บอกเล่าให้ฟัง
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอไปเดี๋ยวเดียว เราเข้ามาถึงเดือนที่ 3 ของปี 2014 แล้ว พ่อยังคิดถึงการฉลองคริสต์มาสและวันฉลองวัดอยู่เลย เทศกาลมหาพรตและการเตรียมสมโภชปัสกาก็มาถึงอีกแล้ว เมื่อได้สัมผัสกับสัจธรรมแห่งการผ่านไปของเวลาและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกวันในชีวิตของมนุษย์ ทำให้อดคิดไม่ได้ถึงคำเตือนใจขณะโปรยเถ้าบนศีรษะแบบเก่า ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่พระสงฆ์ไม่ค่อยได้นำมาใช้ “ท่านมาจากฝุ่นดินและจะกลับกลายเป็นฝุ่นดินดังเดิม” วันเวลาเปลี่ยนชีวิตและสรรพสิ่งในโลกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เทศกาลมหาพรตเวียนมากี่รอบปีแล้ว เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ก็มีอายุมากขึ้นทุกวัน สังขารไม่เที่ยงโรคภัยเริ่มเบียดเบียน จึงสมควรที่เราจะหันมาไตร่ตรองพิจารณาถึงสัจธรรมแห่งกาลเวลา “เวลาเป็นของประทานอันล้ำค่าของพระเจ้า” เราได้ใช้ของประทานอันล้ำค่านี้อย่างมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน หลายๆคนปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ทำงานทำการอะไรหายใจเปลืองออกซิเจนไปวันๆ คนจีนเขาเรียกว่า “เจียะป้าบ่อสือจ่อ” (กินอิ่มแล้วไม่ทำอะไร) แถมยังคิดไปว่าตนเองไม่มีบาป เพราะวันๆหนึ่งไม่ได้ทำอะไร หารู้ไม่ว่าการผลาญเวลาไปวันๆโดยไม่ทำอะไรให้เกิดคุณค่าขึ้นบ้างก็เป็นบาปเหมือนกัน เพราะเขาได้ละเลยสิ่งที่พึงกระทำในชีวิต อีกบางคนทำตนเหมือนกับว่ามีเวลาอยู่มากมาย ไม่รู้เอาเวลาที่ไหนไปหาเหตุก่อเรื่อง ซุบซิบนินทาว่าร้ายชาวบ้าน เรื่องไม่เป็นเรื่องทำจนเป็นเรื่องจนได้ ดังนั้นการใช้เวลาจึงต้องมีการบริหารจัดการเหมือนกัน เพราะการทำตัวให้วุ่นวายเกินไปก็เครียดทำให้ป่วย และการไม่มีเวลาเติมชีวิตของตนด้วยคุณค่าอื่นๆ อาทิ คุณค่าทางศาสนา คุณค่าทางวัฒนธรรม ฯลฯ นอกจากทำงานแล้วก็ทำงาน ด้วยเหตุนี้การปล่อยตัวให้ว่างเกินไปมันก็เป็นโอกาสที่ทำให้เกิดบาป การทำชีวิตให้วุ่นวายก็ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วย อย่างที่กล่าวมาแล้ว ชีวิตจึงต้องอยู่บนความพอดี “ฤทธิ์กุศลเดินสายกลางเสมอ”
จากคุณพ่อเจ้าวัด
แรงหนุนใจบนหนทางแห่งกางเขน
พระเยซูคริสตเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งเรือง และพระสิริรุ่งโรจน์แห่งสวรรค์ให้พยานบุคคลสำคัญ 3 ท่าน เปโตร ยากอบ และยอห์น ได้สัมผัส “พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์น…ไปบนภูเขาสูง…แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา” (มธ.17:1-2) ที่ทรงกระทำเช่นนี้เพราะทรงทราบดีว่า หลังจากพระองค์ทรงรับทรมานและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแล้ว สภาพความเชื่อและกำลังใจของบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์จะหวั่นไหวคลอนแคลน สิ้นหวังหมดกำลังใจ เมื่อสภาพอย่างนี้เกิดขึ้นความรุ่งเรืองพระสิริรุ่งโรจน์แห่งสวรรค์ที่พยานสำคัญ 3 ท่านได้สัมผัสนี่แหละจะเป็นแรงหนุนใจที่สามารถทำให้ความเชื่อของบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์พลิกฟื้นกลับคืนมาได้ เพราะพยานทั้ง 3 ท่านได้มีประสบการณ์กับพระสิริรุ่งโรจน์ความชื่นชมยินดีแห่งสวรรค์มาก่อนแล้ว และท่านทั้ง 3 จะใช้ประสบการณ์ที่ท่านได้รับในการปลุกปลอบใจบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์อื่นๆให้ยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อต่อไป
พระเยซูคริสตเจ้าทรงเรียกเราให้ออกจากสภาพเดิมๆ หนทางเก่าๆที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ มาเดินบนหนทางเดียวกับพระองค์ เช่นเดียวกับพระเจ้าทรงเรียกอับรามให้ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของตน “จงออกจากแผ่นดินของท่าน จากญาติพี่น้อง จากบ้านของบิดา ไปยังแผ่นดินที่เราจะชี้ให้ท่าน” (ปฐก.12:1-2) พระองค์ทรงเรียกเราให้เดินบนหนทางแห่งไม้กางเขนที่พระองค์เดินนำหน้าเราไปก่อนแล้ว หนทางสายนี้เป็นดังก้าวใหม่แห่งชีวิตของเราซึ่งต้องเดินด้วยความเพียรอดทน เพราะการเริ่มต้นใหม่เปลี่ยนแปลงใหม่ในชีวิตจะมีความยากลำบาก ต้องการความเพียรอดทนและความกล้าหาญเสมอ สภาพความเชื่อและชีวิตของเราบนหนทางแห่งไม้กางเขนในยามที่เราประสบความยากลำบาก ความสิ้นหวัง ปัญหาต่างๆ คงเป็นสภาพที่ไม่ต่างจากบรรดาอัครสาวกและบรรดาศิษย์หลังจากที่พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ที่ต้องการแรงหนุนใจเพื่อจะได้เดินบนหนทางแห่งไม้กางเขนจนบรรลุเป้าหมาย ด้วยเหตุนี้ความเชื่อมั่นในพระสัญญาแห่งความสุขนิรันดรในสวรรค์จึงสำคัญ เพราะนั่นคือแรงหนุนใจอันยิ่งใหญ่ทำให้เราสามารถเดินทางฟันฝ่าอุปสรรคจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต
พระเยซูคริสตเจ้าทรงไม่ยอมอยู่กับความบรมสุขบนภูเขาตามคำเสนอแนะของเปโตร แต่พระองค์ทรงลงจากภูเขานั้น และภายหลังพระองค์ทรงเดินขึ้นเนินอีกลูกหนึ่งที่ชื่อว่ากัลวารีโอ ทรงได้รับทรมานและสิ้นพระชนม์ที่นั่น ทำให้เราทราบว่าหนทางของพระเจ้าเป็นหนทางแห่งไม้กางเขน หนทางสวรรค์เป็นหนทางที่ต้องผ่านความเพียรอดทน ความทุกข์ยากลำบาก และไม่มีใครอยากเดิน แต่สำหรับผู้ที่มีความเชื่อในพระเจ้าต้องพยายามเดิน เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะไปสวรรค์ได้ นี่แหละเป็นก้าวใหม่ ก้าวย่างที่ท้าทายความเชื่อความวางใจในพระเจ้า และพระสัญญาของพระองค์ เช่นเดียวกับอับราฮัมว่า พระองค์จะทรงรักษาพระสัญญาที่ทรงให้ไว้เสมอ พระสัญญานี้ก็คือ ใครก็ตามที่เดินบนหนทางเดียวกับองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วยความเพียรอดทนจนถึงที่สุด จะได้รับความสุขนิรันดรเป็นความสุขที่โลกให้ไม่ได้ ซึ่งพยานบุคคลทั้ง 3 ท่าน ได้เคยสัมผัสมาแล้ว
พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์
ประกาศ
- วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
- วันอาทิตย์ที่ 23 มี.ค. 2014 ขอเชิญเยาวชนและผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชน ประชุมกันที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์
- ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เริ่มวันจันทร์ที่ 24 มี.ค. 2014 เวลา 8.30 น.ถึงเวลา 15.00 น. ผู้ปกครองที่ปรารถนาส่งลูกหลานมาเรียนคำสอน ลงชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด สำหรับผู้ที่ลงชื่อไปแล้ว ขอให้ตรวจสอบว่าลงชื่อในใบที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีใบลงชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการรถรับ-ส่ง และใบลงชื่อสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรถรับ-ส่ง เพื่อทางวัดจะได้จัดเตรียมรถได้อย่างถูกต้อง
- ประกาศแต่งงาน ระหว่าง ยอแซฟ อภิชาติ นิพนธ์บูลย์ บุตรของ เปาโล วิชัย และ มารีอา พูลสุข นิพนธ์บูลย์ กับนางสาว ทัศเนห์ ปุ่มเป้า บุตรีของ นาย ตรง และ นาง ยอดแก้ว ปุ่มเป้า ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางในการแต่งงาน ต้องแจ้งให้พ่อเจ้าวัดทราบ
download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 23-03-2014
Tags: วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้ารังสิต, สารวัด, สารวัด วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต, เทศกาลมหาพรต