ฉบับที่ 14046 วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2014

บอกเล่าให้ฟัง

“แล้วมันก็จะผ่านไป” ดูเหมือนว่าประโยคนี้จะกลายเป็นประโยค ที่พ่อใช้บรรเทาใจสัตบุรุษและตนเองบ่อยๆ ยามที่เราต้องสูญเสียหรือวิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะประโยคนี้มันเป็นสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตที่เราปฏิเสธไม่ได้ โลกของเรามันหมุนของมันอยู่ทุกวัน เวลามันก็ไม่เคยหยุดคอยให้เราได้เตรียมพร้อม มีช่วงจังหวะดีๆที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น เหมือนกับนักเรียนที่กำลังเตรียมสอบแล้ววันสอบก็มาถึง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็รอผลการสอบ แล้ววันประกาศผลก็มาถึง จะเตรียมพร้อมหรือไม่พร้อม จะสอบได้หรือไม่ได้วันเหล่านี้ก็มาถึง “แล้วมันก็จะผ่านไป” ถ้าเราย้อนกลับคิดถึงเรื่องราวในอดีตและทบทวน เราจะพบว่าหลายเรื่องในอดีตเป็นเรื่องที่เรากังวล เป็นเรื่องที่น่าขื่นขม แต่วันนี้กลับกลายเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า สร้างความกล้าแกร่งให้กับชีวิตของเรา

ความเชื่อความศรัทธาในพระเจ้า สอนเราทุกคนให้ขอบพระคุณพระเจ้าทุกเมื่อเชื่อวันแห่งชีวิต เพราะจากเหตุการณ์เหล่านี้เราสัมผัสได้ถึงการประทับอยู่ของพระองค์ และทราบว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ พระองค์เตรียมเราให้สามารถเผชิญกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในชีวิต พระองค์ทรงจัดทุกสิ่งที่ดีงามไว้สำหรับผู้ที่รักพระองค์ เรื่องที่พ่อกล่าวถึงนี้ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่ง่ายตามทฤษฎี แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นกับใครก็ยากที่จะทำใจให้สงบลง ด้วยเหตุนี้คำวิงวอนขอของบรรดาอัครสาวกต่อพระเยซูคริสตเจ้า จะต้องดังก้องอยู่ในใจของเราเสมอ “ข้าแต่พระเยซูโปรดทวีความเชื่อให้พวกเราด้วย”เพื่อเสียงที่ดังกึกก้องในใจของเรานี้จะได้คอยเตือนใจเราให้สวดภาวนา พึ่งพาพระเจ้าให้ทวีความเชื่อศรัทธาให้กับเรา ให้เราสามารถรักษาความเชื่อศรัทธาในพระองค์ในทุกๆสถานการณ์แห่งชีวิต ทุกๆวันในชีวิตเป็นวันเวลาที่เราจะสะสมเพิ่มพูน ความเชื่อของเราให้กล้าแกร่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อเผชิญกับปัญหาอุปสรรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับเราในวันข้างหน้า พระเยซูคริสตเจ้าทรงบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า “ผู้ที่มีความเพียรอดทนจนถึงที่สุดจะได้รับความรอดพ้น” อีกทั้งพระองค์ยังไม่ต้องการให้เราอยู่อย่างคนที่ขลาดกลัว ไม่กล้าเผชิญกับปัญหาคอยหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา ตรงกันข้ามพระองค์สั่งให้เราเงยหน้าขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย เพราะความชื่นชมยินดีของพวกท่านใกล้เข้ามาแล้ว การยืนเงยหน้าขึ้นแสดงถึงความมั่นใจ ความกล้าหาญของคนๆหนึ่งที่พร้อมที่จะเผชิญกับทุกๆสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต ด้วยความเชื่อ ความหวัง และวางใจในพระเจ้า ข้าแต่พระเจ้าพระองค์เป็นโล่เป็นป้อมปราการที่แข็งแกร่ง ผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ย่อมเป็นสุขเมื่อมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างไม่ว่าจะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพเจ้าจะไม่กลัวสิ่งใด นี่เป็นคำภาวนาบทรำพึงของผู้ศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นความเชื่อความศรัทธาของเขาอย่างลึกซึ้ง เป็นความเชื่อศรัทธาของผู้ที่ไม่เห็นแต่เชื่อก็เป็นสุข พ่อเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เราฟังเพื่อจิตใจของเราจะได้ไม่วุ่นวายเมื่อวันเวลาดังกล่าวมาถึง จงสวดภาวนาอยู่เสมอเพื่อท่านจะได้ไม่ตกในการผจญ พระเยซูคริสตเจ้ากล่าวไว้เช่นนี้แสดงว่าในยามทุกข์ยากลำบากจะมีการผจญที่รุนแรง แต่เราจะสามารถผ่านพ้นไปได้โดยอาศัยพลังจากพระเจ้าผู้ที่เป็นโล่และป้อมปราการที่แข็งแกร่งของเรา.

จากพ่อคนเดิม

การใช้พระพรที่พระเจ้าประทานให้อย่างเต็มที่

อุปมาเรื่องเงินตะลันต์เป็นเรื่องสุดท้ายในสามเรื่อง ซึ่งนักบุญมัทธิวได้เชื่อมโยงเนื้อเรื่องกับวาระสุดท้ายของเราและของโลก เพื่อเตือนใจเราทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอเพราะเราไม่ทราบวันเวลา ในการพิพากษาผู้ที่ไม่ซื่อสัตย์ และไม่ได้ใช้พระพรที่พระเจ้าประทานให้อย่างเต็มที่จะต้องรับผลการกระทำของตนตามความยุติธรรม “แล้วพวกนี้ (คนอธรรม) ก็จะไปรับโทษนิรันดร ส่วนผู้ชอบธรรมจะไปรับชีวิตนิรันดร” (มธ.25:46) ภาพของมนุษย์สิ่งสร้างที่ประเสริฐที่สุด มีเสรีภาพในการตัดสินใจเลือกวิถีทางดำเนินชีวิต ปรากฏชัดในอุปมาเรื่องเงินตะลันต์ว่า “มนุษย์มีสิทธิ์เลือกวิถีการดำเนินชีวิตด้วยตนเอง แต่มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจนั้น” เพราะก่อนออกเดินทางบุรุษผู้นั้นได้มอบทรัพย์สมบัติให้ผู้รับใช้ตามความสามารถและออกเดินทาง โดยไม่ได้บังคับให้ผู้รับใช้ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีความแตกต่าง ประทานพระพรให้ตามความสามารถและความเหมาะสม “เรียกผู้รับใช้มามอบทรัพย์สินให้ ให้คนที่หนึ่งห้าตะลันต์ ให้คนที่สองสองตะลันต์ ให้คนที่สามหนึ่งตะลันต์ ตามความสามารถของแต่ละคน” (มธ.25:14-15) ความแตกต่างและพระพรที่หลายหลากของมนุษย์เป็นความงดงามของชีวิต เพื่อให้มนุษย์ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปัน และรักกัน ความแตกต่างของพระพรและความสามารถของมนุษย์แต่ละคน ทำให้มนุษย์ต้องเติมเต็มกันและกันโดยการพึ่งพาอาศัย แบ่งปันในส่วนที่ตนเองมีและตนเองขาด เพื่อความบริบูรณ์ของชีวิตและการอยู่รอด นักบุญเปาโลได้เปรียบเทียบความแตกต่างของมนุษย์กับอวัยวะต่างๆของร่างกาย “พระเจ้าทรงจัดอวัยวะต่างๆในร่างกายให้อยู่ในที่ทรงพระประสงค์…..มีอวัยวะหลายส่วน แต่มีร่างกายเดียว……เพื่อร่างกายจะได้ไม่มีการแตกแยกใดๆ ตรงกันข้าม อวัยวะแต่ละส่วนจะเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน” (1คร.12:18-25) เมื่อเป็นเช่นนี้มนุษย์จึงต้องใช้พระพรที่พระเจ้าประทานให้อย่างเต็มที่ เพื่อความดีของส่วนรวม ดั่งอวัยวะต่างๆต้องทำหน้าที่เพื่อความดีและการเจริญเติบโตของร่างกาย

“พระพรพิเศษมีหลายประการ…..มีหน้าที่หลายอย่างต่างกัน แต่มีองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว…..พระจิตเจ้าทรงแสดงพระองค์ในแต่ละคนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม” (1คร.12:4-7) เพราะฉะนั้นของประทานจากพระเจ้าในทุกสิ่งที่เรามีและเราเป็นจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องส่วนรวม ในการพิพากษาจึงมิใช่การตัดสินเชิงปริมานว่า คนไหนทำประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน แต่เป็นการพิจารณาถึงการมีส่วนร่วมเสริมสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้า อย่างแข็งขันมากน้อยแค่ไหน เราได้ใช้ของประทานในส่วนที่เรามีและเราเป็นมากน้อยแค่ไหน เราจะพบว่าผู้ที่ได้รับห้าตะลันต์ และสองตะลันต์แล้วนำไปทำให้เกิดผลนายชมเชยและให้รางวัลเหมือนกัน “ดีมากผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์ เจ้าซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย เราจะให้เจ้าจัดการในเรื่องใหญ่ๆ จงมาร่วมยินดีกับนายของเจ้าเถิด” (มธ.25:21,23) ส่วนผู้รับใช้ที่เกียจคร้านนั้นนายไม่ได้เอาเรื่องเขาในเรื่องจำนวน แต่เอาเรื่องที่เขาไม่ทำอะไรให้เกิดประโยชน์ ขอให้อุปมาต่างๆที่พระเยซูคริสตเจ้าเล่าเตือนใจเราให้เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอเพราะเราไม่ทราบวันเวลา โดยพยายามใช้ของประทานจากพระเจ้าอย่างถูกต้องและสุดความสามารถ ผู้รับใช้ที่ดีเหล่านี้จะเป็นสุขเมื่อนายกลับมาพบว่า พวกเขาได้ทำหน้าที่อย่างดีสุดความสามารถในการรักและรับใช้กันและกัน.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์นี้ เวชบุคคลคาทอลิกของวัดเรา จะมาให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ผู้ที่สนใจสามารถรับบริการได้ที่หน้าวัด
  3. วันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2014 ขอเชิญเยาวชนและผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชน ประชุมกันที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์
  4. ขอรับอาสาสมัครแสดงละครศักดิ์สิทธิ์ในวันคริสตมาสทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  5. ครอบครัวใดต้องการเชิญพระกุมาร และคณะนักขับร้องไปร้องเพลงอวยพรที่บ้าน ให้ลงชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และที่สังเกตที่ชัดเจนได้ที่ตารางวัน-เวลาหน้าวัด
  6. ขอให้เด็กๆ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี บริบูรณ์ ลงชื่อ เพื่อสอยดาวรับของขวัญ ในคืนวันที่ 24 ธ.ค. ได้ที่กลุ่มเยาวชนหน้าวัด
  7. ในช่วงวันคริสตมาส-วันฉลองวัด ทางวัดจะจัดกิจกรรมหลายอย่าง พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยทางวัดในด้านปัจจัยต่างๆที่จะใช้ในงาน อาทิ ของขวัญในวันคริสตมาส อาหารที่จะเลี้ยงกันในวันครอบครัว และเลี้ยงสัตบุรุษในวันฉลองวัด ให้มาติดต่อหรือมอบได้ที่คุณพ่อเจ้าวัด และสภาภิบาล

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 16-11-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.