ฉบับที่ 14007 วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2014

บอกเล่าให้ฟัง

“วาจานั้นโบยบิน สิ่งที่เขียนไว้นั้นคงอยู่” หลายๆคนเมื่อได้ยินสุภาษิตของนักปราชญ์ชาวโรมัน ที่เขียนเตือนใจเตือนสติไว้เช่นนี้ ทำให้ไม่กล้าเขียนหนังสือหรือบทความใดๆไว้ เพราะอาจเป็นพยานหลักฐานฟ้องถึงตัวเขาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในความเป็นจริงสุภาษิตบทนี้มิได้ต้องการทำให้ผู้ใดกลัวการเขียน แต่ต้องการให้เราตระหนักเห็นความสำคัญทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะพูดอะไรหรือเขียนอะไรต้องทำด้วยความรอบคอบมีวิจารณญาณและจิตสำนึกที่ดี เมื่อพูดหรือเขียนอะไรไปแล้วต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พูดและสิ่งที่เขียน ถ้าแม้นอาจจะพูดหรือเขียนอะไรผิดพลาดไปบ้างในบางครั้งบางคราวต้องรู้จักแก้ไขและขอโทษ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทันที

การพูดเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อพูดอะไรออกไปแล้วสิ่งที่เราพูดจะกระจายไปถึงไหนหรือจะถูกตีความอย่างไรก็สุดจะคาดเดาได้ ยิ่งถ้าเป็นการพูดในที่สาธารณะหรือผ่านสื่อที่มีวงกว้างเท่าไรก็ยิ่งต้องระมัดระวังเท่านั้น นักปราชญ์ทุกยุคทุกสมัยท่านเปรียบเปรยไว้ว่า การพูดเป็นต้นการนินทาว่าร้าย เหมือนคนเดินถอนขนไก่ เดินไปถอนไป แล้วปล่อยให้ปลิวไปตามลม เมื่อคิดว่าจะเก็บขนไก่เหล่านั้นกลับคืนมาก็ไม่มีทางที่จะเก็บกลับคืนมาได้ทั้งหมด เพราะลมมันพัดไปไหนต่อไหนแล้ว ซึ่งเราไม่อาจจะทราบได้ คำพูดของเราก็เช่นเดียวกันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะควบคุมได้ เพราะจะมีผู้ฟังนำไปพูดและตีความต่อไป ในหนังสือจำลองแบบพระคริสต์ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า สิ่งที่เราชอบพูดชอบคิดก็คือ สิ่งที่เราชอบมาก รักมาก ประทับใจมาก และอยากได้มันมาก หรือสิ่งที่ทำให้เราขุ่นข้องหมองใจ และขัดใจเรามากนั่นเอง พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “สิ่งที่ออกมาจากปาก เป็นสิ่งที่ออกมาจากใจของเรา” ดังนั้น สิ่งที่เราพูดจึงสามารถแสดงถึงสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของเราการเขียนเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเราสามารถพิจารณาเหมือนกับสิ่งอื่นๆที่มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในแง่บวกการเขียนทำให้คำสอนที่สำคัญและความจริงไม่ผิดเพี้ยนบิดเบือน เพราะถ้าเราบันทึกสิ่งใดไว้สิ่งนั้นจะคงอยู่ มีหลักฐานสามารถนำกลับมายืนยันและทบทวนใหม่ได้ ถ้าเราสังเกตคัมภีร์หรือคำสอนของศาสนาต่างๆและของบุคคลสำคัญ เราจะพบว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดกันโดยอาศัยคำพูดการสอนเล่าต่อกันมา การพูดการสอนเล่าต่อกันมานั้นเมื่อทำกันไปนานๆก็จะเริ่มผิดเพี้ยนไม่ตรงกับต้นฉบับ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการบันทึกคำสอนที่สำคัญๆอันเป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อคำสอนเหล่านั้นจะได้คงอยู่ไม่ผิดเพี้ยนและสามารถนำมาทบทวนถ่ายทอดได้ตรงกับต้นฉบับ ในแง่ลบของการเขียนก็มีอยู่มากเช่นเดียวกัน ถ้าเราเขียนสิ่งที่ไม่ดีไม่งามไว้หรือประวัติของเราถูกจารึกไว้ในแง่เสื่อมเสีย มันจะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าสิ่งที่เราบันทึกจะถูกทำลายหรือหายสาบสูญ การเขียนจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างรอบคอบ เพราะมันสามารถเป็นหลักฐานฟ้องถึงตัวเราได้ภายหลัง ดังนั้น ไม่ว่าเราจะพูดอะไรหรือเขียนอะไรต้องทำด้วยวิจารณญาณรอบคอบ และด้วยความรับผิดชอบ เป็นต้น คนที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารในยุคปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีสื่อสารเหล่านี้มันสามารถส่งและกระจายข่าวสารออกไปอย่างรวดเร็วในวงกว้างจนกู่ไม่กลับ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

พระบัญญัติของพระเป็นเจ้านำทางชีวิต

โดยธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์มักจะไม่ชอบการบังคับ การออกคำสั่ง แต่ชอบทำโดยความสมัครใจ เมื่อได้ทำแล้วก็จะทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถ และมีความสุขที่ได้ทำสิ่งนั้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราพิจารณาพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและคำสอนต่างๆ จึงดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ขัดกับเสรีภาพของเรามนุษย์ เพราะพระบัญญัติและคำสอนต่างๆมักจะแสดงออกมาในลักษณะเป็นคำสั่งหรือข้อห้าม จงทำอย่างนั้น อย่าทำอย่างนี้อยู่เสมอ “จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน” (มธ.5:44) “อย่าฆ่าคน” (มธ.5:21) แต่ในความเป็นจริงเมื่อเราพิจารณาเจตนารมณ์ของพระบัญญัติอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบว่า พระบัญญัติและคำสอนต่างๆเป็นพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าที่ทรงปรารถนาจะอธิบายว่า อะไรควรปฏิบัติอะไรควรละเว้น เพื่อความดีงามสำหรับชีวิตมนุษย์เอง ถ้าเราอ่านหนังสือปฐมกาล บทที่ 2 ข้อ 15 อย่างไตร่ตรอง เราจะพบว่าพระเป็นเจ้าทรงกระทำสิ่งที่กล่าวถึงนี้ตั้งแต่ต้น โดยอธิบายคุณและโทษของสรรพสิ่งให้มนุษย์ฟังในรูปแบบของสัญลักษณ์แห่งผลของต้นไม้ในสวนสวรรค์ พระองค์ทรงบอกกับมนุษย์ว่า ผลของต้นไม้ทุกต้นในสวนสามารถกินได้ ยกเว้นผลของต้นไม้ที่อยู่กลางสวน เพราะเมื่อกินแล้วเจ้าจะรู้ดีรู้ชั่วและต้องตาย แต่พระองค์ไม่ได้จำกัดเสรีภาพของมนุษย์ด้วยวิธีการใดๆ เพราะพระองค์ไม่ได้สร้างสิ่งกีดขวางหรือล้อมรั้วต้นไม้ต้องห้ามนั้น แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเคารพเสรีภาพของมนุษย์ ให้มนุษย์สามารเลือกปฏิบัติได้ แต่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้เลือกปฏิบัตินั้นโดยรับผลที่จะตามมา “ขึ้นอยู่กับท่าน พระองค์ทรงวางน้ำกับไฟไว้ต่อหน้าท่าน ท่านต้องการสิ่งใดก็จงยื่นมือหยิบด้วยตนเอง” (บสร.15:15-16) พระบัญญัติจึงเป็นการแนะนำชี้แจงสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติให้เราทราบ

พระเยซูคริสตเจ้าตรัสว่า “จงอย่าคิดว่าเรามาเพื่อลบล้างธรรมบัญญัติหรือคำสอนของบรรดาประกาศก เรามิได้มาเพื่อลบล้าง แต่มาปรับปรุงให้สมบูรณ์” (มธ.5:17) สิ่งที่พระองค์ปรับปรุงให้สมบูรณ์ก็คือ ทรงยกระดับมาตรฐานในการปฏิบัติให้สูงกว่าเดิม และสอนให้รู้จักปฏิบัติพระบัญญัติอย่างถูกต้องโดยไม่เป็นทาสของพระบัญญัติตามตัวอักษร แต่เข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของพระบัญญัตินั้น ไม่ปฏิบัติแบบผักชีโรยหน้าแต่ปฏิบัติด้วยความรักและความจริงใจ ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าเช่นนี้ เราก็จะไม่เป็นทาสของพระบัญญัติที่ต้องปฏิบัติด้วยความกลัวผิดพลาดตามตัวอักษร แต่เราจะปฏิบัติด้วยความสุขใจเพื่อเราจะได้เป็นที่พอพระทัยของพระเป็นเจ้า

“คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้” เป็นประโยคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ซึ่งแสดงถึงเสรีภาพในการเลือกประพฤติปฏิบัติตนของเรา ดังนั้น คนเราจะดีหรือชั่วจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับพระบัญญัติหรือกฏเกณฑ์ใดๆ แต่ขึ้นอยู่กับคนๆนั้นเองว่าเขาใฝ่ใจในทางดีหรือทางชั่ว คนที่ใฝ่ใจในทางดีแม้ไม่มีพระบัญญัติหรือกฏเกณฑ์ใดๆ เขาก็ปรารถนาประพฤติดีประพฤติชอบอยู่แล้ว นักบุญเปาโลเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามการดลใจขององค์พระจิตเจ้า (รม.8:5) พระบัญญัติจึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราทราบว่า อะไรควรปฏิบัติอะไรควรละเว้น เพื่อจะได้ดำรงตนเป็นคนดี ถ้าเราคริสตชนสามารถดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติเช่นนี้ การถือพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและการปฏิบัติศาสนกิจก็จะไม่เป็นภาระอีกต่อไป

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้ ขอให้ผู้อ่านบทอ่านและผู้ที่ปรารถนาจะอ่านบทอ่าน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  2. วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. 2014 ขอเชิญเยาวชนและผู้ที่สนใจจะร่วมกลุ่มเยาวชน ประชุมกันที่ห้องประชุมบ้านพักพระสงฆ์
  3. วันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค. 2014 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนมีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ที่ปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  4. วันพุธที่ 5 มี.ค. 2014 เป็นวันพุธรับเถ้า เข้าเทศกาลมหาพรต ขอเชิญพี่น้องมาร่วมมิสซาเสกและโปรยเถ้า เวลา 19.00 น. เพื่อเตรียมจิตใจเข้าเทศกาลมหาพรต
  5. ขอให้ผู้ปกครองที่ปรารถนาจะให้เด็กเรียนคำสอนภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ลงชื่อ ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด

ดาวน์โหลดสารวัดฉบับเต็มคลิกที่นี่ สารวัดสัปดาห์ที่ 16-02-2014

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.