บอกเล่าให้ฟัง
พระศาสนจักรสอนเราคริสตชนเสมอว่า “เวลาเป็นพระพรล้ำค่าที่พระเจ้าประทานให้กับเรา เราจึงต้องพยายามใช้เวลาทุกๆวันอย่างมีคุณค่ามากที่สุด” อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ความหมาย และการอยู่ว่างๆเป็นช่วงเวลาอันตรายที่อาจจะทำให้เราตกในบาปได้ง่าย คนจีนเขามีคำพูดสอนลูกหลานว่า “เจียะป้าบ่อสื่อจ่อ” (กินอิ่มแล้วไม่ทำอะไร) คนพวกนี้คนโบราณสอนให้ระวังไว้มากๆ เพราะเป็นคนชอบหาเรื่องหรือชอบก่อเหตุ ถ้าเราเป็นคนช่างสังเกตความเป็นไปในชีวิตคน เราจะพบว่าคนบางคนทำตนเสมือนว่ามีเวลาว่างมากเกินไป เพราะไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปหาเหตุก่อเรื่องจุกจิกหยุมหยิม นินทาว่าร้ายชาวบ้าน หาเรื่องได้ไม่เว้นแต่ละวัน เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ทำให้เป็นเรื่องจนได้ เข้าทำนอง “ขี้เท่ามดตดเท่าช้าง”
พระศาสนจักรจึงสอนให้เราคอยบังคับตนเอง ควบคุมตนเอง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ รู้จักเคารพในศักดิ์ศรีของตนเอง ไม่ปล่อยตัวตามสบายตามสัญชาติญาณ เพราะถ้าเรายอมให้สัญชาติญาณเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา มนุษย์จะมีชีวิตไม่ต่างจากสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย หิวต้องกิน ถึงฤดูผสมพันธุ์ต้องผสมพันธุ์ เจออะไรเป็นเหยื่อต้องล่า มนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉานมากมายเกินกว่าการบรรยายได้ เพราะพระเป็นเจ้าสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ให้เป็นเหมือนพระองค์ มีจิตวิญญาณ อำเภอใจ น้ำใจอิสระ และมีเสรีภาพ เราจึงต้องพยายามรักษาเกียรติ และศักดิ์ศรีในฐานะเป็นมนุษย์ของเราไว้อย่างดี เทศกาลมหาพรตจึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการฝึกฝนเรื่องเหล่านี้ เพราะพระศาสนจักรจัดให้มีแบบฝึกหัดมากมายให้เราปฏิบัติตาม
บทขอบพระคุณในมิสซาบูชาขอบพระคุณของเทศกาลมหาพรตได้ชี้แจงเรื่องเหล่านี้ด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน “ปราบกิเลส (สมัยก่อนมีคำว่าสันดานด้วย) ชำระจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์” “ปราบความเห็นแก่ตัว จุนเจือผู้ขัดสน บำเพ็ญตนมีเมตตากรุณา ตามแบบอย่างของพระองค์” สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เราเห็นเจตนารมณ์ของพระศาสนจักรในเทศกาลมหาพรตอย่างชัดเจน ขอให้เราแต่ละคนพยายามเวลาในเทศกาลมหาพรตอย่างดีมีคุณค่ามากที่สุด เพื่อเทศกาลมหาพรตจะได้เป็นเวลาฝึกฝนตนเอง เพาะเลี้ยงนิสัยที่ดีในการดำเนินชีวิตอย่างต่อเนื่อง ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ชีวิต และความเชื่อของเราจะพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้นทุกปี
จากคุณพ่อเจ้าวัด
การถูกผจญล่อลวง
มนุษย์เป็นสิ่งสร้างที่ประเสริฐที่สุดของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาตามภาพลักษณ์ของพระองค์ให้เป็นเหมือนพระองค์ การผจญในชีวิตของมนุษย์จึงอาจพิจารณาได้ว่า เป็นบทพิสูจน์เกียรติและศักดิ์ศรีของมนุษย์บุตรพระเจ้า พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า “พระจิตเจ้า ทรงนำพระเยซูเจ้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อให้ปีศาจทดลองพระองค์” (มธ.4:1) การที่พระจิตเจ้าทรงยอมให้ปีศาจผจญพระเยซูคริสตเจ้า เป็นการยกย่องความยิ่งใหญ่ของพระบุตรผู้ทรงความไพบูลย์ครบครันที่สุด ทำให้เราเห็นพลังอำนาจยิ่งใหญ่ของพระเจ้าซึ่งไม่มีทางพ่ายแพ้ต่อความชั่วร้ายใดๆ การผจญที่เกิดกับพระเยซูคริสตเจ้า ทำให้เราเห็นผลดีของการผจญที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์ เพราะทำให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงยกย่องให้เกียรติเราในฐานะเป็นบุตรของพระองค์ เป็นโอกาสให้เราแต่ละคนพิสูจน์ตนเองว่ามีศักดิ์ศรีคู่ควรต่อการเป็นภาพลักษณ์และเป็นบุตรของพระเจ้าหรือไม่ และเป็นตัวอย่างสำหรับเรา ทำให้เรารู้เล่ห์กลของปีศาจความชั่วร้าย รวมทั้งวิธีการเอาชนะมัน เพราะถ้าเราสังเกตการผจญต่างๆในชีวิตของมนุษย์ การผจญหลักใหญ่ในชีวิตก็คงไม่พ้นการผจญ 3 เรื่องที่พระเยซุคริสตเจ้าประสบมาแล้ว
เรื่องปากท้อง มนุษย์ถูกผจญด้วยเรื่องนี้ตลอดเวลา ทำให้เราคิดว่าเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต้องอิ่มปากอิ่มท้องเสียก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ความพลาดพลั้งในชีวิตของมนุษย์มากมายเกิดจากความวิตกกังวลในเรื่องของปากท้องมากเกินไป มนุษย์ขัดขวางการให้กำเนิดชีวิตซึ่งเป็นแผนการของพระเจ้าในการสร้างชีวิตใหม่ โดยอ้างเหตุผลว่า ประชากรจะล้นโลก ทรัพยากรจะไม่พอเพียงต่อการบริโภค ลูกมากจะยากจน คริสตชนจำนวนมากไม่มาร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ โดยมีเหตุผลว่าต้องทำมาหากินไม่มีเวลา พระเยซูคริสตเจ้าต่อสู้กับมันโดยคิดถึงความจริงที่ว่า “มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้นแต่…….ด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า”(มธ.4:4)
เรื่องความวางใจในพระเจ้า ในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต ความเจ็บป่วย ความยากจน ปัญหาในหน้าที่การงาน ฯลฯ “พระเจ้า…..คอยพยุงท่านไว้มิให้เท้ากระทบหิน”(มธ.4:6) ในยามนี้ปัญหาคาใจมนุษย์ก็คือ “ความช่วยเหลือของพระเจ้าอยู่ที่ไหน พระเจ้าประอยู่กับเราจริงหรือไม่” คำตอบอยู่ที่ว่าเราเชื่อหรือไม่ว่าพระประสงค์ของพระเจ้านั้นดี พยานสอดส่องของพระเจ้าแสนประเสริฐสำหรับเรา เราอยากให้เป็นไปตามใจเราหรือตามพระประสงค์ของพระองค์ “อย่าทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย”(มธ.4:7) จงวางใจในพระเจ้าเถิด ผู้วางใจในพระองค์ย่อมเป็นสุข
เรื่องปฏิเสธพระเจ้ากราบไหว้พระอื่น ปีศาจมันบอกว่าถ้ากราบนมัสการมันเป็นพระเจ้ามันจะให้เราทุกสิ่ง “เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา”(มธ.4:9) มันพาพระเยซูคริสตเจ้าไปทอดพระเนตรความยิ่งใหญ่ของโลก และพร้อมที่ให้ทุกสิ่งถ้ากราบนมัสการมันเป็นพระเจ้า โลกทั้งโลกมันยังให้ได้นับประสาอะไรกับ แค่เลขท้ายสองสามตัว การแสดงฤทธิ์พิสดาร หรืออาจทำให้เราได้โน้นได้นี่ตามใจอยาก เพราะฉะนั้นอย่าหลงกลมันง่ายๆ และละจากความโลภทั้งหลาย ขอให้แบบอย่างการถูกผจญของพระเยซูคริสตเจ้า ช่วยเราให้เรามีความเชื่อมั่นคงในพระเจ้า เอาชนะการผจญโดยอาศัยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระองค์
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันที่ 28 มีนาคม-สิ้นเดือนเมษายน 2011 ทางวัดจะเปิดค่ายสอนคำสอนภาคฤดูร้อน สำหรับเด็กๆเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ผู้ปกครองที่ต้องการส่งเด็กมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และความต้องการรถรับส่งหรือไม่ให้ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
- ขอให้พี่น้องนำกระบอกมหาพรตไปที่บ้าน เพื่อออมเงินตลอดเทศกาลมหาพรต และให้พี่น้องนำมาคืนที่วัดในวันอาทิตย์ปัสกา เพื่อพ่อจะได้นำไปส่งให้อัครสังฆมณฑลและเขต 2 สำหรับใช้ทำกิจเมตตาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไป
- ในเทศกาลมหาพรตก่อนเริ่มมิสซาวันเสาร์และวันอาทิตย์ จะมีเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์ ขอเชิญพี่น้องมาร่วมเดินมรรคาศักดิ์สิทธิ์เพื่อรำพึงถึงมหาทรมานของพระเยซุคริสตเจ้าร่วมกัน
- วันอาทิตย์นี้มีติดตามผลการฟื้นฟูคริสตชน 3 เสาร์ครั้งที่ 1 เรื่อง “วันพระเจ้า” ขอเชิญพี่น้องเข้าร่วมรับการอบรมได้ที่ศาลาเรือนไทย หลังมิซาเวลา 10.30 น.
- วันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค. 2011 ขอให้ผู้อ่านบทอ่าน และผู้ที่สนใจที่จะมาช่วยอ่านบทอ่าน รวมตัวกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ่อมการอ่านบทอ่าน แบ่งปันพระวาจา และจัดตารางเวลาร่วมกัน
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต