ฉบับที่ 955 วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2555 อาทิตย์ที่ 5 เทศกาลปัสกา

บอกเล่าให้ฟัง

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนซึ่งดูเหมือนว่าจะมีปัญหาอยู่บ้าง เพราะมีเวลาสอนคำสอนน้อยมากในปีนี้ก็จบลงอย่างดีพอสมควร พ่อคิดถึงสิ่งที่บราเดอร์พูดในวัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “ขอฝากลูกหลานของเราให้พวกเราดูแลและสอนคำสอนต่อไป” พ่อแม่เป็นครูคำสอนคนแรกของลูก เป็นคำสอนที่ชัดเจนของพระศาสนจักรตั้งแต่แรกเริ่ม คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธภาระหน้าที่นี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามพระศาสนจักรสอนเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่ต้องไปเรียนเป็นครูคำสอนทุกคน พ่อเชื่อว่าคำสอนที่เราเคยเรียนมาบวกกับประสบการณ์ความเชื่อ ที่เราได้รับจากการปฏิบัติศาสนกิจ การอ่านและฟังพระวาจาของพระเจ้า การแสวงหาความรู้ติดตามข่าวสารของพระศาสนจักร เราแต่ละคนจะสามารถปลูกฝังความเชื่ออบรมบ่มเพาะคุณธรรมความดีให้ลูกหลานของเราได้

ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนปี 2012จบแล้ว แต่การเรียนคำสอนยังไม่จบเพราะเราต้องเรียนรู้จักพระเจ้าตลอดชีวิต เด็กคนที่ได้รับศีลกำลังไปแล้วไม่ได้หมายความว่าการเรียนคำสอนสิ้นสุดลง เราจะต้องสอนลูกของเราให้เอาใจใส่ที่จะรู้จักและรักพระเจ้ามากขึ้นทุกๆวัน ในค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนพ่อมีโอกาสอบรมเด็กเกือบทุกวัน วันหนึ่งมีเด็กหนึ่งประท้วงว่าพ่อเล่าเรื่องซ้ำของเมื่อปีที่แล้วหรือเมื่อไรก็ไม่ทราบ การประท้วงของเด็กนั้นไม่ได้ทำให้พ่ออายหรือโกรธ แต่กลับเป็นโอกาสให้พ่อสอนเรื่องการทำซ้ำ ในชีวิตของเราเรื่องการทำซ้ำเป็นเรื่องที่สามารถสร้างความชำนาญให้กับเรา และการทำซ้ำนี้ก็สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับเราอยู่บ่อยๆ อาทิ มิสซาบูชาขอบพระคุณพระวาจาที่เราใช้ วันธรรมดาพระศาสนจักรแบ่งเป็นปีคู่และปีคี่ วันอาทิตย์แบ่งเป็น ปี A ปี B ปี C แสดงว่าเราทำซ้ำวนเวียนอยู่เช่นนี้มานานแล้ว พ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจตรงที่ว่าพระวาจาของพระเจ้าเหมือนเดิม แต่อ่านเตรียมเทศน์ทุกครั้งก็มีเรื่องอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในความคิดเสมอ มิสซาบูชาขอบพระคุณเหมือนเดิม แต่ทำให้หลายๆคนที่มาร่วมมีชีวิตชีวาสามารถเติมเต็มชีวิตของตนพี่น้องเราอย่าเบื่อหรือท้อใจที่ตักเตือนสั่งสอนลูกหลานของเรา ถึงแม้บางครั้งมันอาจจะเหมือนการตักน้ำลดหัวตอ เราก็ต้องทำอย่าได้หยุดยั้ง เราคงต้องแยกแยะให้ออกว่า “การบ่นว่าที่น่าเบื่อ” และ “การพูดคุยตักเตือนเชิญชวนในโอกาสที่เหมาะสม” ต่างกันอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านชอบใช้การขู่บ่นว่าด้วยวาจารุนแรง พ่อคิดว่าวิธีการนี้คงใช้ไม่ได้ผล แต่การให้เวลากับลูก การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การเป็นแบบอย่างที่ดี และอธิบายเชิญชวนชักชวนในโอกาสที่เหมาะสมน่าจะมีผลมากกว่า พ่อสังเกตว่าหลายๆครอบครัวที่มาวัดด้วยกันน่าชื่นใจ เวลาที่เขาอยู่ด้วยกันในที่อื่นๆพ่อแม่ลูกเขาพูดจาหยอกล้อกัน พวกเขาคุยกันได้ตลอดเวลา แสดงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มาจากความสัมพันธ์ที่ดีที่มีอยู่ก่อนแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีนี่แหละเป็นบ่อเกิดของความดีงามในครอบครัวของเรา ลูกๆจะเคารพยำเกรงเชื่อฟังพ่อแม่ต่อเมื่อเขารักและวางใจพ่อแม่ แม้บางครั้งพวกเขาอาจจะหลงไปบ้างก็จะกู่กลับมาได้ง่าย สามีภรรยาถ้าเอาใจใส่กันและกันพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ความเชื่อมั่น ความวางใจกันและกันก็จะเกิด สิ่งต่างๆที่พ่อกล่าวถึงนี้ต้องเริ่มกันวันนี้ ถ้าเราต้องการให้ครอบครัวของเรามีความสุข เราต้องเชิญพระเจ้ามาประทับอยู่ท่ามกลางเราด้วยความสัมพันธ์ที่ดี ด้วยการรักกันและกัน.

จาก คุณพ่อเจ้าวัด

สัมพันธภาพกับพระเจ้า

พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้กล่าวถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ โดยที่พระเยซูคริสตเจ้าได้เปรียบเทียบพระองค์เป็นเถาองุ่น และพวกเราแต่ละคนเป็นกิ่งก้าน “เราเป็นเถาองุ่นแท้……กิ่งองุ่นเกิดผลด้วยตนเองไม่ได้ ถ้าไม่ติดอยู่กับเถาฉันใด ท่านทั้งหลายก็เกิดผลไม่ได้ ถ้าไม่ดำรงอยู่ในเราฉันนั้น” (ยน.15:1,5) พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งขึ้นมาในความสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งต้องพึ่งพิงอิงกันอยู่เสมอ ถ้าเราสังเกตธรรมชาติของสัตว์โดยทั่วไปมันมักจะอยู่กันเป็นฝูง ถ้าเราพบว่าตัวไหนแยกฝูงไปไหนมาไหนตัวเดียว แสดงว่าสัตว์ตัวนั้นต้องมีอะไรพิเศษ อาจจะดุร้าย เข้มแข็ง หรือมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าเราเจอสัตว์ประเภทนี้เราต้องระวังตัวมากๆเข้าไว้ มนุษย์ก็เช่นเดียวกันใครก็ตามที่ชอบแยกตัวอยู่ต่างหากไม่สังคมกับผู้อื่น เราสามารถอนุมานได้ทันทีว่า คนๆนั้นต้องมีปัญหาอะไร ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาเรื่องบุคลิกภาพ หรือปัญหาเรื่องจิตใจ ปัญหาเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมแปรปรวนซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้อื่นได้

มนุษย์ไม่สามารถมีสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้า ถ้ามนุษย์ไม่มีสัมพันธภาพที่ดีกับมนุษย์ด้วยกันเอง “ถ้าผู้ใดพูดว่า ฉันรักพระเจ้า แต่เกลียดชังพี่น้องของตนผู้นั้นย่อมเป็นคนพูดเท็จ เพราะผู้ที่ไม่รักพี่น้องที่เขาแลเห็นได้ ย่อมไม่รักพระเจ้าที่เขาแลเห็นไม่ได้”(1ยน.4:20) สัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าจึงต้องเริ่มต้นจากสัมพันธภาพกับมนุษย์ด้วยกันก่อน และสัมพันธภาพกับมนุษย์นี่แหละจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรามีสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้ามากน้อยแค่ไหน “ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นต้องปฏิบัติตามวาจาของเรา” (ยน.14:22) วาจาของพระเยซูคริสตเจ้าก็คือบทบัญญัติแห่งความรัก ซึ่งสอนให้เรารักกันและกันเหมือนพระองค์ทรงรักเรา เมื่อพระเยซูคริสตเจ้าทรงสอนเรื่องความสัมพันธ์ของเถาองุ่นและกิ่งก้าน ซึ่งพระองค์ทรงยกขึ้นมาเปรียบเทียบให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์ที่แยกจากกันไม่ได้ ถ้าขาดพระองค์แล้วเราจะเหี่ยวแห้งและตายไปในที่สุด “ถ้าผู้ใดไม่ดำรงอยู่ในเรา…..จะเหี่ยวแห้งไป กิ่งเหล่านั้นจะถูกเก็บทิ้งในไฟและถูกเผา”(ยน.15:6) พระองค์ได้ทรงสอนเรื่องสัมพันธภาพที่ดีเกิดจากการปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งความรักทันที “ถ้าท่านปฏิบัติตามบทบัญญัติของเรา ท่านก็จะดำรงอยู่ในความรักของเรา” (ยน.15:10) แสดงว่าทั้งสองเรื่องมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจนแยกจากกันไม่ได้

สัมพันธภาพที่ดีระหว่างเรากับพระเจ้าจะทำให้ชีวิตของเราเกิดผล “ผู้ที่ดำรงอยู่ในเรา และเราดำรงอยู่ในเขาก็ย่อมเกิดผลมาก” (ยน.15:5) ผลที่เกิดจากสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าก็คือ ความรักความเป็นหนึ่งเดียวของพวกเรานั่นเอง เพราะสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าและมนุษย์เป็นสองสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล และเป็นบทพิสูจน์ของกันและกันอยู่เสมอ เพราะนั้นความศรัทธาที่แท้จริงจึงแสดงออกด้วยคุณภาพแห่งความรัก ที่เรารักเพื่อนพี่น้องของเรามากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ที่วัดกันที่ท่าทางที่เราแต่ละคนแสดงออกภายนอก หรือวัดกันที่ปริมานกิจศรัทธาที่เราปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวถึงนี้มันจะเป็นเหตุเป็นผลเชื่อมโยงถึงกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ถ้าเรารักพระเจ้าจริง เราต้องปฏิบัติกิจศรัทธาด้วยความกตัญญูรู้คุณพระองค์ และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ถ้าเราปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ก็หมายความว่าเราต้องรักกันและกัน เพราะนี่คือพระบัญญัติเอกของพระเยซูคริสตเจ้า.

พระเจ้าสถิตกับท่าน
คุณพ่อ สมชาย อัญชลีพรสันต์

ประกาศ

  1. เนื่องจากสภาภิบาลชุดปัจจุบันหมดวาระ ทางวัดจึงขอจิตอาสามาเป็นคณะกรรมการสภาภิบาล ผู้ใดปรารถนาจะมาเป็นจิตอาสาสภาภิบาล ลงชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้ที่หน้าวัด
  2. ขอให้พี่น้องนำเอากระบอกมหาพรตมาคืนที่วัด เพื่อพ่อจะได้นับและดำเนินการส่งให้เขตและสังฆมณฑลนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสต่อไป ถ้าพี่น้องลืมเอากระบอกมหาพรตไปและอยากทำบุญก็สามารถให้กับพ่อได้โดยตรง
  3. ทุนการศึกษา ผู้ปกครองท่านใดต้องปรารถนาขอทุนการศึกษาให้ลูกหลาน ให้เขียนใบยื่นคำร้อง ใบยื่นคำร้องขอได้ที่บ้านพักพระสงฆ์ หมดเขต 31 พ.ค. 2012
  4. เด็กโปรยดอกไม้ ขออาสาสมัครเด็กโปรยดอกไม้เรียนชั้นไม่เกิน ป.4 วันอาทิตย์นี้จะเริ่มซ้อมโปรยดอกไม้ ขอให้ลงชื่อเบอร์โทรศัพท์ที่หน้าวัด ครูเบญจจะเป็นผู้ฝึกซ้อมให้หลังมิสซา รายละเอียดครูเบญจจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
  5. ทางวัดได้ถมหินคลุกด้านนอกทำที่จอดรถเพิ่มเติม ผู้ใดสามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการทำที่จอดรถนี้ได้ ขอให้บริจาคตามกำลังความสามารถได้ที่ตู้ทานกลางวัด

download ไฟล์ สารวัดฉบับเต็ม ได้ที่นี่ สารวัดประจำสัปดาห์ 06-05-2012

Tags: , ,

'งดแสดงความคิดเห็น'.