บอกเล่าให้ฟัง
การกระทำใดๆ ในโลกจะสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นบรรลุเป้าหมายไม่หลงทาง ต่อเมื่อผู้กระทำนั้นทราบชัดเจนถึงสาระสำคัญเป้าหมายและแนวปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก่อนจะทำอะไรเราควรจะพิจารณาสิ่งต่างๆเหล่านี้อย่างดีเสียก่อน โดยตั้งคำถามกับตนเองว่า “ทำเพื่ออะไร ทำไม และจะทำอย่างไร” คำถามเหล่านี้จะทำให้เราดำเนินการอย่างถูกต้องไม่หลงทาง เพราะทุกๆกิจการนั้นมีสาระสำคัญ แก่นหรือหัวใจของมัน ถ้าเราเข้าถึงเราจะดำเนินการอย่างถูกต้องไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทาง ถ้าเราสามารถกระทำหรือเข้าถึงสาระสำคัญของเรื่องที่จะทำ อย่างอื่นก็เป็นเพียงองค์ประกอบซึ่งทำก็ดีหรือไม่ทำก็ได้ เพราะมันเป็นการสร้างสีสันให้มากขึ้นเท่านั้น
พ่อปรารถนาให้เราลองพิจารณากิจกรรมต่างๆ ที่เราทำในชุมชนแห่งความเชื่อของเรา อาทิ การทำเทียนเพื่อใช้รื้อฟื้นศีลลางบาปในวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ การกรอกน้ำเสก การทำใบลาน และการทำไม้กางเขนไว้แบกตอนเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ในวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ไข่และตัวไก่ปัสกาฯลฯ ที่จริงแล้วสิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถสั่งทำ บางอย่างมีขายสำเร็จรูป และบางอย่างมีก็ได้ไม่มีก็ได้เพราะไม่ใช่องค์ประกอบในพิธีกรรม แต่ที่เรานำมาทำร่วมกันจุดประสงค์ก็คือต้องการให้สุตบุรุษมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสัตบุรุษจะได้รู้จักกัน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รักและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จึงเป็นเพียงสื่อกลางเพื่อทำให้เราไปถึงวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวมาแล้ว แน่นอนที่สุดการกระทำทุกอย่างเราจะต้องพยายามทำให้ดีที่สุด แต่ก็ได้หมายความว่าต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ต้องดีเลิศทุกกระเบียดนิ้ว พ่อคิดว่าเอาแค่ดีที่สุดตามความสารถของแต่ละคนก็น่าจะพอแล้ว คนที่ทำไม่ค่อยเป็นก็พยายามมาฝึกเอาสักหน่อย ถ้าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมมีโอกาสมาพบปะกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันรักกัน ถึงแม้ว่าผลงานอาจจะไม่สวยเลิศเลอเท่าที่ควรแต่พ่อว่ามันก็คุ้มสุดคุ้มแล้วนะ เพราะภาพของชุมชนแห่งความเชื่อที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และน้ำใจที่พี่น้องแสดงออกช่างงดงามล้ำเลิศเหลือเกิน
ที่พ่อบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้พี่น้องฟัง ไม่ใช่พ่อไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมต่างๆที่พี่น้องทำกันมานานแล้ว ตรงกันข้ามพ่อสนับสนุนและเห็นว่าดีเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ ที่จะเป็นกลไกอย่างหนึ่งเพื่อช่วยให้ชุมชนแห่งความเชื่อนี้เติบโตเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากขึ้น แต่ก็อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า “เราต้องเข้าใจสาระสำคัญ แก่น หรือหัวใจของกิจกรรมเสียก่อน” มิฉะนั้นเราอาจจะไม่บรรลุเป้าหมายดั่งที่ตั้งใจกันไว้ เหนื่อยฟรี และบางครั้งอาจจะเป็นการปิดกั้นการมีส่วนร่วมของผู้อื่น หรืออาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่พวกเราขึ้นได้ ถ้ามันทำให้เกิดความเสียหายก็อย่าทำเสียไม่ดีกว่าหรือ เราจะยอมเหนื่อยฟรีทำไม ซื้อสำเร็จรูป หรือสั่งทำดีกว่าไหม แต่ที่เรายอมเสียเวลายอมเหนื่อย เพราะเรารู้คุณค่าของกิจกรรมเหล่านี้ เบื้องหลังก็คือทำให้เรารักและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รู้จักกันมากขึ้น ถ้าผลเป็นเช่นนี้ก็คุ้มแล้วที่เราจะเหนื่อย และเสียเวลา ถึงแม้ว่าผลงานก็อาจจะอย่างนั้นๆแหละ แต่ค่าของน้ำใจและความรักของพี่น้องงดงามกว่า
จากคุณพ่อเจ้าวัด
ก้าวใหม่แห่งชีวิต
ก้าวแรก ก้าวใหม่ หรือการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในชีวิตเป็นสิ่งที่ลำบาก และน่ากลัวเสมอ แต่อย่างก็ตามทุกสิ่งต้องมีการเริ่มต้น ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า เด็กทารกต้องเริ่มตั้งไข่เมื่อเริ่มหัดเดิน ถ้าไม่มีการเริ่มต้น ก้าวแรกก้าวใหม่ชีวิตของมนุษย์จะหยุดอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา ที่เรียกกันว่า “การย่ำเท้าอยู่กับที่” จะออกแรงเหนื่อยแค่ไหนมันก็อยู่ที่เดิม “เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้”(ปฐก.12:1-2) พระเป็นจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากสภาพเดิมๆ ไปสู่สภาพใหม่ที่พระองค์จะบอกให้ทราบ การเรียกของพระองค์เป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อ ความวางใจในพระเป็นเจ้าของอับราฮัมเป็นอย่างยิ่ง และท่านได้ตอบสนองด้วยความเชื่อและความวางใจในพระองค์ พระวรสารนักบุญมัทธิว ได้เล่าถึงการแสดงพระองค์อย่างรุ่งเรืองของพระเยซูคริสตเจ้าต่อหน้า เปโตร ยากอบ และยอห์น ทั้งสามตกใจกลัว พระองค์ตรัสกับท่านทั้งสามว่า “จงลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย”(มธ.17:7) พระวรสาร 3 เล่ม มัทธิว มาร์โก และลูกา ต่างก็เล่าเรื่องนี้ซึ่งมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่คล้ายๆกันในการเล่าก็คือ “จะเล่าควบคู่กับการทำนายล่วงหน้าเกี่ยวกับมหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ที่พระเยซูคริสตเจ้าจะต้องได้รับ”
การเล่าเช่นนี้ทำให้เราเข้าใจได้ว่า การเข้าสู่สภาพใหม่ การกลับใจ การพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นต้องผ่านความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้น กางเขนต้องมาก่อนมงกุฎเสมอ ความสำเร็จต้องมาจากความพากเพียรอดทน ความเพียรอดทนเป็นที่มาของความสำเร็จหรือชัยชนะทุกชนิด ( Labor omnia vincit ) พระเยซุคริสตเจ้าทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ให้พยานสำคัญสามท่านได้เห็น เพราะพระองค์ทรงทราบว่ามหาทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ จะทำให้บรรดาสาวกกลัวสิ้นหวังหมดกำลังใจขาดความเชื่อมั่นในการกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์ พระสิริรุ่งโรจน์ที่อัครสาวกได้สัมผัสนี่แหละจะเป็นแรงหนุนใจสำคัญที่จะทำให้บรรดาสาวกสามารถพลิกฟื้นความเชื่อกลับคืนมาได้ เพราะอย่างน้อยมีพยานที่สำคัญสามท่านได้สัมผัสพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และได้รับการยืนยันจากเสียงของพระบิดาเจ้ามาแล้วว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา เราพึงพอใจยิ่งนัก จงฟังท่านเถิด”(มธ.17:5) ทำให้พวกท่านแน่ใจว่าพระเยซูคริสตเจ้าทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริง เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วต้องกลับคืนพระชนมชีพอย่างแน่นอน
พระเยซูคริสตเจ้าไม่ยอมอยู่กับความบรมสุขบนภูเขาตามคำเสนอแนะของอัครสาวก แต่พระองค์ลงจากภูเขานั้นและภายหลังพระองค์เดินขึ้นเนินอีกลูกหนึ่งที่ชื่อว่ากัลวาริโอ ทรงได้รับทรมานและสิ้นพระชนม์ที่นั่น ทำให้เราทราบว่าหนทางของพระเจ้าเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน หนทางไปสวรรค์ต้องผ่านความเพียรอดทนความทุกข์ยากลำบาก เป็นหนทางที่ไม่มีใครอยากเดิน แต่ผู้ที่มีความเชื่อในพระเจ้าต้องเดินเพราะเป็นทางเดียวที่จะไปสวรรค์ได้ นี่แหละเป็นก้าวใหม่ ก้าวย่างที่ท้าทายความเชื่อ ความวางใจในพระเจ้าพร้อมกับพระสัญญาเช่นเดียวกับอับราฮัม ว่าพระองค์จะทรงรักษาพระสัญญาที่ทรงให้ไว้เสมอ พระสัญญานี้ก็คือใครที่เดินบนหนทางเดียวกับพระองค์จะไดรับความสุขนิรันดร เป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันที่ 28 มีนาคม-สิ้นเดือนเมษายน 2011 ทางวัดจะเปิดค่ายสอนคำสอนภาคฤดูร้อน สำหรับเด็กๆเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปที่บ้าน เพื่อออมเงินตลอดเทศกาลมหาพรต และให้พี่น้องนำมาคืนที่วัดในวันอาทิตย์ปัสกา เพื่อพ่อจะได้นำไปส่งให้อัครสังฆมณฑลและเขต 2 สำหรับใช้ทำกิจเมตตาช่วยเหลือผูด้อยโอกาสต่อไป
- วันอาทิตย์ที่ 3 เม.ย. 2011 มีติดตามผลการฟื้นฟูคริสตชน 3 เสาร์ครั้งที่ 2 เรื่อง “พระวาจาของพระเจ้า” ขอเชิญพี่น้องเข้าร่วมรับการอบรมได้ที่ศาลาเรือนไทย หลังมิซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่นี้ขอให้ผู้อ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน รวมตัวกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ่อมการอ่านบทอ่าน แบ่งปันพระวาจา และจัดตารางเวลาร่วมกัน หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 27 มี.ค. 2011 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาจะช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซา และร่วมกิจกรรม หลังมิสซา เวลา 10.30 น.
- ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย Jaruwat Kiatiwongse บุตรของนาย Chamroen Kaitiwongse และ นาง Kittirat Supredanurat กับ นางสาว Kim Charlene A. Escobin บุตรีของนาย Rectorino Escobin และ นาง Aileen Alviar ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าวัดทราบ ไม่แจ้งมีความผิดตามกฏหมายพระศาสนจักร
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต