บอกเล่าให้ฟัง
คนดีที่มีชีวิตราบรื่นไม่เคยลำบากไม่เคยพบอุปสรรค์ใดๆ คนดีแบบนี้เป็นคนดีที่น่าสงสัยมากว่าดีจริงหรือเปล่า และเขาดำเนินชีวิตอย่างไร พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเราอย่างชัดเจนว่า “หนทางของคนดีเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน” ใครอยากเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ต้องสละตนเอง แบกกางเขนของตนทุกวันแล้วตามพระองค์ไป ประตูสวรรค์เป็นประตูแคบมองหาลำบาก ถ้าพบประตูกว้างใหญ่เดินเข้าสบายๆ และมีคนมากมายเดินเข้าไปพระเยซูคริสตเจ้าสั่งว่า อย่าเดินเข้าไปนะเพราะทางนั้นจะนำไปสู่ความพินาศ เพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามที่จะเป็นคนดีแล้ว ชีวิตจะประสบความทุกข์ยากลำบากบ้างก็อย่าสงสัยจงเดินหน้าแสดงความพยายามที่จะเป็นคนดีต่อไป
ความทุกข์ยากลำบากเป็นเครื่องพิสูจน์ความดีของเรา เหมือนทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ยิ่งเจอความร้อนเจอไฟมันยิ่งสุกปลั่งเปล่งประกายแสง ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพระเป็นเจ้าทรงสะใจ ชอบเห็นมนุษย์ได้รับความทุกข์ยากลำบากจึงชอบทดลองใจมนุษย์ ตรงกันข้ามพระองค์ต้องการให้เรามีความสุข แต่โดยธรรมชาติความดี และความชั่วเหมือนอำนาจสองขั้วที่ขัดสู้กันอยู่เสมอ ความขัดแย้งนี้ก็เป็นสาเหตุของความทุกข์ยากลำบากได้เหมือนกัน ทุกครั้งที่เรายืนหยัดอยู่ฝ่ายความดีความถูกต้อง สวนกระแสกับคนทั่วไปที่อยู่ในความลุ่มหลง ก็จะพบกับการต่อต้านและไม่เห็นด้วย สาเหตุอีกประการหนึ่งของความทุกข์ยากลำบาก เกิดจากมนุษย์ใช้เสรีภาพไม่ถูกต้อง เลือกทำในสิ่งที่ผิดสร้างความเสียหายให้กับตนเองและผู้อื่น ด้วยเหตุนี้เมื่อความทุกข์ยากลำบากเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ก็อย่าสงสัยเพราะมันเป็นเรื่องปกติและอย่าโทษพระเป็นเจ้าเลย แต่จงมีความเพียรอดทนและอย่าท้อถอยในการทำคุณงามความดี จงใช้โอกาสนี้ในการสร้างบุญสร้างกุศลเพราะเยซูคริสตเจ้าทรงสอนว่า “ใครมีความเพียรอดทนจนถึงที่สุดจะได้รับความรอดพ้น”
ที่พ่อเขียนบทความนี้ขึ้นไม่ได้หมายความว่า เราต้องหาความทุกข์มาใส่ตัวหรือแกว่งเท้าไปหาเสี้ยน แต่ต้องการเป็นกำลังใจให้คนดีๆ ที่บางครั้งต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากบ้างก็อย่าท้อใจ เพราะนี่เป็นหนทางปกติที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน นั่นก็คือหนทางแห่งไม้กางเขนเป็นหนทางแห่งความรอดพ้น พระองค์ไม่ได้สอนเราด้วยวาทะที่หรูๆดูน่าฟัง แต่พระองค์ได้เดินนำหน้าเราบนเส้นทางนี้จนได้ชัยชนะและได้รับเกียรติ์รุ่งโรจน์มาก่อนแล้ว
จากคุณพ่อเจ้าวัด
พระเป็นเจ้าของเรา เราต้องกราบกรานนมัสการสถานสูงสุด
หัวข้อของบทความนี้เป็นเนื้อเพลงตอนหนึ่งของเพลงที่เราร้องในวัดสมัยโบราณ ถึงแม้จะโบราณแต่ก็มีข้อคิดชวนให้ไตร่ตรองอยู่เหมือนกัน “อะไรคือพระเจ้าที่เรามนัสการอยู่” พระวรสารนักบุญลูกาบันทึกไว้ว่า “ไม่มีผู้ใดเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนายได้ เขาจะชังนายคนหนึ่งและจะรักนายอีกคนหนึ่ง……ท่านทั้งหลายจะปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” (ลก.16:13) พระวาจาของพระเจ้าตอนนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เราต้องเลือกระหว่างพระเป็นเจ้าและเงินตรา นอกนั้นยังแสดงให้เห็นอีกว่ามีหลายคนถือว่าเงินทองเป็นพระเจ้า มีสุภาษิตบทหนึ่งสอนไว้อย่างน่าฟังทีเดียวว่า “ทรัพย์สินเงินทองเป็นทาสที่ดีแต่เป็นนายที่เลว” เพราะฉะนั้นเราอย่ายอมให้เงินทองของอนิจจัง ครอบงำเป็นนายเหนือเราเพราะมันจะทำให้จิตใจเราไขว้เขวจากพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้
ในอดีตชนชาติอิสราเอลประชากรของพระเจ้าทำรูปวัวทองคำเป็นปฏิมา แล้วกราบไหว้มนัสการมันเป็นพระเจ้า ในปัจจุบันเราคริสตชนก็มีพฤติกรรมไม่ต่างกันนัก บ้างคนยอมเป็นทาสของพระเจ้าแห่งเงินตรา ยอมให้มันล่ามโซ่ ยึดใจจนทำให้ว้าวุ่นไปด้วยธุรกิจต่างๆนานาไม่มาวัดมนัสการสรรเสริญขอบคุณพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้ พระเยซูคริสตเจ้าไม่ทรงยอมให้เราประนีประนอมระหว่างพระเป็นเจ้า และพระเจ้าแห่งเงินตรา โดยวันอาทิตย์เรามาปฏิบัติพระเป็นเจ้าเพื่อประโยชน์ฝ่ายวิญญาณ แต่อีกหกวันเรารับใช้เทพเจ้าแห่งธุรกิจ กอบโกยเงินทองเข้ากระเป๋าด้วยวิธีการทุกอย่าง แม้จะเป็นวิธีคดโกงทุจริตก็ตาม พระองค์ปรารถนาให้เราเลือกระหว่างพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้ ที่สามารถประทานความสุขนิรันดรให้กับเรา และพระเจ้าเงินแห่งตรา ที่เป็นอนิจจังของหลอกลวงให้ความสุขแท้กับเราไม่ได้ เราจะต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า จะเลือกฝ่ายไหนเพราะเราจะรักฝ่ายหนึ่งและจะเกลียดอีกฝ่ายหนึ่ง เราจะรับใช้พระเป็นเจ้าและเงินตราในเวลาเดียวกันไม่ได้
“ถ้าท่านไม่ซื่อสัตย์ในเรื่องเงินทองของโลกอธรรมแล้ว ผู้ใดจะวางใจมอบสมบัติแท้จริงให้ท่านดูแลเล่า” (ลก.16:11) สิ่งของอนิจจังในโลกที่เห็นตำตาเรายังไม่ดูแลรักษา ไม่ซื่อสัตย์ คิดคดทรยศ แล้วนับประสาอะไรกับทรัพย์สมบัติสวรรค์ พระเป็นเจ้าที่เรามองไม่เห็น เราจะซื่อสัตย์และไม่คิดคดทรยศ พระวาจาของพระเจ้าตอนที่อ้างอิงถึงนี้แสดงนัยสำคัญว่า “การทำมาหากินสุจริตมีทรัพย์สินเงินทองไม่ผิดอะไร” แต่เราอย่าติดใจกับสิ่งเหล่านี้จนเทิดทูนมันเป็นพระเจ้า เป็นเอกเหนือทุกสิ่ง จนยอมให้มันครอบงำใจเป็นนายของเรา เพราะมันจะทำให้เราละทิ้งพระเป็นเจ้าเที่ยงแท้ ลืมบาปบุญคุณโทษ ยอมให้มันบงการชีวิตของเรา จนเราสามารถทำทุกสิ่งแม้กระทั้งทำบาปเพื่อจะได้มันมา จงทำให้มันเป็นทาสที่ดีรับใช้เรา และนำเรากลับไปหาพระเป็นเจ้า โดยใช้สิ่งของอนิจจังของโลก แต่มีใจผูกพันปักแน่นกับทรัพย์สมบัติสวรรค์
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้หลังมิสซา เวลา 10.30 น. ขอเชิญผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่สนใจจะช่วยอ่านบทอ่าน พบกันที่ศาลาเรือนไทยข้างบ้านพักพระสงฆ์ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การอ่านบทอ่านและแบ่งปันพระวาจา
- เดือนตุลาคม เป็นเดือนแม่พระ ผู้ใดมีความประสงค์ที่จะเชิญแม่พระและคณะสวดไปสวดตามบ้าน ลงชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่หน้าวัด
- วันพุธที่ 22 ก.ย. 2010 ขอเลื่อนมิสซาเป็นเวลา 7.00 น. ตอนเช้า เพราะพ่อจะไปช่วยฟังแก้บาปที่วัดอัครเทวดามีแอลสะพานใหม่ตอนค่ำเวลาหนึ่งทุ่ม
- ค่ายกระแสเรียก
— ค่ายของบ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน วันที่ 11 – 14 ตุลาคม 2010 ลงทะเบียนเข้าค่ายที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน เวลา 8.30 – 11.00 น. และเวลา 13.00 น. จะเดินทางไปบ้านมารีอา จันทบุรี
— ค่ายกางเขนแดงคณะคามิเลียน วันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2010 (ไม่นับวันไปและกลับ) ที่บ้านเณรเล็กคามิเลียน ศรีราชา คุณสมบัติทั่วไป เป็นเด็กชายแท้ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ขึ้นไป
Tags: วัดรังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต