ฉบับที่ 954 วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน 2555 อาทิตย์ที่ 4 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

ในที่สุดการสัมมนาประจำปีของพระสงฆ์ก็ผ่านพ้นไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงบ้างบางตำแห่งหน้าที่ สำหรับพ่อสมชายยังคงอยู่เป็นผู้รับใช้พี่น้องเหมือนเดิม ในระหว่างสัมมนาผู้จัดได้เชิญวิทยากรมาจากหลากหลายสาขา มีทั้งฆราวาส นักบวช พระสงฆ์ ฆราวาสบางคนได้เสนอตัวที่จะรับใช้พระศาสนจักรตามความสามารถของตน เพราะเขาได้รับการอบรมเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตคริสชนมามากมายหลายอย่าง แต่น่าเสียดายไม่ค่อยมีสนามงานเพราะพระสงฆ์ไม่ค่อยเรียกใช้ จากการไปสัมมนาพ่อได้มีโอกาสไตร่ตรองเกี่ยวกับชีวิตคริสตชน พ่อถามตนเองในฐานะเป็นพระสงฆ์ว่า “คริสตชนที่มีคุณภาพต้องมีลักษณะอย่างไร” พ่อได้คำตอบมา 3 ประการ

ประการแรก ต้องหมั่นเพิ่มพูนตนเองอยู่เสมอ( be more) ปัญหาอยู่ที่ว่าต้องเพิ่มพูนอะไร สิ่งที่ต้องเพิ่มพูนคือ ความเชื่อความศรัทธา โดยเริ่มแสวงหาความรู้เรื่องพระธรรมคำสอน อ่านพระคัมภีร์ คำสอนของพระศาสนจักร เพื่อจะได้รู้จักองค์พระเยซูคริสตเจ้าและคำสอนของพระองค์มากขึ้น และเพื่อเราจะได้เข้าใจหลักวิธีการดำเนินชีวิตคริสตชนอย่างชัดเจน พ่อเคยกล่าวหลายครั้งในบทเทศน์และในที่ต่างๆที่พ่อได้รับเชิญเป็นวิทยากรว่า “เมื่อมองไปที่คนๆหนึ่งหรือครอบครัวๆหนึ่งที่เป็นคริสตขน พ่อรู้ว่าคนนั้น ครอบครัวนั้นเป็นคริสตชน แต่เมื่อเห็นวิธีการดำเนินชีวิตของเขาพ่อเริ่มไม่แน่ใจว่า นั่นใช่คริสตชนหรือไม่ เพราะการปฏิบัติและความคิดหลายอย่างบ่งบอกว่าไม่ใช่”การปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เข้าใจความหมายเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะเราเชื่ออย่างไรเราจะปฏิบัติอย่างนั้น การอ้างว่าไม่รู้คือไม่ผิดเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักไม่เพียงพอในการแก้ตัว เพราะช่องทางโอกาสที่เราจะเรียนรู้มีมากมายประการที่สอง ต้องเป็นผู้ที่เปิดตัวเองไปสู่ผู้อื่น (be open) เราจะคิดถึงแต่ตนเองหรือทำอะไรเฉพาะในแวดวงของเราคงไม่เพียงพอ เราต้องคิดถึงผู้อื่นเปิดตัวไปหาผู้อื่นด้วย คำสอนของพระศาสนจักรในพระสังคายนาวาติกันที่ 2 สอนอย่างชัดเจนว่า “เราจะต้องดำเนินชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาคมโลก” “ธรรมชาติของพระศาสนจักรเป็น missionary” missionary หมายถึง ผู้ที่ถูกส่งออกไปประกาศข่าวดีในดินแดนของผู้ที่ยังไม่มีความเชื่อ เมื่อเป็นเช่นนี้เราคงต้องพยายามปลุกจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกาศข่าวดีในตัวเราให้ร้อนรนอยู่เสมอ เหมือนดั่งอัครสาวกที่เปิดประตูออกมายืนต่อหน้าประชาชน และประกาศว่า “พระเยซูคริสตเจ้ากลับคืนพระชนมชีพแล้ว”

ประการที่สาม ต้องเป็นผู้ที่มั่นคงเข้มแข็งและโดดเด่นในความดี ( be strong ) คริสตชนต้องพยายามหล่อเลี้ยงชีวิตจิตวิญญาณของตน ด้วยพระวาจาของพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นมิสซาบูชาขอบพระคุณ และการสวดภาวนาร่วมกัน นั่นหมายความว่าเมื่ออ่านหรือฟังพระวาจาแล้วต้องนำไปดำเนินชีวิต เมื่อจะไปรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต้องเตรียมตัวอย่างดีและนำจิตตารมณ์ของศีลนั้นไปปฏิบัติ และพยายามสวดภาวนาร่วมกันบ่อยๆ ทั้งสามสิ่งที่พ่อกล่าวถึงในประการที่สามนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีประสบการณ์ความเชื่อ สามารถเติมเต็มชีวิตคริสตชนของเราให้เข้มแข็งมั่นคง เป็นผู้ที่โดดเด่นในความดีงาม เมื่อเรามีชีวิตเช่นนี้เราจะกลายเป็นผู้ประกาศข่าวดีโดยมีชีวิตเป็นพยานถึงองค์พระเยซูคริสตเจ้า เพราะใครก็ตามที่รู้จักและพบเราก็จะรู้จักและพบองค์พระเยซูคริสตเจ้าด้วย.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

ผู้เลี้ยงแกะที่ดี

ภาพพจน์ของผู้เลี้ยงแกะที่เดินนำหน้าฝูงแกะนำไปยังแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเผชิญภัยปกป้องฝูงแกะของตน ยังเป็นภาพที่ตราตรึงใจประชาชนชาวอิสราเอลอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้พระคัมภีร์จึงใช้ภาพพจน์ของผู้เลี้ยงแกะที่ดี ในการอธิบายความรัก ความห่วงใยที่พระเจ้ามีต่อประชากรของพระองค์อยู่บ่อยๆ ในเพลงสดุดีที่ 23 ในหนังสือประกาศกเอเสเคียล ประกาศกอิสยาห์ ฯลฯ พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบดีจึงใช้ภาพของผู้เลี้ยงแกะที่ดี เพื่ออธิบายพันธกิจของพระองค์ซึ่งได้รับมอบหมายจากบิดา ความรักและความห่วงใยที่พระองค์มีต่อมนุษยชาติเช่นเดียวกัน “เราเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดี ผู้เลี้ยงแกะย่อมสละชีวิตเพื่อแกะของตน”(ยน.10:11) เมื่อกล่าวถึงผู้เลี้ยงแกะตามภาพพจน์ที่พระคัมภีร์กล่าวถึง เรามักจะเพ่งความสนใจไปที่ผู้นำของพระศาสนจักรในลำดับชั้นต่างๆ พระสันตะปาปา พระสังฆราช พระสงฆ์ และนักบวชชายหญิง แต่ความจริงแล้วแบบอย่างชีวิตที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงให้ไว้ในฐานะผู้เลี้ยงแกะที่ดี ยังหมายถึงทุกๆคนที่ต้องปกครองดูแลผู้อื่น โดยนัยนี้เราแต่ละคนจึงเป็นทั้งผู้เลี้ยงแกะและแกะในฝูงตามสถานภาพและสถานการณ์ ดังนั้นคุณลักษณะของผู้เลี้ยงแกะที่ดีที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงให้ไว้จึงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของเราทุกคน

การยอมสละชีวิตเพื่อแกะของตน พระเยซูคริสตเจ้าผู้เลี้ยงแกะที่ดีของเรา ทรงยอมมอบทุกสิ่งสละชีวิตเพื่อช่วยเราให้ได้รับความรอดพ้น พระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช พ่อแม่ ผู้ปกครอง ทั้งหลายจึงต้องเป็นผู้เสียสละเพื่อผู้ที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน การเป็นผู้อภิบาลแห่งความรักที่พร้อมจะสละเวลาเพื่ออภิบาลสัตบุรุษ ยอมเปลืองเนื้อเปลืองตัวเพื่อปกป้องคนดี และยืนยันความถูกต้อง จึงเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของพระสังฆราช พระสงฆ์ และผู้อภิบาลทั้งหลาย พ่อแม่ผู้ปกครองที่ดีต้องให้เวลา ยอมสละความสะดวกสบายส่วนตัว เพื่อลูกๆและผู้ที่อยู่ในการปกครองดูแล การยอมสละชีวิตจึงหมายถึงการยอมลำบาก ยอมสูญเสียบางสิ่งบางอย่างเพื่อความดีของแกะในฝูงของตน

การรู้จักแกะและแกะก็รู้จักผู้เลี้ยง พระสังฆราช พระสงฆ์ ผู้อภิบาลทั้งหลาย ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุข เข้าใจปัญหา และความต้องการของสัตบุรุษที่ตนดูแล พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรู้ความต้องที่แท้จริง เข้าใจปัญหา และไวต่อความรู้สึกของลูกๆ และผู้ที่อยู่ในการปกครองดูแล ในทางตรงกันข้ามสัตบุรุษ ผู้น้อยลูกๆ ต้องฟังคำสอน คำตักเตือนของพระสังฆราช พระสงฆ์ ผู้อภิบาล พ่อแม่ และผู้ปกครองด้วยความเคารพเชื่อฟัง

ผู้เลี้ยงเดินนำหน้าฝูงแกะ หมายถึงการเป็นผู้นำที่มีความรับผิดชอบ ผู้เลี้ยงแกะที่ดีจึงต้องนำฝูงแกะของตนไปในที่ๆปลอดภัย มีน้ำหญ้าหรืออาหารที่อุดมสมบูรณ์ และคอยปกป้องดูแลฝูงแกะของตนให้ปลอดภัย ดังนั้นถ้าเราแต่ละคนพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างตามบทบาทหน้าที่ของเราดั่งผู้เลียงแกะ และแกะที่ดีอย่างที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน แน่นอนที่สุดเราจะสามารถก้าวหน้าไปบนหนทางที่ปลอดภัยจนบรรลุเป้าหมายปลายทางแห่งชีวิต เพราะการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันของเรา จะเป็นการดำเนินชีวิตในความรักช่วยเกื้อกูลกันตลอดเวลา การดำเนินชีวิตอย่างนี้จะนำมาซึ่งสันติสุข จนกระทั่งจะมีแกะเพียงฝูงเดียว และมีผู้เลี้ยงแกะเพียงคนเดียวคือองค์พระเยซูคริสตเจ้า ผู้ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงแกะที่ดีแบบอย่างชีวิตของเรา.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. วันอาทิตย์นี้เป็นวันผู้เลี้ยงแกะที่ดี (Bonus Pastor) พี่น้องท่านใดต้องการบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือการทำงานอภิบาลของพระศาสนจักรสากล ขอเชิญบริจาคได้ที่ตู้ทานกลางวัด
  2. ขอให้พี่น้องนำเอากระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้นับและดำเนินการส่งให้เขตและสังฆมณฑลนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไป ถ้าพี่น้องลืมเอากระบอกมหาพรตไปและอยากทำบุญก็สามารถให้กับพ่อได้โดยตรง
  3. ประชุมสภาภิบาล วันอาทิตย์นี้ หลังมิสซาเวลา 10.30 น. ขอเชิญคณะกรรมการสภาภิบาลทุกท่านเข้าประชุมโดยพร้อมเพียง
  4. ขออาสาสมัครเด็กโปรยดอกไม้เรียนชั้นไม่เกิน ป.6 เดือนหน้าจะเริ่มซ้อมโปรยดอกไม้ ขอให้ลงชื่อเบอร์โทรศัพท์ที่หน้าวัด ครูเบญจจะนัดแนะเวลาภายหลัง
  5. ประกาศแต่งงาน ระหว่าง นาย ภิรดล กาญจนินทุ บุตรของ นาย นพดล และนางประภา กาญจนินทุ กับ มารีอา มัณณพร ทิพย์ปาละ บุตรีของ นาย ปราโมทย์ และมารีอา วรรณชรี ทิพย์ปาละ ผู้ใดทราบว่าทั้งสองมีข้อขัดขวางใดๆ ในการแต่งงานต้องแจ้งให้คุณพ่อเจ้าอาวาสทราบ

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 29-04-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.