ฉบับที่ 13038 วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

September 20th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

“วิถีชุมชนวัด” ลักษณะเป็นชุมชนคริสตชนย่อยๆ ที่รวมกลุ่มกันดำเนินชีวิตตามจิตตารมณ์พระวรสาร แบบเดียวกับคริสตชนสมัยเริ่มแรก ที่กระจายอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ ลักษณะเฉพาะของชุมชนคริสตชนย่อยพอสรุปได้ดังนี้

  1. เป็นชุมชนที่มีพระเยซูเจ้าเป็นศูนย์กลาง โดยอาศัยพระวาจาของพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์ และการอธิษฐานภาวนา
  2. เป็นชุมชนที่มีความสัมพันธ์เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความเชื่อที่เข้มแข็งและมีชีวิตชีวา ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกันและรับผิดชอบชุมชนร่วมกัน
  3. เป็นชุมชนที่สานต่อพันธกิจของพระเยซูเจ้า โดยมีพระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นจุดหมายปลายทาง (ต้องพยายามทำให้เกิด ความยุติธรรม ความรัก สันติสุข และความชื่นชมยินดี) และเปิดกว้างต้อนรับทุกคนเข้ามามีส่วนรับรู้ข่าวดีของพระองค์

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13037 วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

September 13th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

ในแนวทางของวิถีชุมชนวัดหรือหนทางใหม่ในการเป็นวัด พระศาสนจักรวาดฝันไว้ว่าวัดในแนวทางใหม่จะต้องเป็นวัดที่ทุกคนมีส่วนร่วม คริสตชนรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง และกระทำตามบทบาทหน้าที่ของตนด้วยความกระตือรือร้น ด้วยเหตุนี้หนังสือคู่มือจึงกล่าวถึงวัดในหนทางแบบเดิมๆ และวัดในแนวหนทางใหม่ เพื่อให้คริสตชนตระหนักถึงผลดีและผลเสียของวัดในรูปแบบต่างๆไว้ให้เราพิจารณาดังนี้

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13036 วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

September 5th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

“วิถีชุมชนวัด” หรือนักวิชาการบางท่านอาจจะเรียกว่า “หนทางใหม่ในการเป็นวัด” (New way of being Church) เมื่อเห็นวลีนี้หลายๆคนอาจจะทำหน้าเบื่อหน่าย และคิดว่าตนเองเข้าใจแล้วจะมากล่าวถึงทำไมให้ซ้ำซาก แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีการสอบถามและตรวจสอบปฏิกิริยาของสัตบุรุษร่วมทั้งพระสงฆ์หลายๆท่านปรากฏว่า มีความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนคลาดเคลื่อนไปเป็นอันมาก อาทิ บางคนเข้าใจว่าเป็นองค์กรใหม่ที่พระศาสนจักรตั้งขึ้นมา บางคนเข้าใจเป็นองค์กรพระพรพิเศษอะไรก็ได้ที่มีแบ่งปันพระวาจา อาทิ พลมารีย์ โฟโคลาเร ฯลฯ บางคนเน้นแค่อย่างเดียวคือแบ่งปันพระวาจา ความเข้าใจเหล่านี้ล้วนแต่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เพราะในหลักสูตรหรือคู่มือเขาระบุชัดเจนว่า “วิถีชุมชนวัด ไม่ใช่การจัดตั้งองค์กรใหม่ในพระศาสนจักร” นั่นหมายความว่าไม่ใช่กลุ่มแบ่งปันพระวาจา และกลุ่มพระพรพิเศษต่างๆด้วย

อ่านต่อ »

ฉบับที่ 13035 วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2013 เทศกาลธรรมดา

August 30th, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

กระแสเรียก เมื่อได้ยินคำนี้หลายๆคนคิดถึง พระสงฆ์ นักบวชหญิงและชาย เพราะพระเจ้าทรงเรียกบุคคลเหล่านี้เป็นพิเศษ ให้มาดำเนินชีวิตเป็นสักขีพยานถึงพระองค์ และเป็นศาสนบริกรของพระเจ้าและพระศาสนจักร ความจริงความคิดนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรและก็น่าจะเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่ความคิดเช่นนี้เป็นความคิดที่แคบเกินไปสำหรับคำว่า “กระแสเรียก” ซึ่งเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเราแต่ละคน พระเจ้าสร้างมนุษย์ทุกคนมาอย่างเจาะจง และมีพระประสงค์สำหรับมนุษย์แต่ละคนโดยเฉพาะ เพียงแต่เราไม่ทราบแน่ชัดว่าพระองค์มีพระประสงค์อย่างไรสำหรับเรา ด้วยเหตุนี้การดำเนินชีวิตทุกๆวันของเราจึงเป็นการแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์ และตัดสินใจเลือกอยู่เสมอ ถึงแม้เป็นเช่นนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์เหมือนคนตาบอด เพราะตลอดเวลาของการเดินทางชีวิตแสวงหาพระประสงค์ของพระองค์นั้น พระองค์จะประทานพระหรรษทานและเครื่องหมายต่างๆ ช่วยให้เราสามารถรู้และเข้าใจพระประสงค์ของพระองค์ เครื่องหมายอย่างหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องชีวิตจิตจะสอนอยู่เสมอ เมื่อเราต้องตัดสินใจทำอะไรหรือเลือกอะไร คือ สันติสุขและความชื่นชมยินดีภายใน (Peace and Joy) ถ้าเราเลือกและตัดสินใจทำอะไรแล้วเรามีสันติสุข และความชื่นชมยินดีภายใน และสองสิ่งนี้อยู่กับเรานานๆไม่ใช่ชั่วครั้งชั่วคราว ก็แสดงว่าการตัดสินใจครั้งนั้นถูกต้อง หรือเปอร์เซ็นต์ของความถูกต้องนั้นสูงมาก

อ่านต่อ »

ประมวลภาพ วันสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์

August 23rd, 2013

สัปดาห์ที่ผ่านมา (18-08-2013) ในวันสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ คุณพ่อเจ้าอาวาสได้จัดให้มีถวายช่อดอกไม้/ดอกไม้ แด่แม่พระในตอนท้ายหลังพิธีกรรมด้วย เพื่อระลึกถึงแม่พระของเราคริสตชน ส่วนบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างติดตามที่ gallery ด้านล่างนี้ครับ

ฉบับที่ 13034 วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2013 เทศกาลธรรมดา

August 22nd, 2013

บอกเล่าให้ฟัง

“คนสู้ชีวิต” วลีนี้เป็นวลีที่ทำให้คนจำนวนมากมายผ่านพ้นอุปสรรค์ และประสบความสำเร็จมาแล้ว คนสู้ชีวิตเป็นคนที่ไม่กลัวสิ่งท้าทายใหม่ๆที่เกิดขึ้น ไม่กลัวความทุกข์ยากลำบากอดทนต่อสู้ ไม่ถอยใจไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆถ้าไม่ได้พยายามจนถึงที่สุด คำนิยามนี้เป็นคำนิยามที่ไตร่ตรองมาจากประสบการณ์ ซึ่งหลายๆคนอาจจะมีประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากผู้เขียน จึงให้คำนิยามของวลีคนสู้ชีวิตนี้ต่างออกไป ความแตกต่างของการนิยามไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญเราต้องเป็นคนอย่างนี้ให้ได้ เพราะคนอย่างนี้แหละคือคนที่จะมีที่ยืนในสังคม และยืนอยู่อย่างคนที่มีคุณภาพสามารถสร้างประโยชน์สุขให้กับสังคมส่วนรวมและตนเอง เราคงเคยเห็นคนที่มีความบกพร่องทางอวัยวะต่างๆ อาทิ คนที่ไม่มีแขนทั้งสองข้างแต่สามารถใช้เท้าเล่นเปียโน เล่นกีตาร์ วาดรูปได้ ฯลฯ ทุกครั้งที่พ่อเห็นภาพอย่างนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้า พ่อจะคิดถึงวันแรกที่คนๆนั้นเขาตัดสินใจที่จะทำในสิ่งนั้น คนไม่มีแขนไม่มีมือแต่อยากหัดเล่นเปียโน เล่นกีตาร์ และวาดรูป พ่อว่าวันที่เขาตัดสินใจไปบอกใครสักคนถึงความปรารถนาของเขาที่จะทำในสิ่งนั้น หรือเข้าไปขอเงินคุณพ่อคุณแม่ซื้ออุปกรณ์ เข้าไปยืมกีตาร์ของเพื่อนเป็นเวลาที่สำคัญ คนที่เขาเดินเข้าไปหาจะคิดอย่างไร และการที่เขากล้าทำอย่างนี้ได้ เขาเอากำลังใจเอาความกล้าหาญนี้มาจากไหน กำลังใจและความกล้าหาญอย่างนี้แหละที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ เป็นแบบอย่างของคนสู้ชีวิตที่จะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอดใจพ่ายก่อนที่จะแสดงความพยายามจนสุดความสามารถ

อ่านต่อ »