ฉบับที่ 13037 วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

ในแนวทางของวิถีชุมชนวัดหรือหนทางใหม่ในการเป็นวัด พระศาสนจักรวาดฝันไว้ว่าวัดในแนวทางใหม่จะต้องเป็นวัดที่ทุกคนมีส่วนร่วม คริสตชนรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง และกระทำตามบทบาทหน้าที่ของตนด้วยความกระตือรือร้น ด้วยเหตุนี้หนังสือคู่มือจึงกล่าวถึงวัดในหนทางแบบเดิมๆ และวัดในแนวหนทางใหม่ เพื่อให้คริสตชนตระหนักถึงผลดีและผลเสียของวัดในรูปแบบต่างๆไว้ให้เราพิจารณาดังนี้

แบบที่ 1 วัดแบบจัดเตรียมไว้ให้ พระสงฆ์เตรียมทุกอย่างไว้ให้ พระสงฆ์เป็นผู้สั่งการให้ทำนั่นทำนี่ วัดจึงเป็นที่ซึ่งผู้คนมาร่วมชุมนุมกันในวันอาทิตย์ แบบตัวใครตัวมันไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร การมาร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณจึงเหมือนกับการเอารถไปเติมน้ำมัน เติมเสร็จแล้วก็ออกจากปั้มน้ำมันไป เหมือนมาวัดเมื่อมิสซาจบแล้วก็กลับบ้าน ความรู้สึกรักวัดความเป็นเจ้าของวัดไม่มี ดังนั้นความผูกพันกับวัดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นก็จะไม่มี วัดจึงเป็นแค่สถานบริการเพื่อทำศาสนกิจให้เสร็จๆไปเพื่อจะได้ไม่ทำผิดพระบัญญัติ และเป็นที่นัดพบของญาติพี่น้องและเพื่อนๆ เพื่อที่จะทำกิจกรรมอื่นๆต่อไปกิจกรรมอื่นๆต่อไปแบบที่ 2 วัดแบบที่มีกลุ่มรับภาระหน้าที่ วัดแบบนี้จะมีกลุ่มต่างๆที่มีการแบ่งหน้าที่กันไว้ อาทิ สภาภิบาล พลมารีย์ กลุ่มผู้อ่านบทอ่าน ฯลฯ แม้วัดแบบนี้จะมีคณะกรรมการและกลุ่มต่างๆมากมายมาช่วยทำงานในวัด ดูเหมือนว่าจะดีมีชีวิตชีวามีคนมาช่วยวัด แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของวัดยังคงไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมแต่อย่างใด กลุ่มมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามหน้าที่ของตน คนอื่นๆก็มาวัดแล้วกลับบ้าน กลุ่มต่างๆก็ทำหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมายแล้วกลับบ้าน อาจจะมีชีวิตชีวาเป็นเทศกาลไป หรืออาจจะมีปัญหา เพราะยังเป็นกลุ่มใครกลุ่มมัน ตัวใครตัวมัน ไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

วัดทั้งสองแบบถ้าจะอยู่กันจริงๆก็อยู่ได้ จะมีสัตบุรุษบางคนมาช่วยพระสงฆ์ ช่วยงานวัด พระสงฆ์เป็นผู้จัดแบ่งกลุ่มและหน้าที่ต่างๆ แล้วสมาชิกส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน มีสมาชิกที่มาปฏิบัติศาสนกิจกี่คนที่ไม่มีส่วนร่วมอะไร และอีกกี่คนแม้การปฏิบัติศาสนกิจก็ไม่มา มีปัญหาอะไรต่างคนต่างแก้กันไป คนอื่นๆก็หลบเข้ามุมสงบของตนไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย

แบบที่ 3 วัดแบบที่ทุกคนมีส่วนร่วมมีความกระตือรือร้น เป็นวัดที่ทุกคนตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในฐานะเป็นคริสตชน ดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์ของคริสตชนในสมัยเริ่มแรกที่เราพบในหนังสือกิจการอัครสาวก (กจ.2:42-47, 4:32-35) ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รัก รับใช้ และแบ่งปัน ต่างตระหนักดีว่าต้องดำเนินชีวิตในความเป็นพี่น้อง ความเป็นเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน คริสตชนจะไม่ดำเนินชีวิตเพียงในวัดในกลุ่มคริสตชนเท่านั้น แต่จะคิดถึงผู้คนที่อยู่เลยกำแพงวัดออกไป คริสตชนจะไม่เป็นคริสตชนเฉพาะตอนอยู่ที่วัด แต่ในชุมชนและที่ๆเขาอยู่ การปฏิบัติศาสนกิจก็จะไม่ทำเฉพาะที่วัด แต่เขาจะทำที่บ้าน ในชุมชน ด้วยเหตุนี้คนในละแวกบ้าน คนที่ทำงานอยู่ในที่เดียวกันจะรู้จักและรักกันฯลฯ จะมาปฏิบัติศาสนกิจร่วมกัน ช่วยเหลือกัน และดำเนินชีวิตร่วมกันเป็นพยานถึงจิตตารมณ์ความเป็นคริสตชน รัก รับใช้ และแบ่งปันกับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้าง เป็นการสืบสานพันธกิจของพระเยซูคริสตเจ้าในการประกาศข่าวดีด้วยพยานชีวิต วัดแบบนี้จะสามารถกระจายออกไปสู่ชุมชน มีชีวิตชีวา วัดสามแบบนี้พี่น้องปรารถนาอยากเห็นวัดของเราเป็นแบบไหนละครับ.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

พระเมตตาของพระเจ้า ความพร้อมในการกลับใจ

ในสวรรค์จะมีความชื่นชมยินดี…เพราะคนบาปคนหนึ่งกลับใจ มากกว่าความยินดีเพราะผู้ชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจ” (ลก.15:7) พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้สะท้อนให้เราเห็นภาพลักษณ์ของพระเจ้าของเรา พระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงพระทัยเมตตากรุณา เป็นพระเจ้าที่ทรงตามหาคนบาปเพื่อช่วยให้เขากลับมาในหนทางที่ถูกต้อง “บุตรแห่งมนุษย์มาเพื่อแสวงหาและช่วยผู้เสียไปให้รอดพ้น” (ลก.19:10) เพราะพระองค์ไม่ต้องการให้ลูกๆของพระองค์เสียไปแม้แต่คนเดียว “ข้าพเจ้าเฝ้ารักษาไว้ และไม่มีผู้ใดพินาศ เว้นแต่ผู้ที่ต้องพินาศเพื่อให้เป็นจริงตามพระคัมภีร์” (ยน.17:12) ภาพพจน์ของพระเจ้าเช่นนี้ชวนให้คิดถึงหัวอกของพ่อแม่ที่มีลูกบางคนเกเร เวลาที่ลูกเกเรทำผิดหนีออกจากบ้านไป บางคนติดยาเสพติดพ่อแม่จะรู้สึกอย่างไร และจะห่วงใยลูกที่หลงผิดเหล่านี้มากน้อยแด่ไหน พ่อแม่ที่รักลูกจริงคงจะต้องดิ้นรนทำทุกวิธีการเพื่อจะหาลูกจนพบและได้ลูกกลับมา ถ้าได้พบลูกและสามารถทำให้ลูกของตนกลับเป็นลูกที่ดีดังเดิม พ่อแม่จะดีใจสักแค่ไหน พระเยซูคริสตเจ้าทรงบอกกับเราว่าพระบิดาเจ้าสวรรค์ จะดีใจมากกว่านั้นอีกเมื่อมีคนบาปคนหนึ่งกลับใจ “ท่านซึ่งเป็นพ่อ….ท่านทั้งหลายที่เป็นคนชั่วยังรู้จักให้ของดีๆแก่ลูก แล้วพระบิดาเจ้าผู้สถิตในสวรรค์ จะไม่ประทาน….มากกว่านั้นหรือ” (ลก.11:13)

จากพระวาจาของพระเจ้าที่เราได้ฟังและอ้างอิงถึง ทำให้เราทราบแน่นอนว่าทางฝ่ายของพระเจ้านั้น พระองค์พร้อมที่จะแสดงพระเมตตาและให้อภัยเสมอ เหมือนพ่อแม่ที่พร้อมที่จะให้อภัยลูกตนเมื่อสำนึกผิดขอโทษ ทางฝ่ายมนุษย์ที่เป็นลูกของพระองค์เล่ามีความพร้อม ที่จะแสดงความสำนึกผิดกลับใจขอโทษพระองค์หรือไม่ มีมนุษย์อีกจำนวนเท่าไรที่ยังหลงมัวเมาอยู่ในอบายมุข มีมนุษย์อีกจำนวนเท่าไรที่คิดว่าตนเองดีอยู่แล้ว ไม่มีบาปไม่ต้องการกลับใจ ไม่ต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของตน ไม่ต้องพึ่งพระเมตตาของพระเจ้า มีมนุษย์อีกจำนวนเท่าไรที่ดื้อรั้นในความผิด แม้รู้ว่าผิดก็ไม่ยอมขอโทษขอพระเมตตาจากพระเจ้า นี่กระมังที่เป็นที่มาของแกะเก้าสิบตัวนั้นที่ไม่ต้องการการกลับใจ เพราะพระเยซูคริสตเจ้าทรงเล่าอุปมาเรื่องนี้ในขณะที่ ชาวฟาริสีและธรรมาจารย์บ่นว่าพระองค์ ในการร่วมกินและดื่มกับคนเก็บภาษีและคนบาป “ชาวฟาริสีและธรรมมาจารย์ต่างบ่นว่า คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินอาหารกับเขา พระองค์จึงตรัสเรื่องอุปมานี้ให้เขาฟัง” (ลก.15:2)

ความพร้อมที่จะกลับใจวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้ามาจากไหน ความพร้อมนี้มาจากประสบการณ์ของเรามนุษย์ที่รู้สึกถึงโทษทัณฑ์ของบาป บาปทำให้เขาเจ็บปวดน่าทุเรศทุรังแค่ไหน ในความมืดมนของชีวิตเขาต้องลำบากแค่ไหนต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างไร ทุกครั้งที่มนุษย์มีประสบการณ์เช่นนี้เขาจะแสวงหาหนทางรอดพ้น และสิ่งที่ดีกว่า เหมือนกับยามที่เรามีน้ำดื่มน้ำใช้อุดมสมบูรณ์ เราจะไม่คิดถึงคุณค่าของน้ำที่เราใช้อย่างทิ้งขว้าง แต่เมื่อไรเราไม่มีน้ำประปาไม่มีนำดื่มน้ำใช้เราจะโหยหามันอย่างนึกเสียดาย และรู้คุณค่าของมัน ขอให้พระวาจาของพระเจ้าที่เราได้รับฟังในวันนี้ เตือนใจเราให้เราพิจารณามโนธรรมบ่อยๆ มีความความสุภาพที่จะยอมรับความอ่อนแอของตน ยอมรับว่าเราเป็นคนบาป วอนขอพระเมตตาจากพระเจ้า หนทางนี้แหละเป็นหนทางที่สามารถนำความรอดมาสู่เรา

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และเวลานี้ลงมือสร้างโรงครัวแล้ว ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. ในการแสวงบุญปีแห่งความเชื่อ วันที่ 23 ต.ค. 2013 วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง และวัดนักบุญยอแซฟบ้านหัน รถออกจากที่วัดเวลา 6.00 น. ในโอกาสนี้จะมีการปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับวิถีชุมชนวัด และจะมีการรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการวิถีชุมชนวัดด้วย
  3. วันอาทิตย์นี้ขอให้ผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่สนใจมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทยหลังมิสซาเพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. เดือนตุลาคมเป็นเดือนแม่พระลูกประคำ ผู้ที่ปรารถนาที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดที่บ้าน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ และที่สังเกตง่ายๆ ได้ที่หน้าวัด
  5. วันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. 2013 ขอเชิญเยาวชนประกันที่ห้องประชุมของวัด และเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มเยาวชนสมัครเข้ากลุ่มเยาวชนได้ในเวลานี้ด้วย
  6. ขอจิตอาสาเด็กเล่นละครคริสตมาส เริ่มซ้อมต้นเดือนตุลาคม ลงชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ได้ที่หน้าวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 15-09-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.