ฉบับที่ 906 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2554 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

เวลานี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศยุบสภาไปแล้ว พรรคการเมืองต่างๆได้ไปจับสลากเลือกเบอร์ไปแล้วเช่นกัน พวกเราคงทราบแล้วว่าพรรคไหนได้เบอร์อะไร ต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องออกไปใช้สิทธิ์ของตนในการเลือกตั้ง ในปัจจุบันนี้มีกระแสทางการเมืองแปลกๆเกิดขึ้นซึ่งพี่น้องคงเคยได้ยินมาบ้างแล้วคือ No vote และ Vote no เราคริสตชนคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ No vote ถ้าเราคิดตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าและคำสอนของพระศาสนจักร การไม่ไปเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะในพระบัญญัติประการที่สี่สอนเราว่า “เราต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีปฏิบัติตามกฎหมายของบ้านเมือง” การไม่ไปเลือกตั้งและการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจึงเป็นการทำผิดพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า ส่วน Vote no ถ้าจะคิดกันตามหลักเหตุผลเราสามารถทำได้แต่ต้องไม่ทำตามกระแส นั้นหมายความว่าถ้าเราหาคนดีไม่ได้จริงๆในเมื่อกฎหมายให้สิทธิ์ที่จะเลือกว่า “ไม่เลือกใครหรือ Vote no”

การยุบสภาเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกผู้นำประเทศชุดใหม่ ด้วยเหตุนี้เราซึ่งเป็นประชาชนคนไทยจึงต้องใช้สิทธิ์ของเราอย่างเต็มที่ อย่างถูกต้องโดยมีวิจารณญาณและความสำนึกที่ดีงาม ไม่มีอคติเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเห็นแก่เงินหรือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง นั้นหมายความว่าเราต้องพยายามศึกษานโยบายและความเป็นไปได้ของมัน ต้องเลือกคนดีที่สุดมาพัฒนาปกครองประเทศของเราเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม หลายๆคนอาจจะคิดว่าสิ่งที่พูดถึงนี้จะเป็นไปได้อย่างไร พระศาสนจักรสอนว่า “เราต้องพยายามสุดความสามารถ ถ้าพยายามแล้วหาคนดีไม่ได้จริงๆก็ให้เลือกคนที่เลวน้อยที่สุด ถ้ายังหาไม่ได้อีกก็คงต้องลง Vote no” 

การลงคะแนนเสียง Vote no ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทำตามกระแสที่บางพวกกำลังปลุกระคมกันอยู่ เราจะต้องทำตามมโนธรรมที่เที่ยงตรงของเรา ส่วนการ No vote หรือการไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้นถือว่าเป็นการทำผิดพระบัญญัติประการที่ 4 พี่น้องบางคนอ่านแล้วอาจจะสงสัยว่า Vote no ไม่ตามกระแสกับ No vote ต่างกันอย่างไร ต่างกันมากทีเดียวครับการ Vote no ถ้าเราทำตามมโนธรรมที่เที่ยงตรง ถือว่าเราได้ทำหน้าที่พลเมืองที่ดีแล้วแต่เราหาคนดีๆไม่ได้จริงๆ การ No vote คือการไม่ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งจึงถือว่าเราไม่ได้ทำหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศ ปัจจุบันนี้กระแสการเมืองที่เป็นอยู่อาจจะทำให้หลายคนสับสนเบื่อหน่าย เพราะมีการเมืองนอกระบบตามถนนเกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง สิ่งเหล่านี้แทนที่จะทำให้เราท้อถอยตรงข้ามจะต้องทำให้เราคริสตชนพยายามเข้าถึงความจริง ตามคำสอนของพระศาสนจักรมากขึ้น เพื่อสร้างมโนธรรมที่เที่ยงตรงให้กับตนเอง พ่อคิดว่าถ้าเราลองละจากประโยชน์ใกล้มือประโยชน์ส่วนตัว แล้วมาพิจารณาถึงประโยชน์ส่วนรวมคิดถึงอนาคตของชนรุ่นหลังกันบ้าง เราน่าจะสามารถเห็นแนวปฏิบัติบางอย่างได้ชัดเจนขึ้น อย่ายอมให้ความโลภครอบงำปิดบังตาปิดบังใจของเรา ใช้แสงสว่างแห่งธรรมเป็นแสงส่องนำทางเถอะแล้วเราจะสามารถออกไปทำหน้าที่พลเมืองที่ดีได้อย่างสมภาคภูมิ

จากคุณพ่อเจ้าวัด

เราต้องรักกันด้วยกิจการ

ความรักแท้ต้องมีกิจการถ้าไม่มีกิจการก็เป็นความรักที่น่าสงสัย สามีภรรยาบางคู่อาจจะบอกรักกันบ่อยๆ “ฉันรักเธอ” แต่ในการดำเนินชีวิตจริงทั้งสองไม่เคยแสดงกิจการแห่งความรักให้ประจักษ์ อาทิ ถามทุกข์สุข เอาใจใส่ดูแลกันและกันเป็นต้นในยามเจ็บป่วย ฯลฯ ความรักเช่นนี้จะเอาอะไรมายืนยันได้ว่าเรารักจริง ด้วยเหตุนี้พระเยซูคริสตเจ้าจึงตรัสว่า “ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา”(ยน.14:15) บทบัญญัติของพระองค์คือ “ให้ท่านทั้งหลายรักกันเหมือนดั่งที่เรารักท่าน”(ยน.15:12) การปฏิบัติตามบทบัญญัติคือกิจการแห่งความรักที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยว่า การรักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ เพราะในบทบัญญัติแห่งความรักสอนว่าให้เรารักกันและกันเหมือนดั่งที่พระองค์ทรงรักเรา พระเยซูคริสตเจ้าทรงทราบดีว่าความรักแท้เป็นพลังยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้บรรดาสาวกสามารถสืบสานเจตนารมณ์ของพระองค์ ในการประกาศข่าวดีจนสุดปลายแผ่นดินสำเร็จผล ด้วยเหตุนี้ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นสวรรค์จึงย้ำเตือนบรรดาสาวกของพระองค์ ให้ถือพระบัญญัติรักที่พระองค์มอบให้อย่างซื่อสัตย์ เพราะความรักจะเป็นดั่งโล่ป้องกันภัยไม่ให้บรรดาสาวกตกเป็นเหยื่อของกระแสฝ่ายโลก ความรักทำให้พระเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา เป็นพลังสำคัญที่ทำให้การประกาศข่าวดีบรรลุผลบริบูรณ์

ในคำอธิษฐานของพระเยซูคริสตเจ้าเพื่อบรรดาสาวก พระองค์กล่าวอย่างชัดเจนว่าบรรดาสาวกจะต้องพบกับภัยอันตรายมากมาย เพราะโลกจะเป็นศัตรูกับพวกเขาอันเนื่องมาจากคำสอนที่พวกเขาสอนมักจะขัดแย้งกับคำสอนทางโลก “โลกจะเกลียดชังเขาเพราะเขาไม่เป็นของโลก”(ยน.17:14) แต่พระองค์ไม่ได้ขอสิ่งใดเป็นพิเศษมาปกป้องคุ้มครองบรรดาสาวก พระองค์ขอเพียงว่าให้ทุกคนรักและเป็นหนึ่งเดียวกัน “ข้าแต่พระบิดา ข้าพเจ้าอธิฐานภาวนา เพื่อให้ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน”(ยน.17:21) แสดงว่าความรักความเป็นหนึ่งเดียวกันสามารถช่วยให้บรรดาสาวกดำเนินชีวิตทำงานได้ท่ามกลางกระแสความเกลียดชังและความขัดแย้งของโลก

ข้อสังเกตในการส่งอัครสาวกและสาวกอื่นๆออกไปประกาศข่าวดีเป็นคู่ๆ พระองค์บอกล่างหน้าว่าจะมีภัยอันตรายเกิดขึ้นกับพวกเขาเหมือนลูกแกะอยู่ท่ามกลางสุนัขป่า แต่ทรงกำชับว่าไม่ต้องเอาอะไรติดตัวไปมากมาย ที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้เพราะพระองค์แน่ใจว่าตราบใดที่ทั้งสองรักกันเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเขาจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรค์ต่างๆไปได้สำเร็จเพราะพระเจ้าจะประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา ช่วยเหลือในกิจการต่างๆที่พวกเขากระทำ เนื่องจากพระองค์เคยตรัสไว้ว่า “ถ้าท่านสองคนในโลกนี้พร้อมใจกันวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด พระบิดา……จะประทานให้……ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา”(มธ.18:19) ความรักและความเป็นหนึ่งเดียวจึงเป็นเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่ของพระเจ้า และสิ่งนี้นั่นแหละเป็นมูลเหตุที่สำคัญแห่งความสำเร็จบริบูรณ์ของการประกาศข่าวดี เพราะพลังอำนาจของพระเจ้าจะอยู่เบื้องหลังกิจการของบรรดาสาวกตลอดเวลา รับรองกิจการและทำให้บรรดาสาวกเป็นพยานถึงพระองค์ “ถ้าท่านมีความรักต่อกันทุกคนจะรู้ว่า ท่านเป็นศิษย์ของเรา”(ยน.13:35) ขอให้เรารักกันและกันอย่างที่พระเยซูคริสตเจ้าทรงสอน คือไม่ใช่รักกันเพียงคำพูดเท่านั้น แต่เราจะรักกันด้วยกิจการจากใจจริง เพื่อเราจะได้สามารถเป็นพยานถึงความรักของพระองค์ในสังคมไทย

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. ผู้ใดมีความปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องรับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขตวันที่ 31 พ.ค. 2011 เพื่อสภาภิบาลจะได้นำไปพิจารณาตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ต่อไป
  2. มูลนิธิเซนต์หลุยส์ จัดแรลลี่การกุศลเพื่อช่วยคนจนเป็นต้นผู้ป่วยที่ยากไร้ ค่าสมัครมีทีมละ 5,000 และ ทีมละ 50,000 บาท ผู้ใดต้องการร่วมการกุศลครั้งนี้ รับใบสมัครและดูรายละเอียดได้ที่หน้าวัด
  3. วันอาทิตย์นี้ ขอเชิญผู้ช่วยมิสซาและผู้ที่สนใจจะมาช่วยมิสซา รวมกันที่ศาลาเรือนไทย เพื่ออ่านพระคัมภีร์ร่วมกันและนัดแนะการช่วยมิสซา หลังมิสซาเวลา 10.30 น.
  4. วันอาทิตย์ที่ 5 มิ.ย. 2011 เป็นวันอาทิตย์ต้นเดือนหลังมิสซามีโปรดศีลล้างบาปเด็ก ผู้ใดปรารถนานำเด็กมารับศีลล้างบาปให้กรอกข้อมูลล่วงหน้า ใบกรอกข้อมูลล่วงหน้ารับได้ที่บ้านพักพระสงฆ์
  5. วันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย. 2011 มีพิธีบวชพระสงฆ์ ที่บ้านเณรเล็กยอแซฟ สามพราน มิสซาเวลา 10.00 น.

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.