็สามารถมาดำเนินชีวิตร่วมกันตามจิตตารมณ์นี้ เป็นพยานด้วยชีวิตให้กับเพื่อนบ้านทำให้เพื่อนบ้านเข้าใจความรักแบบคริสตชน และดำเนินชีวิตตามก็ถือว่าเราเข้าสู่วิถีชุมชนวัดแล้ว.

จากคุณพ่อเจ้าวัด

การติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้า

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้ชี้ให้เห็นแนวทาง ในการติดตามองค์พระเยซูคริสตเจ้าว่า “ต้องทุ่มสุดตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข” “ถ้าผู้ใดติดตามเราโดยไม่รักเรามากกว่า บิดา มารดา ภรรยา บุตร พี่น้องชายหญิงและแม้กระทั่งชีวิตของตนนั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้” (ลก.14:26) เงื่อนไขในการติดตามพระเยซูคริสตเจ้าจะเป็นเช่นนี้เสมอ จริงจัง ไม่มีการประนีประนอม และพระองค์จะบอกกับผู้ที่จะติดตามพระองค์ตรงไปตรงมา อาทิ ต้องขายทุกสิ่งที่มี ต้องเลิกคิดถึงตนเอง ต้องแบกกางเขนของตน จับคันไถแล้วเหลียวหลังไม่ได้ ฯลฯ ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้เพื่อบอกกับเราว่า การเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ต้องจริงจังต้องเลือกพระองค์เป็นลำดับที่หนึ่งของชีวิต อะไรก็ตามที่มาเป็นอุปสรรค์ทำให้เราทำตามกระแสเรียกของเราไม่ได้ เราต้องสละสิ่งเหล่านั้นเสียเพื่อจะได้สามารถติดตามพระองค์

เงื่อนไขในการติดตามพระองค์หลายๆประการ อาจทำให้หลายๆคนตั้งข้อสงสัยว่า มันจะขัดกับคุณธรรมพื้นฐานทั่วๆไปที่เราต้องปฏิบัติหรือไม่ อาทิ เราต้องไม่รักบิดามารดา ภรรยา บุตร พี่น้องชายหญิง ฯลฯ คำตอบก็คือเป็นไปไม่ได้ที่พระองค์จะสอนขัดแย้งกันเอง พระองค์สอนให้เรารักพระเจ้า รักเพื่อนมนุษย์ ใครไม่รักเพื่อนมนุษย์ก็ไม่รักพระเจ้าด้วย พระองค์สอนให้รักเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงรักเราทั้งหลาย และรักแม้กระทั่งศัตรูด้วย แล้วพระองค์จะสอนให้เราไม่รักพ่อแม่พี่น้องครอบครัวของเราได้อย่างไร การเรียกร้องเงื่อนไขในการติดตามพระองค์อย่างจริงจัง จนทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งในใจของเรา แสดงว่าใครก็ตามที่เลือกดำเนินชีวิตติดตามพระองค์อย่างที่พระองค์สอน เลือกพระองค์เป็นเอกในชีวิตความดีงามต่างๆที่ลดหลั่นลงมาก็จะได้รับการปฏิบัติและทุกสิ่งดำเนินไปในทางที่ดี ตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน.14:23) พระวาจาของพระองค์ก็คือ “เรารักท่านทั้งหลายอย่างไรท่านก็จงรักกันอย่างนั้นเถิด” (ยน.13:34) “ไม่มีใครที่ละทิ้งบ้านเรือน ภรรยา พี่น้อง บิดามารดาหรือบุตร เพราะเห็นแก่พระอาณาจักรของพระเจ้า แล้วจะไม่ได้รับสิ่งตอบแทนหลายเท่า ณ บัดนี้ และได้รับชีวิตนิรันดรในโลกหน้า” (ลก.18:29-30)

ก่อนจะติดตามพระเยซูคริสตเจ้าเราต้องคำนวณดูให้รอบคอบเสียก่อนว่า จะติดตามพระองค์ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เหมือนการคำนวณค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง และคำนวณกำลังพลในการทำสงคราม (ลก.14:28-31) เพราะพระองค์ไม่ต้องการโฆษณาชวนเชื่อด้วยอุดมการณ์หรูๆ ด้วยสิ่งดีๆ ตรงกันข้ามพระองค์บอกกับเราตรงไปตรงมาถึงความลำบากอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ความกระตือรือร้นในการติดตามพระองค์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว เมื่อพบอุปสรรค์ก็ล้มเลิกกลางคัน การล้มเลิกติดตามพระเยซูคริสตเจ้าหลังจากที่รู้จักและเชื่อในพระองค์แล้ว ถือว่าเป็นความผิดเป็นการละทิ้งความเชื่อปฏิเสธพระเจ้า ส่วนคนที่ยังไม่ได้ติดตามพระองค์ ซึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่รู้จักพระองค์ หรือยังรู้จักพระองค์ไม่ดีพอ เราต้องถือว่าพวกเขาจะต้องพยายามต่อไป และต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้นเรื่อยๆ คนพวกนี้แม้มีความผิดก็อาจจะผิดที่ว่าพวกเขายังพยายามไม่ถึงที่สุด ซึ่งเป็นความผิดน้อยกว่า ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “ผู้รับใช้ที่รู้ใจนาย….และไม่ทำตามใจนาย จะถูกเฆี่ยนมาก …ผู้รับใช้ที่ไม่รู้ใจนาย แม้ทำสิ่งที่ควรถูกเฆี่ยน..จะถูกเฆี่ยนน้อย” (ลก.12:47-48).

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศจากทางวัด

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. ในการแสวงบุญปีแห่งความเชื่อ วันที่ 23 ต.ค. 2013 วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง และวัดนักบุญยอแซฟบ้านหัน รถออกจากที่วัดเวลา 6.00 น. ในโอกาสนี้จะมีการปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับวิถีชุมชนวัด และรับสมัครทีมอภิบาลวัดเพิ่ม
  3. วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกวัดเรา จะมาตรวจสุขภาพเบื้องต้นและแนะนำเรื่องสุขภาพให้ที่หน้าวัดหลังมิสซา ขอเชิญผู้ที่สนใจรับบริการได้ที่หน้าวัด
  4. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาที่จะอ่านพระคัมภีร์ร่วมกันรวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอาทิตย์ที่ 15 ก.ย. 2013 ขอให้ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซา เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 08-09-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.