Posts Tagged ‘เทศกาลมหาพรต’

สารวัด ฉบับที่ 151275 วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ค.ศ. 2020 อาทิตย์พระทรมาน – แห่ใบลาน  ระลึกถึงการเสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็มของพระเยซูเจ้า

Saturday, April 4th, 2020

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว

มธ 27 : 11-54

ขณะนั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ต่อหน้าผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการถามพระองค์ว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ”   พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า  “ท่านพูดเองนะ”  แต่เมื่อบรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสกล่าวหาพระองค์ พระองค์มิได้ทรงตอบ

ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า   “ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขากล่าวหาท่านหลายประ การ” แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด  ทำให้ผู้ว่าราชการประหลาดใจมาก

มีประเพณีที่ผู้ว่าราชการต้องปล่อยนักโทษคนหนึ่งตามคำขอร้องของประชา ชนในวันฉลอง  เวลานั้น มีนักโทษอุกฉกรรจ์คนหนึ่งชื่อบารับบัส ดังนั้น เมื่อประชาชนมาชุมนุมกัน      ปีลาตจึงถามว่า  “ท่านทั้งหลายต้องการให้ข้าพเจ้าปล่อยผู้ใด ปล่อยบารับบัส หรือเยซู ที่เรียกว่าพระคริสต์”  ปีลาตรู้อยู่แล้วว่า เขาจับพระองค์มามอบให้เพราะความอิจฉา

ขณะที่ปีลาตนั่งอยู่บนบัลลังก์ศาลนั้น ภรรยาของเขาส่งคนมาบอกว่า “อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชอบธรรมคนนี้เลย เพราะวันนี้ ฉันฝันถึงเรื่องของคนคนนี้ จึงไม่สบายใจมาก”

แต่บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโส      เสี้ยมสอนยุยงประชาชนเพื่อขอให้ปล่อยบารับบัส และประหารพระเยซูเจ้า    ผู้ว่าราชการจึงถามว่า “ในสองคนนี้  ท่านอยากให้ข้าพเจ้าปล่อยคนไหน”  พวกเขาตอบว่า “บารับบัส”   ปีลาตจึงถามว่า   “ถ้าเช่นนั้น จะให้ข้าพเจ้าทำอะไรกับเยซู  ซึ่งมีชื่อว่า พระคริสต์”  ทุกคนตอบว่า “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”   ปีลาตถามอีกว่า “เขาทำผิดอะไร”    แต่ประชาชนร้องตะโกนดังยิ่งขึ้นว่า  “ให้เขาถูกตรึงกางเขน”

เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไร มีแต่จะวุ่นวายยิ่งขึ้น จึงนำน้ำมาล้างมือต่อหน้าประชาชน กล่าวว่า “ข้าพเจ้าไม่ขอเกี่ยวข้องกับโลหิตของผู้นี้   เรื่องนี้เป็นธุระของท่าน”  ประชาชนทุกคนตอบว่า   “ขอให้เลือดของเขาตกเหนือเรา  และเหนือลูก หลานของเราเถิด” แล้วปีลาตสั่งให้ปล่อยบารับบัส สั่งให้โบยตีพระเยซูเจ้า แล้วมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงกางเขน

บรรดาทหารของผู้ว่าราชการนำพระเยซูเจ้าเข้าไปในจวนและเรียกทหารทั้งกองมาพร้อมกัน เขาเปลื้องฉลองพระองค์ออก  นำเสื้อคลุมสีม่วงแดงมาคลุมให้  นำหนามมาสานเป็นมงกุฏสวมพระเศียร  ให้พระองค์ถือไม้อ้อในพระหัตถ์ขวา แล้วคุก เข่าลงเฉพาะพระพักตร์  เยาะเย้ยพระองค์ว่า  “ข้าแต่กษัตริย์ของชาว ยิว ขอทรงพระเจริญเทอญ”  เขาถ่มน้ำลายรดพระองค์  ฉวยไม้อ้อฟาดพระเศียร เมื่อเยาะเย้ยพระ องค์แล้ว  เขาก็ถอดเสื้อคลุมของพระองค์ออก  นำฉลองพระองค์สวมให้ดังเดิม แล้วจึงนำพระองค์ไปตรึงบนไม้กางเขน

ขณะที่บรรดาทหารนำพระองค์ออกไปนั้น   เขาพบชายชาวไซรีนคนหนึ่ง ชื่อ  ซีโมน จึงเกณฑ์ให้แบกไม้กางเขนของพระองค์  เมื่อมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า กลโกธา แปลว่า เนินหัวกะโหลก       ทหารนำเหล้าองุ่นผสมดีมาให้พระองค์ดื่ม พระองค์ทรงชิมแล้ว ไม่ยอมดื่ม     เมื่อตรึงพระองค์บนไม้กางเขนแล้ว   เขานำฉลองพระองค์มาแบ่งกันโดยจับฉลาก และนั่งเฝ้าดูพระองค์อยู่ที่นั่น

เขาติดป้ายเหนือพระเศียรของพระองค์ เขียนข้อกล่าวหาพระองค์ไว้ว่า   “นี่คือเยซูกษัตริย์ของชาวยิว”  เขายังตรึงโจรสองคนพร้อมกับพระองค์ด้วย   คนหนึ่งอยู่ข้างขวา อีกคนหนึ่งอยู่ข้างซ้าย….

ตั้งแต่เวลาเที่ยง ทั่วแผ่นดินก็มืดจนถึงเวลาบ่ายสามโมง ครั้นถึงเวลาบ่ายสามโมง พระเยซูเจ้าทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบัคทานี”  ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า” บางคนที่อยู่ที่นั่นได้ยินจึงพูดว่า “เขากำลังร้องเรียกเอลียาห์”

ทันใดนั้นชายคนหนึ่งวิ่งไปนำฟองน้ำจุ่มเหล้าองุ่นเปรี้ยวเสียบปลายไม้อ้อส่งให้พระองค์เสวย แต่คนอื่นพูดว่า “ อย่าเพิ่ง คอยดูซิว่า เอลียาห์จะมาช่วยเขาไหม” แต่พระเยซูเจ้าทรงเปล่งเสียงดังอีกครั้งหนึ่ง แล้วสิ้นพระชนม์…..

ข้อคิด

เมื่อมองและรับรู้ชีวิตของพระเยซูเจ้าในแบบที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ พระเยซูเจ้าย่อมจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดในใจไม่น้อย ที่ “เขาเหล่านี้เป็นชนชาติของพระองค์ กล่าวหาพระองค์” และพระองค์คงจะเศร้าหนักยิ่งขึ้น เมื่อเขาเหล่านั้นลงประชามติเลือกนักโทษผู้ทำผิดอุกฉกรรจ์ แต่กลับไม่แยแส ไม่ให้ราคาแก่พระองค์เลย เขาเหล่านี้ปฏิเสธพระองค์ และส่งพระองค์ให้ไปถูกตรึงแขวนอยู่บนไม้กางเขน แม้พระเยซูเจ้าจะต้องเดินสู่ความทุกข์กายและความเศร้าในจิตใจอย่างมหันต์จนขาดใจ แต่พระองค์ก็ไม่ท้อและไม่ถอยในการรักเรามนุษย์……ลูกขอบพระคุณพระองค์ ลูกขอบพระคุณพระองค์   

ทางสายนั้น

ทรงก้าวเดินนำขบวนแห่เข้าสู่แผ่นดินที่จ้องทำร้าย

….มิเป็นเพียงแค่ก้าวเดินสู่กาลเวลาและสถานที่

ที่ความบริสุทธิ์ใจมิอาจปกป้อง

แต่….เป็นการก้าวเดินสู่แดนประหาร

ในท่ามกลางเสียงเพลงและไชโยโห่ร้อง

ความสับสนวุ่นวายก่อตั้วขึ้น ขณะทุกคนไต่ถาม ชายผู้นี้เป็นใคร

ชนชาวเมืองพบกับคำตอบว่า เขาเป็นเยซู

ประกาศกจากนาซาเร็ธ….ดินแดนทางเหนือแห่งกาลิลี

…ชนจากแดนเหนือกำลังบุกรุกผืนดินแห่งแดนใต้

….ชนชาวบ้านนอกกำลังท้าทายชนชาวเมือง

….ประกาศกจากชนบทกำลังเผชิญหน้ากลุ่มอำนาจแห่งเมืองหลวง

บนเส้นทางสายนั้น สาวกทั้งหมดดูจะวิ่งหนีพระองค์

….คนหนึ่งทรยศพระองค์ด้วยรอยจูบ

….อีกคนปฏิเสธพระองค์ด้วยคำสาบาน

….ความหวาดกลัวที่ถูกขังในหัวใจ

ได้บงการการตัดสินใจของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จริงซิ….เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าความทุกข์เจ็บปวด

คำถามที่หนักหน่วงและท้าทายปรากฎอยู่ต่อหน้า

ฉันจะยังคงยืนอยู่กับเขา หรือจะวิ่งหนีไป

พระเยซู….ทรงก้าวเดินต่อไปจนถึงปลายทาง

เส้นทางสายนี้มิใช่ทางแห่งพระมหาทรมาน

แต่…เป็นทางสายความรักอันยิ่งใหญ่

ความรักนี้เข้มข้นและเปี่ยมล้น

….นำพาพระองค์ให้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความปวดร้าว

พระองค์สามารถหลีกเลี่ยงที่จะเดินล่องใต้ สู่เยรูซาเล็ม

….สามารถประนีประนอมกับชีวิต….อยู่อย่างไม่ไยดีมากมายและอยู่รอด

แต่….ความรักในหัวใจดวงนี้ ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเก็บกักไว้

ในขอบรั้วแห่งความอยู่รอด และมั่นคงปลอดภัย

ความรักที่เข้มข้นในหัวใจ ได้ขับเคลื่อนพระองค์ ให้ก้าวเดิน

ผ่านบนพิสูจน์แห่งความรัก….กางเขน

กางเขนของพระเยซูที่ตั้งเด่นอยู่ ณ ใจกลางชีวิตคริสตชน

จึงเป็นเรื่องราวการเดินทางที่ยาวไกลของความรัก ที่มอบให้ไม่รู้จบ

ในวันนั้น ที่ฉันเริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง

ว่า….ฉันเป็นที่รัก….เป็นที่ต้องการจริงหรือ

ฉันพึงมองไปยังบุคคลนั้นบนกางเขน

….ดูจะเป็นการยากที่จะนอนจมอยู่ในความไร้ค่า

เมื่อฉันมองดูเขาผู้นั้นที่คิดถึงฉัน และยอมตายเพื่อฉัน

กางเขนได้ถูกยกขึ้นเพื่อประกาศคุณค่าแห่งตัวฉัน และมนุษยชาติ

เขาผู้นั้นได้มองเห็นฉันมีคุณค่าเพียงพอ

ที่ยอมแลกกับความเจ็บปวดและความตาย

แก่นแท้แห่งเรื่องราวพระมหาทรมานจึงอยู่ในความจริงที่ว่า

พระเจ้าทรงรักฉัน

ส่วนที่เหลือเป็นเพียงแค่กาก และเปลือกนอก

ประชาสัมพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว

สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรัก  นโยบายและคำสั่งของรัฐบาล ในการเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดโรคเชื้อไวรัส COVID-19 ขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ และคำประกาศอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เรื่องงดประกอบพิธีกรรมและพิธีขอบพระคุณ จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 ทำให้พวกเราต้องอยู่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมพิธีกรรมต่างๆ ที่วัด แต่เราสามารถร่วมพิธีได้ทาง Social Media  จากหลายๆ ช่องทาง  ทั้งการถ่ายทอดสดจาก  Facebook  และ Website ต่างๆ จาก สังฆมณฑลและหลายๆวัด เชื่อว่าพี่น้องหลายๆท่านได้มีโอกาสร่วมใจ-ร่วมภาวนาแล้ว                                         แต่หลังจากนี้ เราจะเข้าสู่สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเริ่มด้วยวันอาทิตย์ใบลาน และการเฉลิมฉลองปัสกา ซึ่งประกอบด้วยพิธีตรีวาร 3 วัน คือ วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ และวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ พ่อกำลังรอประกาศของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ถึงแนวทางของการปฏิบัติซึ่งคงจะประกาศในเร็ววันนี้ แต่คงติดเรื่อง พรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งห้ามชุมนุมกันและอื่นๆตามที่พี่น้องคงทราบโดยทั่วกันแล้ว     พ่อจึงมีความคิดเห็นว่า พ่อจะประกอบพิธีต่างๆ ดังนี้

**วันอาทิตย์ใบลาน                  5 เมษายน             เวลา  09.00 น.                                                            **วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์               9 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์                 10 เมษายน   เวลา  17.00 น.

**วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์                 11 เมษายน             เวลา  19.00 น.

**วันอาทิตย์สมโภชปัสกา   12 เมษายน         เวลา  09.00 น.

โดยจะถ่ายทอดสดทาง    Facebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า – Official      หรือhttps://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

สำหรับพี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมพิธีที่วัด ขอความมั่นใจดังนี้ :-

1.ต้องมั่นใจว่า สุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่าง  ที่ส่อว่าจะเป็นหรือติดเชื้อมาจากที่ใด ไม่ได้ไปในสถานที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมา

2.ล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย   ขอพี่น้องเข้าใจว่า พ่อมิได้รังเกียจพี่น้อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราต้องช่วยกันระวังอย่างเต็มที่ และไม่ประมาทแม้สักนิด

พี่น้องมีความคิดเห็นอย่างใดช่วยเสนอด้วยนะครับ พ่อยังต้องการเครื่อง Thermoscan และหน้ากากอนามัย เพื่อใช้บริการพี่น้อง พี่น้องท่านใดมีช่องทางหาซื้อมาได้ จะเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ!!!

สำหรับพี่น้องท่านใดต้องการขอมิสซาหรือทำบุญต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้อง พ่อได้เปิดบัญชีธนาคารไว้แล้ว ซึ่งพี่น้องสามารถโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ ระบุเบอร์มือถือพ่อ 081-874-0878 หรือแสกน QR Code ได้นะครับ    พี่น้องท่านอื่นที่ไม่สะดวกก็ตามปรกติครับหรือพี่น้องท่านใดจะเสนอความคิดเห็นก็เสนอได้นะครับ.

ประกาศประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2020

เมื่อวันฉลองนักบุญยอแซฟ วันที่ 19 มีนาคม 2020 วัดพระชนนีขอพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา ได้ประกาศ งดพิธีบูชาขอบพระคุณ และ การชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ตามมติมาตรการป้องกันโรคติดต่อเชื้อไวรัส  COVID-19 จนถึงวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2020 นั้น

บัดนี้ สถานการณ์การติดเชื้อยังไม่ดีขึ้นกว่าที่ควร รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2020 ดังนั้น วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต ของพวกเรา คงต้องงดพิธีบูชาขอบพระคุณ และการชุมนุมทุกอย่างพร้อมกันที่วัด ต่อไป จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่วัดของเราจะมีพิธีกรรมในช่วงสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ โดยจัดเป็นพิธีกรรมแบบปิด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง                   F

acebook Fanpage : วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า-official

หรือ   https://www.facebook.com/Rangsit.Church

 

** พ่อจึงขอประกาศให้พี่น้องทราบโดยทั่วกัน ขอพี่น้องร่วมใจภาวนาด้วยกัน ด้วยความเชื่อและความศรัทธา หลายครั้งมนุษย์เราคิดว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต้องรับว่า ปราศจากพระเป็นเจ้าแล้ว มนุษย์ไม่สามารถทำอะไรได้เลย พระเป็นเจ้าสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง

** ขอเน้นว่า พี่น้องที่ปรารถนาจะไปร่วมที่วัด ต้องมีความมั่นใจ  2 ข้อ ดังนี้

1)   ต้องมั่นใจว่าสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการทุกอย่างที่ส่อว่าจะติดเชื้อมาจากที่ใด   ไม่ได้ไปในสถานที่ที่เสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อมาแน่นอน

2)   ต้องชำระตัวและล้างมือให้สะอาดด้วยเจลล้างมือและสวมหน้ากากอนามัย

**อย่างไรก็ดี พ่อจะเสกใบลาน และเตรียมไว้ที่หน้าบ้านพ่อ พี่น้องท่านใดปรารถนาจะรับใบลานไป เพื่อเตือนความเชื่อ ความศรัทธา ว่างๆ ขับรถแวะมารับได้นะครับ และขอขอบคุณคุณแหม่ม – มีนา บัวทรัพย์ ที่จัดเตรียมใบลานอันสวยงามไว้ให้กับพวกเราด้วยครับ

**สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะขอมิสซาและทำบุญ ก็ขอให้พี่น้องทำตามที่ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ไปแล้ว หรือตามนี้นะครับ

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/Covid-191-scaled.jpg

https://www.motherofgod-church.com/wp-content/uploads/2020/04/บัญชีวัด.jpg

สารวัด ฉบับที่ 151222 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2019 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

Tuesday, April 16th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเปิดใจยอมรับและรับรู้การเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่ คนที่ฉลาดจริงจะต้องเป็นคนที่ใจกว้างเปิดใจรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะการกระทำเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ และเท่าทันสถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น  ในค่ายคำสอนครั้งนี้เราได้บราเดอร์จากคณะธรรมฑูตไทย 2 ท่าน และเณรพื้นเมืองจากวัดของเราเอง 1 ท่าน พ่อต้องบอกกับพี่น้องตรงไปตรงมาว่าเห็นวิธีการทำงาน วิธีการสอนคำสอนของบราเดอร์แล้ว ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจและขัดหูขัดตาพอสมควร แต่เนื่องจากว่าพ่อเป็นคนที่ตรงไปตรงมาไม่เข้าใจพ่อก็ถาม อยากรู้พ่อก็ไปดูไปศึกษา ในที่สุดการกระทำเช่นนี้ทำให้พ่อสามารถเข้าใจและผสมผสานวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่เข้าด้วยกันได้หรือจูนกันติด พี่น้องเชื่อไหมว่าพ่อเคยได้ยินว่าคุณพ่อที่มีวัยวุฒิมากๆบางท่านเคยส่งเณรและเยาวชนที่มาช่วยงานกลับบ้านมาแล้วสาเหตุก็มาจากเรื่องที่พ่อเขียนเล่ามาข้างต้นนี่แหละ

พี่น้อง พ่อเชื่อว่าในครอบครัวของพี่น้องหลายๆครอบครัว น่าจะมีปัญหาทำนองนี้อยู่บ้างเหมือนกันช่องว่างระหว่างวัย ช่องว่างระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างพ่อแม่และลูก พ่อลองนั่งคิดดูแบบง่ายๆไม่ทราบว่าจะถูกต้องหรือเปล่านะ สิ่งที่พ่อได้รับการอบรมสั่งสอนจากเตี่ยแม่และผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ถ้าคำนวณจากอายุเตี่ยของพ่อถ้าเวลานี้ท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องมีอายุ 90 กว่าเกือบ 100 ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านสอนอบรมพ่อมาก็น่าจะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้กันเมื่อ 50 – 60 ปีที่แล้ว ถ้าเตี่ยกับแม่พ่อรับองค์ความรู้มาจากปู่ยาตายาย องค์ความรู้นั้นก็น่าจะห่างจากเตี่ยแม่ของพ่อ 50 – 60 ปีเช่นเดียวกัน ถ้าเตี่ยแม่พ่อไม่ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านหรือองค์ความ รู้ของการอบรมเลย แสดงว่าองค์ความรู้ที่เขานำมาใช้สั่งสอนอบรมพ่อ เป็นองค์ความรู้ของเมื่อ 100 ปีที่แล้วโดยประมาณ ถ้าเราเป็นคนใจแคบไม่รับรู้และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา เราจะเป็นคนหลงยุคนะครับ สิ่งที่เราคิดว่าดีมากๆในสมัยของเรา ปัจจุบันอาจจะล้าสมัยไปแล้ว และเป็นสิ่งที่คนในปัจจุบันเขาไม่ใช้กันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าคนเขาบ้าของใหม่ แต่เป็นเพราะว่ามีนักคิดเขาเอาของเก่าที่เราเคยมี ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงลดความเสี่ยงความเสียหาย ทำให้ประหยัดเวลาและทำงานได้สะดวกสบายมากขึ้น จนเป็นของที่คนในยุคปัจจุบันนำเอามาใช้กัน ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับเปิดใจมอง เราจะพบว่าหลายๆอย่างมาจากหลักการเติม แต่มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงลดจุดอ่อนความเสี่ยงของเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานให้กับของใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน เวลา ทำให้การทำงานสะดวกราดเร็วขึ้นเท่านั้น ถ้าเรามีใจกว้างที่จะรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดวิธีการใหม่เช่นนี้ พ่อคิดว่าเราจะสามารถพบจุดเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างระหว่างวิธีการเก่ากับวิธีการใหม่ได้นะครับ

ที่พ่อเขียนเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทันสมัยและของใหม่ๆ ดีหมดทุกอย่าง หรือของเดิมๆวิธีการเดิมๆที่เราเคยใช้กันไม่ดีไปเสียหมดทุกอย่างทุกเรื่องก็ไม่ใช่ พ่อคิดว่าเราควรใช้ทุกอย่างให้เหมาะสมกับสถาน การณ์มากกว่า ดังนั้นการเป็นคนใจกว้างรับรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องเรียนรู้ปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตามยุคตามสมัย และผู้ใหญ่จะต้องเป็นความรอบคอบให้กับผู้น้อย เพราะเรามีประสบการณ์มากกว่า ก็น่าจะคิดและมองอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งมากกว่า ผู้น้อยก็อย่ามองข้ามคำเตือนสอนของผู้ใหญ่ เพราะผมหงอกที่เราเห็นบนศรีษะของท่านเป็นปรีชาญาณที่มองข้ามไม่ได้.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

มาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์

มนุษย์มักจะเอามาตรการที่ตนเองชอบนำมาใช้ตัดสินผู้อื่น จนลืมมองความอ่อนแอความผิดพลาดของตน ไปยัดเยียดให้กับพระเจ้า ผู้ทรงความรักความเมตตา ทำให้พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้นั่งบัลลังก์พิพากษาตัดสินลงโทษตามความยุติธรรม ตามมาตรการที่มนุษย์ตั้งขึ้นเอง ในเรื่องหญิงผิดประเวณีที่นักบุญยอห์นบันทึกไว้ แสดงให้เราเห็นความแตกต่าง ระหว่างมาตรการของพระเจ้าและมาตรการของมนุษย์อย่างชัดเจน “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติโมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนถึงตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” (ยน.8:4-5) เราจะเห็นชัดเจนว่าบรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีใช้มาตรการที่ไร้ความรักความเมตตา และโหดเหี้ยมที่สุดมาเป็นมาตรการตัดสินลงโทษหญิงคนบาป พวกเขาตัดสินผู้อื่นโดยพิจารณาด้านลบด้านความผิดพลาดเพียงด้านเดียว ด้านอื่นๆไม่ได้อยู่ในความสนใจของพวกเขาเลย อาทิ สิ่งดีๆที่หญิงคนนี้อาจจะเคยทำมาก่อน กรณีแวดล้อมต่างๆที่อาจจะทำให้หญิงคนนี้ตกที่นั่งลำบากและที่สำคัญ พระคัมภีร์กล่าวถึงเฉพาะหญิงคนนี้คนเดียว คู่กรณีที่ร่วมประเวณีกับเขาอยู่ที่ไหน ฯลฯ

กรณีของหญิงที่ถูกจับได้ในขณะร่วมประเวณี มันไม่ต่างกับเวลาตำรวจทลายซ่องโสเภณีในปัจจุบัน ทำไมตำรวจจับแต่โสเภณีแล้วคนที่ไปเที่ยวโสเภณีอยู่ที่ไหน พวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าโสเภณีหลายๆคนใช่ว่าเขาอยากจะมีอาชีพอย่างนี้ หลายๆคนถูกหลอกลวงมา หลายๆคนถูกบังคับ เพราะเขากำลังตกที่นั่งลำบากชีวิตกำลังอับจนหน ทาง ถ้ามาตรการของมนุษย์นั้นเที่ยงตรงถูกต้องจริง สิ่งที่กล่าวมานี้ควรจะถูกนำพิจารณาบ้าง แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย เขาพิจารณาเพียงว่าอาชีพนี้หรือคนพวกนี้ทำผิดกฎหมาย พระเยซูคริสตเจ้าทรงอดทนต่อคำกล่าวหาคาดคั้นให้พระองค์ตัดสินลงโทษ จนพระองค์ตรัสกับทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” (ยน.8:7) พระวาจาที่พระองค์ตรัสนั้นดึงความสนใจของทุกคนที่นั่นที่มุ่งไปยังความชั่วช้าสามานย์ของหญิงผู้นั้นกลับมาสู่ตนเอง  “พวกเขามีบาปหรือเปล่า”  “อดีตความเป็นมาของพวกเขาเป็นอย่างไร” ผลก็คือไม่ใครเอาหินทุ่ม และผู้อาวุโสออกไปก่อน แสดงว่าทุกคนเป็นคนบาป ยิ่งอายุมากอยู่นานยิ่งมีบาปมาก แต่ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้เลย และนี่คือมาตรการของมนุษย์ที่มักจะจับจ้องความผิดพลาดของผู้อื่น โดยไม่คิดถึงความอ่อนแอความผิดพลาดของตนเอง

เมื่อไม่มีใครกล้าเอาหินทุ่มหญิงนั้น พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ยน.8:11) พระวาจาที่พระองค์ตรัสเป็นวาจาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรักความเมตตา และสามารถเปลี่ยนชีวิตคนให้ดีขึ้นได้ ทำให้เราเข้าใจมาตรการของพระเจ้าที่เป็นมาตรการแห่งความรัก ความเมตตา พระองค์ปรารถนาที่จะให้ชีวิตใหม่มากกว่าทำลายให้แตกดับ ให้อภัยมากกว่าลงโทษ พระองค์ทรงปกคลุมความน่าทุเรศทุรังของคนบาป ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์บุตรของพระจ้าโดยคืนภาพลักษณ์ของพระเจ้าให้ด้วยความรัก ความเมตตากรุณา และการให้อภัย ทำให้เราเข้าใจสัมผัสได้ถึงความรัก ความเมตตากรุณาของพระองค์ ขอให้พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราซาบซึ้งในพระเมตตาของพระเจ้า เข้าใจในมาตร การของพระองค์ และใช้มาตรการเดียวกันนี้กับเพื่อนพี่น้องของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ประกาศ

  1. ใบลานมาถึงที่วัด ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ และขอให้นำมาคืนที่วัดก่อนวันแห่ใบลาน เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 เวลา 9.00 น.
  2. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ ประชุมสภาภิบาลเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  3. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น.เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  4. วันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2019 ขอเชิญผู้อ่านบทอ่าน ผู้ที่ ปรารถนาจะมาช่วยอ่านบทอ่าน และผู้ที่ปรารถนาที่จะ อ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เวลา 10.30 น. เพื่อจัดตารางเวลาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  5. วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019 มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.
  6. วันศุกร์ที่ 19 เม.ษ. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

ตารางเวลาในตรีวารปัสกา

** วันพฤหัสบดีที่ 18 เม.ย.  เวลา 19.00 น.

** วันศุกร์ที่ 19 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

** วันเสาร์ที่ 20 เม.ย.       เวลา 19.00 น.

7. ทางวัดจัดค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30- 40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้ในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

สารวัด ฉบับที่ 151221 วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2019

Saturday, March 30th, 2019

บอกเล่าให้ฟัง

            ค่ายคำสอนภาคฤดุร้อนของปีนี้เปิดแล้ว หลังจากกิจกรรมนี้หาย ไปเสียนาน ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้าและพระชนนีของพระองค์ ที่เราได้บราเดอร์มาช่วยสอนคำสอน 3 ท่าน มีเด็กมาเรียนคำสอน 30 – 40 คน บวกลบนิดหน่อยเพราะบางโรงเรียนยังไม่ปิดเทอมบ้าง และเด็กบางคนยังต้องทำกิจกรรมของโรงเรียนอยู่บ้าง  แต่พี่น้องก็ยังโชคดีอีกเช่นกันที่ บราเดอร์ยินดีสอนเสริมวันเสาร์และวันอาทิตย์ให้ด้วย พ่อหวังว่า ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อยตามพระประสงค์ของพระเจ้า ขอพระชนนีของพระเป็นเจ้าช่วยเสนอวิงวอนให้เด็กๆ ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการจัดค่ายคำสอนครั้งนี้ พ่อคิดว่าการที่เด็กๆได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตร่วมกันระยะสั้นๆ เป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว นอกนั้นในค่าย     คำสอน บราเดอร์ยังจัดกิจกรรมหลายอย่างเพื่อช่วยให้เด็กๆได้เรียนรู้และมีประสบการณ์มากขึ้นในด้านต่างๆ

ให้ความรู้เรื่องคำสอน แน่นอนที่สุดเด็กๆที่มาร่วมค่ายคำสอน จะต้องได้รับความรู้เรื่องคำสอน พระคัมภีร์ และเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าโดยตรง พ่อเห็นเด็กๆหลายคนมีความกระตือรือร้นมาท่องบทสวด ซึ่งบทสวดหลายๆบทเป็นบทสวดใหม่พ่อยังสวดไม่ค่อยได้เลย แต่เด็กเหล่า นี้ เริ่มสวดได้แล้ว อีกทั้งเวลาเด็กๆมาท่องกับคุณพ่อ บราเดอร์ พี่เลี้ยง และผู้ปกครอง พ่อเชื่อว่า บุคคลเหล่านี้คงจะสวดตามไปด้วย จึงทำให้ผู้ใหญ่หลายคนมีโอกาสทบทวนบทสวดแบบใหม่ และมีความ คุ้นเคยกับบทสวดใหม่มากขึ้น

เด็กๆได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตตามความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งต่างจากการดำเนินชีวิตในความดูแลของพ่อแม่ผู้ปกครอง พ่อเห็นเด็กบางคนน่ารักและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน ผู้ปกครองบอกพ่อว่า “เด็กทานอาหารยากมากๆ โน้นก็ไม่ทานนี่ก็ไม่ทาน” แต่เมื่อมาอยู่ค่ายคำสอนพ่อเห็นเขาไปหยิบก๋วยเตี่ยวมานั่งทานเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในระหว่างที่แม่ครัวที่มาช่วยเตรียมอาหารทั้งหลาย กำลังเตรียมอาหารจานพิเศษให้ แม้เด็กจะทานได้น้อย แต่พ่อเห็นความพยายามของเขาที่พยายามทานเหมือนคนอื่นๆ พ่อคิดว่านี่เป็นการเรียนรู้เป็นประสบ การณ์ที่จะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับเด็กๆ

– การเรียนรู้จักการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นซึ่งไม่ใช่คนในครอบ ครัว เด็กๆเริ่มมีเพื่อนใหม่เพื่อนที่เป็นคริสตชนด้วยกัน อีกไม่นานอาจจะมีการทำกิจกรรมของเด็กร่วมกันในเขต 2  บางครั้งเด็กก็เกเรกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง และก็คืนดีกัน บราเดอร์และผู้ใหญ่จะสอนให้เด็กช่วย เหลือกัน ให้อภัยและรู้จักขอโทษ ภาคบ่ายก่อนกลับบ้านบราเดอร์จะให้เด็กๆทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พ่อคิดว่านี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ชุมชนแห่งความเชื่อเข้มแข็ง เพราะเมื่อเด็กๆเป็นเพื่อนและรู้จักกันอีกหน่อยพ่อแม่ผู้ปกครองก็จะรู้จักกันด้วย

บราเดอร์จัดให้เด็กช่วยเก็บจานล้างจานเวลาทานอาหารเสร็จแล้ว โดยมีเยาวชนรุ่นพี่และเด็กโตคอยช่วยเหลือสอนให้ พ่อคิดว่านี่เป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในค่ายคำสอน พี่มาช่วยน้องสอนน้องทำโน้นทำนี่ นอก นั้นเด็กยังเห็นผู้ใหญ่หลายๆคนมาช่วยค่ายคำสอน มาช่วยวัดทำหลายสิ่งหลายอย่าง บ้างเอาอาหารมาให้พวกเขาทาน ฯลฯ พ่อเชื่อว่าเด็กจะค่อยๆเรียนรู้จากแบบอย่างที่ดีของผู้ใหญ่ จะรักวัดรักพระศาสนจักรและจะเป็นกำลังของวัดของพระศาสนจักร ที่อยู่ในชุมชนแห่งความเชื่อวัดพระชนนีของพระเป็นเจ้าต่อไป

เพราะฉะนั้นเด็กๆ ที่มาเรียนคำสอนจะได้รับศีลศักดิ์สิทธิ์ในปีนี้หรือเปล่าก็ดูกันตามเกณฑ์และความพร้อมของเด็ก แต่สิ่งนี้ยังไม่สำคัญเท่ากับประสบการณ์และการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีคุณค่ามหาศาลที่พวกเขาได้รับจากค่ายคำสอนนี้.

                                                                        จาก  คุณพ่อเจ้าวัด

************************************************************************

มนุษย์ทุกคนเป็นคนบาป    

คนที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีบาปคือคนจองหอง

หลังจากพวกฟาริสีและธรรมาจารย์ต่อว่าพระเยซูคริสตเจ้า ว่า “คนนี้ต้อนรับคนบาปและกินอาหารร่วมกับเขา” (ลก.15:2) นักบุญ ลูกาบันทึกเรื่องอุปมาเพื่ออธิบายเรื่องนี้ไว้ 3 เรื่อง เรื่องแกะที่พลัดหลง เรื่องเงินเหรียญที่หายไป เรื่องลูกล้างผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว ทั้งสามเรื่องนี้ ท่านต้องการสะท้อนให้เห็นพระเมตตากรุณาของพระเจ้า และมนุษย์ทุกคนเป็นคนบาปต้องการพระเมตตาจากพระองค์ เป็นต้นในเรื่องลูกล้างผลาญและลูกที่คิดว่าตนทำดีแล้ว ท่านอธิบายแยกแยะประเภทของคนบาปไว้ค่อนข้างชัดเจน ถ้าเราสังเกตบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และผู้หยั่งรู้ถึงแก่นธรรมทั้งหลาย เมื่อเข้าถึงแก่นธรรมความจริงของชีวิตแล้ว ต่างยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาปเป็นคนต่ำต้อยทั้งสิ้น “ยิ่งวิเคราะห์ตัวตนที่อยู่ภายในมากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งเห็นความไม่สำคัญของตนเองมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นบทเรียนแรกของภูมิปัญญา จงอ่อนน้อมถ่อมตนแล้วเราจะฉลาดขึ้น จงมองให้เห็นความอ่อน แอของตน แล้วเราจะได้พลังอำนาจ” (วิลเลียม เอลเลอรี แซนนิง)

คนบาปประเภทแรก ลักษณะเหมือนลูกชายคนเล็ก เป็นคนเกเรประพฤติตนเสเพลที่เราพบอยู่ทั่วไป พวกเขาชอบประพฤติตนออกนอกลู่นอกทาง เขาคิดอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้น ไม่สนใจเรื่องศาสนาเรื่องศีลธรรมจริยธรรม เป็นคนไม่ดีอย่างเปิดเผยไม่ค่อยมีเงื่อนงำอะไรนัก การดำเนินชีวิตของคนพวกนี้เมื่อเราพบเห็นจะสามารถทราบโดยง่ายว่า พวกเขาเป็นคนเสเพลเป็นคนบาป “บุตรคนเล็กรวบรวมทุกสิ่งที่มีแล้วเดินทางไปยังประเทศห่างไกล ที่นั่นเขาประพฤติเสเพลผลาญเงินทองจนหมดสิ้น” (ลก15:13)

คนบาปประเภทที่สอง คือลูกชายคนโต ดูภายนอกดูเหมือนว่าเป็นคนดี ประพฤติตนอยู่ในกรอบอยู่ในร่องในรอย แต่เบื้องหลังไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเขาเป็นอย่างไร เนื่องจากพวกคนนี้เป็นนักสร้างภาพจัดฉาก เป็นโจรในคราบนักบุญ เป็นผู้ร้ายสวมสูท ชอบทำให้ตนเองดูดีด้วยเห็นเหตุผลที่ซับซ้อนมากมายในชีวิตของตน คนพวกนี้เหมือนกับลูกคนโตซึ่งมีท่าทีเหมือนกับชาวฟาริสีและธรรมาจารย์ที่ภูมิใจว่าตนเป็น “ผู้ชอบธรรม” เพราะเขาถือพระบัญญัติอย่างเคร่งครัดตามตัวอักษรไม่เคยละเมิด “ลูกรับใช้พ่อมานานหลายปีแล้วไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อเลย” (ลก.15:29) นี่เป็นภาพลักษณ์ที่ปรากฏภายนอกดูเหมือนว่าดี พระวรสารได้เผยธาตุแท้ที่อยู่ภายในเพื่อเตือนใจพวกหลงและหลอกตน เองว่า “พ่อไม่เคยให้ลูกแพะแม้แต่ตัวเดียวแก่ลูกเพื่อเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ” (ลก.15:19) แพะเป็นสัญลักษณ์ของบาปความชั่วร้าย นั่นก็แสดงว่าคนประเภทนี้ก็อยากจะเสเพลเหมือนกัน แต่เหตุผลบางอย่างซึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใน ทำให้พวกเขาไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง

คนบาปประเภทไหนก็คือคนบาปเหมือนกัน พระเจ้าคงไม่พอพระทัยให้เราเป็นประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทุกคนยอมรับความอ่อนแอของตน ยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาป กลับใจใช้โทษบาปวอนขอพระเมตตาจากพระองค์ “เราบอกท่านทั้งหลายว่าในสวรรค์จะมีความชื่นชมยินดีเช่นนี้ เพราะคนบาปคนหนึ่งกลับใจ” (ลก.15:7) ขอให้พระวาจาของพระเจ้าเตือนใจเรา ให้เราพิจารณามโนธรรมของเราอย่างจริงจัง และยอมรับว่าเราเป็นคนอ่อนแอเป็นคนบาปวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้าด้วยความสุภาพถ่อมตน ท่าทีเช่นนี้แหละจะนำความรอดพ้นมาสู่เราทั้งหลาย.

 

พระเจ้าสถิตกับท่าน

คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

***********************************************************************************

ประกาศ

  1. วันเสาร์ที่  6  เม.ย. 2019 วันผู้สูงอายุของวัด ขอเชิญผู้สูงอายุทุกท่านมาสวดภาวนา และร่วมมิสซาด้วยกัน มิสซาเวลา 10.00 น. หลังมิสซามีพบปะสังสรรค์ทานอาหารร่วมกัน
  2. วันเสาร์ที่ 6  เม.ย.  2019 ใบลานจะมาถึงที่วัด     ใครสามารถมาช่วยสานใบลานหรือเอาไปช่วยสานที่บ้านได้ ขอเชิญครับ เราจะแห่ใบลานวันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019  เวลา 9.00 น.
  3. วันอาทิตย์ที่ 7  เม.ย. 2019  เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือน มีโปรดศีลล้างเด็ก ผู้ที่ปรารถนาจะนำลูกหลานมารับศีลล้างบาป ให้กรอกข้อมูลล่วงหน้าและส่งข้อมูลล่วงหน้าด้วย
  4. วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. 2019 ประชุมสภาภิบาล เวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง
  5. วันอาทิตย์ที่ 14 เม.ย. 2019 ขอให้ผู้ช่วยมิสซา ผู้ที่จะมาฝึกช่วยมิสซา และผู้ที่ปรารถนาอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน  รวมกันที่ศาลาเรือนไทย หลังมิสซา เวลา 10.30 น. เพื่อหัดช่วยมิสซาและอ่านพระคัมภีร์ร่วมกัน
  6. ตารางเวลาสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์

**   วันอังคารที่ 16 เม.ย. 2019      มีวจนพิธีกรรมศีลอภัยบาป เวลา 19.00 น.

**   วันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2019 เป็นวันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ มีเดินรูปรอบวัดเวลา 16.30 น.

**    ตรีวารปัสกา

**วันพฤหัสที่ 18 เม.ย. 2019  เวลา 19.00 น.

**วันศุกร์ที่ 19 เม.ย. 2019    เวลา 19.00 น.

**วันเสาร์ที่ 20 เม.ย. 2019    เวลา 19.00 น.

7.ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน ปีนี้มีเด็กมาเรียนคำสอนประมาณ 30-40 คน พี่น้องท่านใดมีความประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในค่ายคำสอน ทำได้ที่ตู้ทานกลางวัด

คลิป Presentation โอกาสฉลอง 25 ปี วัดพระชนนีของพระเป็นเจ้า รังสิต

ฉบับที่ 14016 วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน 2014

Thursday, April 17th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

“พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์” เป็นประโยคหนึ่งที่อยู่ในบทข้าแต่พระบิดา ซึ่งเราสวดกันเป็นประจำเกือบทุกวันที่เราสวดภาวนา ฟังดูแล้วเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า และยินดีน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์ด้วยความเชื่อด้วยความวางใจในพระองค์ว่า พระองค์จะจัดเตรียมทุกอย่างที่ดีไว้สำหรับผู้ที่มีความเชื่อ ความวางใจ และรักพระองค์ แต่เมื่อเหตุการณ์จริงเกิดขึ้นในชีวิตของเรา ในยามที่เราประสบความทุกข์ยากลำบาก ในยามที่เราเจ็บป่วย เวลาที่มีปัญหาต่างๆมันถาโถมเข้ามาในชีวิตของเรา มันก็ทำให้เราสวดภาวนาประโยคนี้ได้ยังไม่เต็มปากเต็มคำเหมือนกัน เพราะความเชื่อความวางใจในพระเจ้าของเราจะเริ่มหวั่นไหว เราจะเริ่มสงสัยไม่เข้าใจในพระประสงค์ของพระเจ้า และน้อมรับพระประสงค์ของพระองค์นั้นยากจริงหนอ แต่ถึงแม้จะยากสักเท่าใดก็อย่าหมดความวางใจในพระองค์

(more…)

ฉบับที่ 14015 วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน 2014

Thursday, April 10th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ในช่วงเวลานี้พระศาสนจักรในประเทศไทยพยายามที่จะสร้างพระศาสนจักรแห่งการมีส่วนร่วม โดยอาศัยกระบวนการสร้างกลุ่มวิถีชุมชนวัด (Basic Ecclesial Community) วิทยากรท่านหนึ่งได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีปัญหามากมาย อาทิ ยาเสพติด เด็กๆเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ตามศาลาสาธารณะ การพนันแทบทุกประเภท ฯลฯ แล้วท่านก็ถามชาวบ้านที่มาฟังบรรยายว่า “พวกเราชอบหมู่บ้านแบบนี้ไหม ปรารถนาให้หมู่บ้านของเราเป็นอย่างนี้ไหม” “หมู่บ้านของเรามีปัญหาอย่างนี้บ้างหรือไม่” ชาวบ้านก็ตอบกันส่วนใหญ่ว่า “ปัญหาส่วนใหญ่มันก็คล้ายๆกัน” เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรทำอะไรเพื่อจะแก้ปัญหา ในที่ประชุมตกลงกันว่าจะทดลองตั้งกลุ่มวิถีชุมชนวัด เมื่อกลุ่มเหล่านี้เข้มแข็งขึ้นแล้วปัญหาก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด

(more…)

ฉบับที่ 14014 วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2014

Saturday, April 5th, 2014

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนเริ่มต้นขึ้นแล้ว วันแรกวุ่นวายน่าดูชมเลยทีเดียว รถรับนักเรียนมาช้าเพราะรถติดบ้าง หาบ้านไม่เจอบ้าง วันที่สองเริ่มดีขึ้น เด็กมีโอกาสสวดภาวนาร่วมกัน พ่อมีโอกาสอบรมเด็กๆก่อนแยกย้ายเข้าห้องเรียน คำถามแรกที่พ่อถามเด็กๆที่เข้ามาเรียนคำสอนก็คือ “พวกเธอมาเรียนคำสอนกันทำไม” ไม่น่าเชื่อมีเด็กสองสามคนตอบอย่างชัดเจนว่า “หนูอยากรู้จักพระเยซูคริสตเจ้า” บางคนตอบว่า “เพื่อจะได้รู้จักประวัติของพระเยซูคริสตเจ้า และแม่พระ” ถามว่าคำตอบนี้ตรงกับคำตอบที่มีอยู่ในใจพ่อหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นคำตอบที่ไม่ตรงทีเดียวนัก แต่ถามว่า ผิดไหม คงต้องตอบว่าไม่ผิด เพราะคำตอบที่พ่อต้องการก็คือ “เพื่อเด็กๆจะได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น” ถึงแม้คำตอบจะไม่ตรงใจพ่อนัก แต่พ่อยังคงตั้งใจฟังคำตอบนั้น และเชื่อมโยงเข้าหาคำตอบที่พ่อต้องการ “เก่งมากลูก พระเยซูคริสตเจ้าเป็นพระเจ้าพระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพ ที่ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทำให้เรารู้จักพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น”

(more…)