ฉบับที่ 14029 วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2014

บอกเล่าให้ฟัง

สารวัดฉบับนี้พ่อเขียนขึ้นในบรรยากาศของการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งคงอยู่ในความสนใจของพี่น้องหลายๆท่าน ในระหว่างที่เขียนก็คิดไปถึงเหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากรู้ผลแพ้-ชนะแล้วทีมไหนเป็นแชมป์โลก ทีมไหนชนะเป็นแชมป์โลกทีมไหนแพ้พ่อคิดว่าไม่สำคัญ ถ้าแต่ละทีมมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้อภัย” พ่อคิดว่าการมีน้ำใจนักกีฬานั้นสามารถใช้ได้กับทุกๆสถานการณ์ในชีวิตของเรา เพราะชีวิตของมนุษย์ที่ดำเนินอยู่บนโลกใบนี้มีลักษณะคล้ายเกมส์กีฬาอยู่เหมือนกัน มีการแข่งขันอยู่เสมอเราต้องแข่งกับตนเองเพื่อเอาชนะตนเอง นักบุญเปาโลจึงเปรียบเทียบชีวิตมนุษย์เหมือนการวิ่งแข่ง และเมื่อลงสนามแล้วต้องวิ่งให้ถึงเส้นชัย เรื่องแพ้-ชนะผิดหวัง-สมหวังจึงเกิดขึ้นเสมอในชีวิตของมนุษย์ พ่อไม่ทราบว่าหลังจากรู้ผลแพ้-ชนะแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกๆฝ่ายมีน้ำใจเป็นนักกีฬา และไม่ลงโทษไม่เกลียดชังใครหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

“รู้แพ้” ในชีวิตจริงคงไม่มีใครเป็นผู้ชนะตลอดกาล เพราะฉะนั้นการเรียนรู้จัก “แพ้” บ้างคงไม่เสียหายอะไร คนยุคใหม่ส่วนใหญ่เป็นคนแพ้ไม่เป็น เพราะไม่เคยโดนขัดใจมาก่อนอยากได้อะไรก็ต้องได้ เมื่อถึงวันที่ไม่ได้อย่างใจหลายคนก็พาลเกเรจนเสียผู้เสียคน หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายประชดชีวิต นี่เป็นเรื่องของเด็กๆที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมมากนัก แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อสังคมส่วนรวมแล้วไม่รู้จักแพ้ พ่อไม่อยากจะคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนให้เรารู้จักแพ้ โดยยอมเป็นผู้แพ้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน แต่การแพ้ของพระองค์เป็นการสละตนเองเพื่อความรอดพ้นของมนุษยชาติ การแพ้เช่นนี้กลับกลายเป็นชัยชนะอย่างรุ่งโรจน์ในการกลับคืนพระชนมชีพ เพราะเป็นพระประสงค์ของพระบิดา ดังนั้นการรู้จักยอมแพ้ในเวลาที่สมควรยอม จึงเป็นที่มาของพระพรแห่งการชนะพัฒนาตนเอง และความสงบใจ“รู้ชนะ” เมื่อได้ชัยชนะแล้วดีใจเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องไม่ดูถูกเหยียดหยามทับถมผู้อื่น ไม่ลืมตัว และพยายามใช้โอกาสที่ได้ชัยชนะนั้นก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ส่วนรวม ชนะอย่างนี้ซิเขาเรียกว่า “ชนะเป็น” พระเยซูคริสตเจ้าทรงได้ชัยชนะในการกลับคืนพระชนมชีพ ชัยชนะของพระองค์มิใช่ชัยชนะเพื่อตนเอง แต่เป็นชัยชนะต่อบาปและความตายเพื่อความรอดพ้นของมนุษยชาติ ถ้าการได้เป็นแชมป์แห่งฟุตบอลโลกนำมาซึ่งแบบอย่างในการเล่นฟุตบอล การพัฒนาวิธีการเล่นฟุตบอลให้ชนรุ่นต่อไป ความสุข และความดีของสังคมส่วนรวม ชัยชนะอย่างนี้ถือว่าเป็นชัยชนะอย่างแท้จริง

“รู้อภัย” ในบรรยากาศแห่งการแข่งขันความรุนแรงย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะทุกทีมพยายามทุกวิถีทางที่จะชนะ สิ่งที่จะแก้ไขได้ก็คือ “การให้อภัย” ก่อนที่พระเยซูคริสตเจ้าจะสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ได้วอนขอพระบิดาโปรดให้อภัยแก่ทุกคนที่ทำผิดต่อพระองค์ ทั้งๆที่ความจริงแล้วพระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ กฎเกณฑ์กติกาเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูกก็จริงอยู่ แต่ถ้าทุกๆฝ่ายไม่รู้จักให้อภัยเรื่องก็จะไม่มีวันจบ ไม่ว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิดทีมไหนแพ้ทีมไหนชนะ พ่อคิดว่าเราน่าจะนำเอาบทเรียนจากแข่งขันในทุกๆด้านมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในครั้งต่อไป ผู้ที่ทำผิดกล้าออกมาขอโทษยอมรับความผิด คนทำผิดแล้วสำนึกผิดขอโทษก็สมควรได้รับการอภัย พ่อชอบใจที่ทีมหนึ่งส่งบอลให้ฝ่ายตรงข้ามเวลาเขารู้ว่ามีการผิดพลาดเกิดขึ้น การรู้จักขอโทษและการให้อภัยจึงนำมาซึ่งความสงบสุขของทั้งสองฝ่าย

จากพ่อคนเดิม

พระเป็นเจ้าทรงความยุติธรรมและทรงพระเมตตา

ปัญหาเรื่องความดีและความชั่ว คนดีและคนชั่วมีอยู่ปะปนในสังคมมนุษย์ เป็นปัญหาที่ค้างคาใจมนุษย์มาช้านานแม้ในคนๆเดียวก็มีความดีและความบกพร่อง ด้านสว่างและด้านมืด อุปมาเรื่องข้าวละมานและข้าวสาลีได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปของความดีและความชั่ว และท่าทีของพระเป็นเจ้าต่อสถานการณ์เช่นนี้ แน่นอนที่สุดความดีมาจากพระเป็นเจ้า “นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ”(มธ.13:27) ความชั่วมาจากปีศาจมารร้าย บาปและความอ่อนแอ “แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า นายตอบว่า ศัตรูมาหว่านไว้”(มธ.13:27-28) และสิ่งที่น่าสังเกตมากกว่านั้นก็คือ ความดีและความชั่วเกิดขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ผู้หว่านข้าวสาลีหว่านเวลากลางวัน ส่วนข้าวละมานศัตรูมาแอบหว่านในเวลากลางคืนรอจังหวะตอนที่คนกำลังเผลอ ข้อสังเกตให้ข้อคิดกับเราว่าอะไรก็ตามที่มาอย่างเปิดเผยไม่ค่อยน่ากลัว และส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ดีหรือถ้าเป็นสิ่งที่ผิดก็ไม่ได้เกิดจากความจงใจ แต่สิ่งที่มาอย่างลับๆล่อๆซ่อนเร้นแอบแฝงเป็นสิ่งที่น่ากลัวควรระวังไว้มากๆ อีกทั้งยังทำให้เราเข้าใจได้ว่าความชั่วในตัวเราและในผู้อื่นไม่ใช่แก่นแท้ของมนุษย์ เพราะมันแฝงตัวเข้ามาอย่างซ่อนเร้น สิ่งนี้ทำให้เราเข้าใจผู้อื่นและให้อภัยผู้อื่นง่ายขึ้นเมื่อเกิดความผิดพลาด

ผู้รับใช้เสนอว่า “ให้เราถอนมันไหม”(มธ.13:28) นายทัดทานว่า “อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย”(มธ.13:29) ความคิดของผู้รับใช้และเจ้านาย ทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างความคิดของมนุษย์และของพระเป็นเจ้า มนุษย์ชอบด่วนลงโทษตัดสินผู้อื่นเมื่อได้ที แต่พระเป็นเจ้าผู้มีอำนาจในการตัดสินกลับทรงพระเมตตาพิจารณาแม้แต่ความดีเล็กๆน้อยของมนุษย์และให้โอกาสไม่ด่วนตัดสินลงโทษ “จงปล่อยข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว”(มธ.13:30) พระองค์ทรงให้โอกาส ทรงเพียรทนต่อคนชั่วและความชั่วช้าสามานย์ของมนุษย์จนถึงที่สุด พระประสงค์ของพระเป็นเจ้าที่แสดงออกโดยอาศัยเรื่องอุปมานี้เตือนใจเรา ให้คิดอย่างพระองค์ นั่นก็คืออย่าตัดสินผู้อื่น ต้องให้โอกาส ต้องรักและให้อภัยอย่างที่พระองค์ปฏิบัติต่อเรามาก่อนแล้ว

สิ่งที่เราได้รับจากคำอุปมาเรื่องข้าวละมานทำให้เราทราบว่า พระเป็นเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงรักเมตตามนุษย์สุดพรรณนา และทรงประทานโอกาสให้มนุษย์กลับใจอยู่เสมอ แต่ในที่สุดคำอุปมาเรื่องนี้ก็จบลงด้วยพระยุติธรรมของพระองค์ “จงเก็บเกี่ยวข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสีย ส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน”(มธ.13:30) เราทราบจากคำอุปมาเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า พระเป็นเจ้าของเราทรงพระเมตตาและทรงความยุติธรรมในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นการดำเนินชีวิตอย่างประมาทอย่างที่หลายๆคนกำลังกระทำ โดยคิดว่าไม่เป็นไรหรอกทำอะไรก็ได้เดี๋ยวก็ได้รับการอภัยเพราะพระเป็นเจ้าทรงพระเมตตา ไม่เป็นไรหรอกมีเวลาอีกตั้งเยอะเดี๋ยวค่อยทำความดี เดี๋ยวค่อยกลับใจไปรับศีลอภัยบาปก็ได้ จึงเป็นการดำเนินชีวิตที่ไม่รอบคอบ เพราะเราไม่ทราบวันเวลาแห่งพระยุติธรรมของพระเป็นเจ้าจะมาถึงเมื่อไร เราจึงต้องใช้วันเวลาและโอกาสที่พระองค์ประทานให้อย่างรีบเร่ง และมีคุณค่ามากที่สุดต่อการดำเนินชีวิตของเรา โดยการกลับใจทำพลีกรรมใช้โทษบาปอยู่เสมอ

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค. 2014 หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกันด้วย

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 20-07-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.