ฉบับที่ 14009 วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนกำลังจะเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2014 พ่อมีความปรารถนาให้พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการเรียนคำสอน เพราะเป็นวิชาที่ทำให้ลูกหลานของเรารู้จักพระเจ้า และพบหนทางดำเนินชีวิตนำไปสู่ความรอดพ้น การส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน จุดประสงค์คงไม่ใช่เพื่อมาเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเท่านั้น แต่เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสเรียนรู้ รู้จักการมีชีวิตสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและพระศาสนจักร เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะเป็นคริสตชนสมาชิกของพระศาสนจักร อาศัยการเรียนรู้ด้านคำสอน การดำเนินชีวิตร่วมกัน และบรรยากาศในค่ายคำสอนซึ่งวัดของเราได้พยายามส่งเสริมให้เยาวชนมาช่วยดูแลสอนน้องๆ ให้ผู้ใหญ่ได้มาแบ่งปันประสบการณ์ และพยายามทำให้ค่ายนี้เป็นค่ายคำสอนของพวกเราทุกๆคนที่จะสามารถมีส่วนร่วมทางใดทางหนึ่ง พ่อคิดว่าสิ่งที่เราทำกันมาเป็นสิ่งที่ดี ที่จะทำให้ชุมชนแห่งความเชื่อของเรามีชีวิตชีวาเข้มแข็ง และผลิตคลื่นลูกใหม่ขึ้นมาแทนที่พวกเราในการสืบสานพันธกิจของพระศาสนจักรระดับวัดให้ก้าวหน้าสืบเนื่องไปเสมอ

ในปีที่ผ่านๆมา พ่อแอบชื่นชมและดีใจเพราะได้เห็นสัตบุรุษวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าของเรา มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการเรียนคำสอน ถึงแม้ว่าลูกหลานของตนยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะรับศีลศักดิ์สิทธิ์ อาทิ รับศีลมหาสนิทครั้งแรก บางคนรับศีลมหาสนิทแล้วแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์รับศีลกำลัง พี่น้องหลายๆคนก็ยังส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน และไม่เคยที่จะมาต่อว่าต่อขานบราเดอร์ ครูคำสอน และคุณพ่อ ในเรื่องที่ลูกหลานไม่ได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ ความจริงแล้วถ้าลูกหลานของเราเข้าข่ายถึงเกณฑ์ที่จะรับศีลศักดิ์สิทธิ์ได้ คุณพ่อ บราเดอร์ และครูคำสอน ก็จะพยายามสุดความสามารถในการเตรียมเด็กๆเหล่านี้ให้รับศีลศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ยกเว้นเสียแต่ว่า อาจจะมีเหตุอะไรที่ทำให้ลูกหลานของเราไม่พร้อมที่จะรับศีลศักดิ์สิทธิ์นั้นจริงๆ อาทิ มาเรียนไม่กี่วัน เด็กขาดความรู้ความเข้าใจในสาระสำคัญของศีลศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ หรือแม้แต่เรื่องเอกสารสำคัญในการยืนยันเรี่องรับศีลศักดิ์สิทธิ์ เพราะศีลศักดิ์สิทธิ์บางประการเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่รับได้ครั้งเดียวโปรดซ้ำไม่ได้ ถ้าผู้ใดเลินเล่อโปรดซ้ำจะต้องโทษถูกตัดขาดจากความเป็นสมาชิกภาพของพระศาสนจักร ฯลฯอีกเรื่องหนึ่งที่เรามองข้ามความสำคัญไม่ได้คือผลจากค่ายคำสอน การที่เด็กมาเรียนคำสอนร่วมกันในค่ายคำสอน ทำให้เกิดกลุ่มเพื่อนในเขตวัดของเรา เพราะเด็กๆจะรู้จักกันมากขึ้นเนื่องจากพวกเขาได้เคยเรียนคำสอนร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นมูลเหตุที่สำคัญก่อให้เกิดมิตรภาพ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวในชุมชนเขตวัดของเรา และยังเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมต่างๆในวัดของเราด้วย มีคนอ่านบทอ่านมากขึ้น มีผู้ช่วยมิสซามากขึ้น หลังมิสซาวันอาทิตย์เด็กๆจะมารวมตัวกันสวดภาวนา อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน มีเด็กๆจำนวนหนึ่งสมัครเข้าบ้านเณร เข้าอาราม และเมื่อมีเทศกาลอะไรที่ต้องการ พวกเด็กๆก็มาช่วย เช่น การแสดงละครคริสต์มาส การโปรยดอกไม้ในวันสมโภชพระคริสตกายา พวกเขาก็จะมาช่วยกัน เพราะรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว พ่อจึงคิดว่าค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสำคัญ ซึ่งเราต้องช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างราบรื่น และเกิดประโยชน์มากที่สุด.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

พระญาณสอดส่องของพระเจ้า

“ไม่มีใครเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เขาจะชังนายคนหนึ่งและจะรักนายอีกคนหนึ่ง…..ท่านทั้งหลายจะปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” (มธ.6:24) พระวาจาของพระเจ้าสะท้อนให้เห็นภาพของการดำเนินชีวิตคริสตชน ซึ่งต้องมีการตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดขาดว่า เราจะเลือกดำเนินชีวิตตามหนทางของโลกหรือหนทางของพระเจ้า ในการตัดสินใจเลือกเช่นนี้ทำให้ชีวิตคริสตชนเป็นการเสี่ยง และการเสี่ยงนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายความเชื่อของเรา เพราะการดำเนินชีวิตตามกระแสของโลกนั้น มีสิ่งล่อตาล่อใจมากมาย มีผลประโยชน์ที่เห็นทันตาจับต้องได้ ซึ่งพระเยซูคริสตเจ้าทรงบอกกับเราว่า “สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งชั่วคราว ให้ความสุขแท้แก่เราไม่ได้” ส่วนการเลือกดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้าจะต้องดำเนินชีวิตในความเชื่อ เชื่อมั่นในพระญาณสอดส่องของพระเจ้า ในพระสัญญาของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่บรรลุผล ยังไม่สมบูรณ์ จะเป็นมาในอนาคต ไม่สามารถเห็นผลทันตา เราจะเชื่อมั่นในคำสอนพระญาณสอดส่องของพระองค์หรือไม่ เราต้องตัดสินใจ “เราให้สันติสุขของเรากับท่าน เราให้สันติสุขกับท่านไม่เหมือนที่โลกให้” (ยน.14:27)

มนุษย์มักจะชอบสิ่งที่เห็นผลทันตาประโยชน์ใกล้มือ ในลักษณะที่น้ำขึ้นต้องรีบตัก ด้วยเหตุนี้ พระเยซูคริสตเจ้าจึงทรงกำชับให้เราเลือกระหว่างพระเจ้า ซึ่งไม่ได้ให้ผลประโยชน์ทันตาจับต้องได้เสมอไป กับเงินทองที่ให้ประโยชน์เป็นกอบเป็นกำฝ่ายโลก ที่พระองค์กำชับเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า เราทำมาหากินมีเงินมีทองไม่ได้ แต่พระองค์ต้องการจะสอนว่า อย่าให้เงินทองมีอิทธิพลเหนือเราจนทำให้เราเป็นทาส และสามารถบัญชาการชีวิตของเรา “เพื่อเงินแล้ว ฉันสามารถทำได้ทุกสิ่ง” สุภาษิตชาวโรมันบทหนึ่งกล่าวว่า “เงินทองเป็นทาสที่ดี แต่เป็นนายที่เลว” ถ้าเราเข้าใจรู้จักใช้เงินทองในลักษณะเช่นนี้ เงินทองสิ่งของอนิจจังฝ่ายโลกก็สามารถเป็นเครื่องมือนำเราไปถึงทรัพย์สมบัติแท้จริงในสวรรค์

“อย่ากังวลถึงชีวิตของท่านว่าจะกินอะไร อย่ากังวลถึงร่างกายของท่านว่าจะนุ่งห่มอะไร……อย่ากังวลถึงวันพรุ่งนี้” (มธ.6:25-34) พระเยซูคริสตเจ้าทรงอธิบายสิ่งที่พระองค์ตรัสนี้ว่า แม้แต่ธรรมชาติสิ่งสร้างอื่นๆที่มีค่าน้อยกว่าเรามนุษย์ พระบิดาเจ้าสวรรค์ยังทรงปกป้องดูแล ทำให้มันเจริญเติบโตมีผลิตผลที่งดงาม แล้วมนุษย์ที่พระองค์ทรงรักและมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ พระองค์จะไม่ทรงดูแลเชียวหรือ การไม่กังวลเกินไปถึงอนาคตเป็นเคล็ดลับแห่งการดำเนินชีวิตของเราคริสตชน ที่ทำให้เราไม่เครียดจนเป็นโรคประสาท เพราะเรามีพระบิดาผู้ทรงพระทัยดีคอยดูแลเอาใจใส่ และเราสามารถฝากทุกสิ่งไว้ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์ คำสอนเช่นนี้ไม่ใช่คำสอนที่ทำให้เราเกียจคร้านไม่ทำงาน ตรงกันข้ามเราจะต้องดำเนินชีวิตเลียนแบบธรรมชาติสิ่งสร้างที่พระองค์กล่าวอ้างถึง เหมือนนกที่ออกหากินแต่เช้าตรู่ เหมือนหญ้าในทุ่งที่รากของมันชอนไชหาน้ำอาหารจนมันสามารถอยู่รอด และออกดอกสวยงามให้เราได้ชื่นชม แน่นอนที่สุด เบื้องหลังความพยายามและการอยู่รอดเหล่านี้ พระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงค้ำจุนดูแลทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา ในทำนองเดียวกัน เบื้องหลังความพยายามมานะอุตสาหะของมนุษย์ก็จะมีความช่วยเหลือเกื้อกูลของพระองค์ ปัญหาที่สำคัญสำหรับเราก็คือ เรามีความเชื่อในพระเจ้าหรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังคงท้าทายความเชื่อ ความวางใจในพระญาณสอดส่องของเราคริสตชนอยู่เสมอ.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันพุธที่ 5 มี.ค. 2014 เป็นวันพุธรับเถ้า เข้าเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น. เพื่อเตรียมจิตใจเข้าเทศกาลมหาพรต
  2. ในวันพุธรับเถ้า คริสตชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องอดเนื้อ หรือทำพลีกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งทดแทน คริสตชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จนถึง 59 ปีบริบูรณ์ ต้องอดอาหาร การอดอาหารหมายถึง การทานอิ่มได้เพียงมื้อเดียว อีกสองมื้อทานพออยู่ได้
  3. วันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2014 ขอให้ผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่ปรารถนาจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อซ้อมช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 9 มี.ค. 2014 เวชบุคคลคาทอลิกของวัดจะให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พี่น้องที่ต้องการรับบริการตรวจสุขภาพ รับบริการได้ที่หน้าวัดหลังมิสซา
  5. ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เริ่มวันจันทร์ที่ 24 มี.ค. 2014 ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด สำหรับผู้ที่ลงชื่อไปแล้ว ขอให้ตรวจสอบว่าลงชื่อในใบที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีใบลงชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการรถรับ-ส่ง และใบลงชื่อสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรถรับ-ส่ง เพื่อทางวัดจะได้จัดเตรียมรถได้อย่างถูกต้อง

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 02-03-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.