ฉบับที่ 13032 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

บอกเล่าให้ฟัง

“การร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเป็นการสวดภาวนาสองเท่า” การสวดภาวนาสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาทิ การสนทนากับพระเจ้าด้วยบทภาวนาต่างๆ หรือด้วยคำพูดของเราเอง การอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าเงียบๆคอยสดับเสียงที่พระองค์จะตรัสกับเรา ท่าทางที่เราแสดงออกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพให้เกียรติพระเจ้า การร้องเพลง ฯลฯ การร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เราไม่ได้สรรเสริญพระองค์ด้วยคำพูดเท่านั้น แต่ยังสรรเสริญด้วยท่วงทำนอง อารมณ์ และความรู้สึกที่ออกมาจากการร้องเพลงนั้นด้วย เพราะฉะนั้นการร้องเพลงในระหว่างพิธีกรรมจึงต้องร้องด้วยความตั้งใจ และเปล่งเสียงร้องออกมาจริงๆไม่ใช่ทำปากขมุบขมิบ พระศาสนจักรเป็นต้นในสังคายนาวาติกันที่ 2 ได้เน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในพิธีกรรมของสัตบุรุษ ด้วยเหตุนี้สังคายนาวาติกันที่ 2 จึงประกาศให้ใช้ภาษาท้องถิ่นในการประกอบพิธีกรรม เพื่อสัตบุรุษจะได้เข้าใจ สามารถตอบ รับ และมีส่วนร่วมได้

การแปลและประพันธ์บทเพลงต่างๆที่ใช้ในพิธีกรรมขึ้นใหม่เป็นภาษาท้องถิ่น ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันคือต้องการให้สัตบุรุษร้องได้ และร้องกันโดยพร้อมเพียง ปัญหาของเราอยู่ที่ว่าทำอย่างไรเราจึงสามารถร้องเพลงในพิธีกรรมได้ แน่นอนที่สุดการฝึกหัดการซ้อมเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งที่ทำให้เราร้องเพลงได้ ทางวัดและนักขับร้องก็พยายามซ้อมกันอยู่ทุกๆวันเสาร์หลังมิสซา และก่อนเริ่มมิสซาวันอาทิตย์ โดยพยายามเอาเพลงที่เราไม่คุ้นเคยมาซ้อมให้ก่อนเริ่มมิสซา แต่การคนๆหนึ่งจะร้องเพลงได้นั้นยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่ทำให้ร้องเพลงได้ไพเราะถูกต้องตามจังหวะท่วงทำนอง สิ่งนั้นก็คือการเปล่งเสียงร้องเพลง ถ้าเราสังเกตนักร้องสมัยโบราณเวลาฝึกร้องเพลง เขาจะร้องออกมาดังๆบางคนร้องในโอ่ง บางคนร้องในห้อง หรือบางคนชอบร้องเพลงแบบออกเสียงเวลาอาบน้ำ แม้ไม่ได้ตั้งใจฝึกหัดร้องเพลงโดยตรงแต่คนที่ทำแบบนี้บ่อยๆก็สามารถร้องเพลงได้ดีเหมือนกัน เมื่อเล่าถึงเรื่องนี้พ่อคิดถึงเวลาที่พ่อมาที่นี่ใหม่ๆ พ่อได้ให้สัตบุรุษบางคนก่อเพลงตอนไปโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าส่วนใหญ่ก่อไม่ได้หรือไม่ก็ร้องผิดเพี้ยน ถามว่าเพราะอะไรคำตอบที่พ่อพบก็คือสัตบุรุษส่วนใหญ่ไม่ได้เปล่งเสียงร้องเพลง แต่ทำปากขมุบขมิบตามคนอื่นไป บางคนออกเสียงเบามากๆคนจีนเขาเรียกว่าแมวร้อง ยิ่งกว่านั้นบางคนไม่เปิดหนังสือร้องเลยก็มี นี่แหละคือสาเหตุที่เราร้องเพลงไม่ได้ หรือร้องได้ก็จะผิดเพี้ยนถ้าเราสังเกตพวกเณร บรรดาซิสเตอร์ พระสงฆ์ ทำไมเขาสามารถร้องเพลงได้กันส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าเขาร้องเปล่งเสียงในมิสซาและตอนสวดพร้อมกันทุกวัน ที่เล่าให้ฟังนี้ไม่ได้ต้องการตำหนิพี่น้องแต่อย่างใด แต่ต้องการขอความร่วมมือจากพี่น้องให้ร่วมมือร่วมใจกันเปล่งเสียงร้องเพลงในพิธีกรรม (ไม่ใช่ตะโกนแต่เป็นการร้องออกเสียงไม่ใช่ทำปากขมุบขมิบ) ถ้าเราร่วมมือกันทำอย่างที่พ่อแนะนำไว้ เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานเราจะได้ยินเสียงเพลงที่ไพเราะมากในมิสซาบูชาขอบพระคุณ และในการร่วมพิธีกรรมต่างๆ นอกนั้นเราจะรู้สึกว่ามิสซาบูชาขอบพระคุณ และพิธีกรรมต่างๆที่เรามาร่วมมีชีวิตชีวา เพราะทุกคนมีส่วนร่วมสร้างบรรยากาศในการสรรเสริญพระเจ้า ด้วยเสียงที่พร้อมเพียงเปล่งออกมาจากใจที่มีความสุขความชื่นชมยินดี การร้องเพลงในพิธีกรรมอย่างนี้จะต้องไพเราะ และเป็นการสวดภาวนาสองเท่าอย่างแน่นอน

จากคุณพ่อเจ้าวัด

ชีวิตกับการรอคอย

การรอคอยเป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกพันและอยู่คู่กับชีวิตของมนุษย์เสมอมา เมื่อมีชีวิตหนึ่งปฏิสนธิในครรภ์มารดา คุณพ่อคุณแม่นับวันรอคอย เด็กน้อยคลอดออกมาอย่างปลอดภัยลืมตาดูโลก เมื่อปลอดภัยแล้วการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีก คุณพ่อคุณแม่พยายามเลี้ยงดูเฝ้าคอยด้วยความหวังว่า ลูกจะแข็งแรงมีสุขภาพดีต่อไปจะได้เข้าเรียน จบมาแล้วจะได้มีงานทำมีครอบครัวเป็นหลักเป็นฐาน ชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการของการรอคอยตลอดเวลา เมื่อทำงานเรารอคอยปรารถนาจะเห็นผลสำเร็จ เมื่อทำงานไปพอสมควรเหนื่อยล้าเรารอคอยเวลาที่เราจะได้หยุดพัก เมื่อเราเข้านอนก่อนหลับตาลงเรามีความหวังรอคอยวันพรุ่งนี้ ที่จะเป็นชีวิตใหม่การเริ่มต้นใหม่สำหรับเรา แม้แสงอรุณใหม่ยามเช้าและการลับขอบฟ้าไปของดวงอาทิตย์ยามเย็น ก็ยังเป็นเครื่องหมายของชีวิตที่ค่อยๆเคลื่อนไปถึงปลายทางของชีวิตบนโลกใบนี้ นี่ก็เป็นการรอคอยแต่เป็นการรอคอยที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่อยากจะคิดถึง แต่มันเป็นสัจธรรมที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ เพราะวันนั้นจะมาถึงไม่ช้าก็เร็วพระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่านมิได้คาดหมาย”(ลก.12:40)

มนุษย์จะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในกระบวนการของการรอคอยอย่างสงบสุข ต่อเมื่อดำเนินชีวิตอย่างรอบคอบตามที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน “ท่านทั้งหลายจงเตรียมตัวพร้อมไว้”(ลก.12:40) ความรอบคอบในการเตรียมตัวให้พร้อม ที่จะเผชิญกับสถานการณ์ในอนาคตซึ่งไม่มีอะไรแน่นอน เป็นสิ่งที่จะช่วยลดความวิตกกังวลและทำให้เกิดความหวัง เหมือนนักกีฬาที่ฝึกซ้อมเตรียมการแข่งขันในฤดูกาลที่ใกล้จะมาถึง นักเรียนที่เตรียมตัวสอบสำหรับการสอบครั้งสำคัญ ถ้าพวกเขาฝึกฝนเตรียมตัวอยู่เสมอ การฝึกซ้อมเตรียมตัวในช่วงเวลาใกล้ๆจะไม่หนักมากนัก ความกังวลจะน้อยลง ความหวังที่จะประสบความสำเร็จจะเป็นดังแสงสว่าง ที่ค่อยๆสว่างเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆเหมือนแสงอรุณยามเช้า เมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า คนๆหนึ่งจะมีความกระตือรือร้นตื่นตัวอยู่เสมอในการเตรียมตัวรอคอย เมื่อเขาเห็นคุณค่าและเชื่อมั่นในเป้าหมายปลายทาง หรือสิ่งที่เขากำลังรอคอยอยู่นั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสจนเกินจากสิ่งที่เจ้านายจะปฏิบัติต่อผู้รับใช้ที่ดีว่า “นายจะคาดสะเอวพาผู้รับใช้เหล่านั้นไปนั่งโต๊ะและจะรับใช้เขาด้วย”(ลก.12:37) พระองค์ตรัสเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ผลตอบแทนของผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์นั้นยิ่งใหญ่เกินพรรณนา สมกับการพากเพียรปฏิบัติและการรอคอยจริงๆ

“แต่ถ้าผู้รับใช้คนนั้นคิดว่านายจะมาช้า และเริ่มตบตีผู้รับใช้ชายและหญิง กินดื่มจนเมามาย นาย…..จะกลับมาในวันที่เขามิได้คาดหมายในเวลาที่เขาไม่รู้ นาย…..จะให้เขาไปอยู่กับพวกคนที่ไม่ซื่อสัตย์……จะต้องถูกเฆี่ยนมาก”(ลก.12:45-47) สิ่งที่กล่าวไว้ในคำอุปมาตอนนี้ ทำให้เราทราบว่าการรอคอยหรือการเตรียมต้อนรับการเสด็จกลับของบุตรแห่งมนุษย์ เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เพราะวันนั้นเป็นจุดสุดท้ายที่เปลี่ยนใจไม่ได้ ถ้าพลาดไปหมายถึงต้องรับโทษตลอดนิรันดร และยังกล่าวถึงประเด็นหลักในการเตรียมตัวรอคอยอย่างชัดเจนด้วยว่า “เป็นการปฏิบัติต่อเพื่อนผู้รับใช้ด้วยกัน” นั่นก็คือการแสดงความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเราให้มีความรอบคอบในการดำเนินชีวิต เป็นดั่งผู้รับใช้ที่ดีที่รอคอยการกลับมาของนายด้วยความกระตือรือร้น เพื่อวันนั้นจะได้เป็นวันชื่นชมยินดีสำหรับเราทุกคน

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
  2. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา และผู้ที่ต้องการมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  3. วันอาทิตย์นี้ หลังจากที่พ่อกล่าวปิดพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณแล้ว พ่อจะไปมอบของที่ระลึกให้ตัวแทนแม่ และขอให้ลูกๆไปกลัดดอกมะลิให้แม่ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อคุณแม่เป็นพิเศษในโอกาสวันแม่
  4. วันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค. 2013 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ปรารถนามาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจมาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและจัดตารางเวลา หลังมิสซา
  5. ประกาศแต่งงานระหว่างนาย ปวีร์ สมัครคุณ บุตรของนาย พระเนาว์ สมัครคุณ และนาง ลัดดา สมัครคุณ กับ คริสตินา สุธาสินี ตั้งธนอำรุง บุตรีของยอแซฟ สมเกียรติ ตั้งธนอำรุง และนาง สมนึก ตั้งธนอำรุง ถ้าผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ที่ 11-08-2013

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.