บอกเล่าให้ฟัง
“คนสู้ชีวิต” วลีนี้เป็นวลีที่ทำให้คนจำนวนมากมายผ่านพ้นอุปสรรค์ และประสบความสำเร็จมาแล้ว คนสู้ชีวิตเป็นคนที่ไม่กลัวสิ่งท้าทายใหม่ๆที่เกิดขึ้น ไม่กลัวความทุกข์ยากลำบากอดทนต่อสู้ ไม่ถอยใจไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆถ้าไม่ได้พยายามจนถึงที่สุด คำนิยามนี้เป็นคำนิยามที่ไตร่ตรองมาจากประสบการณ์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะมีประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากผู้เขียน จึงให้คำนิยามของวลีคนสู้ชีวิตนี้ต่างออกไป ความแตกต่างของการนิยามไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญเราต้องเป็นคนอย่างนี้ให้ได้ เพราะคนอย่างนี้แหละคือคนที่จะมีที่ยืนในสังคม และยืนอยู่อย่างคนที่มีคุณภาพสามารถสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมส่วนรวมและตนเอง เราคงเคยเห็นคนที่มีความบกพร่องทางอวัยวะต่างๆ อาทิ คนที่ไม่มีแขนทั้งสองข้างแต่สามารถใช้เท้าเล่นเปียโน เล่นกีตาร์ วาดรูปได้ ฯลฯ ทุกครั้งที่พ่อเห็นภาพอย่างนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้า พ่อจะคิดถึงวันแรกที่คนๆนั้นเขาตัดสินใจที่จะทำในสิ่งนั้น คนไม่มีแขนไม่มีมือแต่อยากหัดเล่นเปียโน เล่นกีตาร์ และวาดรูป พ่อว่าวันที่เขาตัดสินใจไปบอกใครสักคนถึงความปรารถนาของเขาที่จะทำในสิ่งนั้น หรือเข้าไปขอเงินคุณพ่อคุณแม่ซื้ออุปกรณ์ เข้าไปยืมกีตาร์ของเพื่อนเป็นเวลาที่สำคัญ คนที่เขาเดินเข้าไปหาจะคิดอย่างไร และการที่เขากล้าทำอย่างนี้ได้ เขาเอากำลังใจเอาความกล้าหาญนี้มาจากไหน กำลังใจและความกล้าหาญอย่างนี้แหละที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เป็นแบบอย่างของคนสู้ชีวิตที่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอดใจพ่ายก่อนที่จะแสดงความพยายามจนสุดความสามารถ
หนทางสู่แดนแห่งเมืองสวรรค์
หนทางสวรรค์เป็นหนทางที่ผู้ที่มีความปรีชาฉลาดฝ่ายโลกมักมองข้าม มันเป็นหนทางที่โง่เขลาเบาปัญญาสำหรับพวกเขา เพราะมันสวนกระแสกับความคิดทางโลกที่ยึดวัตถุจับต้องได้ ผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้า และความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง พระเยซูคริสตเจ้าจึงบอกกับเราให้เป็นข้อคิดเตือนใจว่า หนทางนี้จะถูกปิดบังไว้สำหรับบรรดาผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก “ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากบรรดาผู้ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย”(ลก.10:21) ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่พอพระทัยความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ ตรงกันข้ามความปรีชาฉลาดของมนุษย์เป็นพระพรอย่างหนึ่งที่มาจากพระเจ้า แล้วทำไมหนทางสวรรค์จึงถูกปิดบังไว้สำหรับผู้ปรีชาฉลาดฝ่ายโลก เพราะเมื่อใดที่มนุษย์รู้สึกว่าตนเองมีสติปัญญาชาญฉลาด ประสบความสำเร็จสามารถคิดค้นสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้ มนุษย์มักจะจองหองหลงลืมพระเจ้าคิดว่าความสำเร็จนั้นมาจากมนุษย์เอง แต่แท้ที่จริงแล้วทุกสิ่งมาจากพระเจ้า พวกเขาจึงตั้งตนเองเป็นพระเจ้า ปฏิเสธพระองค์ ไม่พึ่งพาพระองค์อีกต่อไป ส่วนผู้ที่ต่ำต้อยเนื่องจากพวกเขาคิดถึงความต่ำต้อยแห่งตน เข้าใจในความอ่อนแอตามประสามนุษย์ ความสุภาพจึงก่อเกิดในจิตใจของเขา พวกเขาจึงเพียรพยายามออกแรงทำทุกสิ่งไม่มองข้ามสิ่งใด เข้าหาพึ่งพาพระเจ้า และแม้แต่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วย ความสุภาพถ่อมตนนี่แหละจะช่วยให้เขาพบทางของพระเจ้า ผ่านทางพระเมตตาของพระองค์
“จงพยายามเข้าทางประตูแคบ เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่าหลายคนพยายามจะเข้าไป แต่เข้าไม่ได้”(ลก.13:24) พระเยซูคริสตเจ้าทรงเชิญชวนเราให้เข้าทางประตูแคบ ที่มีคนมากมายอยากจะเข้าแต่เข้าไม่ได้ สาเหตุของการเข้าไม่ได้มีหลายประการ ความจองหองทำให้มนุษย์ปฏิเสธดูถูกไม่เห็นความสำคัญของหนทางแคบๆ เพราะมันโง่เขลาเบาปัญญาเกินไปที่จะเดินในหนทางที่น่าทุเรศทุรังแบบนั้น นักบุญมัทธิวได้เน้นในด้านนี้ว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกหนทางสบายประตูกว้าง แต่ทางนั้นจะนำไปสู่ความหายนะ “จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้างขวาง คนที่เข้าทางนี้มีจำนวนมาก”(มธ.7:13) เพราะความปรีชาฉลาดทางโลกทำให้คนจำนวนมากดูแคลนหนทางสวรรค์ คนที่ติดใจอยู่กับเกียรติยศชื่อเสียงทรัพย์สมบัติฝ่ายโลก ก็เป็นคนอีกพวกหนึ่งที่เข้าประตูแคบไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาติดใจอยู่จะเป็นเหมือนสิ่งที่พะรุงพะรังเกะกะจนเข้าประตูไม่ได้ และอีกพวกหนึ่งที่นักบุญลูกาเน้นย้ำว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้เข้าสวรรค์ คือประชากรของพระเจ้าเอง เพราะคนพวกนี้แม้รู้จักพระเจ้าแต่ก็ไม่ให้ความสำคัญ ซึ่งต่างจากคนที่ไม่มีความเชื่อเมื่อได้รับการประกาศข่าวดี กลับกระตือรือร้นสนใจเปิดใจรับข่าวดีนั้น ดังนั้นท่านจึงบันทึกไว้ว่าพวกที่มาช้าแล้วเข้าไม่ได้อ้างเหตุผลขอเข้าไปว่า “พวกเราได้กินได้ดื่มอยู่กับท่าน ท่านได้สอนในลานสาธารณะของเรา”(ลก.13:26) คนประเภทนี้ก็คือเราคริสตชนที่คิดว่าตนเองเป็นอภิสิทธิ์ชน สวรรค์เป็นของตายได้ไปแน่อยู่แล้วจึงไม่เอาใจใส่ไม่ให้ความสำคัญ คริสตชนเรานี่แหละที่จะพลาดโอกาสอย่างน่าเสียดาย และจะอ้างสิทธิอะไรก็อ้างไม่ได้เสียแล้ว เพราะโอกาสนั้นหลุดลอยไปจากความไม่สนใจเอาใจใส่ของเราเอง ในที่สุดพวกแรกจึงกลับเป็นพวกสุดท้าย และพวกสุดท้ายจะกลับเป็นพวกแรกในพระอาณาจักรสวรรค์
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- การสร้างศาลาอเนกประสงค์ คืบหน้าไปเรื่อยๆ กำแพง การทำหินล้าง ตบแต่งภายในจวนจะเสร็จแล้ว และจะลงมือสร้างโรงครัวต่อไป ผู้ใดต้องการช่วยค่าก่อสร้าง บริจาคได้ที่ตู้ทานหน้าวัด หรือที่พ่อก็ได้
- วันอาทิตย์นี้ มีประชุมเยาวชนที่ห้องประชุมของวัดหลังมิสซา ขอเชิญเยาวชนเข้าประชุม และผู้ที่สนใจสมัครร่วมกลุ่มเยาวชน มาสมัครได้
- ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. 2013 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลเข้าประชุมกัน โดยพร้อมเพียง
- เขต 2 จัดแสวงบุญปีแห่งความเชื่อ วันที่ 23 ต.ค. 2013 วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ปากช่อง และวัดนักบุญยอแซฟบ้านหัน รถออกจากที่วัดเวลา 6.00 น. สำรองที่นั่งและลงเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
- วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย. 2013 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 25-08-2013
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต